ซาโตชิ จอมปราชญ์บ้าหลุดโลก

    ซิลวาเทีย

    ผมกลับมาที่บ้านพักรับรอง พร้อมกับเสียงที่ดังอยู่ในหัวอย่างไม่ขาดสายตลอดทาง


    " เจ้าจะบ้าเหรอ อดเป็นเลาห์คอนเลย ไปพูดกับ เสด็จพ่อเช่นนั้น รีบกลับไปขอโทษ แล้วขอสมบัติส่วนของตัวเองออกมาตั้งตัวเถอะ ไปแบบนี้มีแต่ตัวเปล่า " เทพธิดา อินฟีเรีย แนะนำ ด้วยอารมณ์ โกรธ แล้วกล่าวต่อ
    " เดี๋ยวก็ สาปให้เป็นบ้าเสียหรอก " 
    " ไม่ ม่ายยยยยยยยยยยย ข้าได้ตัดสินใจไปแล้ว ว่าข้าจะเดินบนเส้นทางสายนี้ ด้วยลำแข้งของตัวเอง "
    ผมรีบรุดเข้าไปในบ้านพัก และเมื่อเจอหน้าของพี่ คาโอริ ผมก็รีบบอกให้เธอเก็บข้าวเก็บของ ออกไปจากวังกับผม
    " ออกจากวัง รึ ซาโต้ จะให้พี่ไปที่ไหน "
    " ไปที่ไหนก็ได้ ที่ไม่ใช่ที่นี่ "
    " ไม่เอาด้วยหรอก ข้างนอกลำบากจะตาย พี่ทำงานในวังมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว "
    " ผมบอกให้ไปไงล่ะพี่ "
    " ไม่เอา พี่ไม่ไป ถึงตายพี่ก็ไม่ไปตกระกำลำบากกับเธอ "
    " ทำไมละครับพี่ "
    "ชีวิตในวังสุขสบายกว่าเป็นไหนๆ และที่พี่ทำดีกับเธอ ก็เพราะสักวันเธอจะได้ขึ้นเป็นเลาห์คอนนะสิ ถามได้"
    " พี่ คาโอริ " ผมพูดเสียงอ่อยเมื่อพี่คาโอริไม่ยอมออกจากวังไปกับผม หรือที่เขาเรียกกันว่า หนีตามชู้รักไป น้ำเสียงของพี่คาโอริ เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทำให้ผมต้องทำใจ ออกจากวังตัวคนเดียว ผมรีบเข้าไปเก็บข้าวเก็บของ
    " ไปขอโทษ ตอนนี้ที่บ้านยังอภัยอยู่นะ " เทพธิดา อินฟีเรียยังคงชี้แนะไม่เลิก แล้วกล่าวสืบต่อ
    " เธอนี่ชอบทำอะไรบ้าๆ จะได้เป็น เลาห์คอน และมีอาจารย์ สาวสวยอย่างจอมปราชญ์คายะเป็นผู้ฝึกสอน มันเป็นฝันของผู้ชายเลยนะ "
    แต่ผมไม่สนใจ ขณะที่ผมกำลังจะ ออกจากวังนั้นเอง จอมปราชญ์ คายะก็มาปรากฏกายต่อหน้า และมอบ สร้อยที่มี อัญมณีสีฟ้าสด เส้นหนึ่งให้ผม
    จากความรู้ที่ได้มาจากการคัดภาษาเทพทุกวัน ทำให้ผมรู้ว่ามัน คือ ซิลวาเทีย ไอเทมสายรักษา ที่หาได้ยาก
    " เอาติดตัวไปด้วย เผื่อได้ใช้ นี่เป็นของขวัญอำลาขององค์เลาห์คอน โปซาปุ " จอมปราชญ์ คายะกล่าว
    ผมรับซิลวาเทีย มาจากจอมปราชญ์ คายะ แล้วเธอก็หยิบถุงที่เต็มไปด้วยเหรียญทอง ถุงหนึ่งออกมา แล้วยัดใส่มือผม
    " เอาเงินนี่ไปด้วยถึงมันไม่มากนัก แต่ก็ไม่น้อยเกินไป สำหรับการเดินทาง" จอมปราชญ์ คายะ มอบเงินให้ผมจำนวน 3000 เหรียญทองแล้วจากไป โดยไม่ได้ร่ำลาผม
    แล้วผมก็ออกเดินทางทั้งสภาพนั้น โดยเก็บถุงเงินไว้อย่างดี
    3 วันต่อมา......
    ในขณะที่ผมกินราเม็ง ชามใหญ่ อยู่กลางทุ่ง ก็ได้มีกระต่ายตัวหนึ่ง วิ่งออกมาจากพงหญ้าด้วยความรวดเร็ว ผมสังเกตุเห็นว่ามันมีเขาด้วย มันคงเป็นอสูรพันธสัญญาของใครบางคน หรือเป็นสัตว์เวทย์ ผมตั้งใจว่าจะจับมันมากินแกล้มเหล้า
    " มานี่ เจ้ากระต่าย " ผมไล่จับกระต่ายไปทั่วท้องทุ่ง มันพยายามกระโดดหลบผมไปมา และใช้เขาทิ่มแทงผม
    ฮึบ ฮึบ
    ผมกระโดดหลบมันสองสามครั้ง ก่อนจะคว้าเขาของมันมาได้
    " แกจงมาเป็นอาหาร เติมกระเพาะของข้าให้อิ่มเสียเถอะ " ผมเลียลิ้นน้ำลายไหลด้วยความอยากกินเนื้อกระต่าย
    " จะทำอะไรกระต่ายของข้านะ " สาวน้อยนางหนึ่ง ปรากฏกายขึ้นมา
    " ว่าจะเอาไปต้มกินกับราเม็งนะ แกล้มเหล้าก็น่าอร่อย " ผมตอบกลับไปโดยไม่คิด
    เปรี๊ยง เปรี๊ยง เปรี๊ยง
    สาวน้อยชี้มือขึ้นสู่ฟ้า เกิดเป็นกลุ่มเมฆสีดำลอยขึ้นไป ทันใดนั้นก็ได้ปรากฏ สายฟ้าสามสายฟาดลงมาใส่ผม
    อาคคคคคคคคคคคคค 
    " มันเจ็บนะโว้ย เจ้าเป็นใครกันแน่" ผมหน้าดำเป็นตอตะโก เลย แต่พยายามตะโกนด่าเท่าที่นึกได้
    " ข้าคือ ผู้วิเศษ ผู้มีนามว่า ริเอะ " หญิงสาวตอบด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว เธอมีตาสีดำ ผมสีเงิน สวมชุดคลุมของจอมเวทย์ระดับสูง หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม ชวนให้หลงใหลเลยทีเดียว
    " ผมขอโทษก็ได้อ้าว ผมคืนกระต่ายให้ " ผมส่งคืนกระต่ายตัวน้อยกลับไปที่บ่า ของ     ผู้วิเศษ ริเอะ
    " มันชื่อว่า ฮอร์นจัง " ผู้วิเศษ ริเอะ กล่าว
    " ฮอร์นจังอย่างนั้นหรอ ชื่อเพราะนะ " ผมตั้งใจชมชื่อของกระต่ายที่เจ้าตัวตั้งให้เพื่อลดความโกรธของริเอะ
    ผู้วิเศษ ริเอะ หันกลับมาถลึงตามองผมแล้วใช้เวทย์มนต์นะจังงัง กับผม ผมตัวแข็งค้างในทันที ถึงแม้ผมจะเป็นจอมปราชญ์ แต่ไม่เคยเรียนเวทย์ บทนี้ จึงแก้ไม่เป็น
    ผู้วิเศษ ริเอะ หยิบแครอทมาป้อนให้เจ้ากระต่ายกิน แล้วหยิบ เครื่องดนตรีชนิดหนึ่ง ชื่อ โอฮาโอ้ ออกมาเล่นมันเป็นเครื่องดนตรีที่นิยมอย่างแพร่หลายใน อาณาจักรโปปุรอน แล้วเธอก็ร้องเพลง
    สายลมหนึ่งลำน้ำใสโลกทั้งใบใสกลมสวยแสงอาทิตย์ มาคู่ควรโอ้มายเวิร์ล โอ้มายเวิร์ล.......
    เสียงของเธอเพราะ ราวกับเสียงแก้วกังวาล
    " บทเพลงนี้ ถือว่าชดเชยให้เจ้าก็แล้วกัน เจ้าเด็กแสบ " ผู้วิเศษ ริเอะ เรียกให้กระต่ายปีนขึ้นไปบนบ่า และเดินจากไป โดยคุณเธอลืมแก้เวทย์มนต์นะจังงัง ที่ใช้กับผมไว้ ผมต้องยืนค้างอยู่ตรงนั้น ไม่ต่างจากหุ่นย์ไล่กาตั้ง 6ชั่วโมงT T