“กุบกับ กุบกับ” เสียงฝีเท้าควบทะยานออกจากหมู่บ้านทุ่งของเอ็มเมอร์โรดฮอสที่เป็สัตว์สี่ขา หางยาว มีลักษณะคล้ายม้า แต่มีสีเขียวมรกต ใบหน้ามีหนวดงอกออกมาพร้อมด้วยฟันที่แหลมคมเป็ซี่ ๆ คล้ายฟันฉลาม
“เร่งฝีเท้าให้เต็มที่ ทุกนาทีมีค่า” แบรนดิชหันไปส่งเหล่าลูกน้องของตัวเองก่อนจะเร่งฝีเท้าของเอ็มเมอร์โรดฮอสให้เร็วขึ้น
“ครับ” เหล่าลูกน้องต่างะโขานรับก่อนจะเร่งฝีเท้าเอ็มเมอร์โรดฮอสของตัวเองให้พุ่งตามไปให้ทันแบรนดิช รวมทั้งอาจารย์เอิร์นเองก็เร่งฝีเท้าเอ็มเมอร์โรดฮอสของเธอขึ้นมาด้วย
“แบรนดิช เราจะไปถึงป่าเมื่อไหร่”อาจารย์เอิร์นะโถามชายที่อยู่ตรงหน้าเธอ
“ด้วยความเร็วขนาดนี้น่าจะถึงในยี่สิบนาทีนี่แหละ” แบรนดิชะโตอบโดนไม่หันกลับมามองเพราะเขาต้องคอยควบคุมเอ็มเมอร์โรดฮอสของตัวเองให้วิ่งไปอยู่
ณ ตึกแห่งหนึ่งในเมืองเทร่า ตึกสีขาว ที่ดูมัวลงในยามค่ำคืนที่มืดมิดแลดูชวนให้พิศวง แต่ในท่ามกลางความเงียบงันยามรัตติกาลในค่ำคืนนี้ ใครบางคนในตึกเดินมาหยุดอยู่ที่บานหนึ่ง พลางหันไปมองนอกตัวตึกโดนผ่านหน้าต่างบานนั้น
“ใกล้แล้วสินะ” ชายปริศนาผมสีขาว ลูกนัยต์ตาดำตัวขาวซีดเหมือนซากศพ พูดขึ้นในบรรยากาศที่เงียบสงบ และเยือกเย็น ทำให้เสียงที่เปล่งออกมาสะท้อนไปไกลกว่าปกติ
“แหม่ ๆ มาพึมพำอะไรอยู่คนเดียวละเจค” ชายอีกคนเดินโผล่ออกมาท่ามกลางความมืดมิดในจุดอับสายตาของตึก
“นายหายไปไหนมา แถมยังฝูงกอร์สไปอีกเอ็ดดี้”เจคเอ่ยถามชายตัวสูงผมสีน้ำตาลทอง ที่กำลังเดินมายังที่ตนยืนอยู่
“แค่เอาพวกมันไปทดสอบความสามารถนิด ๆ หน่อย ๆเองนะ” เอ็ดดี้ตอบอย่างสบายอารมณ์
“การกระทำของนายอาจจะทำให้แผนของเราเสียก็ได้นะเอ็ดดี้ระวังไว้ให้ดี” เจคพูดอย่างเข้มขรึม
“เฮ้ย แค่นิดหน่อยอย่าทำเป็บ่นไปหน่อยเลย”เอ็ดดี้ที่หมดความอดทนกับคำบ่นของเจคพูดขึ้น
“ถ้าแกมีปัญหาก็เข้ามาเลยเจคถ้าแกคิดว่ามีปัญญามากพอจะชนะฉันได้” เอ็ดดี้ยังคงพูดต่อไป พร้อมกางแขนออกเป็การท้าทายให้เจคเข้ามาโจมตีตนแต่การกระทำนั้นกับทำให้เจคขนลุกซู่ไปทั้งตัว ก่อนจะนิ่งเงียบแล้วเดินจากไป
“ไม่แน่นี่หว่า” เอ็ดดี้พูดก่อนจะหายตัวไป
ในตอนนี้ พวกไฮด์ เองก็กำลังควบเอลด้าโกอย่างสุดฝีเท้าในที่สุดก็เริ่มเห็นทางออกไปจากป่า
“ไฮด์นั้นทางออกไปจากป่าอยู่ตรงหน้าแล้ว” ทองพูดพลางชี้นิ้วไปตรงหน้า
“เร็วหน่อยเอลด้าโก” ไฮด์หันไปมองตามนิ้วชี้ไป ก่อนจะะโบอกเอลด้าโก
แล้วทั้งสองก็ควบทะยานจนออกจากป่ามาได้สำเร็จ แต่เบื้องหน้ากลับพบกองทหารติดอาวุธที่ยืนรอพวกเขาอยู่ทำให้ทั้งสองคนต้องหยุดชะงักลงในทันทีก่อนจะมีเสียงดังเล็ดรอดออกมาจากข้างหลังของเหล่าทหาร
“ไฮด์” อาจารย์เอิร์นะโเรียก
“นั้นคือนักเรียนของเธอใช่ไหมเอิร์น” แบรนดิชถาม
“ใช่ นั้นแหละนักเรียนของฉัน” อาจารย์เอิร์นตอบ
“ทุกคนหยุดแล้วเข้าช่วยเหลือพวกนั้นซะ” แบรนดิชหันไปสั่งลูกน้องของตัวเองแล้วเหล่าทหารของแบรนดิชจึงลดอาวุธลงก่อนจะมีทหารสามนายวิ่งเข้าไปดูและสอบถามพวกไฮด์ว่ามีอาการาเ็ตรงไหนบ้าง เมื่อคุยกันเสร็จแล้วไฮด์และทองได้เดินมาตรงอาจารย์เอิร์น ก่อนจะเล่าเื่ที่เกิดขึ้นในป่าให้ฟัง
“ตอนนี้มืดค่ำแล้วเราจะตั้งหลักกันที่นี้” แบรนดิชสั่งทหารของตัวเอง
“แล้วเราจะไม่กลับหมู่บ้านเหรอครับ” ทองเอ่ยถามขึ้นมา
“ถอยกลับแน่ แต่การเดินทางในตอนกลางคืนมันอันตรายและพวกเราก็ต้องให้เอ็มเมอร์โรดฮอสของพวกเราพักด้วยเพราะตอนนี้พวกมันก็เหนื่อยมาเต็มที่แล้ว” แบรนดิชตอบ ก่อนจะเดินจากไปเพื่อจัดเวรยามทหารให้เฝ้าแต่ละจุด โดยแบรนดิชได้ก่อกองไฟกองใหญ่ไว้ตรงกลาง แล้วให้ไฮด์อาจารย์เอิร์น ทอง และทหารบางนายเข้ามาพักผ่อนก่อนที่จะผลัดเวรกันไปเฝ้ายามอีกครั้งเพื่อให้ทหารของเขาได้พักเอาแรงส่วนพวกสัตว์วิเศษถูกล่ามไว้กับต้นไม้ริมป่าเพื่อให้พวกมันช่วยระวังสัตว์ร้ายที่มาจากป่าด้วย
“อาจารย์เอิร์นครับแล้วเื่ผู้ใหญ่บ้านจะทำยังไงต่อไปครับ”ไฮด์เอ่ยถามอาจารย์เอิร์นที่กำลังนั่งผิงกองไฟอยู่
“คงต้องตรวจสอบที่เกิดเหตุให้ละเอียดเพื่อดูว่ามีอะไรหลงเหลือให้ตามรอยได้บ้าง” อาจารย์เอิร์นตอบ
“แล้วเื่เศษเนื้อกับการเจอกอร์สตอนที่ไปเข้าค่ายในท้องทุ่งแห่งชีวิตละครับอาจารย์ได้แจ้งทางโรงเรียนไปยังครับ” ไฮด์ถามต่อ
“เื่นั้นอาจารย์ก็ได้แจ้งไปกับทางโรงเรียนแล้วทำให้เราได้เข้ามาร่วมมือกับหน่วยกองกำลังพิเศษยังไงละ” อาจารย์เอิร์นตอบ
“แล้วก็ชิ้นเนื้อนั้นพิสูจน์แล้วว่าเป็รอยกัดของพวกกอร์สแน่นอนแต่ที่แปลกไปคือแผลที่ติดเชื้อลุกลามไปทั้งตัวนี้แหละ” อาจารย์เอิร์นพูดต่อ
“ทำไมครับอาจารย์” ไฮด์ถาม
“เพราะปกติแผลที่เกิดจากกอร์สกัดจะไม่ติดเชื้อเร็วขนาดนี้เพราะน้ำลายของมันไม่ได้มีเชื้อที่เป็อันตรายที่จะทำให้การติดเชื้อลุกลามเร็วขนาดนั้น ดังนั้นจากการปรึกษาและแลกเปลี่ยนความรู้กันอาจจะเป็ไปได้ว่ากอร์สอาจจะได้รับเชื้อจากทะเลที่มันอาศัยอยู่ก็เป็ได้”อาจารย์เอิร์นพูด
“แต่ที่นี้ไม่มีทะเลนะครับ” ไฮด์แย้งขึ้น
“นั้นก็อีกเหตุผลหนึ่งเหมือนกันมีความเป็ไปได้ว่าการที่กอร์สขึ้นมาปรากฏตัวอยู่ที่นี้ บางทีอาจจะมีสิ่งที่ดึงดูดพวกมันให้ขึ้นมาบนแผ่นดินใหญ่ก็เป็ไปได้”อาจารย์เอิร์นตอบ
“แล้วสิ่งที่ดึงดูดพวกกอร์สอย่างที่อาจารย์ว่า อาจารย์คิดว่ามันคืออะไรครับ”ไฮด์ถามต่อ
“ราชินีกอร์ส” เสียงจากข้างหลังดังนั้นทำให้อาจารย์เอิร์นและไฮด์หันไปมองยังต้นเสียงก็พบว่าเป็แบรนดิชที่เดินเข้ามาแล้วนั่งลงตรงกองไฟด้วย
“เธอคิดอะไรอยู่เอิร์นถึงได้เล่าเื่พวกนี้ให้เด็กฟัง” แบรนดิชหันไปถามอาจารย์เอิร์น
“ยังไงเด็กคนนี้ก็มีประสบการณ์ที่เจอกอร์สมาแล้วบอกไว้เป็ความรู้ซักหน่อยคงไม่เสียหายหรอกนะแบรนดิช” อาจารย์เอิร์นตอบ
“งั้นเหรอ” แบรนดิชตอบ
“แล้วเื่ผู้ใหญ่บ้านกับเื่ของคนที่ถูกพาไปรักษาพี่จะทำยังไงต่อไปละครับ”ไฮด์หันไปถามแบรนดิช
“ไม่ว่าเื่ไหนก็ต้องแจ้งให้พวกคนในหมู่บ้านรู้ทั้งนั้นแต่ก่อนอื่นพรุ่งนี้เธอพาฉันไปจุดที่เจอกองเืนั้นหน่อยได้รึเปล่า” แบรนดิชตอบคำถามไฮด์ก่อนจะถามกลับมา
“นี่คิดอะไรให้เด็กไปในสถานที่แบบนั้นอีก” อาจารย์เอิร์นพูดแล้วหันมามองค้อนใส่แบรนดิช
“ทีเธอเล่าไปขนาดนั้นฉันไม่ได้ว่าอะไรเธอเลยซักคำเธอเงียบไปเลยเอิร์น” แบรนดิชหันไปสวนคำพูดอาจารย์เอิร์นก่อนจะหันมาที่ไฮด์เพื่อคาดหวังคำตอบ
“ได้ครับ ผมจะนำทางไปให้ครับ” ไฮด์ตอบตกลง หลังจากนั้นแบรนดิชจึงใช้ให้ไฮด์และอาจารย์เอิร์นไปนอนเพื่อพักเอาแรงส่วนตัวเองก็ออกไปเดินตรวจการยืนยามของเหล่าทหารต่อไป