เมื่อร่างเงาัจางหาย เหล่าชายหญิงชราที่บัดนี้ร่างกายมิได้เหี่ยวย่นเช่นดังเก่าก่อน
ต่างเร่งทะยานร่างไปตามกลิ่นอายสูงศักดิ์ เข้าไปในป่าอย่างรวดเร็ว
ราวหนึ่งเค่อ เหล่าชายหญิงแก่ผมสีดอกเลา ยืนล้อมรอบยังแอ่งโลหิตแอ่งหนึ่ง
" วิ้ง " แอ่งโลหิตเปล่งห้าสีสว่างไสว แสงห้าสีถักทอกำเนิดมายาตระการตางดงามยิ่ง
" นี่มันมิสมเหตุสมผลเอาเสียเลย " ชายแก่ชุดคลุมทองเอ่ยออกมา
" มันควรจะเป็โลหิตัสิ " เขาเอ่ยออกมา
" นี่มันเป็เพียงพลังเซียนเหลว ทั้งโลหิตในแอ่งนี่ยังเป็ของยอดยุทธขั้นต่ำ " เขาเอ่ยออกมาอย่างมิสบอารมณ์
" แต่ก็ยังถือว่ายอดเยี่ยมอยู่ " หญิงแก่คนหนึ่งเอ่ยออกมา
" หากท่านมิ้า ข้าขอแล้วกัน " หญิงแก่เอ่ยออกมา
" ได้เช่นใด มาด้วยกันก็ต้องแบ่งให้เท่าๆกัน " ชายแก่ชุดคลุมทองเอ่ยออกมา
" ได้ " เหล่าชายหญิงแก่ทั้งหลายต่างเร่งนำขวดหยกออกมา แลบรรจงเก็บพลังเซียนเหลวลงขวดหยกอย่างระมัดระวัง
" ก่อนนี้เกิดสิ่งใดขึ้นที่นี่กัน " ชายแก่ชุดคลุมทองพึมพำ
เขากวาดตามองโดยรอบ พลันพบร่องรอยบางสิ่งเข้า
" คงมีการต่อสู้เกิดขึ้นที่นี่ " ชายแก่คนหนึ่งเอ่ยออกมา
" มิใช่ " ชายแก่ชุดคลุมทองส่ายหน้า
" ก่อนนี้มีการะเิอย่างรุนแรงขึ้น " ชายแก่ชุดคลุมทองพึมพำ
" คาดว่า ร่องรอยนี้คงพบเจอกับแรงะเิครานั้น แลร่างของเขาล่องลอยเข้ามาในป่า แลกระแทกเข้ากับหินก้อนใหญ่นี่จนเกิดรอย " ชายแก่ชุดคลุมทองเอ่ย
" อืม " เหล่าชายหญิงแก่ต่างพยักหน้า
" ได้สิ่งที่้าแล้วก็ไปกันเถิด " ชายแก่ชุดคลุมทองเอ่ยออกมา
เหล่าชายหญิงแก่เร่งทะยานร่างออกจากป่าอย่างรวดเร็ว
มันดูเสมือนง่ายที่จะบอกว่าได้สิ่งที่้าแล้ว เวลานี้เหล่าชายหญิงแก่ต่างเร่งส่งเสียงผ่านจิตหาคนของตน
ให้เร่งส่งคนเข้าสำรวจหาผู้ต้องสงสัย ที่นำโลหิตล้ำค่าัของตนไป
โลหิตล้ำค่าันั้น แม้นจะเป็เพียงเื่เล่าขานในตำนานว่ามีพลานภาพสูงส่ง เพียงหยดเดียวอาจพลิกโชคชะตาของคนที่ได้รับ
ตลอดเวลาหลายยุคมสมัยที่ผ่านมาก ล้วนแล้วแต่มีข่าวลือว่าพบพานโลหิตล้ำค่าของัที่นั่นที่นี่ แต่เมื่อสำรวจกลับมิมีสิ่งใดนอกจากข่าวลือ
แต่คราวนี้พวกเขาทุกคนต่างเห็นร่างเงาของัทองที่ทรงศักดิ์ปรากฎขึ้น นั่นย่อมหมายความว่ามีความเป็เป็ไปได้สูงมากที่จะปรากฎโลหิตล้ำค่าของั
นั่นจึงทำให้เหล่าชายหญิงแก่ทั้งหลาย สั่งให้คนของตนทุ่มสรรพกำลังควาญหาผู้ที่นำเอาโลหิตัไป
หานลี่เร่งทะยานร่างอย่างมิคิดชีวิต บุกป่าฝ่าดงพงไพรอย่างบ้าคลั่ง
ทั้งในหัวสมองยังครุ่นคิดอย่างหนักว่าเหตุใดเหล่าชายหญิงแก่ทั้งหลาย จึงคิดว่ามีโลหิตล้ำค่าของั
หานลี่มิมีเวลาที่จะหยุดพัก เพราะหากเขาหยุด เหล่าชายหญิงแก่ทั้งหลายคงจับตัวเขาได้
สองตาของหานลี่มองไปยังยอดเขาสูงที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะ
" ไปถึงที่นั่นค่อยว่ากัน " หานลี่พึมพำ
สองเท้ายังคงวิ่งฝ่าต้นไม้น้อยใหญ่ ทั้งต้องคอยหลบหลีกหินก้อนใหญ่น้อยทั้งหลาย
กว่าที่จะมาถึงตีนเขาหานลี่ห้อตะบึงอย่างมิคิดทั้งมิมีหยุดพัก เขาใช้เวลาไปนานถึงหนึ่งเดือนจึงมาถึงยัง
" ฟู่ว " หานลี่เป่าปากออกมาอย่างแรง เมื่อพ้นจากป่าทึบ
สองตาของหานลี่กวาดมองทั่ว เขาพบพานกับเมืองขนาดเล็กที่มีผู้คนแออัด
ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆพลางเดินเข้าไปในเมือง เพราะเขาอยากับรู้ข่าวคราวมีเพียงต้องเข้าเมืองจึงจะได้ข่าว
" เสี่ยวเอ้อร์เอาสุราแลอาหารมา " หานลี่เอ่ยออกมา
" รอสักครู่ขอรับ " เสี่ยวเอ้อร์ร้องออก
เพียงมินานเสี่ยวเอ้อร์ยกสุราแลอาหารสามอย่าง วางไว้บนโต๊ะ
หานลี่มองยังอาหารทั้งสามอย่าง แลวางเหรียญทองร้อยเหรียญบนโต๊ะ
เสี่ยวเอ้อร์พลันตาโตราวไข่ห่าน " คุณชายนี่มันมากไปขอรับ " เสี่ยวเอ้อร์เอ่ยออกมา
เสี่ยวเอ้อร์เก็บเอาเหรียญทองเพียงสี่สิบห้าเหรียญ แลที่เหลือส่งคืนชายหนุ่ม
" นี่ของของเ้า " หานลี่รับเอาเหรียญทองที่เหลือแลนำเหรียญทองออกมาหนึ่งเหรียญส่งให้กับเสี่ยวเอ้อร์
" ขอบพระคุณคุณชาย " เสี่ยวเอ้อร์ฉีกยิ้มหน้าบาน
" ูเานี้เรียกว่าสิ่งใดรึ " หานลี่เอ่ยถาม
" คุณชายูเานี้เรียกว่าหุบเขาเหมันต์ " เสี่ยวเอ้อร์เอ่ยออกมา
" หุบเขาเหมันต์ " หานลี่พึมพำ
" เป็เช่นใดรึ " หานลี่เอ่ยถามพลางยกจอกสุราขึ้นจิบ
" หุบเขาเหมันต์นี้ มีมาแต่โบราณกาลแล้วขอรับ ทั้งยังเต็มด้วยโชควาสนา " เสี่ยวเอ้อร์เอ่ย
เสี่ยวเอ้อร์เองก็เคยเป็คนหนึ่งที่เต็มไปด้วยความฝัน เขาฝันว่าเมื่อวันหนึ่งเขาไต่ไปถึงยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะสำเร็จ เขาจะได้รับโชคใหญ่จนกลายเป็ยอดยุทธอันดับหนึ่งของโลกา
แต่ฝันของเขาพลันสลายเมื่อเขาเดินไตู่เาไปได้เพียงหนึ่งส่วน เข้าต้องทนทุกข์กับโรคหนาวเหน็บ จนมิอาจไปต่อได้
เขาจึงตัดสินใจลงมา แลอยู่เฝ้าที่โรงเตี้ยมแห่งนี้ แม้นมิได้เป็ผู้ยิ่งใหญ่ ขอเพียงแค่ได้เห็นผู้คนที่ปีนขึ้นปีนลงเขาก็รู้สึกว่ามันคุ้มค่าแล้ว
" คุณชายหากท่านจะปีนไต่ยอดเขา ท่านควรเตรียมใจไว้ล่วงหน้า " เสี่ยวเอ้อร์เอ่ยเสียงเครียด
" เื่ใดรึ " หานลี่เอ่ยถาม
" อย่างแรกมนุษย์ อย่างสองสัตว์อสูร อย่างสามโรคหนาวเหน็บ " เสี่ยวเอ้อร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงขึงขัง
" อืม " หานลี่พยักหน้าช้าๆ
" ทุกเภทภัยนั้น เภทภัยแห่งมนุษย์รุนแรงยิ่งนัก " หานลี่พึมพำ
" ใช่ ขอรับ " เสี่ยวเอ้อร์พยักหน้า
" ข้าจะค้างสักหนึ่งคืน แลรุ่งเช้าข้าจะไปไต่เขา " หานลี่เอ่ยออกมา
" คุณชาย ท่านควรเตรียมสุราไปมากๆ เพราะสุรามันช่วยให้ร่างกายของท่านอบอุ่นได้ แต่อย่าดื่มมากประเดี๋ยวจะเมา " เสี่ยวเอ้อร์เอ่ยออกมา
" อืม " หานลี่พยักหน้า
" จริงสิ ่เวลาที่ผ่านมาข้าวุ่นวายอยู่ในป่า จึงมิรู้ข่าวคราวของเมืองโบราณ เ้ามีข่าวเมืองโบราณรึไม่ " หานลี่โยนเหรียญทองออกไปอีกหนึ่งเหรียญ
" มีขอรับ " เสี่ยวเอ้อร์เร่งเก็บเหรียญทอง
" ่หนึ่งเดือนที่ผ่านมา มีเหล่านักล่าจากหลายสำนักหลายตระกูล มาป้วนเปี้ยนทั่วแนวป่ามากมายขอรับ " เสี่ยวเอ้อร์เอ่ย
" แต่ก็มิรู้ว่ามาหาสิ่งใด แม้นแต่เฒ่าแก่ของข้าถามไถ่ก็มิมีผู้ใดยอมบอก " เสี่ยวเอ้อร์เอ่ยออกมา
" ทั้ง่เวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เมืองโบราณถูกขุดค้นจนเวลานี้มิหลงเหลือสิ่งใดให้ขุดแล้วขอรับ " เสี่ยวเอ้อร์เอ่ยออกมา
เสี่ยวเอ้อร์บอกเล่าเื่มากมายให้คุ้มค่ากับเหรียญทองที่ได้รับ
" อืม " หานลี่พยักหน้าช้าๆ
ข่าวที่ได้มานั้นมีเพียงข่าวนักล่าที่มาป้วนเปี้ยนเท่านั้นที่ชายหนุ่มสนใจ
" เช่นนั้นแล้วเ้าเตรียมสุราแลเนื้อสัตว์ให้ข้าที " หานลี่เอ่ยออกมา
" ขอรับ " เสี่ยวเอ้อร์เร่งจัดแจงทุกอย่างตามสั่งอย่างรวดเร็ว
เมื่อหานลี่ดื่มกินแล้วเสร็จ เขาเร่งเข้ายังห้องพัก แลล้มตัวลงนอนในทันใด
" ฮืม " หานลี่บิดี้เี เมื่อร่างถึงเตียง
" มิได้เหยียดกายนอนเช่นนี้นานยิ่งนัก " หานลี่พึมพำ
ั้แ่ออกจากเมืองม่อเสียนเขาเองก็ยังมิได้นอนอย่างเหยียดอย่างสบายเช่นนี้สักครา
รุ่งเช้าของอีกวัน
หลังจากที่จัดแจงตัวเองแล้วเสร็จ หานลี่เร่งออกจากห้องของตน เพื่อลงไปหาอะไรกิน แลจะได้มุ่งหน้าไปไต่ยอดเขา
หลังจากที่เสร็จสิ้นทุกสิ่งอย่างหานลี่เดินมายังตีนเขาที่หนาวเหน็บ ซึ่งอยู่ห่างไกลจากโรงเตี้ยมราวสามลี้
หานลี่เดินไตู่เาที่ปกคลุมด้วยหิมะอย่างเชื่องช้า เพราะทุกก้าวที่กดลงไปยังหิมะนั้น ขาของเขาจมลงไปในหิมะจนถึงเข่า
" น้ำแข็ง " หานลี่พึมพำ เพราะความเย็นที่แตกต่างทำให้เขารับรู้ได้
หิมะมากมายทับถมมาเนิ่นนานจนด้านล่างของหิมะกลายเป็น้ำแข็งเกาะตัวกันหนาแน่น
" แม้นด้านล่างจะหนาวเย็นยิ่งกว่า้า แต่ก็ดีอยู่อย่างเพราะทำให้เดินได้ง่าย " หานลี่พึมพำ
สองเท้าก้าวเดินไต่ไปตามลาดชันของูเาอย่างเชื่องช้า สองตากวาดมองรายรอบ
ที่เขาแปลกใจเพราะทุกหนึ่งชั่วยามที่เขาเดินไต่เขานั้น จะพบบ้านไม้หนึ่งหลัง
" น่าจะเอาไว้ให้พัก " หานลี่พึมพำ
" ผู้ใดกันช่างใส่ใจในเื่ราวเช่นนี้ " หานลี่ยกยิ้มออกมา
ราวสองวันที่หานลี่เดินไต่ยอดเขาโดยมิหยุดพัก
" ไอ้หนู หากมิอยากตายส่งของมีค่ามา "