ณ ประตูเมืองหน้าด่าน
เช้าวันนี้ฉีซื่อมีภารกิจนอกร้านเขาออกไปรอขบวนสินค้าแต่เช้าตรู่ รออยู่ไม่นานขบวนสินค้าก็มาถึง ฉีซื่อแสดงตัวแก่เ้าหน้าที่และจัดการจ่ายค่าธรรมเนียมต่างๆเรียบร้อยก่อนจะขนย้ายของมาใส่เกวียนของตนที่เตรียมมา กว่าทุกอย่างจะแล้วเสร็จก็กินเวลาไปครั้งค่อนวันดังนั้นฉีซื่อเลยเป็เ้ามือเลี้ยงข้าวให้กับคนงานทุกคน ก่อนจะสั่งให้คนงานนำสินค้าล่วงหน้าที่ร้านก่อนเพราะฉีซื่อตั้งใจจะแวะซื้อของเล็กๆน้อยๆ แล้วค่อยตามกลับไป
“อาฉี เ้ามีความสุขดีหรือไม่” เสียงของคนคนนึงที่ฉีซื่อจำได้ดี
“ท่านอ๋อง...”ฉีซื่อหันไปตามเสียง เมื่อพบหน้า เขาก็ทำความเคารพตามมารยาท
“มารยาทงาม จิตใจกว้างขวาง รสมือก็ดีเยี่ยม เื่บนเตียงก็เพียบพร้อม”
“ท่านอ๋อง... ได้โปรด...”
“ข้ายังพูดไม่จบ ไม่อนุญาตให้พูดขัด และถ้าข้าไม่เบื่อเ้าก็ไม่มีสิทธิ์ไปจากข้าเช่นกัน” ฉีซื่อตกตะลึง เงยหน้ามองไปที่อ๋องจินอู่ตอนนี้ที่ยืนนิ่งใบหน้าเ็ากำลังมองมาที่ตน พอฉีซื่อตั้งสติได้ ก็รับหันหลังวิ่งโกยอ้าวให้ไวที่สุดเพราะเขารับรู้ได้ถึงอันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้น
ทันทีที่ฉีซื่อวิ่งหนีออกไปอ๋องจินอู่ก็ไม่ได้วิ่งตามในทันที เขายืนมองอยู่พักนึงก่อนจะแสยะยิ้มแล้วตวัดมือเบาๆไม่นานก็มีองครักษ์วิ่งออกไปทางฉีซื่อ 3 คน
...อาฉี เ้าอยากเล่นวิ่งไล่จับ ข้าก็จะเล่นเป็เพื่อนเ้า หนีไปให้ได้ล่ะ ถ้าโดนจับได้ข้าจะทำโทษเ้า...
............................................................
ฉีซื่อวิ่งหนีมาเรื่อยๆจนมาถึงทางแยกสี่แยก เขาหยุดคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจวิ่งไปในทางทีมีคนพลุกพล่านเพราะคนเยอะการจะโดนจับหรือทำอะไรก็ยาก หากหลบดีๆอาจจะทำให้คนที่วิ่งตามมาหาตนไม่เจอก็ได้ฉีซื่อจึงทำตัวตีเนียนกลมกลืน เดินไปเรื่อยๆ หวังซื้อเวลาให้คนเอง แต่จู่ๆ ก็มีมือมือดึงเขาให้ออกมาจากฝูงชนแล้วเอาถุงผ้าสีดำคลุมที่หัว จับมัดมือมัดเท้า จากนั้นก็ถูกอุ้มพาดบ่าออกไปจากชุมชน
“ปล่อยข้า ปล่อยข้านะ ข้าไม่เคยมีเื่กับพวกท่านเหตุใดถึงมาจับข้า” ฉีซื่อพยายามร้องะโเสียงดัง หวังให้คนที่อยู่ระแวกนั้นได้ยินเผื่อจะมีใครเข้ามาช่วยเหลือตนได้บ้าง แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่เป็ผล ไม่มีใครเข้ามาช่วยเขาเลยคนที่แบกก็แบกอย่างเดียวไม่พูดไม่จา
... ตุบ...บ...
ฉีซื่อถูกวางลงบนกองฟางที่โรงเลี้ยงม้าในบ้านหลังหนึ่ง และทันทีที่ผ้าคลุมสีดำถูกเปิดออก ก็พอจะเดาทันทีว่านี่คือฝีมือของใคร
“ท่านอ๋อง ท่านทำเช่นนี้ทำไม”
“ข้าแค่อยากจะพูดคุยกับเ้า แต่เ้าชอบวิ่งไล่จับข้าก็เลยมาเล่นเป็เพื่อนไง” อ๋องจินอู่ยิ้มพร้อมกับใช้มือเชยคางของฉีซื่อ
“ท่านอ๋อง อยากจะคุยกับกะหม่อมก็ไปคุยที่ร้านไม่เห็นต้องให้คนมาจับกระหม่อมเช่นนี้เลยพะยะคะ”
“ฮ่าๆๆๆๆๆ ก็ข้าชอบคุยแบบนี้” อ๋องจินอู่ลุกขึ้นยืนแล้วหัวเราะคล้ายคนบ้าขาดสติเพราะตอนนี้อ๋องจินอู่รู้ได่ถึงความเปลี่ยนไปของฉีซื่อ ฉีซื่อตอนนี้เขามาสามารถควบคุมได้แล้วไม่เชื่อฟังเขาเหมือนเมื่อก่อนแล้ว อ๋องจินอู่ถอดเสื้อคลุมออก แล้วตามด้วยปลดสายคาดเอวออกแล้วเอามามัดปิดปากของฉีซื่อเอาไว้
ฉีซื่อรู้ทันทีว่าเหตุการณ์ต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นกับตนจึงได้พยายามต่อสู้ดิ้นรนพยายามจะสื่อสารกับอ๋องจินอู่เพื่อขอร้องไม่ให้ทำแบบนี้กับคนอีกแล้ว อยากจะจากกันด้วยดีเพราะยังไงๆท่านอ๋องก็มีคู่หมั้นอยู่แล้ว อย่าได้มาทำเื่ผิดศีลธรรมเช่นนี้กับตนเลย
“อื้อ...อู้...อี้...” เสียงของฉีซื่อที่พยายามจะพูดแต่ก็พูดไม่ได้ เพราะถูกปิดปากเอาไว้
“ตอนนี้ข้าไม่ให้เ้าพูด เ้าจงโอนอ่อนผ่อนตามเสียเถอะเผื่อข้าอารมณ์ดีขึ้นเมื่อไหร่ ข้าจะยอมรับฟังเ้าอธิบายสำหรับเื่ราวที่ผ่านมา” อ๋องจินอู่ ทั้งกระชากผม ฉีกเสื้อของฉีซื่ออย่างไม่ใยดีเลยว่าอีกฝ่ายจะเ็ปยังไง
ฉีซื่อต่อสู้ดิ้นรนไม่หยุดพยายามผลัก ถีบ ทุบที่หลัง ตีที่แขนแต่ก็เป็ผล ดูเหมือนอีกคนจะไม่สะทกสะท้านเลยซ้ำร้ายยิ่งต่อด้านอีกคนยิ่งออกแรงมากขึ้น อ๋องจินอู่ใช้มือทั้งสองข้างบีบไปที่คอน้อยๆของฉีซื่อทำให้ฉีซื่อเริ่มหายใจไม่ได้ เริ่มตาเหลือก ดิ้นทุรนทุราย จนใกล้จะหมดสติ
อ๋องจินอู่ก็คลายมือออก ปล่อยฉีซื่อนอนหายใจถี่ๆเพื่อรับเอาอากาศเข้าไป
อ๋องจินอู่ใช้่จังหวะนี้จัดการปลดท่อนล่างทั้งของตนและของฉีซื่อออกก่อนจะดันแก่นกายเข้าไปในตัวฉีซื่อ ทำให้ฉีซื่อเริ่มต่อต้านอีกครั้งนึง นั่นเป็เพราะเขาได้รับความเ็ปนั้นเองแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงสู้แรงของอ๋องจินอู่ไม่ได้อยู่ดีอ๋องจินอู่ใช้มือทั้งสองข้างบีบไปที่คอของฉีซื่ออีกครั้งแต่คราวนี้เขาไม่ได้ออกแรงหนักเหมือนครั้งก่อนเพียงแต่ครั้งนี้เขาจะทำให้ฉีซื่อหวาดกลัวก็เท่านั้น ซึ่งมันก็ได้ผล แรงต่อต้านของฉีซื่อมีน้อยลงส่วนอ๋องจินอู่ก็จัดการกระแทกกระทั้นเข้าออก่ล่างไม่หยุดอย่างคนหิวกระหายทั้งดิบทั้งผ่าเถื่อน ฉีซื่อหลับตาปี๋ กัดฟันอดทนไม่ยอมร้องส่งเสียงออกมาเลยแม้แต่น้อยทำให้อ๋องจินอู่ไม่ชอบใจนัก
“เ้าร้องออกมาซิ ร้องออกมาก ลืมตาด้วยลืมตามองข้า มองข้า” อ๋องจินอู่ออกคำสั่งให้ฉีซื่อทำตามแต่ก็ไม่ได้ผล ฉีซื่อไม่ตอบสนอง ทำให้เขาต้องออกแรงบีบไปที่คออีกครั้ง จนคราวนี้ทำเอาฉีซื่อลืมตาขึ้นมาทันทีไม่ใช่เพราะหวาดกลัวอ๋องจินอู่ แต่เป็เพราะหายใจไม่ออก
“ดี แบบนั้นแหละ ลืมตามองข้าแบบนั้น อย่าหลบตาข้าเด็ดขาด” อ๋องจินอู่พอใจมาก ที่ตอนนี้ฉีซื่อยอมลืมมองมาที่เขา ทำให้อ๋องจินอู่ก็เริ่มผ่อนแรงที่บีบคอฉีซื่ออยู่ลงนิดนึงแต่ทาง่ล่างนั้น ยังคงกระแทกมาอย่างดุดันไม่หยุด
...ท่านฆ่าข้าเสียเถอะข้ายอมตาย ข้าไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้แล้ว ชีวิตที่แสนอัปยศนี้ ที่โดนท่านย่ำยีครั้งแล้วครั้งเล่าท่านอ๋อง ข้ารักท่านด้วยใจจริง ไม่เคยคิดทำร้ายท่าน แต่ข้าก็ยอมรับว่าข้าก็เห็นตัวข้าไม่ยอมแบ่งท่านให้ใคร แต่ในเมื่อใจเราไม่ตรงกัน ก็ควรแยกจากกันมิใช่รือเหตุใดต้องย่ำยีกันเช่นนี้ด้วย ...
ฉีซื่อพรรณาอยู่ในใจสติเลื่อนลอย ตอนนี้เขาไม่รับรู้เหตุการณ์ในโลกความเป็จริงแล้วเขาได้แต่เสียใจจนถึงที่สุด ภาพทุกอย่างตรงหน้าของฉีซื่อมันเหมือนความฝัน ภาพค่อยๆสลับตัดไปช้าๆพร้อมด้วยเสียงหัวเราะของอ๋องจินอู่ที่ชอบใจในการละเล่น รอยยิ้มยินดีที่เหมือนปีศาจตอนนี้ฉีซื่อเหมือนกลายเป็ของเล่นชิ้นนึงก็ไม่ปาน ทั้งถูกเล่น ถูกกระทำที่สุดแสนพิศดารจนในที่สุดฉีซื่อก็หมดสติไป
....................................
“เ้าไปเตรียมน้ำกับผ้าสะอาดมาให้ข้า ส่วนเ้าไปหาซื่อเสื้อผ่าใหม่มาให้ข้าที”ฉีซื่อนอนหลับตาอยู่ แต่ก็พอจะเริ่มมีสติมาบ้าง เขาได้ยินอ๋องจินอู่สั่งการลูกน้อง
...ท่านอ๋องท่านก็เป็นี้เสมอ เอาแต่ใจ โมโหร้าย แต่พอสมใจแล้ว ท่านก็จะทำแบบนี้เสมอท่านคิดว่าการกระทำเหล่านี้ มันจะชดเชยได้อย่างนั้นหรือ...
ฉีซื่อค่อยๆลืมตามองไปทางอ๋องจินอู่ที่ตอนนี้กำลังเข้าไปในด้านในบ้านหลังนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็ห้องครัวฉีซื่อเลยพยายามรวบรวมแรงทั้งหมดที่มีวิ่งไปที่ม้าและะโขึ้นหลังม้าทั้งทีท่อนล่างยังเปลือยเปล่าแต่โชคดีที่ชายเสื้อของเขานั้นยาว เลยทำให้มองเห็นไม่ชัดว่าแต่งตัวไม่เรียบร้อย ฉีซื่อควบม้าออกไปทันทีเขาไม่ได้หันมามองคนข้างหลังเลย แต่ก็ได้ยินเสียงะโเรียกชื่อของตนตามหลัง
... อดทนไว้ฉีซื่อ อีกนิดเดียวก็จะถึงร้านแล้วอีกนิดเดียว...
ฉีซื่อพยายามบอกกับตัวเองให้อดทนให้ได้เพราะตอนนี้ร่างกายท่อนล่างของเขาเ็ปอย่างแสนสาหัส ทุกครั้งที่ควบม้า บริเวณบั้นท้ายจะไปกระแทกกับอานม้าความเ็ปก็แล่นขึ้นผ่านกระดูกสันหลังไปที่หัวสมองทันที แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ต้องเอาตัวเองไปให้ถึงที่ร้านให้ได้เขาจะไม่ยอมให้ตัวเองตกอยู่ในมือของคนสารเลวคนนี้อีกแล้ว
.........................................................
“อาฉี เถิดอะไรขึ้น!” ทันทีที่ฉีซื่อเดินเข้าร้านเขาเห็นองค์หญิงยืนพูดคุยกับตี้ไหลข้าเขาจึงรีบเดินดุ่มๆเข้าไปทางด้านในร้าน ไปยังห้องพักของตน ส่วนตี้ไหลข่าก็วิ่งตามมาติดๆ
“อาตี้ ข้า ข้าเจอเขา”ฉีซื่อพูดไปก็ร้องไห้ สะอึกสะอึ้น
“เ้าคนเฮงซวยนั้นอีกแล้วเหรอ...นี่เ้าคงไม่...” ตี้ไหลข่าพูดขึ้นมาลอยๆพลางมองไปยังภาพคนตรงหน้าที่ตอนนี้ยับเยินไม่มีชิ้นดี
“ข้าสู้เขาไม่ได้เลย สู้ไม่ได้” ฉีซื่อร้องออกมาเหมือนคนบ้า เอาน้ำล้างตามตัวทั้งขัดทั้งถู จนตัวแดงไปหมดโดยมีตี้ไหลข่าคอยช่วยเหลือ คอยเรียกสติแต่ก็ไม่เป็ผล ตอนนี้เขาถึงร้านแล้ว ไม่จำเป็ต้องอดทนอีกแล้วเขาทลายความอัดอั้นทั้งหมดออกมา โดยมีตี้ไหลข่ายืนอยู่ด้วย แต่ไม่นานตู้ตู้ก็เดินขึ้นมาแล้วตี้ไหลข่าก็ออกไปทันโดยตอนนี้เขามีเพียงบ่าวคนสนิทอยู่เป็เพื่อนเท่านั้น
............................................................
ตี้ไหลข่าเดินลงมาด้านล่างพร้อมกับดาบคู่ใจวันนี้เขาหมดความอดทนแล้ว เพราะคนคนนี้ทำลายชีวิตฉีซื่อครั้งแล้วครั้งเล่า ทันทีที่เขายืนประจันหน้าอ๋องจินอู่ก็พบว่าสภาพของเขาที่ใบหน้ามีาแ มีรอยข่วนที่คอ ที่แขนเสื้อมีรอยฉีกขาดเล็กน้อย ซึ่งเทียบกับฉีซื่อไม่ได้เลย
“วันนี้ข้าขอสู้ตายกับคนเฮงซวยอย่างเ้า...ไม่ใช่ซิไม่ใช่คนเฮงซวย คนสารเลว ต่างหาก” ตี้ไหลข้าชี้ดาบไปทางอ๋องจินอู่ทำให้บรรดาองครักษ์ก็พากันเข้ามาอาลักขาอ๋องจินอู่ ส่วนบรรดาลูกค้าในร้านก็พากันหนีหัวซุกหัวซุน
“ข้าไม่สู้กับเ้า ข้าจะไปหาอาฉี”
“อาฉีงั้นเหรอ ชื่อนี้เ้ายังจะกล้าเรียกได้อีกเหรอข้าไม่อนุญาตให้คนสารเลวแบบเ้าเรียกชื่อนี้ได้อีก!” ตี้ไหลข่าโกรธจนเืขึ้นหน้า ะโด่าลั่นสนั่นร้านทำเอาองค์หญิงที่ยืนอยู่ด้านหลังยังหวาดกลัวไปด้วย
“อาฉีอยู่บนห้องซินะ...”พูดจบอ๋องจินอู่ก็ก้าวเท้าจะเดินไปทางเป้าหมาย แต่ก็ถูกตี้ไหลข้ากันท่าเอาไว้
“คนสารเลว!! กลับไปซะ! ไป! ” พูดจบตี้ไหข่าก็แกว่งดาบปาดหน้าอ๋องจินอู่เต็มแรงทำให้อ๋องจินอู่ต้องถอยมาสองก้าวเพื่อหลบคมของดาบ เมื่อเหล่าองครักษ์เห็นแบบนั้นก็พากันกรูเข้ามาหาตี้ไหลข้า
“หยุด! พวกเ้าถอยไป แล้วพาองค์หญิงกลับวังไปก่อน” อ๋องจินอู่ออกคำสั่งทันที ทำให้เหล่าองครักษ์พากันถอยกลับมา และทำตามคำสั่งของผู้เป็นาย
“ท่านพี่ หม่อมฉันยังไม่อยากกลับเพคะ” องค์หญิงหยางเซียงทำทีต่อรอง แต่จริงๆแล้ว นางเป็ห่วงฉีซื่อมากกว่าเพราะเห็นสภาพตอนเดินเข้าร้านมา มองแค่ครู่เดียวก็รู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นยิ่งในเหตุการณ์ตอนนี้ ยิ่งเดาได้ไม่ยากว่าเป็ฝีมือของใคร
“นี่ไม่ใช่เวลาที่เ้าจะมาต่อรองกับข้า” อ๋องจินอู่หันไปพูดเสียงแข็งกับองค์หญิงเซียงหยาง
“แบบนี้ทุกที เวลาที่ไม่ได้ดั่งใจท่านท่านก็จะเป็แบบนี้ทุกที ทั้งดุ ทั้งตะหวาด” องค์หญิงเริ่มไม่พอใจ
“กลับไปทั้งหมดนั้นแหละ และอย่ามาที่นี่อีกแม้แต่จะผ่านหน้าร้านข้าก็ไม่อนุญาต” ตี้ไหลข่าพูดออกมาด้วยความโกรธ
“ท่านพี่ พวกเรากลับกันก่อนเถอะเพคะ” องค์หญิงหยางเซียงพยายามโน้มน้าวอีกครั้ง แต่อ๋องจินอู่ยังคงยืนนิ่งไม่ยอมขยับ
“หากเห็นแก่ไมตรี กลับไปซะนี่จะเป็ประโยคสุดท้ายที่ข้าจะพูดกับคนสารเลว” ตี้ไหลข้าหลือทนกับคนไล่ไปนี้แล้วเพราะในใจตอนนี้เขานั้นเป็ห่วงฉีซื่อมาก อยากจะกลับไปดูอาการจะแย่แล้ว
“ข้าพาหมอหลวงมา...” อ๋องจินอู่มองดูตี้ไหลข่าตอนนี้เขาไม่โต้ตอบอะไรแล้ว เอาแต่จ่อดาบมาทางเขาอย่างเดียว เห็นทีถ้าเป้ยแบบนี้ต่อไปคนที่แย่ก็คือฉีซื่อ เขาจึงยอมถอยให้ โดยการยอมกลับไปแต่โดยดี แต่ก็ทิ้งหมอหลวงไว้ที่ร้านเพื่อช่วยดูแลรักษาฉีซื่อ
...ตบหัวแล้วลูบหลังคิดว่าข้าจะรับน้ำใจไว้งั้นรึ... ตี้ไหลข่ามองดูคนสารเลวเดินออกจากร้านไป