ความจริงปรากฎ
“ เป็ไปได้อย่างไรกันเนี่ย ผู้ชายที่ขืนใจแพรคือคุณศิลา คุณศิลาคือพ่อของเสือน้อยหรือเนี่ย โอย! มันเกิดขึ้นได้อย่างไรกัน ”
จันทร์แขแอบได้ยินทั้งคู่เจรจากัน จนเข้าใจเื่ราวทั้งหมด สร้างความฉงนปนความประหลาดใจและความมึนงงให้กับเธอเป็อย่างมาก จันทร์แขนึกไม่ออกเลยว่าเื่ราวนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร เธอจึงตัดสินใจก้าวออกจากจุดที่เธอยืนอยู่ แล้วเดินไปหาชายหนุุ่มที่ยืนหัวใจแตกสลาย ตั้งใจจะสอบถามเขาเพื่อให้เื่นี้กระจ่างขึ้น ว่าไปไงมาไงถึงเกิดเื่นี้ขึ้นมาได้ ศิลามีเหตุผลอะไรถึงต้องทำลายแพรพิมพ์แบบนี้
“ คุณแข ” ศิลาอุทานเบา ๆ ด้วยความใ เมื่อเห็นจันทร์แขเดินมายืนต่อหน้าเขา
“ เชิญคุณศิลานั่งก่อน เราคงจะต้องคุยกันยาว ” จันทร์แขสั่ง ในใจเริ่มมีอคติกับชายหนุ่ม
“ ฉันได้ยินเื่ราวทั้งหมด ที่คุณกับแพรมีปากเสียงกันแล้ว ฉันขอโทษที่เสียมารยาทแอบฟัง แต่บังเอัญฉันเดินมาได้ยินพอดี ”
“ ไม่เป็ไรครับ ” ชายหนุ่มบอก อย่างเบื่อหน่ายและหมดกำลังใจในชีวิต
“ คุณช่วยเล่าเื่ทั้งหมด ให้ฉันฟังอีกครั้งได้ไหมว่า คุณทำอย่างนี้ทำไม เพราะอะไร ”
ศิลาหลับตาลง ถอนหายใจเสียงดังเฮือก ด้วยความเ็ปรวดร้าว แล้วเริ่มรวบรวมสติเพื่อจะเล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้จันทร์แขฟัง
“ ได้ครับ ” ชายหนุ่มบอก เมื่อเขาลืมตาขึ้น แล้วเริ่มเล่าเื่ราวทั้งหมดพร้อมเหตุผล ที่เขาต้องตัดสินใจทำเช่นนี้
“ ก็เพราะผมรักเธอ รักมากจนทำให้ผมกลายเป็คนเห็นแก่ตัว ไม่อยากเสียเธอไปให้กับใคร แม้นแต่ภูผาที่เป็น้องชายผมเอง ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ผมรู้สึกแบบนี้กับเธอเมื่อไร ทีแรกผมแค่้าทำลายน้ำใจภูผาเท่านั้น แต่นั้นไม่ใช่เหตุผลสำคัญ มันเป็เพียงข้ออ้าง เหตุผลสำคัญคือ ผมรักเธอ รักเธอมากเสียด้วย ผมไม่รู้จะเหนี่ยวรั้งเธอไว้ด้วยวิธีใด และก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่าผมกำลังจะสูญเสียเธอไป ผมไม่มีทางเลือกจริง ๆ ผมจึงตัดสินใจทำอะไรโง่ ๆ อย่างนี้ออกไป หลังจากผมรังแกเธอผมก็ไม่สบายใจ ยิ่งได้ยินเสียงสะอื้นของเธอวันนั้นด้วยแล้ว มันยิ่งทำให้ผมเ็ปมากยิ่งขึ้น รู้ตัวเองทันทีว่าผมคิดผิด ผมมันเลวระยำสิ้นดี สมควรแล้วที่แพรจะไม่ยอมให้อภัยผม ทุกวันนี้ผมอยู่อย่างทนทุกข์ทรมาน คำสาปแช่งของแพรเป็จริงทุกอย่าง ผมคิดอยู่เสมอว่า ผมเป็คนทำลายทุกอย่างของแพร ผมจึงตามไปที่บ้านของแพรเพื่อจะปรับความเข้าใจ แต่แพรกลับขายบ้านแล้วหนีจากผมไป มันยิ่งทำให้ผมเหมือนตกนรกทั้งเป็ ผมไม่คิดว่าเื่มันจะบานปลายขนาดนี้ มันทรมานใจผมอย่างมาก ไม่ว่าจะนั่ง นอน ยืน ผมไม่เคยมีความสุขเลย เสียงสะอื้นไห้ของแพร มันฝังอยู่ในโสตประสาทของผมอยู่ตลอดเวลา ” ศิลาพูดเสียงสั่นเครือสะอื้นอยู่ในอก
“ คุณศิลาเอ้ย ! วิธีอื่นก็มีอีกตั้งเยอะตั้งแยะไม่เลือก ไป ๆ มา ๆ เจ็บด้วยกันทุกฝ่าย โดยเฉพาะยัยแพรหนักกว่าใครเขา ” จันทร์แขตำหนิเขา แต่ก็แอบเห็นใจอยู่เหมือนกัน
“ แต่ก็เอาเถอะ ไหน ๆ เื่มันก็ล่วงเลยมาขนาดนี้แล้ว ก็คงจะต้องหาทางแก้ไขกันไป ทำให้เื่ราวที่เกิดมันดีขึ้น ”
“ แล้วผมจะทำอย่างไร เธอขู่ว่าจะหนีผมไปถ้าผมเข้าไปวุ่นวายกับเธอมาก ๆ ผมกลัวเธอจะจากผมไปอีก คราวนี้ผมคงทนไม่ได้ต้องตายแน่ ๆ เลย ” ชายหนุ่มรำพันด้วยความกลัดกลุ้มใจ
“ ใจเย็น ๆ คุณศิลา เราค่อย ๆ คิดหาวิธีอื่น คงจะสักวิธีหนึ่งน่า ” จันทร์แขพูด ขณะทำท่าครุ่นคิด
“ แต่เย็นนี้ ผมต้องกับกรุงเทพแล้ว ” สีหน้าศิลาเผื่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
“ เอาอย่างนี้คุณกลับไปก่อน ฉันอยู่ทางนี้จะคอยดูท่าทีของแพรไปพลาง ๆ ก่อน ถ้าพอจะมีจังหวะ ฉันจะลองพูดกับแพรดู เราจะได้รู้ด้วยว่าแพรคิดอย่างไรกับเื่นี้ ”
“ คุณแข ผมกลัว ผมกลัวจะสูญเสียเธอกับลูกไปตลอดชีวิต ถ้าเป็อย่างนั้นผมคงจะใช้ ชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไร ”
จันทร์แขมองหน้าชายหนุ่ม ด้วยความเห็นอกเห็นใจ ถึงแม้นจะไม่ชอบวิธีการ ที่เขาทำกับแพรพิมพ์เช่นนี้ แต่เธอก็เข้าใจดีว่า เขาทำไปเพราะด้วยแรงแห่งรัก เวลานี้แววตาของชายหนุ่มหม่นหมอง เต็มไปด้วยความวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด จนทำให้ใบหน้าของเขานั้น ดูซีดเซียวลงไปอย่างมาก
“ ทำใจเย็น ๆ ไว้ค่ะ แขจะช่วยคุณอีกแรง อย่างน้อยแขก็อยากให้เสือน้อยมีทั้งพ่อและแม่ ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาเหมือนกับคนอื่นเขา แขไม่อยากให้แกโตขึ้นมาโดยขาดพ่อหรือขาดแม่ แขรักแกมากอยากให้ชีวิตของเสือน้อยสมบูรณ์ที่สุด เอาละค่ะแขจะช่วยคุณอีกแรง คุณไม่ต้องวิตกกังวลไปหรอกค่ะ แขเต็มที่กับคุณ ”
“ ผมขอบคุณ คุณแขมากครับที่ช่วยผม ” ชายหนุ่มกล่าวแต่ภายในใจ ก็ยังไม่คลายความวิตกกังวล
“ ผมคงต้องกลับก่อน ผมฝากลูกกับเมียผมด้วยนะครับคุณแข แล้วผมจะรีบกลับมาจัดการเื่นี้โดยเร็วที่สุด ” ศิลาบอก ด้วยหัวใจที่แตกสลาย
จันทร์แขมองชายหนุ่มเดินจากไปด้วยความสงสาร และเห็นอกเห็นใจอย่างจริงใจ
“ ทำไมพี่แขกลับมาเร็วจังเลยค่ะ ไหนว่าจะกลับตอนบ่าย ๆ "
แพรพิมพ์ถามเนี่อย ๆ เมื่อเห็นจันทร์แขเดินเข้ามาหา แล้วนั่งลงใกล้กับเธอและเสือน้อย
“ ก็เ้าตัวน้อยนะซี ไม่รู้เป็ไรอยู่ ๆ บอกอยากจะกลับบ้าน เบื่อแล้วไม่อยากเล่นแล้ว คิดถึงแม่แพร พี่ก็เลยต้องพาแกกลับมานี่แหละ ”
จันทร์แขอธิบายไปเรื่อย ๆ แต่ภายในใจ ก็คิดหาวิธีจะพูดเข้าเื่ได้อย่างไร
“ แล้วพี่แขหายไปไหนมาค่ะ ”
จันทร์แขมองหน้าคนถาม ช่างเหมาะเหลือเกิน ที่แพรพิมพ์เปิดช่องทางให้เธอได้ลุกต่อ
“ สะอิ้งจ๊ะมาพาเสือน้อยไปทานของว่างหน่อยจ้ะ ” จันทร์แขเรียกพี่เลี้ยงสาว เมื่อสะอิ้งมาพาตัวเสือน้อยไปแล้ว จันทร์แขเริ่มลุกแพรพิมพ์ทันที
“ พี่ไปหลังตึกมา ” จันทร์แขเริ่มเปิดฉาก
แพรพิมพ์มองหน้าจันทร์แข ด้วยความใ ใบหน้าถอดสีอย่างชัดเจน แต่เธอก็รีบเก็บซ่อนอาการนั้นทันที เพราะกลัวอีกฝ่าย จะสังเกตเห็นความผิดปกติของตัวเอง
“ พี่ได้ยินเื่ทั้งหมดแล้ว ” จันทร์แขลุกเป็ฉากที่สอง ขณะที่สายตาจับจ้องเขม็งอยู่ที่ใบหน้างามของเธอ "
แพรพิมพ์หลบตาต่ำ ใบหน้างามซีดเผือดลงทันที
“ ทำไมแพรถึงไม่บอกพี่ั้แ่ทีแรก ว่าผู้ชายคนนั้นคือคุณศิลา ”
หญิงสาวมองหน้าจันทร์แวบหนึ่ง แล้วเบือนหน้าหนี นั่งเงียบไม่ยอมเปิดปาก ตอบคำถามใด ๆ ของอีกฝ่าย
“ ถึงแม้นพี่จะไม่ชอบใจกับการกระทำของเขาเท่าใดนัก แต่เื่ราวมันก็ผ่านมานมนานแล้ว เขาก็ยินดีที่จะรับผิดชอบกับสิ่งที่เขาก่อขึ้นทุกอย่าง อีกประการเขาก็เป็พ่อของเสือน้อย เขาก็ควรจะมีสิทธิในตัวเสือน้อยด้วยเหมือนกัน ”
แพรพิมพ์หันหน้ากลับมาทันที มองหน้าจันทร์แข ด้วยดวงตาที่กร้าวกล้าและเด็ดเดี่ยว
“เขาไม่ใช่พ่อของเสือน้อย ความหมายของคำว่าพ่อสำหรับแพรคือ ผู้ให้กำเนิดบุตรด้วยความรักและความตั้งใจ ไม่ใช่ด้วยความอาฆาตแค้นจ้องแต่จะทำลายทำร้ายคนที่ตัวเองคิดว่า มาทำลายความสุขของตน ” แพรพิมพ์พูดเน้นน้ำเสียง
น้ำเสียงที่แพรพิมพ์พูด บ่งบอกให้จันทร์แขรู้ได้เลย ว่าคงจะยากที่เธอจะให้อภัยกับศิลาได้ อย่างเด็ดขาด
“ แต่มีอีกอย่างที่แพรยังไม่รู้ ที่เขาทำไปเพราะเขารักแพร เขาอยากจะเข้ามาสนิทสนมกับแพร แต่เขาก็ไม่รู้ว่าจะเข้ามาด้วยวิธีใด แล้วยิ่งรู้ว่าจะต้องเสียแพรไป เขาหาทางออกไม่ได้ที่จะรั้งตัวแพรไว้ จึงตัดสินใจทำแบบนี้ หลังจากวันนั้นแล้ว เขาก็ไม่มีความสุขอีกเลย เขาพยายามตามหาแพรมาโดยตลอด ”
“ พี่แขคะ แพรจะบอกอะไรให้นะค่ะว่า ผู้ชายคนนี้เป็คนเลวโดยสันดาน เป็คนพูดจาที่เชื่อถือไม่ได้ เขามักจะพูดให้คนอื่นหลงเชื่ออยู่เสมอ ๆ เหมือนอย่างกับพี่แขไงค่ะ ที่กำลังหลงเชื่อเขาอยู่ ” แพรพิมพ์บอกความรู้สึกของเธอเอง
“ แต่พี่คิดว่า เขาพูดความจริง พี่ก็เคยคบค้าสมาคมกับเขามาก่อน พี่พอรู้ว่าเขาเป็คนอย่างไร ” จันทร์แขแย้งด้วยความคิดเห็นที่ตรงกันข้ามกับแพรพิมพ์
“ แพรทำเพื่อลูกไม่ได้เชียวหรือ ” จันทร์แขเริ่มเปลี่ยนน้ำเสียงอ่อนลง เป็การอ้อนวอนให้อีกฝ่ายใจอ่อน
“ แพรอยู่อย่างนี้กับลูก แพรก็มีความสุขแล้ว พี่แขอย่าทำให้แพรอึดอัดใจไปมากกว่านี้เลย ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับแพรมันก็แสนสาหัสเกินไปแล้ว อย่าให้แพรต้องใช้ชีวิตร่วมกับผู้ชายใจชั่วคนนี้เลย ได้โปรดเห็นใจแพรด้วย แพรอยากใช้ชีิวิตสงบ ๆ กับลูก ชีวิตแพรกับลูกไม่จำเป็ต้องมีเขาเข้ามาเกี่ยวข้อง พี่แขคงเข้าใจแพรนะค่ะ ”
แพรพิมพ์พูดด้วยแววตาเศร้าสร้อย และขอร้องว่าอย่าบังคับเธอให้ยอมรับศิลาเลย
“ เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน แพรอย่าเพิ่งปิดใจเสียทั้งหมด เปิดว่างไว้บางส่วน สำหรับการเปลี่ยนแปลงในวันข้างหน้า เผื่อว่าวันนั้นมาถึง แพรจะได้มีพื้นที่ไว้รองรับสำหรับเื่ที่เกิดขึ้น แพรจะได้ทำใจไม่ยากนัก แต่ถึงอย่างไรพี่ก็ยังอยากให้แพรมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบอยู่ดี ไม่ใช่ครึ่ง ๆ กลาง ๆ แบบนี้ ” จันทร์แขเตือน
“ ชีวิตแพร มันหมดความสุขตั้งนานแล้ว หลังจากที่คนใจชั่วคนนี้ทำลายแพร ” แพรพิมพ์กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แต่ก็พยายามระงับน้ำตาไว้ไม่ให้ไหลออกมา
“ เอาละตอนนี้เราอย่าเพิ่งพูดอะไรกันเลย เอาไว้ให้แพรสบายใจกว่านี้อีกสักหน่อย เราค่อยมาพูดคุยกันอีกครั้ง ”
จันทร์แขสงสารน้องสาวบุญธรรมของเธออยู่เหมือนกัน เธอจึงไม่อยากจะเซ้าซี้อะไรมากไปกว่านี้ เธอคงต้องปล่อยให้แพรพิมพ์สบายใจมากกว่านี้เสียก่อน แล้วค่อยหาทางเกลี้ยกล่อมอีกครั้ง
“ ใช่ค่ะ ” จันทร์แขตอบปลายสาย
“ แขก็พยายามอยู่ค่ะ แต่ดูเหมือนจะยาก แขเองก็ไม่กล้าพูดอะไรมาก กลัวแพรเขาจะน้อยอกน้อยใจ พาลเตลิดหนีไป ”
“ ตอนนี้ก็คงจะต้องปล่อยไปก่อน คุณศิลาใจเย็น ๆ นะค่ะ แล้วแขจะพยายามพูดให้แพรใจอ่อน ”
“ ค่ะ ค่ะ คุณศิลาไม่ต้องเป็ห่วงนะค่ะ แขคอยดูแลอยู่แล้ว ได้ค่ะ สวัสดีค่ะ ”
ชายหนุ่มวางหูโทรศัพท์เข้าที่ เมื่อเขาถามข่าวคราวของแพรพิมพ์กับลูกแล้ว เขารู้สึกปวดหนึบที่หัวใจ คำบอกเล่าของจันทร์แขยิ่งทำให้ศิลาดูจะหมดหนทาง ความฝันเลือนลางลงทุกทีความบอบช้ำของความรู้สึก ทำให้ร่างกายของเขารับสภาพทั้งหมดต่อไปไม่ไหวแล้ว ถึงกับทำให้เขาหมดเรี่ยวหมดแรงที่จะพยุงตัวอยู่ได้ ทรุดตัวลงกองอยู่บนพื้นห้องรับแขก สติที่มีทั้งหมดดับวูบลงทันที
ั้แ่เขากลับมาจากเชียงราย เขากินไม่ได้นอนไม่หลับ ในใจครุ่นคิดเป็กังวลหาทางที่จะสะสางปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดระหว่างเขากับแพรพิมพ์และลูก เขา้าสร้างครอบครัวกับเธอ อยู่กินกันไปอย่างคนปกติทั่ว ๆ ไป แล้วเขาจะแก้ปัญหานี้ด้วยวิธีใดเล่า
ชายหนุ่มค่อย ๆ ลืมตาขึ้น พยายามปรับภาพที่เห็นเลือน ๆ ให้ชัดเจนขึ้น แล้วมองไปรอบ ๆ ห้อง เห็นสภาพห้องที่เขาไม่คุ้นตาเลย
“ ที่นี่ ที่ไหน ” ศิลาพูดเสียงแ่มาจากลำคอ
“ ฟื้นแล้วหรือลูก ” ดวงมณีถามด้วยความลืมตัว เธอปาดเข้ามาหาศิลาทันที ที่เห็นศิลาขยับตัว
“ เป็อย่างไรบ้างลูก ” ดวงมณีถามด้วยความเป็ห่วง จากใจจริงของเธอ
ศิลาค่อย ๆ หันไปมองหน้าเ้าของเสียง ที่พูดอยู่ข้าง ๆ เขา ศิลาฟังน้ำเสียงแล้ว เขารู้สึกอบอุ่นไร้ความโดดเดี่ยว และหายจากความหวาดกลัวขึ้นมาเยอะเลย เหมือนสมัยที่เขายังเด็ก ๆ เมื่อเกิดปัญหาขึ้น เขามักจะวิ่งเข้าไปกอดแม่ไว้แน่น แม่ก็จะคอยพูดคอยปลอบโยน ครั้งนี้ก็เหมือนกันััที่เขาได้รับ จากการกุมมือของหญิงคนนี้ช่างไม่แตกต่างจากััของมารดาเขาเลย เมื่อศิลาเห็นชัดเจน ว่าคนที่เขาคิดกลับไม่ใช่แม่ แต่เป็ดวงมณีแทน แต่เขาก็ไม่คิดที่จะขัดขืนจากการกุมมือของดวงมณี
“ เป็อย่างไรบ้างคะ ป๋ากับแม่ เออ…ป๋ากับน้า เป็ห่วงคุณใหญ่มาก นี่ป๋าก็เพิ่งกลับไปเมื่อสักครู่นี้เองค่ะ คงจะไปสะสางเื่งานให้เรียบร้อยก่อน บ่าย ๆ คงจะมา ” ดวงมณีบอก แต่เมื่อนึกขึ้นได้เธอจึงรีบปล่อยมือจากการกุมมือศิลาทันที
“ ดิฉัน ขอโทษค่ะ ”
ศิลาเห็นอาการแม่เลี้ยงของเขา นึกสะท้อนใจขึ้นมามันที จากการััที่เขาได้รับนั้น เขารู้แล้วว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ร้ายกาจอย่างที่เขาคิดเลย แต่ในทางกลับกันตัวเขาเองที่กลับร้ายเสียเอง เขามักจะทำให้สองแม่ลูกคู่นี้เสียใยอยู่เสมอ ๆ ทั้งด้วยท่าทางและคำพูดส่อเสียดต่าง ๆ นานา เขารู้แล้วว่าผู้หญิงคนนี้ รักและห่วงใยเขาอย่างจริงใจไม่ใช่การแสแสร้งแต่อย่างใด คิดมาถึงตรงนี้แล้วเขารู้สึกละอายใจตัวเองยิ่งนัก นี่ถ้าเขาลดทิฐิ ลดแรงอาฆาตแรงอิจฉาริษยาลงบ้างชีวิตก็คงไม่ต้องมาตกนรกอเวจีทั้งเป็เช่นนี้
“ ไม่เป็ไรครับ แม่ดวง ” ศิลาพูดเต็มเสียงและเต็มใจ ถึงแม้นว่าน้ำเสียงจะอ่อนแรงเต็มที
คำพูดของศิลา ถึงกับทำให้ดวงมณีตะลึงงัน ราวกับว่าตัวเองต้องมนต์สะกดของผู้มีวิชาแก่กล้า ถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่ น้ำตาแห่งความปิติยินดีอย่างที่สุด ก็หลั่งไหลพร่างพรูออกมาเป็สาย เธอกอดศิลาอย่างรักใคร่เอ็นดูเหมือนบุตรชายของเธออีกคน
“ แม่ดวงร้องไห้ทำไมครับ ” ศิลาถามเสียงเบาทั้ง ๆ ที่ยังไม่มีเรี่ยวแรงพอ ที่จะพูดคุยด้วยประโยคยาว ๆ มากนัก
ศิลาพยายามรวบรวมแรงกายที่ยังพอมีเหลือ ค่อย ๆ ยกมือขึ้นมาปาดน้ำตาให้แม่เลี้ยงของเขา
ดวงมณีกุมมือศิลาไว้แน่น แทนคำขอบคุณ ตลอดเวลาที่เธอมาอยู่กินกับทนงเกียรติ มีสิ่งเดียวที่เธอปรารถนามากที่สุดคือ เธออยากให้ศิลายอมรับเธอกับลูก
“ ผมขอโทษกับเหตุการณ์ที่ผ่านมาทั้งหมด ” ศิลาพูดเสียงแ่ ๆ แต่ชัดถ้อยชัดคำ
“ ไม่ค่ะ ไม่ค่ะ น้าเองต่างหากที่เป็ฝ่ายผิด ถ้าน้าไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับป๋าของคุณใหญ่ เราทุกคนก็คงจะไม่ต้องมาตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ ”
“ แทนตัวเองว่า แม่ ซิครับ ผมอยากมีแม่ ”
ศิลาขอราวกับเด็กที่โหยหาความรัก ความอบอุ่นจากอกของมารดา
“ ทุกอย่างมันถูกกำหนดมาแล้ว มันขึ้นอยู่กับว่าใครจะใช้สติควบคุมได้มากกว่ากัน " ศิลายังคงกระท่อนกระแท่นพูด
“ ขอบใจจ๊ะ ขอบใจที่คุณใหญ่เข้าใจดิฉัน ” ดวงมณีรีบบอก เธอไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองเลยว่า คำพูดเหล่านี้มาจากปากของศิลา
“ ทำไมไม่เรียกตัวเองว่า แม่ละครับ หรือยังโกรธผมอยู่ ”
“ เปล่าค่ะ แม่ดวงไม่เคยคิดโกรธคุณเลย ”
“ ต่อไปนีี้ บ้านเราจะไม่มีคำว่าคุณน้าอีกแล้ว แต่จะมีคำว่า แม่ดวงมาแทนตลอดไป ” ศิลายังพยายามใช้แรงที่ยังพอมีอยู่พูดออกไป
“ ใช่ไหมครับ แม่ดวง ” ศิลาถามอย่างอ่อนแรง แล้วเปลือกตาก็ค่่อย ๆ ปิดลงด้วยความอ่อนเพลีย
เอามือลูบศีรษะชายหนุ่ม อย่างเบามือด้วยความเอื้ออาทร ราวกับชายหนุ่มคือลูกแท้ ๆ
“ ใช่จ้ะลูก แม่ดวงคนนี้ จะคอยดูแลลูกคนนี้เอง หลับให้สบายน่ะลูกของแม่ดวง ” ดวงมณีพูดอยู่ข้าง ๆ หูของชายหนุ่ม เธอเฝ้าดูแลไม่ห่างเตียงคนไข้เลย
ประตูห้องถูกเปิดออก
“ ศิลาเป็อย่างไรบ้างคุณดวง ” ทนงเกียรติถามเมื่อเดินมามองคนป่วยที่นอนหลับอยู่บนเตียง
“ ยังไม่ฟื้นอีกหรือคุณดวง ” ทนงเกียรติถาม หัวคิ้วย่นเข้าหากันด้วยความวิตกกังวล
“ เมื่อสาย ๆ ตื่นขึ้นมาครั้งหนึ่งแล้ว แล้วก็หลับไปอีก คงจะยังเพลียอยู่มังค่ะ ” ดวงมณีพูดด้วยน้ำเสียวแจ่มใส จนสามีแปลกใจ เงยหน้าหันมามองภรรยา
“ คุณดูแปลก ๆ ไปน่ะ ” ทนงเกียรติพูด
“ แปลงอย่างไรค่ะ ” ภรรยาย้อนถาม
ดวงมณียิ้มให้สามีอย่างแช่มชื่น แล้วเดินอ้อมปลายเตียงเข้ามากอดสามีไว้แน่น น้ำตาทะลักไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เธอสะอื้นกระซิกกับอกของสามี จนทนงเกียรติใ
“ เป็อะไรไปหรือคุณดวง ”
“ สิ่งที่ฉันรอคอยมาถึงแล้วค่ะ ฉันดีใจจริง ๆ ” ดวงมณีพูดขณะที่ยับซบอยู่กับอกสามี
ทนงเกียรติแปลกใจ สิ่งอะไรที่ดวงมณีรอคอย หรือว่าเธอรอให้ศิลา …. ไม่ใช่น่าเขาแย้งขึ้นมาในใจทันที
“ เมื่อตอนสาย ๆ นี้ค่ะ ตอนที่คุณใหญ่ฟื้น คุณใหญ่เรีียกดิฉันว่า แม่ ” ดวงมณีบอกด้วยความตื้นตันใจและเปี่ยมสุข
ทนงเกียรติยันตัวภรรยาออกจากอก แล้วมองหน้าด้วยสายตาไม่น่าเชื่อในคำพูดของเธอ
“ จริง ๆ ค่ะ ตอนแรกฉันก็คิดว่าคุณใหญ่เพ้อเพราะพิษไข้ แต่ไม่ใช่ คุณใหญ่มีสติอยู่ตลอด คุณค่ะฉันดีใจเหลือเกิน ดีใจมาก ๆ เลยค่ะ ”
ทนงเกียรติเห็นภรรยายืนยันอย่างหนักแน่น จึงหันมามองหน้าคนไข้ ที่ยังนอนสงบนิ่งด้วยความอ่อนเพลีย แล้วกอดภรรยาไว้แน่น ด้วยความปิติสุขครั้งแรก นับแต่ดวงมณีเขามาอยู่ในบ้าน
อาการทางร่างกายของศิลาค่อย ๆ ทุเลาขึ้นตามลำดับ โดยมีดวงมณีดูแลอย่างใกล้ชิด จนร่างกายหายเป็ปกติ แต่ภายในอกของเขา อาการยังสาหัสอยู่มิใช่น้อย จนอาการที่สุ่มอยู่ในอก มาแสดงออกทางสีหน้าอย่างแจ่มชัดว่าเขานั้นยังคงระทมทุกข์ ยังคงตกอยู่ในบ่อแห่งความเศร้าโศก หาหนทางที่จะขึ้นจากบ่อนี้ไม่เจอ มีทางเดียวก็คือแพรพิมพ์ต้องเป็คนนำเขาขึ้น จากบ่อแห่งความเศร้าโศกนี้ด้วยมือของเธอเอง