เกิดใหม่ต่างโลกกับการผจญภัยครั้งใหม่ในโลกเวทมนตร์

    ตอนที่ 82 ทันท่วงที

    ไอวี่ ไอริส ชาร์ลอตต์ เซล่า เพย์ตัน ที่ยังอยู่ในพระราชวังภายในห้องรับแขกตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะการสื่อถึงใจของพวกเธอกับโรเบิร์ตได้หายไปแล้วรวมถึงพลังสภาวะของวงศ์วานทั้งหมดที่พวกเธอมีมันด้วย ทำให้พวกเธอทั้งหมดเริ่มรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้น
    จากนั้นเหตุการณ์ประหลาดก็เกิดขึ้น ไอวี่ ไอริส ชาร์ลอตต์ เซล่า เพย์ตัน พวกเธอทุกคนต่างกระอักเลือดออกมากันไม่หยุด ไอวี่ที่ราวกับรู้เรื่องแบบนี้เธอก็ได้แต่ตกตะลึง เพราะอาการแบบนี้มันบ่งบอกว่าผู้นำวงศ์วานกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ถึงแก่ชีวิตอยู่ เมื่อใดก็ตามที่ผู้นำวงศ์วานเกิดการเสียชีวิตไปนั้นคนในวงศ์วานทั้งหมดก็จะสูญสลายตามไปในเวลาถัดมาอีกหนึ่งชั่วโมง
    นอกจากว่าจะไปเข้าวงศ์วานใหม่เท่านั้นจึงจะสามารถเอาชีวิตรอดได้เพราะนี่คือพันธสัญญาโลหิตวงศ์วานของแวมไพร์ที่สร้างขึ้นมาเพื่อที่จะควบคุมวงศ์วานได้อย่างสมบูรณ์
    ไอวี่พูดขึ้นมาพร้อมกับร่างกายที่สั่นสะท้านนี่มันเป็นผลมาจากพันธสัญญานั่นแน่ๆมันรุนแรงกว่าที่เธอคิดเอาไว้มาก
    “แย่...แล้ว...โรเบิร์ต...กำลังตกอยู่ในอันตราย”
    ส่วนไอริส ชาร์ลอตต์ เซล่า เพย์ตันที่นอนแนบไปกับพื้นแล้วนั้นก็พูดออกมาพร้อมกันด้วยร่างกายที่สั่นสะท้านไม่ต่างไปจากไอวี่และดูเหมือนจะรุนแรงมากยิ่งกว่า
    “กำลังตก...อยู่...ในอันตราย…หมายความว่ายังไง?”
    ไอวี่เรียกเส้นใยออกมาก่อนที่จะส่งไปยังทุกคน เส้นใยพวกนั้นเปลี่ยนตนเองให้อยู่ในรูปของกำไลข้อมือสีขาวและสวมเข้าไปที่ข้อมือของทุกคน ทำให้อาการทุกอย่างหายไปในทันทีก่อนจะกลับไปเป็นปกติเหมือนเดิม
    “ตอนนี้ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรกับโรเบิร์ตกันแน่ แต่ว่าถ้าโรเบิร์ตไม่ไปเจอกับคนจากโลกชนชั้นที่สองขึ้นไปก็คงโดนผลักเข้าไปในมิติไหนสักแห่งที่มีความอันตรายร้ายแรงแน่ๆ”
    เซล่าถามกลับมา
    “แล้วอย่างไหนเป็นไปได้ที่สุด”
    “น่าจะอย่างที่สองมีความเป็นไปได้มากที่สุด ถ้าอยากจะรู้ว่ามันคือที่ไหนก็ต้องไปถามเจ้าตัวดูก่อน”
    ขณะที่กำลังพยายามคิดหาวิธีที่จะช่วยโรเบิร์ตออกมาจากมิติแห่งนั้น เพราะถ้าถูกส่งไปจริงไม่มีทางที่โรเบิร์ตจะทำอะไรได้เพราะว่าเมื่อเข้าไปในช่องว่างของมิติแล้วจะไม่สามารถขยับร่างกายได้และจะถูกทำให้หมดสติตลอดเวลา ไอวี่ก็คิดไปถึงขั้นตอนการส่งตัวที่ต้องใช้เวลาสักเล็กน้อยในช่วงที่หายตัวไปนั้นจะมีเวลาของการเคลื่อนที่ผ่านช่องว่างของมิติมากมาย จังหวะนั้นจะเป็นจังหวะที่มิติทุกมิติเปิดจุดเชื่อมเข้าหากันทั้งหมด เพราะถ้าไม่ช่วยโรเบิร์ตออกมาเธอคงจะไม่ได้เจอเขาอีกต่อไปเพราะมิติที่พวกมันส่งโรเบิร์ตไปย่อมไม่ใช่มิติปกติแต่ต้องเป็นมิติที่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตและทำให้สิ่งมีชีวิตที่เข้าไปในนั้นสูญสลายไปได้
    ไอวี่หายออกไปจากห้องไปโผล่ที่จุดปะทะที่กำลังปะทะกันอย่างดุเดือด ก่อนที่จะดึงดาบแห่งจักรพรรดิเพลิงออกมาร่ายเวทย์บทหนึ่งลงไปบนตัวดาบทำให้เปลวเพลิงที่แสดงออกมานั้นเปลี่ยนไปเป็นสีม่วงเข้ม ไอวี่ฟาดฟันการโจมตีลงไปยังกลุ่มสิบสองตระกูลใหญ่กับกลุ่มศิลาสวรรค์ การโจมตีของไอวี่ทำให้สภาพอากาศทั้งหมดแปรปรวนอย่างรุนแรง
    ดาบแห่งจักรพรรดเพลิงที่โจมตีจนถึงกลุ่มทั้งสองก็เกิดเปลวเพลิงขนาดใหญ่ลุกไหม้ขึ้นมาก่อนที่มันจะแผ่ขยายออกไปอย่างรวดเร็วไม่ถึงสิบวินาทีก็ไม่มีกลุ่มทั้งสองกลุ่มยืนอยู่แล้ว ไอวี่โจมตีต่อไปโดยใช้ดาบแห่งจักรพรรดิเพลิงโจมตีไปยังกลุ่มของคอนเนอร์โดยที่ไม่ให้พวกคอนเนอร์ได้ตั้งตัวทัน เพลิงสีม่วงเข้มแผดเผาร่างของคนในกลุ่มของคอนเนอร์รวมถึงตัวคอนเนอร์ด้วยเพียงแต่กลุ่มของคอนเนอร์ไม่ได้รู้สึกไม่สบายตัวอะไร
    "นี่เธอตั้งใจจะทำอะไรกันแน่หรือว่าเพราะสามีของตัวเองตายไปเลยบ้าคลั่งขึ้นมาอย่างนั้นเหรอ แค่ครอบครองพลังในการเคลื่อนย้ายพริบตาระดับนี้ได้ก็ถือว่ามีความสามารถแต่พลังโจมตีที่อ่อนแอขนาดนี้ไม่สามารถทะลุทะลวงผ่านมาถึงตัวพวกเราหรอก"
    ไอวี่ตกตะลึงในพลังป้องกันที่แปลกประหลาดของพวกเขา การโจมตีของดาบแห่งจักรพรรดิเพลิงไม่สามารถทะลวงการป้องกันเข้าไปได้เลย ไอวี่เก็บดาบกลับไปก่อนที่จะใช้การโจมตีด้วยเส้นดายสีแดง เส้นดายสีแดงปรากฏออกมาจากอากาศธาตุพุ่งเข้าหากลุ่มของคอนเนอร์ทั้งหมด
    ในขณะที่เส้นดายสัมผัสที่ตัวของคนในกลุ่มของคอนเนอร์ทั้งหมดเส้นดายเหล่านั้นก็สลายหายไปเหมือนการโจมตีของโรเบิร์ตที่ไม่มีผลอะไรเลย ไอวี่เบิกตากว้างก่อนที่จะถอยหลังกลับไปไกลถึงสองร้อยเมตร
    "ไร้ประโยชน์การโจมตีทางเวทมนต์ทั้งหมดไม่มีผลกับร่างกายของพวกเราหรอกนะ ยอมจำนนไปซะเถอะ"
    กลุ่มของคอนเนอร์โจมตีมาในลักษณะเดียวกับที่โจมตีใส่โรเบิร์ตโดยแขนพวกนั้นก็โผล่มาจากทุกทิศทุกทางล้อมไอวี่เอาไว้ในพริบตาเดียว
    "ถ้าเวทมนตร์ใช้ไม่ได้ผลก็ใช้การโจมตีที่ไม่ใช่เวทมนตร์ก็สิ้นเรื่อง"
    ร่างแปลง - มารแห่งคำสาป
    ร่างของไอวี่เปลี่ยนกลายไปเป็นหญิงสาวคนหนึ่งที่มีผมสีดำยาว ดวงตาสีดำ ผิวสีดำกลมกลืนไปกับความมืดพร้อมด้วยชุดสีดำแต่ว่าที่แปลกตาที่สุดคือสัญลักษณ์ตรงหลังมือข้างขวาที่เรืองแสงสีแดงออกมาตลอดเวลา
    ดวงตาสีดำจับจ้องไปยังแขนมากมายที่มาถึงกรงเล็บมายาสีดำขนาดใหญกว่าสามกรงเล็บปรากฏออกจากอากาศธาตุโจมตีไปยังแขนพวกนั้นที่กำลังที่จะพุ่งมาถึงตัว
    ความสามารถของร่างแปลงนี้มีความสามารถในการโจมตีติดคำสาปที่ไม่ใช่การโจมตีทางเวทมนตร์ ที่สำคัญทุกการโจมตีนั้นจะฉีกกระชากมิติออกมาและยังมีดวงตาที่มองผ่านมิติทั้งหมดได้่ ทำให้ไอวี่มองเห็นตัวของโรเบิร์ตกำลังที่จะล่องลอยไปยังมิติแห่งหนึ่งที่ห่างไปไม่ถึงสองร้อยเมตร
    "โรเบิร์ตนายยังไม่ถูกส่งไปที่นั่นจริงๆด้วย ดีจริงๆที่ฉันยังมาทันเวลา"
    แขนพวกนั้นที่ปะทะกับการโจมตีของกรงเล็บมายาเข้าไปก็แตกสลายไปอย่างรวดเร็วก่อนที่ร่างของคนคนหนึ่งจะหลุดออกมาจากวงเวทย์ที่เต็มไปด้วยอักขระมากมาย ไอวี่รับโรเบิร์ตที่หมดสติไปแล้วเอาไว้และส่งเคลื่อนย้ายพริบตาไปให้กับไอริสที่มีความสามารถในการสนับสนุนและการรักษาเพื่อดูอาการของเขา
    นี่ไม่ใช่การหมดสติธรรมดาแต่เป็นการหมดสติขณะที่กำลังถูกส่งไปที่มิติแห่งนั้นยังดีที่ไอวี่จำวิธีการและขั้นตอนการส่งคนไปมิตินั่นได้ดีทำให้มาช่วยสามีของเธอได้ทัน เกือบไปแล้วถ้าช้าไปอีกแค่สองวินาทีทันทีที่เข้าไปยังมิติแห่งนั้นเขาก็จะสูญสลายไปทันที
    จากที่พวกมันทำการย้ายโรเบิร์ตไปยังมิติอื่นได้นั้น ก็คงเป็นเพราะเวทมนตร์ชนิดหนึ่งที่ไอวี่คุ้นเคยเป็นอย่างดีและมันก็เป็นเวทมนตร์ต้องห้ามที่ถูกองค์กรมหาอำนาจรวมถึงเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งมากมายของโลกชนชั้นที่หนึ่งร่วมกันลงนามเกี่ยวกับการห้ามใช้เวทมนตร์ชนิดนี้แล้วแต่ก็ยังมีการลักลอบใช้กันอยู่ มิน่าล่ะถึงสามารถย้ายตัวโรเบิร์ตไปยังมิติอื่นได้
    ในขณะที่แขนทั้งหมดสลายไปแล้ว กลุ่มของคอนเนอร์ที่ตกตะลึงในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นพวกเขาไม่คิดเลยว่าแขนที่ไร้เทียมทานนี้จะถูกพลังโจมตีของผู้หญิงคนหนึ่งทำลายลงไป ขนาดว่าพวกเขาทั้งกลุ่มรวมพลังกันโจมตีก็ยังไม่มีผลอะไรแต่นี่เธอกลับโจมตีมันได้ง่ายๆ
    ยังไม่หมดแค่นั้นยังสามารถช่วยสามีของตนเองออกมาจากการเคลื่อนที่ผ่านมิติมาได้สำเร็จผู้หญิงคนที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาใช่คนของโลกใบนี้จริงๆเหรอ
    "โจมตีเข้าไปเลยเถอะ แค่ผู้หญิงตายไปคนเดียวท่านผู้นำคงไม่ว่าอะไรมากมายนักหรอก"
    แขนของคนในกลุ่มของคอนเนอร์ทั้งหมดที่แตกสลายไปก็งอกขึ้นมาใหม่ก่อนที่แขนของพวกเขาทุกคนจะแผ่พลังเวทย์สีแดงกับสีดำออกมาปกคลุมแขนทั้งหมดเอาไว้ก่อนจะใช้การโจมตีที่นำโดยแขนมากมายพวกนั้น
    การโจมตีครั้งนี้ต่างออกไปแขนมากมายที่โจมตีไปยังไอวี่ที่อยู่ในร่างแปลงมารแห่งคำสาปก็หายไปจากสายตาของไอวี่ทั้งที่ความจริงแล้วมันกำลังล่องหนอยู่นั่นเอง แขนพวกนั้นแตกขยายออกไปเรื่อยๆกลายเป็นพันเป็นหมื่นโดยที่ไอวี่ไม่สามารถมองเห็นแขนพวกนั้นได้เลย
    การโจมตีก็เข้ามาจนถึงตัวของไอวี่และกลืนกินร่างของไอวี่จนหายไปไม่เหลือแม้แต่ตัวตนของเธอ จากนั้นแขนพวกนั้นก็หลอมรวมกลายเป็นเปลวเพลิงสีแดงลุกโชนแผดเผาตัวเองจนมอดไหม้สลายหายไปในที่สุด
    กลุ่มของคอนเนอร์เผยรอยยิ้มออกมา ในตอนแรกพวกเขาที่กังวลเกี่ยวกับตัวของไอวี่ที่แสดงพลังของร่างแปลงออกมา เกรงว่าเธอจะมาขัดขวางแผนของพวกเขาแต่ตอนนี้พวกเขาไม่ต้องกังวลอะไรแล้วคราวนี้ก็เหลือเพียงแค่นำตัวของผู้หญิงที่โรเบิร์ตครอบครองเอาไว้มาให้หมดภารกิจก็จะสำเร็จ พวกเขาก็จะได้กลับบ้านกันสักที
    "ไปกันเถอะเร่งหน่อย ยิ่งพวกเราทำสำเร็จเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีมากเท่านั้น"
    กลุ่มของคอนเนอร์ที่กำลังเตรียมตัวเพื่อหวังที่จะพุ่งตัวเข้าสู่พระราชวังแต่ว่าในขณะที่จะพยายามเคลื่อนไหวร่างกายไปนั้นเส้นใยสีดำก็พันรัดรอบตัวของพวกเขาทั้งหมดเอาไว้ก่อนที่ห้อยเอาไว้กับบางสิ่งที่มองไม่เห็นอยู่กลางอากาศแบบนั้น
    พวกเขาพยายามดิ้นให้หลุดพร้อมกับระเบิดพลังสภาวะออกมาไม่หยุด
    "เส้นใยพวกนี้ มันคือเส้นใยบ้าอะไรกันทำไมถึงทำลายมันไม่ได้"
    "เส้นใยนั่นมันไม่เหมือนกับเส้นใยอื่นหรอกนะเพราะในขณะที่มันสัมผัสกับร่างกายของสิ่งมีชีวิตมันจะยึดติดและค่อยๆผสานเข้ากับร่างกายของสิ่งมีชีวิต จากนั้นเส้นใยก็จะค่อยๆทำลายจากภายในโดยการบดขยี้ทุกสิ่งทุกอย่างที่มีในตัวของสิ่งมีชีวิตตัวนั้นทำให้สิ่งมีชีวิตที่โดนไปนั้นร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดในระดับที่ไม่อาจจินตนาการได้และสุดท้ายก็จะถูกลบหายไปด้วยพลังของเส้นใย"
    เจ้าของเสียงที่พูดออกมานั้นก็คือไอวี่ที่อยู่ในร่างแปลงมารแห่งคำสาปที่ยืนห่างออกไปห้าสิบเมตร
    "เธอยังไม่ตาย! เป็นไปไม่ได้ การโจมตีนั่นมันไม่ใช่อะไรที่คนบนโลกใบนี้มันจะรับมันได้"
    "แน่นอนว่าฉันเป็นบนโลกใบนี้แต่ว่านะจะบอกอะไรบางอย่างให้ฟังก่อนตายก็แล้วกัน.....ฉันไม่ใช่มนุษย์"
    คำตอบที่ออกไปก็พอดีกับที่เส้นใยสีดำที่ผสานเข้าไปภายในร่างกายของพวกเขาแล้วเรียบร้อยเสียงทรมานที่ร้องประสานกันของกลุ่มของคอนเนอร์ก็ดังขึ้นมาไม่หยุด
    “อ๊ากกกก....”
    คนในกลุ่มของคอนเนอร์เริ่มทยอยตายกันไปทีละคนสองคนจนเหลือแค่คอนเนอร์เพียงแค่คนเดียว
    “ตอบมา ใครเป็นคนสั่งพวกแกมาเรื่องนี้มันต้องไม่ใช่แค่โลกชนชั้นที่สี่ของพวกแกแล้วแต่มันต้องเป็นโลกชนชั้นที่สามขึ้นไป”
    “ฮ่า ฮ่า ไม่มีทางที่ฉันจะพูดออกมาหรอกนะ แค่ผู้หญิงคนเดียวจะมาทำให้ฉันคนนี้เปิดปากพูดได้ก็มีแต่ต้องแรกจูบกันเท่านั้น”
    “ดีมาก ถ้าอย่างนั้นก็.....”
    ไอวี่ปรับความเจ็บปวดที่คอนเนอร์ได้รับให้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆทำให้เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นมาไม่หยุด
    “อ๊ากกกก.....”
    ผ่านไปกว่าสิบวินาทีในที่สุดคอนเนอร์ก็ยอมเปิดปากพูดออกมาเพราะเขาไม่อาจทนการทรมานที่ไม่ต่างอะไรกับการตกลงไปในขุมนรกทั้งเป็น
    “แผน...การ...ทั้งหมด...เป็น...ทะ...ท่านหญิงจูเลียน่า.....”
    จากนั้นร่างกายของคอนเนอร์ก็สั่นไหวอย่างรุนแรงก่อนที่จะค่อยๆแตกสลายไปเหลือไว้เพียงกองโลหิต
    เมื่อได้ยินชื่อจูเลียน่าไอวี่ก็เข้าใจเรื่องทุกอย่างในทันที ความทะเยอทะยานของผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่ธรรมดาและสิ่งที่เธอต้องการย่อมไม่ใช่ของธรรมดาอย่างคริสตัลและโลกแห่งนั้นแน่ๆแต่เป็นอย่างอื่นก็คือสิ่งที่ทุกคนมองข้ามไปก็คือเทพธิดาปฐมต้นกำเนิดและการสรรค์สร้างนั่นเองแสดงว่าเทพธิดาปฐมต้นกำเนิดและการสรรค์สร้างต้องมีอะไรบางอย่างที่ล่อความสนใจของจูเลียน่าให้มาสนใจอย่างแน่นอน
    ไอวี่เก็บกวาดสนามรบด้วยเส้นใยมหาศาลมากมายจนบริเวณจุดต่อสู้ที่มีกองเลือดมากมายเต็มไปทั่วทั้งบริเวณทั้งหมดหายไปก่อนที่จะกลับไปดูอาการของโรเบิร์ตที่ตอนนี้ไอริสกำลังทำการรักษาอยู่.......... . .

    .

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ต่างโลกกับการผจญภัยครั้งใหม่ในโลกเวทมนตร์ ที่คุณอ่าน