บทที่158: น้ำยาเวทมนต์
ในขณะที่กำลังอาบน้ำชาตียาพลันรู้สึกเหมือนถูกคุกคามด้วยสายตาปริศนานางรีบยกมือขึ้นปกปิดร่างกายตามสัญชาตญาณ ทว่าเพียงชั่วครู่ความรู้สึกนั้นก็เลือนหายไป
ทางด้านนอกเฮรัคสัมผัสได้ถึงปฏิกิริยาตื่นตัวของนาง ใบหน้าของเขาพลันร้อนวูบขึ้นมาทันที
‘หรือว่าจะถูกจับได้...’
แม้ตามกฏหมายแล้วนางจะเป็นเพียงทาสแต่มโนธรรมจากโลกเก่าที่เขายึดถือทำให้เขาไม่คิดจะล่วงเกินหากนางไม่เต็มใจเส้นแบ่งศีลธรรมพื้นฐานในใจยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างเคร่งครัด ยิ่งไปกว่านั้นในฐานะที่นางเป็นถึงเอลฟ์ราชวงศ์เขาย่อมต้องดูแลนางให้ดีเพื่อแผนการระยะยาวในอนาคต
ไม่นานนักชาตียาที่อาบน้ำเสร็จอย่างรวดเร็วก็เดินออกมาในชุดคลุมพ่อมดตัวโคร่งร่างบางที่ถูกห่อหุ้มด้วยผ้าผืนหนาเดินมาหยุดตรงหน้าเฮรัคด้วยท่าทีลังเล
“ขึ้นเตียงไปซะ เข้าไปซุกในผ้าห่มนั่น”เฮรัคสั่งเรียบๆ
คำสั่งนั้นทำให้ชาตียาเงยหน้าขึ้นทันทีน้ำตาเริ่มเอ่อคลอเบ้าด้วยความหวาดกลัวราวกับว่าช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดกำลังจะมาถึงเฮรัคเห็นสายตาที่เหมือนกวางน้อยถูกต้อนจนมุมก็ทนมองไม่ไหว เขาโบกมืออย่างจนใจ
“เอาล่ะๆข้าแค่จะให้เจ้าช่วยนอนอุ่นเตียงให้เฉยๆ ไม่ได้จะทำอะไรเจ้าทั้งนั้น”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นชาตียาแม้จะยังระแวงแต่ก็ยอมเช็ดน้ำตาแล้วค่อยๆปีนขึ้นเตียงไปนอนนิ่งอยู่ใต้ผ้าห่มนางจ้องมองเพดานด้วยสายตาว่างเปล่าราวกับคนหมดหวังในชีวิต
เฮรัคถอนหายใจยาวพลางครุ่นคิดสงสัยว่าองค์หญิงระดับนี้หลุดรอดเงื้อมมือองค์กรจอมเวทในแดนรุ่งอรุณมาถึงที่นี่ได้อย่างไรแต่เมื่อพิจารณาว่าไม่มีใครล่วงรู้ฐานะที่แท้จริงของนางก็คงเป็นอุบัติเหตุบางอย่างที่ทำให้นางตกที่นั่งลำบากเช่นนี้
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
เฮรัคขึ้นไปบนเตียงเช่นกันชาตียารีบหดตัวไปชิดขอบเตียงราวกับลูกกวางที่ตื่นตกใจ
“ขยับเข้ามาหน่อยเตียงมันไม่ได้กว้างขนาดนั้น ข้าต้องนั่งสมาธิและจะไม่ทำอะไรเจ้าเด็ดขาด นอนเฉยๆอย่ารบกวนสมาธิข้าก็พอ” พอกล่าวจบ เขาก็เข้าสู่สภาวะสงบนิ่งทันที
ชาตียาเฝ้ามองเขาอย่างระแวดระวังทว่าความอ่อนเพลียจากการถูกจองจำมานานบวกกับสัมผัสนุ่มสบายของเตียงที่ไม่เคยได้รับมาแสนนานทำให้เปลือกตาของนางเริ่มหนักอึ้ง ในที่สุดนางก็เผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว...แถมยังเป็นการหลับที่ เสียอาการ อย่างยิ่ง นางเผลอซุกตัวเข้าหาความอบอุ่นกอดแขนเฮรัคแน่น
เฮรัคลืมตาขึ้นช้าๆเขามองใบหน้าที่หลับสนิทอย่างไม่รู้เดียงสาของนางอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะสะกดใจให้สงบนิ่งแล้วหลับตาลงเพื่อเข้าสู่ห้วงสมาธิต่อจนรุ่งสาง
เช้าวันรุ่งขึ้น
ทันทีที่เฮรัคถอนตัวจากสมาธิเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอย่างพอเหมาะพอเจาะเมื่อเปิดออกเขาก็พบเบลกยืนยิ้มกริ่มพลางยื่นห่อเสื้อผ้าและรองเท้าชุดใหม่มาให้
“ข้าให้คนไปจัดหามาให้เอลฟ์ของเจ้าน่ะ”เบลกกล่าวพร้อมแววตาที่มีเลศนัย
เฮรัครับของมาพลางกล่าวขอบคุณทว่าก่อนจะจากไปผู้อาวุโสกลับโน้มตัวมากระซิบพึมพำทิ้งท้ายด้วยท่าทางของผู้มีประสบการณ์
“มีทาสสาวสวยขนาดนี้อยู่ข้างกาย...ขั้นตอนการ ‘ฝึกฝน’ นี่แหละคือเรื่องที่น่าสนุกที่สุดในวัยหนุ่มแล้ว เชื่อข้าสิ”
เฮรัคทำได้เพียงยิ้มฝืดๆเขาเลือกที่จะเงียบแทนการอธิบายความบริสุทธิ์ใจของตน
หลังเบลกกลับไปเฮรัคส่งเสื้อผ้าให้ชาตียา นางรับไปด้วยดวงตาที่เป็นประกายดีใจเล็กๆก่อนจะหายเข้าไปในห้องน้ำ สิบนาทีต่อมา นางเดินออกมาในชุดเดรสสีม่วงสง่ารองเท้าทรงเจ้าหญิงรับกับเรียวเท้าจิ้มลิ้มผมที่เคยยุ่งเหยิงถูกจัดทรงอย่างเรียบร้อย บัดนี้สง่าราศีขององค์หญิงที่แท้จริงได้กลับมาฉายแสงอีกครั้ง
“ไม่เลว... ดูดีขึ้นเยอะ” เฮรัคชมสั้นๆ
เมื่อกลับถึงหุบเขาหินดำเฮรัคเรียกแมรีและเลนอนมาพบทันทีเพื่อแนะนำสมาชิกใหม่ เขาแนะนำเพียงสั้นๆเพื่อให้ง่ายต่อการประสานงานพร้อมกับมอบหมายให้แมรีช่วยดูแลเรื่องความเป็นอยู่ทั่วไปของนาง
เฮรัคพาชาตียาเข้าสู่ปราสาทชั้นในพลางชี้แนะพื้นที่ต้องห้ามหลายจุดที่นางห้ามย่างกรายเข้าไปก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้นางต้องชะงัก
“จากนี้ไปเจ้าจะต้องนอนห้องเดียวกับข้าทุกคืน... ข้าพบว่ากลิ่นอายพลังเวทมนต์ในตัวเจ้าช่วยให้สมาธิของข้าสงบและมั่นคงขึ้นมาก”
นี่ไม่ใช่ข้ออ้างเพื่อการเอาเปรียบแต่เป็นข้อสรุปที่เขาค้นพบเมื่อคืนนี้ แม้จะไม่ได้ดื่มยาดารานภาขั้นสูงแต่ความเร็วในการรวบรวมพลังระหว่างนั่งสมาธิกลับเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนเขาสันนิษฐานว่าความสอดคล้องกับพลังเวทมนต์ที่สูงส่งของเอลฟ์ราชวงศ์ทำให้ความเข้มข้นของอนุภาคพลังรอบตัวนางหนาแน่นกว่าปกติโดยธรรมชาติ
สำหรับเฮรัคแล้วการมีชาตียาอยู่ข้างกายจึงไม่ต่างอะไรกับ ‘ค่ายกลรวมพลังเคลื่อนที่ได้’ที่ช่วยเร่งการบ่มเพาะพลังให้เขาทุกวินาที
แม้ชาติยาจะรู้สึกไม่สบายใจนักแต่นางก็ไม่อาจขัดคำสั่งพันธะสัญญาได้ จึงได้แต่พยักหน้าเบาๆ
เมื่อก้าวเข้าสู่ระดับพ่อมดเต็มตัวเฮรัคตระหนักทันทีว่าเส้นทางถัดจากนี้ยากลำบากกว่าที่คิด การเปลี่ยนสถานะจาก ก๊าซ สู่ของเหลว ต้องอาศัยการสะสมพลังอย่างมหาศาล ซึ่งตามปกติต้องใช้เวลาอย่างมาก
ทว่าด้วยผลลัพธ์จาก ยาดารานภาขั้นสูง ผสานกับกลิ่นอายพลังเวทมนต์ที่หนาแน่นของชาตียา ช่วยเร่งความเร็วในการบ่มเพาะของเขาให้พุ่งทะยานขึ้นอย่างก้าวกระโดดซึ่งช่วยย่นระยะเวลาในการเปลี่ยนสถานะให้สั้นลงได้หลายปี
สองวันต่อมา
เฮรัคเดินทางไปหาเบลกพร้อมกับตัวยาสำคัญที่เขาซุ่มเตรียมไว้
“ท่านเบลกรบกวนท่านช่วยส่งยานี้ให้ท่านแลร์รีด้วยครับมันคือยาที่ข้าปรุงขึ้นเป็นพิเศษสำหรับเบสซีแห่งป่าแสงจันทร์ข้ามั่นใจว่ามันจะช่วยรักษาอาการหยุดชะงักของนางได้”
เบลกพยักหน้าตอบรับด้วยรอยยิ้ม
“ไม่มีปัญหาข้าจะจัดการส่งให้ถึงมือแลร์รีเอง”
ด้วยวัยเพียงสิบเจ็ดปีเบสซีมีพรสวรรค์ที่โดดเด่นจนก้าวสู่ระดับศิษย์พ่อมดชั้นสามได้ก่อนเฮรัคเสียด้วยซ้ำหากยาของเขาสามารถทะลวงคอขวดพลังจิตที่ติดขัดอยู่ได้การเลื่อนขั้นเป็นพ่อมดเต็มตัวในวัยสิบแปดก็ไม่ใช่เรื่องยากและเส้นทางสู่การเป็นพ่อมดผู้ยิ่งใหญ่ของนางย่อมเปิดกว้างอย่างแน่นอน