แสงไฟคบขี้ไต้วิบวัม ส่องยังหน้าบ้านเรือนไผ่สาน
“ยายหอม ๆ”
เสียงเรียกจากใต้ถุนตรงบันได ปลุกให้แม่เฒ่าลุกตื่นยามดึก
“ฟ้าว! แหน่เถิ้น”แว่วกระตุ้นให้เร่งขึ้นอีก
จนกระทั่งคว้านหาไม้ขีด มาจุดตะเกียงส่องนำทางเดิน
ออกมายังนอกชาน ปล่อยให้หลานน้อยหลับอยู่ในห้องหับ
“มีอีหยังน้อ เขียว?”ยายหอมถามคนมาหายามวิกาล
“บักปานลูกชายข่อย มันเจ็บบาดแฮง ม่องฝ่าตีน ตั๊วยาย”
นางเขียวสายเครือญาติ เดินมาหาขอความช่วยเหลือ
ความคุ้นเคยทำให้หมาบักโด้ยไม่เห่า กลับกระดิกหางต้อนรับอีกต่างหาก
เพราะลูกชายวัยกำลังซน ออกไปเล่นยิงนก ตกปลา ในดงป่า
เผลอเหยียบโดนเศษกระดูกงูทิ่มแทง เกิดแผลระบม กลางดึกนอนร้องครวญคราง
จะพากันไปสถานีอนามัย ก็ตั้งห่างอีกสามหมู่บ้าน
คนเป็แม่ นางเขียวเจ็บแทนลูก ตัวบักปานได้คงจะดี
สิ่งพอแก้ขัดเฉพาะตอนนี้ คือหยูกยารากไม้ของแม่เฒ่าหอม
ผู้มีความรู้เื่ยาสมุนไพรพื้นฐาน ให้ได้ไหว้วานกัน
หลังจากที่ให้ลูกชายกินพาราแก้ปวด หมวดยาสามัญประจำบ้านแล้ว
พอบรรเทาได้ไม่นาน สักพักก็มีอาการอีกรอบ
“อีแม่ มันคึปวดแท้”
บักปานร้องไห้ บ่นทุรนทุรายขึ้นกลางดึก
ดูท่าคงไม่ง่ายจึงต้องมาเยือน รบกวนถึงเรือนไผ่
“แล้วหล่ะ บ้อ?”ทางนางเขียวใจร้อนเรียกเร่ง
จังหวะแม่เฒ่าก้าวเท้าลงมาพอดี
“ป่ะ ๆ”รีบเอ่ยชวนทันที
พอขึ้นบันได มองเห็นเด็กชายร้องโอดโอยจึงถาม
“เป็จังได๋แหน่ บักปาน?”ด้านยายหอมถามไถ
“ปวดหลาย ๆ แม่ใหญ่”
มันเอ่ยฟ้องบอกทั้งนอนก็ไม่ได้ เพราะแผลระบม
อาศัยนั่งพิงหมอน รอการมาเยียวยาของยายเฒ่า
ได้ฟังจึงเตรียมจัดยารากสมุนไพร หินฝนพร้อม
โดยนางเขียวได้เล่าสาเหตุเบื้องต้น บรรดาเด็กชายจอมซนวัยทะโมน
ที่ยกโขยงออกไปเล่นในป่า ไม่สวมใส่รองเท้าป้องกัน
พลาดวิ่งเหยียบเศษกระดูกงู ยังดีที่ได้เพื่อนพยุงกลับมาส่งบ้าน
ความขาดทักษะปฐมพยาบาล เลยใช้เข็มปลายแหลมแทงบ่งงัด
เอาเศษกระดูกออกมาแล้ว ก็ให้ลูกชายกินยาแก้ปวดตาม
แต่ยังไม่จบเท่านั้น เกิดอะไรขึ้นกับาแแน่นอน
ฝ่ายแม่เฒ่าสันนิษฐาน อาจจะติดเชื้อตามสภาพเห็น
“เขียวเอ้ย ได่เฮ็ดหยังบ่”
วินิจฉัยเพ่งสำรวจโดยรอบ ขอบบริเวณบวมเป่ง
“อันข่อย ได่บ่งเศษกระดูกออกให้แล้ว”
อาจเพราะขาดหลักอนามัย สาเหตุปลายเข็มที่เป็สนิม ตอนนางเขียวนำมาใช้
“เบิ่งทรง สิบ่ได่การ!”
ยายหอมอุทาน เพราะลำพังทำความสะอาดาแควรพอทุเลา
ด้วยลักษณะไม่กว้างนัก ของขนาดร่องรอยพื้นผิว
บักปานคร่ำครวญ แสดงอาการงอแง
“โอ๊ย! ปวดขึ้นมาอีกแล้ว”
แม่เฒ่าเลยวานนางเขียว ไปต้มน้ำร้อนเตรียมไว้ให้ตน
จากนั้นวางกล่องอุปกรณ์ทำแผล ที่ได้รับจากถุงพระราชทาน
ซึ่งจับหยิบติดตัวมาด้วย ต้องเริ่มใหม่อีกครั้งกับฝ่าเท้าที่บวมอูมของเด็กชาย
“กินยาก่อนเนาะ”
มวลสมุนไพรน้ำยาที่ฝนลงขัน ถูกยื่นจ่อปาก
“ขมบ่? แม่ใหญ่”บักปานอิดออด
จึงปลอบประโลม“บ่ดอก บักหล่า”
ยายหอมยิ้มให้เบาใจ นั่งมองบักปานยกขันขึ้นดื่มจนหมด
่น้ำต้มเดือด พอดีกับยาออกฤทธิ์
“เอาจังได๋ อีกยาย”เขียววางลงข้าง ๆ
“มีเข็มเล่มใหม่บ่ เขียว”
แม่เฒ่า้าอุปกรณ์ช่วย จึงถามกับเ้าบ้าน
“มี ๆ”
เขียวกระวีกระวาด รีบลุกไปค้นนำมาให้ทันที
สามีนางเขียว เข้ามานั่งลงสมทบ
“เบิ่งแล้ว เป็จังได๋แม่ใหญ่?”ทิดเซียนกังวลไม่ต่างกัน
“มาพอดีเซียน มีตะเกียงอีกบ่น้อ สิได่เห็นฮุงอีก”
ยายเฒ่าหอมขอให้จัดหาตะเกียงอีกดวง เพื่อถูกจุดเพิ่มแสงสว่าง
ในกล่องปฐมพยาบาล มีขวดแอลกอฮอล์สำหรับล้างมือก่อนทำแผล
นางลนเข็มกับเปลวไฟ แล้วราดน้ำเกลือลงฝ่าเท้าน้อย
บักปานขณะนี้นั่งสะลึมสะลือ ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง
ขณะปลายเข็มแหลม ทิ่มเข้าไปยังผิวเนื้อ
“เจ็บบ่ บักหล่า?”
แม่เฒ่าชวนสนทนา วัดทดสอบความรู้สึก
“บ่ครับ”
แปลกบักปานเฉย ๆ กับปลายเข็มทะลุ
ด้านทิดเซียนต้องเบือนหน้าหนี
“ยายว่าแล้ว บ่เป็หยังดอก”
พยายามทิ่มเจาะเปิดปากาแ จนมวลหนองไหลทะลักออกมา
นางเขียวใจจะขาด เมื่อทั้งเืทั้งหนองเต็มผ้าซับ
“อดเอาสาเด้อ ปาน”
บักปานพูดตอบไม่ได้ เพราะมีอาการชาโคนลิ้นในปาก
เนื่องด้วยฤทธิ์สมุนไพร ที่แม่เฒ่าปรุงให้ดื่มกิน
ก่อนลงมือบ่งเอาหนองออก ได้แต่พยักหน้าให้แม่
“แล้ว ๆ บาดหนิ”
เป็ขั้นตอนสำคัญในการฆ่าเชื้อ ล้างเช็ดแผลด้วยน้ำยา
ที่บอกสรรพคุณข้างขวด โดยได้นางเขียวเป็คนอ่านให้ฟัง
เพราะแม่เฒ่าหอม อ่านหนังสือไม่ออก
“อย่าเพิ่ง ถืกน้ำเด้อ”
ย้ำบอกทั้งใช้ผ้าก๊อตสะอาด ปิดาแป้องกันเชื้อโรค
“จ้า ๆ”เขียวรับปาก
ส่วนบักปานได้กินยาแก้ปวดเข้าไปอีก จึงหลับลงได้
จบธุระล้างมือสะอาด หลังเสร็จสิ้นขั้นตอนเยียวยา
“เอาไว้ไซ้ สาเด้อเขียว”
แม่เฒ่ายกกล่องปฐมพยาบาล ไว้ให้ใช้ประจำ
เพราะยังมีเหลืออีกชุดหนึ่ง สำรองที่เรือนไผ่
“ขอบคุณหลาย ๆ เด้อ”
สำหรับเขียวพอได้ยิ้มออก จึงถือคบเพลิงขี้ไต้
ย้อนเดินส่งแม่เฒ่ากลับ จนขึ้นบันไดบนชานเรือนเรียบร้อย
“มื้ออื่น สิออกไปหายามาแก้ให้อีกเด้อ”
ยังพะวงห่วงอาการลูกหลาน แม่เฒ่าบอกตามหลังนางเขียว
...ตะวันสายส่องหัว เด็กหญิงน้อยสองคนที่พากันยืนอิง
เอาหลังพิงค้ำต้นพะเนียงคัด ไม้สมุนไพรสารพัดประโยชน์
ระหว่างสองคน คุยกันเป็ตุเป็ตะ
“คึว่า บักปานมันถืกผีเข้า?”
เด็กผิวหมึกจอมจินตนาการ อ้างถึงสาเหตุป่วยไข้
ขนาดละเมอเพ้อพกของบักปาน ขั้นน้าเขียวได้มาเรียกยายเฒ่ากลางดึก
“บ่แม่น ดอก”
เ้าหัวแดงไม่คิดตาม ใช้มีดโต้ปลายแหลมปาดเฉือน
เอาเปลือกต้นมากองรวมกัน ตามที่ยายบอกไว้
แม่เฒ่าปลีกตัวเดินไปอีกทาง ขุดเอารากกล้วยป่า ตัดเอาแต่ส่วน้า
ก่อนจะฝังกลบที่เหลือ ลงดินตามเดิม หวนมาเก็บเอาเปลือกยาสมุนไพรใส่ตะกร้า
“เอ้ ไปไสหล่ะ?”
ถามถึงกับเด็กผิวหมึก ว่าเ้าหัวแดงไปไหน
“ทางพี้!”
เสียงดังมาจากอีกฟาก เ้าหัวแดงติดนิสัยยืนพิงใต้ร่มเงา
พลาดให้ต้นน้ำเกลี้ยง ฉายาไม้กินคนแห่งหุบเขา
โดยเกิดลักษณะมีผื่นตุ่มขึ้นตามร่างกาย หากััถูกโดนยางเหนียว
หรือแม้กระทั่งเปลือกหุ้มตามลำต้น ผลจะรู้สึกเคืองแสบร้อนตามิั
แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนเสมอไป เพราะขึ้นอยู่กับภูมิคุ้มกันในแต่ละคน
ยายเฒ่าหันไปเห็นเ้าหัวแดง ที่บัดนี้ได้ถูกพิษของต้นน้ำเกลี้ยงซะแล้ว
เนื่องจากภูมิแพ้ง่าย ผิวไวต่อการตอบสนอง
“ฮิฟ้าว! ออกมา อีหล่า”
อารามตระหนกใ นางกวักมือเรียกหลาน
ปรากฏก้าวเข้าหายาย พร้อมกับริ้วผื่นตามใบหน้า แขน ขา
“ฮ่วย สีคัน ๆ แมะ”
ส่อเค้ามือเริ่มเกาตามร่างกาย
“ป่ะซั่น เมือเฮือนเฮาสา”
ร้อนรนเดินนำหน้า หลานหญิงทั้งสองคน กระทั่งลืมเรียกบักโด้ยทิ้งให้หลงป่า
แต่นั่นไม่เป็ปัญหา หมามันสามารถจับกลิ่นทิศทางคืนสู่เรือนถูกต้อง
เ้าหัวแดงหายใจติดขัดลำบาก
“ยาย คึเป็จังซี่”
พิษกำเริบ เริ่มบีบกดปลายประสาท
พอถึงเรือนไผ่“นั่งถ่าอยู่นี่ก่อน”
ยายเฒ่าหอมเดินไปเก็บใบว่านรางจืด นำมาบดเอาแต่น้ำ
ใช้ผ้าชุบทาเช็ดตามพื้นผิวบาง ไม่ให้ลามทั่วตัว
ส่วนอีกคนประกบข้าง หวั่นกับอาการแสดงออก
ผลพวงแพ้สารบางอย่างจากต้นไม้ ช่างน่ากลัว
“ยังคัน อยู่บ่?”เด็กผิวหมึกเอ่ยถามปนเป็ห่วง
เ้าหัวแดงเลยกลบเกลื่อน“บ่เป็หยัง ดอก”ยืดแข้งยืดขาประกอบท่วงท่า
“ให้หย่ำกิน เด้อ”
พลางทั้งยื่นใบว่านรางจืดมาให้เคี้ยว ก่อนกลืนลงท้องเพื่อขับพิษ
“คราวหน้า กะให้อยู่ไกล ๆ ไว้เด้อ”
หวังดีกล่าวเตือนหลาน ให้รู้จักหลีกเลี่ยงเพราะต้นไม้ในป่า
จำพวกบางชนิดก่อประโยชน์ สรรพคุณย่อมมีพิษสงแฝงด้วย
“จ้า ยาย”
สำหรับเ้าหัวแดงพึงสังวร เนื่องเกิดขึ้นกับตัวเอง
ได้เวลาลงมือจัดหยูกยา แก่นรากสมุนไพรและเปลือกไม้
ซึ่งพากันออกไปหาั้แ่เช้าตรู่ ยายหอมเดินหิ้วตะกร้า
ที่บรรจุเปลือกพะเนียงคัด ไปยังบ้านนางเขียว
“เป็จังได๋ บักปาน?”
แม่เฒ่าทักทายบักปาน ่นอนเล่นอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ใต้ถุนบ้าน
“ข่อยเฮ็ดแผลให้ แต่เซ่า ๆ แล้วยาย”
เขียวพูดขึ้นแทนลูกชายบักปาน ขณะยังนอนซมจับไข้
“เอาหนิไปต้มเด้อ เขียว”จึงยื่นถุงส่ง
นางเขียวก่อไฟต้มยาสมุนไพรไว้ใกล้ ๆ แคร่เตียงไผ่
ตรงที่บักปานนอนเล่นอยู่ จะทำวิธีรมยาให้คลายอาการ
สังเกตตามร่างกายบักปาน มีผดผื่นจุดแดงขึ้นตามตัว
แม่เฒ่าถึงกับออกปาก ถามกับเ้าตัวตรง ๆ
“ฮู้บ่ เหยียบถืกกระดูกงูอีหยัง?”
“งูเพา (จงอาง) ตั๊ว แม่ใหญ่”
ความที่ใจแสวงหาองค์ความรู้ จากสิ่งรอบตัวของแม่เฒ่าเสมอ ๆ
ประการไม่รู้หนังสือ อันไม่ใช่สิ่งกั้นขวางใดเลย
บางครั้งประสบการณ์ หรือครูพักลักจำมักใช้ได้อยู่
“จังได๋ กะป้องกันไว้ก่อนเนาะ”
ไม่ปล่อยผ่านเท่านั้น ยายหอมหยิบรากจันทร์แดง จันทร์เทศ จักรนารายณ์
ประเภทยาสมุนไพรพิษร้อน ฝนผสมรวมกันสามชนิด
ต้องใช้วิธีพิษต้านพิษ ส่งขันที่มีน้ำยาฝนให้บักปานกิน
ยาสมุนตรีพิษลงไปขับกระแส ตรงยังตกค้างอยู่ จึงทำให้ตัวร้อนไข้รุม
เมื่อหม้อเดือดมวลสมุนไพรส่งกลิ่น บักปานรู้สึกโล่งปอด
แม่เฒ่าให้นางเขียวตักน้ำสมุนไพร ใส่ชามอ่างมาวางไว้อังรม
บริเวณปลายเท้าลูกชาย ที่ตอนนี้มีผ้าสีขาวพันไว้วางเท้าฟาด
อังเอาควันไอสมุนไพร ให้ซึมผ่านาแใช้การล้างเช็ดไม่ได้
เนื่องเพราะแผลจะเปียกน้ำ จำเป็ต้องใช้วิธีรมควัน
สูตรภูมิปัญญาของหมอยาสมุนไพร ที่ได้คิดค้นหลากหลายกรรมวิธี
ในการรักษาตามท้องถิ่น ซึ่งมีมาอย่างยาวนาน
กลิ่นสมุนไพรกระทบจมูก บักปานผล่อยเคลิ้มหลับ ผ่อนคลายสบายตัว
การเยียวยาผสมควบคู่กับวิธีเช็ดสะอาดแผล อย่างถูกสุขอนามัยทำให้ได้ผลเร็ว
ไม่นานก็สามารถฟื้น ลุกขึ้นมาวิ่งได้เหมือนเดิม
วันหนึ่งนางเขียว เดินถึงร้านสหกรณ์กลางหมู่บ้าน
ลงทุนควักเงินซื้อรองเท้า ให้ลูกชายได้สวมใส่
...เ้าหัวแดงกำลังเล่นกับหมาบักโด้ย หลังกลับจากโรงเรียน
ตอนนี้ได้พ้นวิกฤตทัน ด้วยใบรางจืดสมุนไพรประจำบ้าน
จนพิษหมดไปจากร่างกายแล้ว เหลือเพียงิับริเวณแขน
คงยังทิ้งร่องรอย จุดตุ่มแผลเป็ไว้ไม่มากนัก
“ยายสิเฮ็ด ยาทาให้เด้อ”
แม่เฒ่าบอกหลานเ้าหัวแดง ไม่ต้องกังวลวิถีชาวป่าส่วนใหญ่
ประชากรที่อยู่ห่างไกลสถานบริบาล เมื่อคราวเกิดฉุกเฉินอย่างเร่งด่วน
สิ่งพอประทังพึ่งพาคือยาสมุนไพร ซึ่งมีอยู่ในท้องถิ่น
จำพวกแผนกศาสตร์เก่าก่อน อีกแนวทางเลือก
...“นี่มัน ยาอีหยัง ยาย?”
เด็กผิวหมึกสงสัยท่อนแก่นสมุนไพร ที่มีสีสันแดงเถือก
จึงลองหยิบยกขึ้นมาถามกับผู้รู้
“เอิ้นว่า จันทร์แดงเด้อ”
ยายหอมสงเคราะห์เอ่ยบอกนาม
“แก้พิษเอาไว้ปรุงประสานกับสมุนไพรซุ่มอื่น เพิ่มผลแฮงขึ้น”
พร้อมเล่าแจกแจงสรรพคุณ ให้กับเด็กหญิงฟัง
“แล้วอันนี่ เด้”มีคำถามเพิ่มเติมต่อยอด
อยากรู้จักรายชื่อแปลก ๆ ของบรรดาสมุนไพรหลากชนิด
หากแสวงหาในสิ่งที่สนใจ ย่อมก่อเรียนรู้เป็เื่ง่าย
ต่อการค้นเจอเส้นทางของตน ให้ได้พบในเร็ววัน
แม่เฒ่ามองเห็นแวว จากตัวหลานน้อยพลอยปลื้มใจ.