ยานลาดตระเวนผสมของลังกาและรัฐบาลโลกเคลื่อนตัวผ่านท้องฟ้ายามค่ำเหนือมหาสมุทรอย่างเงียบงันลมทะเลพัดผ่านผิวน้ำเป็นระลอกยาวสะท้อนแสงดาวที่กระจายอยู่เต็มฟ้ายานลำหลักลดระดับลงช้าๆเหนือพิกัดที่เครือข่ายตรวจจับระบุเอาไว้ภายในห้องควบคุมของยาน รามยืนมองจอเรดาร์พลังงานที่กำลังแสดงค่าผิดปกติเล็กๆตรงกลางพื้นที่ทะเลเปิดหนุมานพิงผนังยานพลางมองภาพเดียวกันเมขลายืนอยู่ข้างเครื่องตรวจจับพลังงานที่อัสตราออกแบบไว้โดยเฉพาะสำหรับการตรวจสอบรอยรั่วของมิติส่วนสุครีพและไกรศรกำลังเตรียมอุปกรณ์สำรวจ “เรามาถึงแล้วครับ” นักบินของรัฐบาลโลกกล่าวผ่านระบบสื่อสารยานหยุดลอยตัวเหนือมหาสมุทรที่ดูเหมือนจะเงียบสงบจนดูผิดปกติ
รามมองลงไปด้านล่างผืนน้ำทะเลดำมืดดูเหมือนไม่มีอะไรแตกต่างจากทะเลทั่วไปแต่เครื่องตรวจจับกลับส่งสัญญาณเตือนเบาๆ “พลังงานอยู่ตรงนี้จริงๆ” เมขลากล่าวเธอขยายภาพข้อมูลขึ้นบนจอ “แต่ระดับยังต่ำมาก” หนุมานหรี่ตามองทะเลเบื้องล่าง“บางครั้งของที่อันตรายที่สุดก็มองไม่เห็นง่ายๆหรอกนะ” สุครีพหัวเราะเบาๆ“พูดเหมือนนายเคยโดนอะไรแบบนั้นมาเยอะ” หนุมานยักไหล่เล็กน้อย “ก็ประมาณนั้น”รามหันไปมองทีมของเขาก่อนจะพูด “เราจะลงไปตรวจสอบใกล้ๆ”
ไม่กี่นาทีต่อมายานลำเล็กสำหรับภารกิจสำรวจก็ถูกปล่อยออกมาจากยานหลักมันค่อยๆลดระดับลงจนลอยอยู่เหนือผิวน้ำเพียงไม่กี่เมตรเสียงคลื่นทะเลกระทบลำยานเบาๆเมขลาหยิบอุปกรณ์ตรวจจับพลังงานขึ้นมาแล้วสแกนพื้นที่โดยรอบตัวเลขบนหน้าจอเริ่มขยับขึ้นเล็กน้อย “พลังงานมาจากด้านล่าง” เธอกล่าวไกรศรมองผิวน้ำที่กำลังสั่นเบาๆ “ใต้ทะเลสินะ” รามพยักหน้าจากนั้นเขาก็ก้าวออกไปยืนบนผิวน้ำโดยใช้พลังควบคุมแรงเอาไว้ที่เท้าทันทีที่เท้าของเขาสัมผัสผิวน้ำ ระลอกคลื่นวงกว้างก็แผ่กระจายออกไปหนุมานกระโดดลงมายืนข้างเขาอย่างง่ายดาย ส่วนเมขลาก็ลอยตัวเหนือผิวน้ำเล็กน้อยเพื่อหลีกเลี่ยงคลื่น“รู้สึกไหม” หนุมานพูดเบาๆ รามพยักหน้า “พลังงานมันอยู่ตรงนี้จริงๆ”
ใต้ผืนน้ำทะเลลึกหลายร้อยเมตรจุดแสงเล็กๆกำลังกะพริบอยู่กลางความมืดมันเล็กมากจนเหมือนเพียงเศษประกายของดวงดาวที่ตกลงมาในทะเลแต่พลังงานที่แผ่ออกมาจากมันไม่ใช่ของโลกใบนี้ เมขลามองอุปกรณ์ตรวจจับก่อนจะพูด“มันเหมือน…รอยฉีกเล็กๆของมิติ” สุครีพขมวดคิ้ว “แล้วมันจะขยายไหม”รามจ้องผืนน้ำเบื้องล่างก่อนจะตอบ “ถ้ามันยังได้รับพลังจากอีกฝั่ง…มันก็มีโอกาส”ทันใดนั้นผิวน้ำทะเลก็สั่นสะเทือนเบาๆคลื่นเล็กๆเริ่มหมุนวนเป็นวงกลมตรงจุดที่พวกเขายืนอยู่ หนุมานเงยหน้ามองรามทันที“นายเห็นเหมือนฉันไหม” รามพยักหน้าเล็กน้อย พลังงานจากใต้ทะเลกำลังเพิ่มขึ้นช้าๆแต่ชัดเจน ไกรศรจับด้ามอาวุธของตัวเองแน่น“เหมือนมีบางอย่างกำลังพยายามดันตัวเองผ่านช่องนั้นออกมา”เมขลามองค่าพลังงานที่กำลังขยับขึ้นทีละนิด “แต่มันยังไม่เสถียรพอ” เธอกล่าวทันใดนั้นจุดแสงใต้ทะเลก็สว่างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะดับลงอีกครั้งคลื่นทะเลหยุดหมุนทันที ทุกอย่างกลับสู่ความเงียบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทีมสำรวจมองหน้ากันอย่างระมัดระวัง รามมองผิวน้ำอีกครั้งก่อนจะพูดช้าๆ“มันยังเปิดไม่ได้” หนุมานยิ้มบางๆ “แต่ดูเหมือนอีกฝั่งกำลังพยายามอยู่”เมขลาปิดอุปกรณ์ตรวจจับแล้วถอนหายใจเบาๆ “อย่างน้อยเราก็รู้แล้วว่ามันไม่ใช่สัญญาณหลอก”รามมองไปยังเส้นขอบฟ้าที่มืดสนิท “ใช่” เขากล่าว “และมันคงไม่ใช่จุดเดียว”
ห่างออกไปลึกในมหาสมุทรใต้ความมืดที่ลึกเกินกว่าที่สายตามนุษย์จะมองเห็น จุดแสงเล็กๆนั้นกะพริบอีกครั้งเพียงชั่ววินาทีเดียว ก่อนจะหายไปเหมือนเดิมแต่ในอีกด้านหนึ่งของมิติที่ไม่มีใครในโลกมองเห็นเงาขนาดมหึมากำลังเคลื่อนไหวอยู่หลังรอยแยกนั้น ราวกับบางสิ่งกำลังเฝ้ามองโลกใบนี้ผ่านรอยแตกเล็กๆที่ยังเปิดไม่สมบูรณ์
หลังจากภารกิจสำรวจกลางมหาสมุทรสิ้นสุดลงทีมของราม หนุมาน เมขลา สุครีพและไกรศรก็เดินทางกลับมายังลังกาพร้อมกับข้อมูลทั้งหมดที่บันทึกไว้ยานลาดตระเวนผสมเคลื่อนตัวเข้าสู่ฐานบินหลักของลังกาในช่วงเช้ามืดท้องฟ้าเหนือเกาะยังคงมืดสลัวก่อนพระอาทิตย์ขึ้น แต่ภายในศูนย์บัญชาการกลับเต็มไปด้วยแสงจากจอข้อมูลและเสียงการวิเคราะห์ของนักวิทยาศาสตร์เมื่อข้อมูลจากภารกิจถูกถ่ายโอนเข้าสู่ระบบหลักอัสตราและทีมวิจัยก็เริ่มวิเคราะห์พลังงานที่ตรวจพบใต้มหาสมุทรทันทีภาพจำลองสามมิติของจุดพลังงานถูกฉายขึ้นกลางห้องวิจัย มันดูเหมือนรอยฉีกเล็กๆในอวกาศที่สั่นไหวอย่างไม่เสถียร“นี่ไม่ใช่ประตูมิติแบบที่เราเคยเจอมาก่อน” อัสตรากล่าวพลางหมุนภาพจำลองให้ทุกคนดู“มันเล็กกว่ามาก แต่โครงสร้างพลังงานคล้ายกัน”มณโทที่ยืนดูอยู่ข้างๆขมวดคิ้วเล็กน้อย“เหมือนมีใครบางคนกำลังพยายามเจาะกำแพงมิติจากอีกฝั่ง” รามพยักหน้าเบาๆ“แต่พวกเขายังทำไม่สำเร็จ” หนุมานยืนกอดอกอยู่ใกล้โต๊ะทดลองเขามองภาพรอยแตกนั้นแล้วพูดขึ้น“คำถามคือ…พวกมันต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะเปิดมันได้”คำถามนั้นทำให้ห้องเงียบลงเล็กน้อย เพราะไม่มีใครรู้คำตอบแน่ชัด
ในเวลาเดียวกันที่ศูนย์บัญชาการของรัฐบาลโลก ลักษณ์กำลังดูข้อมูลเดียวกันผ่านเครือข่ายร่วมของทั้งสองฝ่ายเจ้าหน้าที่หลายคนกำลังรายงานข้อมูลจากดาวเทียมตรวจจับพลังงานทั่วโลก“เราพบความผิดปกติเล็กๆอีกสองจุดครับ”เจ้าหน้าที่คนหนึ่งกล่าวพร้อมเปิดแผนที่โลกขึ้นบนจอจุดแสงใหม่สองจุดปรากฏขึ้นบนแผนที่ หนึ่งจุดอยู่ใกล้ขั้วโลกเหนืออีกจุดอยู่ลึกเข้าไปในทะเลทรายทางซีกโลกใต้ ลักษณ์จ้องแผนที่นั้นเงียบๆ“ระดับพลังงานเท่าไหร่” เขาถาม “ต่ำมากครับ ต่ำกว่าจุดแรกด้วยซ้ำ” เจ้าหน้าที่ตอบ“แต่รูปแบบพลังงานเหมือนกันทุกอย่าง” ห้องประชุมเงียบลงทันทีเพราะนั่นหมายความว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกลางมหาสมุทรไม่ใช่เหตุการณ์โดดเดี่ยว ลักษณ์จึงกล่าวขึ้นช้าๆ“ดูเหมือนพวกมันกำลังทดลองหลายจุดพร้อมกัน” เขาหันไปมองเจ้าหน้าที่อีกคน“แจ้งลังกา”
ไม่กี่นาทีต่อมาข้อมูลใหม่ก็ถูกส่งไปยังพระราชวังลังกา เมื่ออัสตราเปิดข้อมูลนั้นขึ้นมาทุกคนในห้องประชุมก็เห็นจุดแสงใหม่สองจุดปรากฏบนแผนที่โลกทศกัณฐ์ที่เพิ่งเข้ามาในห้องประชุมมองภาพนั้นก่อนจะถาม “เพิ่มขึ้นอีกแล้ว?” รามพยักหน้า “ตอนนี้มีสามจุดแล้ว”สุครีพถอนหายใจเบาๆ “จากรอยรั่วเล็กๆจุดเดียว ตอนนี้กลายเป็นสาม”เมขลากอดอกก่อนจะพูด “และถ้ามันยังเพิ่มขึ้นแบบนี้…” หนุมานพูดต่อแทนเธอ“…อีกไม่นานมันก็คงเต็มโลก” ทศกัณฐ์มองแผนที่นั้นอย่างนิ่งสงบแต่แววตาของเขาจริงจังขึ้นเล็กน้อย “ดูเหมือนความสงบสามปีจะกำลังจะจบลงแล้ว”สีดาที่นั่งเงียบอยู่จนถึงตอนนี้จึงพูดขึ้น “แต่ครั้งนี้โลกไม่เหมือนเดิมแล้ว”ทุกคนหันมามองเธอ สีดามองแผนที่ที่เต็มไปด้วยจุดแสงเล็กๆก่อนจะกล่าวต่อ“ครั้งก่อนเราแทบไม่มีเวลาตั้งตัว แต่ตอนนี้ทั้งโลกกำลังจับตาดูมันอยู่”รามพยักหน้าเบาๆ “ใช่” เขากล่าว “และคราวนี้…เราเตรียมพร้อมมากกว่าเดิม”
ขณะเดียวกันบนดาวเทียมเฝ้าระวังที่โคจรอยู่เหนือโลกเซ็นเซอร์ตรวจจับพลังงานกำลังบันทึกค่าที่เพิ่มขึ้นอย่างช้าๆจากทั้งสามจุดรอยแตกเล็กๆในมิติกำลังค่อยๆปรากฏขึ้นทีละแห่งแม้มันยังเล็กมากจนแทบไม่มีใครบนโลกสังเกตเห็นแต่สำหรับสิ่งที่อยู่ในอีกด้านหนึ่งของมิติรอยแตกเหล่านั้นกลับดูเหมือนแสงนำทางที่กำลังค่อยๆเปิดเส้นทางสู่โลกใบนี้ทีละนิด