จอมโจรทลายสวรรค์

    ตอนที่ 51 ลมหวน (ปลาย)

     เวลาเดินผ่านไปสามชั่วโมง…

     

           ชายหนุ่มที่กำลังใช้สมาธิในการครุ่นคิดความหมายในสิ่งที่ตนพอทำความเข้าใจฝ่ามือทั้งสองถูกยกขนานกับลำตัวยืดเหยียดระดับหน้าอก พลังปราณไหลแทรกซึมออกจากฝ่ามือทั้งสองข้างแหล่งพลังปราณไหลออกลอยอยู่กลางอากาศคล้ายกำลังเชื่อมโยงระหว่างกึ่งกลางฝ่ามือทั้งสอง พลังปราณที่ปลดปล่อยคล้ายก่อกำเนิดเป็นรูปทรงที่แตกต่างกับความเข้าใจระหว่างใจกลางพลังปราณหลอมรวมคล้ายทรงกลม สมาธิทั้งหมดของมันจดจ่อไปกับการตั้งมั่นประคองพลังปราณรูปทรงกลมให้ลอยอยู่ในระดับหน้าอกอย่างสุดกำลังเม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นเต็มใบหน้า สมาธิมันในยามนี้ทำได้เพียงรั้งไว้ได้ไม่กี่อึดใจ ฝ่ามือด้านขวาขยับผลักปราณทรงกลมเคลื่อนย้ายไปด้านซ้ายด้วยความระวัง ศูนย์รวมท่อนแขนทั้งสองพลักดันปราณทรงกลมหลอมรวมเป็นหนึ่ง แม้เป็นเพียงเวลาชั่วครู่ท่อนแขนทั้งสองมันเมื่อยล้าคล้ายกับการใช้งานเป็นเวลานานการขยับแขนที่แต่ละล้วนแลกมาด้วยกับความปวดร้าว สมาธิมันเริ่มสั่นสะท้านหมดไปกับความเมื่อยล้าปราณทรงกลมจากเกิดที่เคยมั่นคงในยามนี้สั่นคล้ายจะหลุดการควบคุม ปราณทรงกลมปราณที่มันใช้ความพยายามในการรีดเค้นออกมาอย่างยากลำบากในตอนนี้มันไม่อาจควบคุมได้อีกแล้ว ‘ปัง’  เสี้ยววินาทีนั้นเสียงระเบิดของปราณทรงกลมที่เสียการควบคุมเกิดระเบิดดังลั่นสนั่นถ้ำพลังปราณตีกลับย้อนคืนร่างมันพุ่งกระเด็นออก “โถ่โว้ย…ระเบิดจนได้ แบบนี้ข้าก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่ข้าทดสอบมันถูกหรือผิด” มันทิ้งตัวลงนอนแผ่หลาบนพื้นอย่างหมดแรง

     

     

           ความผิดหวังปรากฏขึ้นที่ใบหน้าของเจ้างูลม ที่จับจ้องทุกการกระทำของบุคคลที่มันเลือกมาด้วยตนเอง มันจะไม่ยอมพลาดแม้แต่วินาทีเดียว‘เฮ้อ…’ เป็นเจ้างูลมที่แอบลอบถอนหายใจ หากในยามนี้มันมีมือก็คงไม่พ้นเอามากุมหน้าผากด้วยความเหนื่อยใจ‘มันจะยากเย็นอะไร…เพียงโคจรพลังปราณให้หมุ่นรอบกายจนหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับสายลมสายลมที่กำเนิดจะผสานเป็นเนื้อเดียวกัน’ สภาพจิตใจของเจ้างูลมร้อนรุ่มดั่งเปลวเพลิงผลาญใจเคล็ดลับลมหวนมันถึงกับพ่นออกมาอย่างรำคราญใจ ‘ดูท่า…หากไม่ชี้แนะมัน…ชาตินี้มันก็คงฝึกไม่ได้’  ทว่ายิ่งเวลาผ่านไปเจ้างูลมยังคงสงบเยือกเย็นอย่างน่าประหลาดใจ

     

           ภายในถ้ำที่ดูมืดมั่วปรากฏแสงสีมรกตส่องสะท้อนวิบวับออกมาจากร่างของชายหนุ่มที่นั่งนิ่งอยู่กับพื้นดินมันล่วงเข้าไปเสื้อพบต้นตอของแสงวิบวับนั้นคือ หยกแจ้งเตือนที่ได้รับมาจากศิษย์พี่กงซุน “ช่วงเวลานี้คงได้เวลาที่ข้าต้องไปฝึกปรือกับท่านอาจารย์แล้ว” เฟยซุนพลันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ “เวลาผ่านไปนานเท่าไรแล้ว...ข้าไม่ทันได้สักเกตุ” นัยน์ตามันสบประสานจ้องมองกับเจ้างูลมก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบา“เจ้างูลม…ตอนนี้ข้าถูกเรียกตัว…ข้ามีความจำเป็นต้องไป เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ…ข้าจะรีบกลับมาอีกครั้ง” มันผุดลุกขึ้นอย่างเร่งรีบหวังจะจากไปอย่างเงียบเชียบ

     

           เจ้างูลมที่ยังไม่ละสายตาไปจากเฟยซุนแม้เพียงเสี้ยววินาที นัยน์ตาที่เคยจ้องมองเฟยซุนอย่างมีความหวังพลันนัยน์ตาเปลี่ยนแสดงออกอย่างไม่เป็นมิตรร่างเจ้างูพุ่งออกไปราวกับลูกเกาทัณฑ์ ส่วนหัวของเจ้างูลมมุ่งตรงสู่บริเวณเฉียดต้นคอไปเพียงครึ่งร่างปลายหางงองุ้มเกี่ยวรัดต้นคอเฟยซุนอย่างไร้ปราณีอย่าง ส่วนหัวหมุ่นรอบกลับคืนเกิดเป็นแรงเหวี่ยงดึงร่างเฟยซุนจนล้มทั้งยืน  “เจ้างูบ้า!...” เฟยซุนตะหวาดกลับในทันที ทว่าทีท่าเจ้างูลมที่ลอยอยู่ดูคล้ายมันกำลังชอบใจด้วยความกังวลที่อาจกลับไปไม่ทันเวลาจำต้องสงบใจเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่น่าฟัง “เจ้างูลม…เดียวข้ากลับมาได้ไหม?”  วินาทีเดียวกันนั้นมันพุดลุกขึ้นก้าวออกเดินในทันที

     

           ไม่ถึงหนึ่งอึดใจห่างกันประมาณเกือบสิบก้าวกระสุนลมพุ่งทะลวงออกจากปากเจ้างูลมปานสายฟ้าฟาด‘ปัก ปัก’ กระสุนลมพุ่งเข้าสู่หัวเฟยซุนอย่างไม่ทันตั้งตัวจนหน้ามันทิ่มลงพื้น ‘โอ๊ยย’ คราวนี้มันรีบฝืนดันตัวขึ้นมาอย่างฉับพลัน นัยน์ตามันพุ่งมองเจ้าตัวต้นเหตุอย่างคุ้นเคืองก่อนพ่นสบถออกมาคำโต“ไอเจ้างูบ้า ข้าบอกว่าข้ารีบไม่เข้าใจภาษามนุษย์หรือไง”  เฟยซุนพลันลุกขึ้นเตรียมทะยานออกไป ทว่าคราวนี้กลับถูกปลายหางเจ้างูลมยืดตวัดลากคอมันไถลไปกลับพื้นมุ่งตรงสู่แท่นหยก“นี้…เจ้างูลม ข้าบอกว่าข้าต้องรีบกลับออกไปจากมิติแห่งก่อนใช้เวลาไม่นานเดียวข้ารีบกลับมา” เฟยซุนนั่งกองอยู่กับพื้นในสภาพที่ไร้เรี่ยวแรงต่อต้าน

     

           เจ้างูลมดูที่เหมือนจะไม่สนใจในคำที่มันกล่าวมันใช้เพียงปลายหางชี้ลงพื้นคล้ายกับเป็นคำสั่งให้มันต้องนั่งฝึกอยู่ที่เดิมเฟยซุนที่ภายในใจร้อนร่นไม่อาจรั่งรอได้นาน มันผุดลุกขึ้นอย่างฉับพลันทว่าวินาทีเดียวร่างมันที่ยังไม่ทันจะลุกได้ดี ทั่วร่างมันกลับต้องสั่นสะท้านพลันนั่งลงอีกครั้งอย่างจำใจบนร่างของมันยามนี้รู้สึกถึงสายตาอันน่าพิศวงที่คุ้นเคยจับจ้องมันอย่างไม่ละสายตา ‘บ้าเอ้ย…ข้าต้องติดอยู่สถานที่นี้อีกนานแน่น…หวังว่าเมื่อออกไปท่านอาจารย์คงเข้าใจ’ เฟยซุนจำใจนั่งลงที่เดิมมันต้องใช้เวลาหลายอึดใจกว่าสงบได้อีกครั้ง

     

    ตำหนักผู้อาวุโสตงฟาง

     

           “ท่านอาจารย์ข้าไต่ถามท่านตั้งหลายครั้ง เหตุใดถึงไม่ตอบข้า” หญิงสาวร่างน้อยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจอย่างยิ่ง“ฮ่าฮ่า ข้าก็ตอบเจ้าไปแล้ว…แต่มันคงไม่ใช่คำตอบที่เจ้าต้องการ” ท่านอาจารย์กำลังรินน้ำชาใส่ถ้วยอย่างสบายใจ “ทะ…ท่าน...ข้าไม่ยอมรับ…ท่านบอกว่ามันมีพรสวรรค์เหนือล้ำกว่าข้า…จะให้ข้าทำใจเชื่อได้เยี่ยงไร…ฝีมือมันก็อ่อนแอถึงเพียงนี้…เพียงฐานะศิษย์สายตรงมันก็ยังไม่คู่ควร” ไฉยี่ที่โต้เถียงกับท่านอาจารย์อยู่นานหลายชั่วโมงก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่ท่านอาจารย์ตัดสินใจไป “ไฉยี่…อาจารย์ขอเตือนเจ้าด้วยความหวังดี…อย่าเอาแต่ห่วงเรื่องของผู้อื่น…ตัวเจ้าฝึกฝนไปถึงไหนแล้ว หากบิดาของเจ้าล่วงรู้เข้าว่าเจ้าเอาเวลาที่ฝึกฝนมั่วแต่สนใจเรื่องของผู้อื่น ดูสิว่ามันจะทีท่าทางเช่นไร” วาจาที่ท่านอาจารย์ตงฟางกล่าวเปรียบดั่งฟ้าฝ่ากลางใจไฉยี่ใบหน้าไฉยี่ซีดเผือด ไม่กี่อึดใจรอยยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ปรากฎขึ้นบนใบหน้า“ทะ…ท่านอาจารย์” ไฉยี่กล่าวโผล่งขึ้นด้วยความตื่นตระหนก

     

           “ทะ…ท่านอาจารย์ได้โปรดอย่าบอกท่านพ่อ…ได้ข้าจะรีบไปฝึกฝน…” ไฉยี่เอ่ยเสร็จพลันหันหลังอย่างฉับพลันนางก้าวออกได้เพียงสามก้าวพลันหันหลังกลับมากล่าวกับท่านอาจารย์ “แต่…เรื่องนี้ข้าไม่มีวันยอมรับมันเป็นศิษย์น้องของข้าเด็ดขาด” ไฉยี่กระทืบเท้าออกไปด้วยโทสะที่คุกรุ่น หลังจากออกพ้นตัวหน้าโถงในเบื้องหน้ากลับปรากฏชายหนุ่มสองคนที่คุ้นเคยกำลังเข้ามาชายหนุ่มทั้งสองต่างตกตะลึงกับภาพที่มันพบเบื้องหน้า “ศิษย์พี่ไฉยี่…ท่านมาพบท่านอาจารย์อย่างนั้นเหรอ” กงซุนเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัยไฉยี่กลับไม่สนใจคำถามที่พวกมันไต่ถามแต่อย่างใด

     

           “ถ้าข้าเดา…พวกเจ้าคงทราบเรื่องเฟยซุนอยู่แล้วใช่หรือไม่…เหตุใดถึงไม่คัดค้านการรับศิษย์สายตรงกับท่านอาจารย์” ใบหน้าไฉยี่แฝงด้วยความไม่พอใจ “ศิษย์พี่ก็รู้ นิสัยท่านอาจารย์…เมื่อท่านตัดสินใจแล้วยากที่จะเปลี่ยนแปลง…และพวกข้าก็ยังไม่มีสถานะใดไปคัดค้านการรับศิษย์สายตรงได้พวกเราต้องปฏิบัติตามคำสั่งท่านอาจารย์เท่านั้น” กงซุนกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา “ชั่งมัน ชั่งมัน เรื่องมันเกิดขึ้นแล้วยากที่จะแก้ไข” ไฉยี่โบกมืออย่างไม่ใส่ใจ “แล้วพวกเจ้ามีเรื่องอันใด เหตุใดถึงทำท่ารีบร้อน” ไฉยี่เอ่ยถามอย่างสนใจ “ข้ามีเรื่องด่วน เกี่ยวกับศิษย์น้องเฟยซุนที่จะนำเรียนท่านอาจารย์…พวกข้าขอตัวก่อนนะ” กงซุนและฟูหลิวไม่รังรอคำของศิษย์พี่ไฉยี่แต่อย่างใดทว่าความสงสัยของไฉยี่กลับทวีคุณความอยากรู้ มันตัดสินใจลอบติดตามไปอย่างเงียบเชียบ

     

           “กงซุน…เหตุใดไม่นำตัวศิษย์น้องเจ้ามาด้วย” น้ำเสียงท่านอาจารย์ตกฟางกล่าวขึ้นอย่างประหลาดใจ “ท่านอาจารย์…หลังจากข้าจัดการภารกิจเสร็จสิ้นทุกอย่าง…ข้าหวังติดตามศิษย์น้องตามคำสั่ง…ทว่าข้ากลับไม่พบตัวมัน…จนสืบเสาะหาข้อมูลจากสหายของมัน จนรู้ความว่า…เฟยซุนได้พบกับสหายที่มิติมันจริง…แต่มันได้กลับมิติของมันไปนานแล้ว” น้ำเสียงกงซุนแฝงไปด้วยความกังวล ฟูหลิวที่ยืนนิ่งเงียบอยู่พักใหญ่กลับเอ่ยขึ้นเพิ่มเติม“จากคำของสหายมันเล่าเพิ่มเติมในระหว่างการพูดคุย พวกมันได้เอ่ยถึงเรื่องทักษะที่ซุกซ่อนอยู่ภายในมิติ มันได้บอกกล่าวให้เฟยซุนกลับมิติค้นหาทักษะที่ซ้อนเร้น”  

     

           “ฮ่าฮ่า ค้นหาทักษะในมิติถึงกลับลืมวันลืมคืนที่ข้านัดหมาย…ดูท่าหากมันกลับมาเมื่อใด…คงต้องเคี้ยวมันให้หนักกว่าเดิม” อาจารย์พลันระเบิดเสียงหัวเราะออกมาคำโตก่อนลูบเคราอันขาวโผลนอย่างแช่มช้า“แล้วเจ้ารู้หรือไม่…ว่ามันเลือกข้าประตูบานสีทองอันที่เท่าไร” ท่านอาจารย์ตงฟางยังคงสงสัย ทักษะที่มันเลือกในมิติจะมีลักษณะใด“เรียนท่านอาจารย์ศิษย์น้อง…คล้ายจะมีรสนิยมประหลาดมันมิได้เลือกประตูบานสีทองที่ดูสง่า” กงซุนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง หัวคิ้วท่านอาจารย์พลันขมวดเป็นปมลึก“แล้ว…มันเลือกประตูมิติบานไหน” 

     

           “มันเลือก…ประตูไม้ผุสีดำ” กงซุนและฟูหลิวหันมองหน้าก่อนกล่าวออกไป “ฮ่า ฮ่า…ชั่งเลือก ชั่งเลือก…ไม่เหมือนใคร…ข้าไม่แปลกใจแล้วว่าเหตุใดมันออกมาจากมิติไม่ได้…งั้นอีกหกวันพวกเจ้าไปรอมันกลับออกมาได้…เมื่อมันออกมาให้ตามมันมาพบข้าทันที” ท่านอาจารย์ตงฟางกล่าวขึ้นอย่างอารมณ์ดีกงซุนและฟูหลิวต่างมองหน้ากันอย่างเลิ่กลั่ก “ระ…รับทราบท่านอาจารย์” ท่านอาจารย์พลันโบกมือไล่ศิษย์ทั้งสอง “พวกเจ้ากลับไปได้แล้ว” กงซุนและฟูหลิวรีบออกไปอย่างฉับพลัน

     

           “เป็นเช่นนี้เองเจ้าเฟยซุนยังคงติดอยู่ในประมิติ บานเดียวกับที่ศิษย์พี่เฉียวเคยครอบครอง” ไฉยี่ที่กำลังกลับพลันนึกถึงคำพูดของท่านอาจารย์และศิษย์น้องทั้งสอง“หากมันออกมาข้าต้องไปพบมันสักครั้ง” นัยน์ตาสีฟ้าเปล่งประกายส่องสว่างเพียงชั่วครู่ก่อนร่างนางเลื่อนลางหายไปอย่างไร้ร่องรอย

     

    ราตรีอันหนาวเหน็บเวลาหมุ่นเดินไปอย่างแช่มช้าอย่างยาววนานจนถึงรุ่งสาง

     

           เฟยซุนที่ไม่รู้วันเวลาหมุ่นผ่านไปนานเพียงใดมันนั่งหลับตาในระแวกแท่นหยก ตัวมันลงลึกสู่ห้วงความคิดการตีความหมายที่ปรากฎคัมภีร์ที่ดูเก่าแก่ทว่าสำหรับชายหนุ่มวัยเก้าปีนับว่าเป็นประสบการณ์อันยากลำบากราวกับทารกกำลังหัดเดินมันจำเป็นต้องทดลองด้วยความสงสัยอยู่เสมอ แม้ในบางครั้งเจ้างูลมก็ไม่อาจทำความเข้าใจการกระทำของเฟยซุนแม้แต่น้อยแต่มันก็ไม่อาจละสายตาไปจากชายหนุ่มแม้แต่เพียงเสี้ยววินาทีเดียว

     

           เฟยซุนนั่งทำสมาธินิ่งเงียบอยู่พักใหญ่จู่ๆร่างมันโคจรพลังปราณที่แตกต่างจากปกติภายในจุดตันเถียนเกิดการหมุ่นตัวของพลังปราณย้อนทวนเข็มนาฬิกา กลุ่มพลังปราณทุกส่วนในร่างล้วนหมุ่นกลับคืนจนหมดสิ้นก่อกำเนิดวังวนพลังปราณอันผิดแปลกแผ่พุ่งออกมาทั่วร่างอย่างเข้มข้น‘เจ้านี้ มันจะทำอะไรอีก ถึงกลับโคจรพลังปราณย้อนกลับออกมามากมาย’ เจ้างูลมกลับรู้สึกสนใจกับการกระทำอันประหลาดอย่างยิ่งความเร็วการหมุ่นทวนของพลังปราณกลับเร่งเพิ่มขึ้นจนทบทวีจนรอบกายมันก่อกำเนิดสายลมที่หมุ่นทวนเข็มอยู่รอบกายอย่างหนาแน่นสายลมได้พลันเปลี่ยนเป็นวงวนแห่งสายลมขนาดย่อมดูดเศษดินโคจรรอบตัวมันก่อนส่งสายลมดันขึ้นลอยอยู่เหนือหัวมันการกระทำของมันในครั้งนี้ส่งผลให้สัตว์อสูรที่กำลังอยู่ในห้วงนิทราพลันลืมตาขึ้นมามองชายหนุ่มอย่างประหลาด

     

           ทันที่ที่หยุดการโคจรพลังทวนเข็มนาฬิกาจุดตันเถียนพลันหมุนย้อนกลับอย่างฉับพลัน ใช้เวลาไม่ถึงสองอึดใจจุดตันเถียนสงบนิ่งราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นพลังปราณเข้าสู่การไหลเวียนในทิศทางเดิม ภายในร่างมันเร่งเร้าโคจรพลังปราณหมุ่นตามเข็มนาฬิกาสมาธิทั้งหมดของมันทุ่มไปกับการเพิ่มไต่ระดับเร่งการหมุ่นของลมปราณในความเร็วที่เหนือล้ำกว่าที่ผ่านมา  ความเร็วการโคจรพลังปราณที่หมุ่นตามเข็มนาฬิกาก่อกำเนิดเป็นวงวนสายลมพุ่งทะลวงขึ้นสู่เหนือหัวปะทะกับสายลมเดิมที่ยังคงหมุ่นค้างอยู่กลางอากาศโดยที่มันไม่ได้คาดคิดมากก่อน‘เปรี๊ยะ’ เสียงสายลมทั้งสองเกิดการเสียดสีส่งเสียงดังก้องกังวานสนั่นลั่นถ้ำตัวมันที่ไม่อาจคาดคิดถึงผลลัพธ์พลันสะดุ้งขึ้นอย่างแรง

     

           “เจ้า…กำลังรบกวนการพักผ่อนของข้า” เจ้าของเสียงอันชวนสยองเอ่ยขึ้นอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุยทั่วร่างมันต่างต้องสั่นสะท้านขึ้นอย่างแรง “ท่านผู้อาวุโสสัตว์อสูร…โปรดอภัย…ข้าไม่ทันคาดคิดว่าการทดลองของข้าจะเกิดเสียงรบกวนดังสนั่นไปทั่วห้องถึงเพียงนี้” เฟยซุนร่างหดรีบพลันกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ สัตว์อูสรไม่ได้เอ่ยคำใดขึ้นมาอีกมันเพียงเปรยตามองชายหนุ่มเพียงครู่หนึ่ง

     

           ‘ถิงเออร์ เมื่อครู่เจ้าคงเห็นสายลมสองขั้วหรือไม่…เจ้าคิดเห็นเช่นไร’ สัตว์อสูรพลันเอ่ยขึ้นอย่างลับๆ ‘ท่านพ่อ…ข้าสัมผัสได้ถึงบางส่วนคล้ายคลึงกับทักษะหลักคมวายุคลั่ง’ เจ้างูลมกดเสียงต่ำพลันแอบลอบมองชายหนุ่มด้วยแววตาสับสน  ‘ข้าให้มันฝึกปรือทักษะลมหวน ทว่ามันกลับไปสำเร็จเคล็ดลับทักษะหลักบางส่วนอย่างไม่รู้ตัวตกลงเจ้านี้มันไร้พรสวรรค์ในการฝึกยุทธ์จริงหรือปล่าว’ นัยน์ตาถิงเออร์เกิดคลื่นระลอกสั่นไหวอย่างรุนแรงภายใต้การเปลี่ยนแปลงของถิงเออร์ก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาผู้เป็นบิดาของนางไปได้  ‘ถิงเออร์…เจ้าอยากให้มันลองอ่านทักษะหลัก คมวายุคลั่งหรือไม่’สัตว์อสูรผู้เป็นบิดามองดูบุตรสาวอย่างทะลุปุโปร่งถิงเออร์ที่ลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ ยามได้ยินน้ำเสียงผู้เป็นบิดาเอ่ยขึ้น ทั่วร่างมันกับสั่นสะท้าน‘ท่านพ่อยินยอมให้มันฝึกปรือทักษะหลักอย่างนั้นเหรอ’ดวงตาถิงเออร์เบิกโผล่งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ตกตะลึง



    ‘ใช่…ข้าอนุญาต….’

     


    คล้ายกับเรื่องจอมโจรทลายสวรรค์ ที่คุณอ่าน