จักรพรรดิผีดิบ

    ตอนที่ 128 การสอนของกาลาเซีย

    ตอนที่ 128 การสอนของกาลาเซีย

     

    ลาซิเฟียจับจ้องไปทางกาลาเซียปรากฏความประหลาดใจลึกล้ำ รูปลักษณ์ของกาลาเซียแผ่ซ่านซึ่งแรงเสน่ห์ร้ายกาจ ผิวพรรณเนียนละเอียดน่าลูบไล้สะกดทุกสายตาในห้องโถง นักเรียนที่กำลังจะลุกออกไปบางส่วนถึงกับนั่งลงที่เดิมสืบเนื่องจากความงดงามของนาง ทันใดนั้นเองที่บานประตูห้องโถงเปิดกว้างออกบังเกิดพลังอำนาจประหลาดสาดผ่านผู้คนในฉับพลัน พลังอำนาจสายนั้นสร้างคลื่นลมแปรปรวนในห้องโถงอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะสงบลงในเวลาสามลมหายใจ

     

    สายตาของนักเรียนจำนวนมากเบิกโตกว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด ตรงบริเวณประตูห้องโถงเผยคนจำนวนแปดคนด้วยกัน เสียงหัวเราะของคนผู้หนึ่งพลันดังขึ้นมา “ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าถึงดินแดนเทพมนุษย์แล้ว ข้ารักที่นี่ที่สุดเลย” การ์กันต์แผดเสียงสนั่นลั่น ชายหนุ่มพลันฟุบลงไปจูบพื้นห้องโถงด้วยความดีใจอย่างที่สุด

     

    “ถึงแล้ว! ถึงแล้ว! ข้าคิดถึงที่นี่เหลือเกิน!” บาโมท์ก็มิต่างอันใดกัน เขากระโดดเกาะเสาอาคารอย่างแนบแน่นราวกับลิงเกาะต้นไม้

     

    เหมยหลินและโตชินกุมขมับคล้ายรู้สึกละอาย ชายหญิงทั้งสองอยากจะเดินออกห่างจากชายหนุ่มสองคนนี้ หลังจากพวกเขาทั้งสี่คนผ่านพ้นสถานการณ์ความเป็นความตายมาด้วยกัน สายสัมพันธ์ระหว่างกันจึงทะยานสู่จุดสูงสุดประหนึ่งพี่น้อง ถ้านี่ไม่ติดว่าพวกเขาเปรียบดั่งพี่น้องสหายคนสนิท เหมยหลินและโตชินคงเดินหนีออกห่างอย่างไม่ลังเล เหมยหลินเดินเข้าไปกระชากเสื้อของบาโมท์ให้ลงมาจากเสาอาคาร “หัดอายศิษย์พี่ในห้องโถงกันบ้าง”

     

    เหมยหลินนั้นแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาศิษย์เอกของเหล่าปรมาจารย์ หญิงสาวดึงบาโมท์ลงมาจากเสาอย่างสบายๆ ถึงกระนั้นหากบาโมท์ออกแรงต่อต้าน เหมยหลินคงไม่สามารถดึงเขาลงมาอย่างง่ายดายเช่นนี้ ยังดีที่ไม่ต้องมีคนเตือนการ์กันต์ หลังจากเขาเห็นเหมยหลินเตือนบาโมท์ ชายหนุ่มพลันยืนตรงอกผายไหล่ผึ่ง เขากลัวเหมยหลินลงมือทำร้ายตนเอง แน่นอน บาโมท์กลายเป็นกรณีพิเศษเสียแล้ว ดูเหมือนการที่เจ้านั่นตามตื้อจีบเหมยหลินความสัมพันธ์ระหว่างกันคล้ายจะพัฒนาขึ้นมาสองถึงสามก้าวเลยทีเดียวราวกับนางเปิดประตูหัวใจ

     

    เหมยหลินถอนหายใจดูเหมือนนางไม่จำเป็นต้องลงไม้ลงมือกับการ์กันต์เขาก็รู้สึกตัวได้เอง ทันใดนั้นที่นางหันมองไปทางอาจารย์ของตนเอง…ปรมาจารย์ยูไค

     

    “ถึงบ้านแล้วโว้ย!!”

     

    “เรารอดแล้ว”

     

    “ฮ่าฮ่าฮ่า เรารอดชีวิตแล้ว มีเรื่องให้ไปโม้กับท่านเทพมนุษย์ด้วย”

     

    เหมยหลินยืนแข็งทื่อสนิทราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง ในขณะนี้ปรมาจารย์ยูไคกำลังรำไทเก๊กด้วยความยินดีปรีดายิ่ง ปรมาจารย์โหวู๋อาจารย์ของการ์กันต์กลับมิต่างอันใดไปจากศิษย์ตน เขากลิ้งไปกับพื้นห้องโถงพลางจูบมันสามที ปรมาจารย์ธูมัสอาจารย์ของบาโมท์กลับกระโดดกอดเสาเช่นเดียวกัน และปรมาจารย์โชลิชที่กำลังยืนเบ่งกล้ามด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

     

     ภาพลักษณ์ของปรมาจารย์สภาผู้อาวุโสแห่งสี่แดนเทพมนุษย์ได้พังทลายลงราวกับขุนเขาสูงใหญ่พังฮวบลงมาในพริบตา ในสายตาของเหล่านักเรียนนับหมื่นที่จับจ้องปรมาจารย์แห่งสี่แดนเทพมนุษย์ พวกเขาทุกคนล้วนได้ฟังตำนานเกี่ยวกับปรมาจารย์สุดเก่งกาจในดินแดนเทพมนุษย์ ความร้ายกาจของพวกเขาถูกสร้างเป็นอนุสรณ์ไว้รำลึกถึงคุณงามความดีที่สร้างไว้มากมาย แต่ทว่า นักเรียนทุกคนกลับไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าปรมาจารย์จะเป็นคนบ้าบอเช่นนี้ ในภาพจินตนาการของนักเรียนส่วนใหญ่ล้วนออกแนวไปทางตาเฒ่าสุขุมหน้านิ่งเจ้าเล่ห์เสียมากกว่า นี่ถึงกับทำให้นักเรียนส่วนใหญ่อ้าปากค้างจนสุดกราม

     

    “ท่านอาจารย์!” เหมยหลินแผดเสียงสุดแรง ปรมาจารย์ทั้งสี่คนพากันได้สติขึ้นมา ปรมาจารย์ยูไคกลับคืนสู่ความสุขุมเยือกเย็นดังเดิม ผู้เฒ่ายูไคกระแอมไอเล็กน้อย

     

    นักเรียนทั่วทั้งห้องโถงล้วนเงียบสงัดดุจป่าช้า เพียงชั่วพริบตาเดียว สุ้มเสียงของนักเรียนทั้งหลายพลันดังกระหึ่มลือลั่นสนั่นไกล เสียงกล่าวเทิดทูนจากส่วนที่ลึกที่สุดของหัวใจ เสียงกล่าวด้วยความดีใจอย่างสุดแสน แม้กระทั่งคำชมต่างๆ นานาที่หลุดจากปากพวกเขาซึ่งมีต่อศิษย์เอกของเหล่าปรมาจารย์ทั้งสี่ การได้พบเจอหนึ่งปรมาจารย์นับว่ายากแท้ประหนึ่งเข้าพบท่านเทพมนุษย์ แต่นี่กลับมาถึงสี่ปรมาจารย์! นักเรียนบางส่วนถอนหายใจด้วยความผิดหวังลึกล้ำที่ปรมาจารย์ฝู่ชิงไม่มาด้วย หากเขาได้เห็นเทพอักขระตัวเป็นๆคงพากันคลั่งเป็นแน่

     

    แน่นอน ความรู้สึกประทับใจเอ่อล้นนี้ไม่เว้นแม้แต่พวกคุณหนูแห่งสามตระกูลใหญ่ ในสถาบันมังกรกล่าวได้ว่าเป็นแหล่งรวมต้นกล้าอัจฉริยะทั่วทั้งแผ่นดิน เหล่ารุ่นเยาว์ที่มีความสามารถต่างหลั่งไหลมารวมกันอยู่ในสถาบันแห่งนี้ ทว่า นี่ไม่รวมถึงศิษย์เอกของเหล่าปรมาจารย์ซึ่งนับเป็นอัจฉริยะไปอีกขั้น นับว่าเป็นมังกรในหมู่มังกร

     

    “สมแล้วที่เป็นอัจฉริยะ” นักเรียนอาภรณ์ขาวบางคนเลิกคิ้วขึ้นสูงด้วยความประหลาดใจเมื่อพบกับค่าสเตตัสของศิษย์เอกทั้งสี่คน

     

    ชื่อ:หลิวต้า เหมยหลิน(เพศหญิง) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์ อายุขัยโดยธรรมชาติ:80ปี เลเวล:3,509 พลังกาย:510,523 พลังเวทย์:456,987 อาชีพ:เงาสังหาร

     

    ชื่อ:โรทานาส บาโมท์(เพศชาย)  อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์ อายุขัยโดยธรรมชาติ:80ปี เลเวล:3,470 พลังกาย:120,512 พลังเวทย์:495,004 อาชีพ:จอมเวทย์

     

    ชื่อ:บาบาพอส การ์กันต์(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์ อายุขัยโดยธรรมชาติ:80ปี เลเวล:3,459 พลังกาย:530,987 พลังเวทย์:123,744 อาชีพ:เบอร์เซิร์กเกอร์

     

    ชื่อ:โมตินกัน โตชิน(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์ อายุขัยโดยธรรมชาติ:80ปี เลเวล:3,459 พลังกาย:520,127 พลังเวทย์:304,521 อาชีพ:จอมกระบี่

     

    การที่รุ่นเยาว์อายุสิบห้าปีแตะเลเวลสามพันได้นั้นถือว่าเป็นอัจฉริยะโดยไร้ข้อกังขา ยิ่งค่าพลังกายและพลังเวทย์ของพวกเขากล่าวได้ว่าเป็นปีศาจตัวน้อย! ความสามารถระดับนี้มันมากพอที่จะติดหนึ่งในร้อยอันดับหลักศิลาแห่งสถาบันมังกรได้เลยทีเดียว อย่างที่ทราบโดยทั่วกัน นักเรียนส่วนใหญ่ในสถาบันมังกรมีอายุอย่างต่ำก็สิบเจ็ดปี การที่พวกเขาได้เห็นคนอายุน้อยกว่าตนเก่งกว่าตนเองนั้นย่อมเกิดความละอายใจ

     

    “อายุสิบห้าปีกลับเก่งกาจขนาดนี้”

     

    “ข้าอยากถูกฝึกโดยเหล่าปรมาจารย์บ้าง”

     

    “ที่น่าสงสัยคือ---เหล่าปรมาจารย์มาทำอะไรในสถานที่แห่งนี้…”

     

    ทุกคู่สายตาล้วนถูกดึงดูดไปโดยเหล่าปรมาจารย์และลูกศิษย์ของเขา การมาขัดขวางการดำเนินพิธีล้วนทำให้พ่อบ้านไทรอสรู้สึกโกรธเกรี้ยวอย่างมาก เขาได้รับคำสั่งมาจากท่านเทพมนุษย์ให้ดูแลกาลาเซียและควบคุมสถานการณ์ให้ดี แต่เมื่ออีกฝั่งคือสี่ปรมาจารย์ ความโกรธาคลายหายไปจากความรู้สึก พ่อบ้านไทรอสเผยรอยยิ้มบางไปทางพวกเขา แน่นอน สี่ปรมาจารย์นั้นสนิทกับท่านเทพมนุษย์เป็นอย่างมาก เป็นสหายคนสนิทของท่านเทพมนุษย์แล้วพ่อบ้านที่รับใช้ท่านเทพมนุษย์อย่างเขาจะไปโกรธเคืองได้อย่างไร!

     

    ปรมาจารย์ยูไคทราบแล้วว่าตนเองเข้ามาขัดขวางพิธีการซึ่งนับว่าไร้มารยาทอย่างมาก เขาเคลื่อนสายตาไปทางเวทีผู้สอนก่อนสบตาเข้ากับพ่อบ้านไทรอส “อ้าวไทรอส!” ชายชราเผลอตัวทักทายออกไปด้วยความสนิทสนม ผู้เฒ่ายูไคไม่ได้เจอหน้าไทรอสร้อยกว่าปีแล้ว ไม่แปลกที่เขาจะควบคุมตัวเองไม่ได้

     

    พ่อบ้านไทรอสโค้งคำนับไปทางเหล่าปรมาจารย์ทั้งสี่อย่างเคารพ เป็นอีกครั้งที่ห้องโถงเงียบสงัดอีกครา ซุ่มเสียงแผ่วเบาพูดคุยกันเป็นวงเล็กๆ ผู้ชราที่ยืนอยู่บนเวทีกลับรู้จักปรมาจารย์แถมยังทักทายกันอย่างสนิทสนม นี่มันไม่ธรรมดาแล้ว!

     

    เมื่อปรมาจารย์ทั้งสี่คนเห็นพ่อบ้านไทรอส พวกเขาบังเกิดความเกรงใจขึ้นมาต่างพากันมองหาที่นั่งบริเวณใกล้เคียง ในขณะเดียวกัน พวกศิษย์เอกต่างก็พากันหาที่นั่งอยู่อย่างสงบเสงี่ยม

     

    กาติรัสรู้สึกคุ้นเคยกลิ่นอายของพลังทั้งแปดสายนั้นดี ชายชราสี่คนรุ่นเยาว์สี่คนที่เคยเจอกันในมหาแผ่นดิน ดูเหมือนการมาเยือนของพวกมันอาจเป็นเพราะเอลฟ์สาวตนนี้  กาติรัสที่เมื่อครู่เกียจคร้านจะส่องสเตตัสของนางขณะนี้กลับเกิดความรู้สึกสนอกสนใจขึ้นมา ทันที่ที่ชายหนุ่มสอดส่องพลังของนาง เขาแทบกระอักเลือดออกมา!

     

    ชื่อ:ลาลาดอว์ฟ กาลาเซีย(เพศหญิง) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:เอลฟ์(ราชา) อายุขัยโดยธรรมชาติ:1500ปี เลเวล:13,047 พลังกาย:129,897 พลังเวทย์:25,489,453 คุณสมบัติพิเศษ:เป็นที่รักของมานา,เนตรพระเจ้า พลังวิญญาณ:ไม่ส่งผล

     

    “บัดซบ! คุณสมบัติพิเศษมันมีกันง่ายขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่!” ขนาดจักรพรรดิยังลอบสถบในใจ เขาเจอคนมีคุณสมบัติพิเศษสองอย่างมาสองคนแล้ว หนึ่งแอสทารอส สองกาลาเซีย เรื่องนี้ถือว่าเป็นเหตุการณ์ประหลาดอย่างยิ่งยวด ไม่เคยมีสิ่งมีชีวิตใดปรากฏคุณสมบัติพิเศษสองอย่างมาก่อน แน่นอน นอกจากเผ่าพันธุ์มนุษย์นั้นเผ่าอื่นล้วนไม่มีอาชีพ แต่อัตราการเกิดคุณสมบัติพิเศษจะหาได้ง่ายกว่า อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกมันจะมีคุณสมบัติพิเศษถึงสองอย่างได้

     

    คุณสมบัติพิเศษทั้งสองอย่างจักรพรรดิกลับหาได้รู้จักไม่

     

    ลาซิเฟียชำเลืองมองไปทางปรมาจารย์และพวกศิษย์ก่อนหันหน้ามองไปทางกาติรัสซึ่งเขามองไปทางเวทีผู้สอนอยู่ ลาซิเฟียในตอนนี้นับว่าแข็งแกร่งอย่างมาก แต่นั่นยังไม่มากพอจะต่อกรกับเหล่าปรมาจารย์แห่งแดนเทพมนุษย์ ทว่า หญิงสาวกลับไม่หวั่นกลัวพวกมันเลยแม้เพียงเสี้ยว นางเผยรอยยิ้มบางขณะมองหน้ากาติรัส นางรู้สึกดีใจสุดๆ ดีใจมากๆ จนกระทั่งตอนนี้นางก็ยังอดยิ้มไม่ได้ ความพยายามตลอดสิบภพชาติไม่ได้เปล่าประโยชน์

     

    “ข้าสอนได้ยัง” กาลาเซียกวาดสายตาคมกริบไปทางเหล่านักเรียนทั้งหลาย พวกเขาทั้งหมดพลันขนลุกชูชันขึ้นมา เพียงสบตานางเข้าพวกเขาส่วนใหญ่ล้วนหลบสายตานั้นอย่างไม่ลังเล จนกระทั่งนัยน์ตาคู่งามเคลื่อนหยุดลงตรงกาติรัส นอกจากเขาจะไม่หลบสายตาของนางแล้ว ชายหนุ่มกลับยกยิ้มเต็มไปด้วยเสน่ห์อันร้ายกาจของบุรุษหนุ่ม

     

    กาลาเซียเลิกคิ้วสูงขึ้นเล็กน้อย นางมิอาจมองเห็นค่าสเตตัสของชายหนุ่มผู้นั้นได้ เพียงชั่วพริบตา หญิงสาวเคลื่อนสายตาออกจากกาติรัส ในดวงตาของกาลาเซียไร้ซึ่งความสนอกสนใจใดๆที่มีต่อกาติรัส นี่ย่อมไม่ใช่การตอบสนองที่คนปกติเป็น หากเป็นอาจารย์ทั่วไปคงเผยใบหน้าตื่นตะลึงไม่ก็มีอาการตอบโต้กับกาติรัส ทว่า นางกลับเมินเฉยดุจอากาศธาตุ

     

    กาลาเซียใช้สมองคิดประมวลผลอย่างรวดเร็ว ในห้องโถงแห่งนี้มีอัจฉริยะอยู่ประมาณสิบถึงยี่สิบคน ระดับปกติครึ่งหมื่นและพวกอ่อนด้อยครึ่งหมื่น เป็นอัตราส่วนที่ทำให้หนักใจไม่ใช่น้อย หากจะต้องมองหาวิชาที่จะนำมาสอนวิชานั้นคงต้องให้ประโยชน์แก่ทุกฝ่าย ถึงกาลาเซียจะเป็นเอลฟ์แต่นางก็มีจิตวิญญาณที่จะสอนอย่างแท้จริง หญิงสาวไม่คิดจะงกความรู้ของตนเอง

     

    “เรียนเวทมนตร์ขั้นพื้นฐานก็แล้วกัน” กาลาเซียกล่าวเสียงราบเรียบ พ่อบ้านไทรอสที่เห็นนางจะเริ่มการเรียนการสอนเขาก็ถอยหลังไปอยู่หลังเวทีคอยสังเกตการณ์สถานการณ์ต่างๆอย่างใกล้ชิด

     

    สิ้นคำกล่าวของกาลาเซียบังเกิดคลื่นสมุทรระลอกใหญ่ เสียงตะโกนก่นด่าต่างๆ นานาดังสะเทือนลือลั่นทั่วทั้งห้องโถง นักเรียนกว่าสามพันสี่พันคนลุกขึ้นจากที่นั่งเดินออกไปจากห้องโถงไร้ซึ่งความลังเลอีก ถึงพวกเขาจะอยู่ในระดับปลายแถวของนักเรียนในสถาบันมังกร ถึงกระนั้นหากนำรุ่นเยาว์ทั่วดินแดนมนุษย์มาเป็นเกณฑ์เทียบ พวกเขาซึ่งเป็นนักเรียนในสถาบันมังกรย่อมถือเป็นอัจฉริยะระดับดินแดนอยู่แล้ว เหตุใดจึงต้องเรียนเวทมนตร์ขั้นพื้นฐานด้วย? พวกเขาบรรลุระดับสูงกันหมดแล้วด้วยซ้ำ!!

     

    แน่นอน พวกที่ลุกออกไปส่วนใหญ่ล้วนเป็นเด็กนักเรียนอาภรณ์ขาวทิฐิของเด็กเหล่านี้ล้วนสูงล้ำและมีอาภรณ์ดำลุกออกไปประมาณหยิบมือเท่านั้น นักเรียนอาภรณ์ดำนับเป็นพวกอ่อนแอยามมีโอกาสเข้ามาย่อมต้องคว้าไว้ก่อนเสมอ

     

    บาโมท์ลุกขึ้นพรวดเอ่ยกล่าวด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย “อะไรกันเวทมนตร์ขั้นพื้นฐานหรอกเหรอ!? ท่านอาจารย์ขอรับ ข้าว่าเรากลับไปฝึกกันต่อดีกว่า” เขาหันมองไปทางปรมาจารย์ธูมัสคาดหวังว่าจะได้กลับจักรวรรดิเทพมนตรา  ปรมาจารย์ธูมัสคือเทพมนตรา ศาสตร์เวทย์ที่บาโมท์ได้ร่ำเรียนมาย่อมมีระดับสูงกว่าปุถุชนทั่วไปอย่างเทียบไม่ติด เหตุใดเขาจะต้องเรียนเวทมนตร์ขั้นพื้นฐานอีกเล่า?

     

    ปรมาจารย์ธูมัสและคนอื่นๆปรากฏความนิ่งเฉยไม่มีอาการตอบสนองใดต่อท่าทีของบาโมท์ บาโมท์ถึงกับต้องนั่งลงด้วยสีหน้างงงวย

     

    “ข้าจะสอนเวทมนตร์พื้นฐานของพื้นฐานสุดๆ” กาลาเซียกล่าวด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง นางเปิดปากพูดธรรมดาราวกับเด็กนักเรียนอยู่ตรงหน้าไม่ไกลนัก ทว่า เด็กนักเรียนทุกคนล้วนได้ยินเสียงของกาลาเซียอย่างชัดเจน ที่นางกล่าวออกไปเช่นนั้นแท้จริงแล้วภายใต้ใบหน้านิ่งเฉยกลับปรากฏรอยยิ้มยินดี ยิ่งคนออกไปเยอะๆน่ะดี! ข้าเขินจะแย่อยู่แล้ว!

     

    กาลาเซียยืนนิ่งถึงครึ่งชั่วโมงกลับไม่มีการเรียนการสอนใดที่นางแสดงออกมาเลย ภายใต้การรอคอยสุดน่าเบื่อนี้ในห้องโถงขนาดนี้กลับเหลือนักเรียนเพียงเก้าร้อยคนเท่านั้น ห้องโถงขนาดยักษ์ที่เคยมีนักเรียนนับหมื่นชีวิตกลับเหลือเพียงเก้าร้อยกว่าคน! นักเรียนทั้งหมดล้วนเป็นอาภรณ์ดำทั้งสิ้น เว้นเสียแต่เหล่าคุณหนูแห่งสามตระกูลใหญ่

     

    “ครบกำหนดเวลา ข้าจะเริ่มสอนละนะ” กาลาเซียจงใจที่จะยืนนิ่งอยู่กับที่ถึงครึ่งชั่วโมง ผนวกกับพูดจาให้ตนเองเสียหายมากที่สุด นางอยากจะลดจำนวนคนในห้องโถงที่มากมายจนเกินไป แน่นอน นางมีจิตวิญญาณในการสอนอย่างแท้จริง คำพูดที่นางกล่าวออกไปล้วนมิได้โกหกแต่อย่างใด ทุกถ้อยคำนั้นล้วนเป็นความจริงและนางจะสอนสิ่งที่รู้โดยไม่งกความรู้ตนเองเลยแม้เพียงเสี้ยว

     

    “ลำดับแรก ข้าจะสอนการร่ายเวทมนตร์”

     

    ..สเตตัสปัจจุบัน...


    ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์

    เลเวล:11,537 พลังกาย:105,489,129 พลังเวทย์:111,269,229 อาชีพ:จักรพรรดิผีดิบ