
Byleth พบว่าตัวเองยืนอยู่ในที่มืด มืดสนิทจนไม่สามารถมองเห็นอะไรได้ เขาจำได้ลางๆ ว่าก่อนหน้านั้น ได้ยินเสียงสาวในผ้าคลุมสีแดงกรีดร้อง และขวานจามลงมาที่หลังของเขา และจู่ๆ รอบตัวก็เหมือนเป็แก้วที่แตกกระจายออกเป็เสี่ยงๆ
จากนั้นเขาก็มาอยู่ที่นี่
Byleth ยืนหันซ้ายหันขวาอยู่แบบนั้น ในหัวว่างเปล่า
“นี่เรา... ตายแล้วเหรอ” เขาคิด
ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงคนพูดขึ้น เสียงนั้นจงใจพูดกับเขา
“ถามจริงๆ เถอะนะ!!!” เสียงนั้นเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด
Byleth รู้สึกคุ้นกับเสียงเล็กๆเสียงนั้น อันที่จริงเขาค่อนข้างมั่นใจว่านั่นเป็เสียงของใคร เพียงแต่ไม่อยากที่จะคิด...
“เธอคิดว่าเธอจะได้อะไรจากการทำตัวเป็พระเอกแบบนั้นเหรอ?!” เสียงนั้นพูดต่อ
“มันเหมือนเธอพยายามจะทำให้ฉันถูกฆ่าไปด้วยนะ งี่เง่าจริงๆ เลย!!” เสียงนั้นพูดด้วยความหงุดหงิด
จากนั้นเธอก็ถอนหายใจยาวและดังแบบจงใจ
“เฮ้ออออออออ...”

Byleth หมุนตัวมองหาที่มาของเสียง และในที่สุดก็มองเห็นเด็กสาวประหลาดคนเดิม คนที่เขามักเห็นเธอบ่อยๆ ในความฝัน ท่ามกลางความมืดสนิท เด็กสาวคนนั้นเป็เพียงสิ่งเดียวที่ส่องสว่าง และ Byleth เพิ่งสังเกตเห็นตอนนั้นเอง ว่าเธอนั่งอยู่บนแท่นที่นั่งสูงๆ ทำจากหิน มีบันไดหลายขั้นเหมือนกับเป็บัลลังก์
เขาพยายามหรี่ตาสู้แสงสว่างเพื่อปรับให้มองเห็นเธอได้ชัด
เธอนั่งเอามือเท้าคางอยู่บนนั้น ตามองตรงลงมายัง Byleth ท่าทางของเธอดูเหมือนเด็กที่ถูกขัดใจ
“ถึงเธอจะไม่รู้จักคุณค่าของชีวิตตัวเอง แต่เธอไม่คิดจะปกป้องมันหน่อยเหรอ” เด็กสาวกล่าวพร้อมส่ายศีรษะไปมา
“คงไม่สินะ” เธอกล่าวต่อ

Byleth ได้แต่นิ่งเงียบมองเธอ
จากนั้น จู่ๆ เธอก็ยืนขึ้น ท่าทางโกรธเริ่มหายไปราวกับว่าได้ประชดประชัน Byleth จนพอใจแล้ว
“เอาล่ะ ถ้างั้น จากนี้ไปคงขึ้นกับฉันแล้วสินะ” เธอกล่าว
Byleth รู้สึกอยากถามอะไรออกไปมากมาย แต่คิดแล้ว นิ่งเงียบไว้เสียจะดีกว่า
เด็กสาวคนนั้นหลับตาลง และก็เริ่มพูดบางอย่างที่ฟังดูเหมือนรำพึงรำพันกับตัวเอง
“Sothis ใช่ๆ ใช่แล้ว นั่นชื่อฉัน”
“เธอเรียกฉันว่า Sothis นะ และฉันก็ยังเป็ที่รู้จักในนามของ ‘การเริ่มต้น’ ด้วย”
Byleth ทนความสงสัยไม่ไหวจึงเอ่ยถามขึ้น
“Sothis เหรอ?”
Sothis ลืมตาขึ้น พร้อมกันบอกว่า
“ฉันไมเคยนึกชื่อตัวเองออกเลย จนกระทั่งเมื่อกี๊นี้”
“จู่ๆ มันก็ออกมาเองน่ะ แปลกมั๊ยล่ะ”
จากนั้นเธอหยุดชะงักไป พร้อมกับมีท่าทีเกรี้ยวกราดขึ้นมาซะเฉยๆ
“ดูสีหน้าเธอสิ! เธอคิดว่าฉันเป็เด็กที่แม้แต่ชื่อตัวเองยังจำไม่ได้งั้นเหรอ!!”
“เชอะ! เด็กเหรอ เด็กคนนี้เพิ่งจะช่วยชีวิตเธอนะ อ้อ แบบนี้แสดงว่าเธอก็เป็เด็กเหมือนกันน่ะสิ!”
“ฉัน... ฉันไม่ใช่เด็ก” Byleth กล่าว รู้สึกงุนงงไปหมด
“แหม ทะนงตัวเสียจริงนะ แต่เธอเป็ผู้ใหญ่แล้วจริงๆ งั้นเหรอ” Sothis ยังคงเกรี้ยวกราดต่อไป
“เธอเอาตัวเองไปรับขวานไว้ เพียงเพื่อแค่ช่วยชีวิตสาวคนหนึ่งไว้เนี่ยนะ”
…..
“แต่เอาเถอะ เพราะฉันหยุดเวลาเอาไว้ ไม่งั้นตอนนี้เธอได้ตายไปแล้วแน่ๆ”
“ขอบคุณนะ” Byleth กล่าว พร้อมกับโค้งให้เธอ
“ถึงยังไงซะ ฉันเชื่อว่าเธอมีคุณค่าพอที่จะช่วยไว้ แต่ฉันก็หยุดเวลาไว้ได้แค่ประเดี๋ยวเดียวเท่านั้น ถ้าเวลาเดินต่อไปหลังจากนี้ เธอก็จะเือาบและพบกับจุดจบ”
Sothis ไม่สนใจกับท่าทีใของ Byleth และกล่าวต่อไป
“ไม่น่ารักเลยนะเธอเนี่ย ทำให้ฉันต้องมาเกี่ยวข้องกับเื่วุ่นวายแบบนี้ แล้วตอนนี้ฉันทำยังไงกับเธอดีละเนี่ย”
“ถ้างั้น... เธอ... เธอช่วย ย้อนเวลาให้ฉัน จะได้ไหม เธอทำได้ใช่ไหม” Byleth ถาม
“จริงด้วย เราย้อนเวลาได้นี่นะ มา งั้นฉันจะย้อนเวลาให้เธอเอง” Sothis กล่าว
“แต่ฉันย้อนเวลาไปได้ไม่นานมากนะ แต่มันก็เพียงพอจะให้เธอรู้ว่าอะไรกำลังจะเกิด และเธอจะปกป้องตัวเองได้ยังไงในครั้งนี้ เธอเข้าใจไหม”
ก่อนที่ Byleth จะทันได้พูดอะไร Sothis ก็ทำให้เกิดแสงไฟเป็ตรงหน้าเธอ แสงไฟนั้นถูกใช้วาดเป็สัญลักษณ์อะไรสักอย่างราวกับเธอกำลังประกอบพิธีกรรมทางเวทย์มนต์
เธอกล่าวในทำนองที่เหมือนร่ายเวทย์มนต์
“เอาล่ะนะ... เธอ... ใช่ เธอผู้มีเปลวไฟอยู่ภายใน จงเดินทางผ่านกาลเวลาไป และค้นหาคำตอบที่เธอตามหา...”

Byleth พบว่า ตัวเองยืนอยู่ที่ชายป่า ที่ที่กำลังมีการต่อสู้กับพวกโจร เหตุการณ์ดูเหมือนจะคลี่คลายแล้ว เขาหันไปเห็นสาวผ้าคลุมสีแดงกำลังวางขวานของเธอลงด้วยความเหนื่อยล้า จากนั้นเขาก็หันไปยังทิศที่โจรผู้นั้นกำลังนอนอยู่โดยอัตโนมัติ เขาสังเกตเห็นว่าร่างของโจรผู้นั่น เริ่มขยับ โดยที่มือกำลังคว้าขวานที่ตกอยู่ข้างๆ ตัว
เมื่อเห็นดังนั้น Byleth จึงรีบวิ่งไปขวางเธอไว้ โดยมีดาบอยู่ในมือ อยู่ในท่าพร้อม
และตามที่คาดไว้ โจรวิ่งตรงเข้ามาทางเขาพอดี ด้วยทักษะและประสบการณ์ที่ได้สั่งสมมา เขาไม่พลาดที่จะเล่นงานเ้าโจรผู้นั้นอย่างราบคาบ และในที่สุดทุกอย่างก็คลี่คลายจริงๆเสียที
จากนั้น ทุกคนก็ตาม Jeralt กลับไปยังที่พักของเขา
Jeralt ยืนยันเสียงแข็งว่าจะไม่รับค่าตอบแทนจากเด็กๆแต่อย่างใด และนั่นยิ่งทำให้เขาดูน่าชื่นชมยิ่งขึ้นไปอีกในสายตาของทั้งสามคนที่เคยได้รับรู้เื่ราวของ Jeralt มาแล้วก่อนหน้านี้
และในขณะนั้นเอง ก็มีเสียงชายคนหนึ่งดังขึ้น ชายคนนั้นกำลังเดินเข้ามาทางที่ทุกคนกำลังยืนล้อมวงกันอยู่
“กัปตันนนนน โอ๊ย กัปตั๊นนนนนนน เฮลโหล” เสียงนั้นดังก้องกังวาล
เ้าของเสียงนั้นใส่ชุดเกราะสีขาวของอัศวินโบสถ์ Gerrag Mach เขามีผมสีน้ำตาล มีหนวดที่จงใจโกนและตกแต่งให้เป็รูปทรง ท่าทางเป็คนตลกและอารมณ์ดี
ร่างนั้นกำลังเดินใกล้เข้ามาอย่างร่าเริง เมื่อ Jeralt เห็นตัวเ้าของเสียง ก็ถึงกับกุมขมับ
“ทำไมต้องเป็เค้าล่ะเนี่ย เฮ้อ”