ตอนที่ 35 คืนล่าของวิหารเงา
ภายในห้องเงียบสนิท
ซูผิงจ้องข้อความในมือด้วยสายตานิ่งลึก
ส่วนถิงถิงขมวดคิ้วแน่น
“หน้ากากเงินอีกแล้ว…”
ซูผิงเก็บกระดาษลงช้าๆ
“ดูเหมือนอีกฝ่ายไม่ได้เป็นพวกเดียวกับวิหารเงา”
“แต่ก็ไม่ใช่คนธรรมดาแน่”
ถิงถิงพยักหน้า
เพราะคนที่สามารถส่งมีดเข้ามาในมหาวิทยาลัยโดยไม่มีใครรู้ตัวได้…ต้องแข็งแกร่งมาก
ทันใดนั้นเอง
ฟึ่บ!
เปลวไฟบนตะเกียงในห้องดับลงพร้อมกัน
บรรยากาศเย็นวาบทันที
ซูผิงกับถิงถิงหันมองหน้ากัน
ทั้งสองสัมผัสได้ถึงบางอย่าง
“มาแล้ว…”
เงาดำหลายสายปรากฏขึ้นด้านนอกหน้าต่าง
ก่อนเสียงหนึ่งจะดังขึ้นเบาๆ
“เจียงซูผิง…”
“ตามพวกเรากลับวิหารเงา”
ตูม!!
หน้าต่างระเบิดออกทันที
ชายชุดดำสามคนพุ่งเข้ามาในห้องด้วยความเร็วสูง
พลังมารแผ่ออกอย่างรุนแรง
“นักฆ่า!”
ถิงถิงรีบชักดาบออก
ฉัวะ!
คลื่นดาบฟันใส่คนแรกทันที
แต่เงาร่างนั้นกลับสลายกลายเป็นหมอกดำ
“ระวัง!”
ซูผิงตะโกน
ฟึ่บ!
ชายชุดดำอีกคนโผล่ด้านหลังถิงถิงพร้อมมีดพิษสีม่วง
ปัง!!
ซูผิงพุ่งเข้ามาต่อยอีกฝ่ายกระเด็นทะลุกำแพง
ตูม!
ห้องทั้งห้องสั่นสะเทือน
แต่ยังไม่ทันพัก
เงาดำอีกหลายสายกลับปรากฏบนหลังคารอบอาคาร
ถิงถิงสีหน้าเปลี่ยน
“พวกมันมากันทั้งหน่วย!”
เสียงหัวเราะต่ำดังขึ้นจากด้านนอก
“ส่งตัวผู้สืบทอดเพลิงทมิฬมา…”
“แล้วพวกเจ้าจะไม่ต้องตาย”
ทันใดนั้น
พลังมารมหาศาลกดทับลงมาจากด้านบน
เพดานห้องเริ่มแตกร้าว
ซูผิงหรี่ตา
อีกฝ่ายมีคนระดับสูงอยู่ด้วย
ถ้ายังสู้ในหอพักนักเรียนคนอื่นจะโดนลูกหลงแน่
“ออกไปข้างนอก”
พูดจบ เขาก็พุ่งทะลุกำแพงออกไปทันที
ฟึ่บ!
ชายชุดดำหลายคนไล่ตามออกมา
กลางลานมหาวิทยาลัยยามค่ำคืน
แสงจันทร์สาดลงบนร่างของทั้งสองฝ่าย
ชายชุดดำทั้งหมดสวมหน้ากากสีดำเหมือนกัน
บนหน้าอกมีสัญลักษณ์ “ดวงตาสีเลือด”
วิหารเงา
หัวหน้าของพวกมันเดินออกมาช้าๆ
แรงกดดันรุนแรงกว่าอีกทุกคน
“ตามหามานาน…”
“ในที่สุดก็เจอผู้สืบทอดเพลิงทมิฬ”
ซูผิงจ้องอีกฝ่ายเงียบๆ
ก่อนพูดเรียบๆ
“ฉันไม่สนใจวิหารบ้าอะไรนั่น”
ชายคนนั้นหัวเราะเบาๆ
“ไม่สำคัญ”
“เพราะสุดท้ายเจ้าก็จะกลายเป็นพวกเดียวกับเรา”
ทันใดนั้น
ตูม!!
พลังมารสีดำระเบิดออกจากร่างมัน
พื้นดินรอบตัวเริ่มแตกสลาย
แรงกดดันนี้แข็งแกร่งกว่าพวกนักฆ่าคนอื่นหลายเท่า
ถิงถิงกัดฟันแน่น
“ระดับอาจารย์…”
แต่ซูผิงกลับก้าวออกไปข้างหน้า
เปลวเพลิงสีดำแดงค่อยๆ ลุกขึ้นบนแขน
“งั้นก็ลองดู”
ฟู่ม!
ทันทีที่เพลิงทมิฬปรากฏ
พวกคนของวิหารเงาทั้งหมดกลับเผยสายตาคลั่งไคล้ออกมา
เหมือนกำลังมองเทพเจ้าของตัวเอง
หัวหน้าชุดดำยิ้มกว้าง
“งดงาม…”
“พลังนี้ควรเป็นของวิหารเงา!”
ฟึ่บ!
ร่างของมันหายไปจากจุดเดิมทันที
เร็วมาก!
ดวงตาซูผิงหดลง
ปังงง!!
หมัดที่ห่อหุ้มพลังมารปะทะกับเพลิงทมิฬเต็มแรง
คลื่นกระแทกระเบิดออกไปรอบด้าน
พื้นลานมหาวิทยาลัยยุบลงทันที
ถิงถิงรีบถอยออกหลายเมตร สีหน้าตกใจ
“แข็งแกร่งขนาดนี้เลย!?”
กลางฝุ่นควัน
ซูผิงถูกผลักถอยไปสามก้าว
ส่วนชายชุดดำหยุดนิ่งอยู่ที่เดิม
ดวงตาใต้หน้ากากเริ่มจริงจังขึ้น
“ยังอ่อนแอ…”
“แต่พรสวรรค์ของเจ้า…สมบูรณ์แบบจริงๆ”
ทันใดนั้นเอง
เสียงระฆังเตือนภัยของมหาวิทยาลัยดังขึ้นทั่วบริเวณ
กังงงง! กังงงง!
แสงเวทจำนวนมากเริ่มสว่างขึ้นทั่วท้องฟ้า
กำลังเสริมของมหาวิทยาลัยกำลังมา
หัวหน้าวิหารเงาหรี่ตาเล็กน้อย
ก่อนยกมือขึ้น
“ถอย”
พวกชุดดำทั้งหมดถอยกลับทันทีอย่างพร้อมเพรียง
แต่ก่อนจากไป
หัวหน้าคนนั้นกลับโยนบางอย่างมาที่ซูผิง
ฟึ่บ!
ซูผิงรับไว้ทันที
มันคือ “เหรียญสีดำ”ที่มีสัญลักษณ์เปลวเพลิงอยู่ตรงกลาง
เสียงของอีกฝ่ายดังขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย
“อีกเจ็ดวัน”
“แดนรกร้างทางเหนือจะเปิด”
“ถ้าไม่อยากตายเพราะพลังของตัวเอง…”
“จงไปหอคอยเพลิงดำ”
ฟึ่บ!
เงาทั้งหมดหายไปในความมืดทันที
เหลือเพียงความเงียบปกคลุมทั่วลาน
ถิงถิงเดินเข้ามา สีหน้าเคร่งเครียด
“ดูเหมือน…เราต้องออกเดินทางเร็วกว่าที่คิดแล้ว”
ซูผิงกำเหรียญสีดำในมือแน่น
ดวงตาคมกริบมองไปยังทิศเหนืออันมืดมิด
เพราะเขารู้ดี
ครั้งต่อไปที่เจอวิหารเงา…
คงไม่จบแค่การทดสอบเหมือนคืนนี้
……จบตอน……