ยาอายุวัฒนะ
เมื่อก่อนฉันต้องคอยอดทนต่อการถูกรังแกมาโดยตลอด แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไป ฉันไม่ใช่ไพลินคนเดิม อีกต่อไป “ผมต้องขอโทษที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นด้วยนะครับ” เขาบอก “แล้วเจ้านายคุณไม่มาหรือ” เขาถามต่อ นี่สินะคือจุดประสงค์ของเขา ฉันจึงตอบเขาไปว่าเจ้านายของฉันเขาไม่ชอบพบปะผู้คน เขาให้ฉันมาเพียงคนเดียว “เธอคือแขกคนพิเศษของผม” เขาหันไปบอกกับ รปภ. “อย่าให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก”เขาผายมือให้ฉันเดินตามเขาไปที่ห้องจัดแสดงสมบัติโบราณ มีแขกเหรื่อมากมายภายในงาน ทุกคนต่างมองมาที่ฉันเป็นตาเดียว“เธอเป็นใคร เธอถึงเดินมากับทายาทตระกูลอัคราธิวัฒน์”ฉันได้ยินเสียงกระซิบกระซาบมาตามทาง ฉันจึงรับรู้ได้ว่าต้นตระกูลของภานุเดชนั้นคงไม่ใช่ธรรมดา อารยาและภูริเดชยืนกระวนกระวายใจอยู่ที่บาร์เครื่องดื่ม “นี่ฉันเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า ยายหน้าผีนั่นรู้จักกับคุณภานุเดช มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน” เธอพูดกับภูริเดชที่ยืนถือแก้วไวน์อยู่ด้วยสีหน้ากังวล ครอบครัวของเขาต้องทำธุกิจกับตระกูลอัคราธิวัฒน์ การทำให้ภานุเดชโกรธนั้นไม่ใช่สิ่งที่ดี เขาสามารถจัดการสิ่งที่เขาไม่พอใจได้เพียงปลายนิ้ว ภายในห้องโถงนั้นมีการจัดแสดงสมบัติโบราณมากมายราวกับพิพิธภัณฑ์ บางชิ้นดูเก่าแก่และมีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน “สมบัติต่างๆในห้องนี้มีเจ้าของและสามารถซื้อขายได้ คุณสนใจบ้างไหม” เขาถาม ฉันยิ้มให้เขา ฉันไม่คิดว่าจะมีเงินมากพอที่จะซื้อของเหล่านั้น และฉันก็ไม่รู้จักเลยสักชิ้น ฉันก็แค่อยากมาดูเฉยๆ ของโบราณบางชิ้นราคาตั้งเอาไว้แพงมาก มีทั้งหลักล้านไปจนถึงร้อยล้าน แต่ในสายตาของฉันมันก็เป็นเพียงของเก่าโบราณเพียงเท่านั้น ไม่ได้พิเศษอะไร “มีแต่ของน่าสนใจทั้งนั้นเลย คุณว่าไหม” รัตติกาลถามฉัน ในขณะที่ฉันวิดีโอคอลภาพสมบัติโบราณในงานให้เธอดู ภานุเดชสังเกตเห็นฉันใส่บลูทูธไว้ที่หู เขาสั่งให้คนของเขาตรวจสอบทันที คนของเขาทำการตรวจสอบแต่ไม่สามารถตรวจสอบได้ ทั้งๆที่สถานที่แห่งนี้มีเครื่องตัดสัญญาณสื่อสารทุกชนิด เพื่อป้องกันการโจรกรรม ภานุเดชแปลกใจมาก เขาถามฉันว่าฉันใช้เทคโลยีอะไรในการสื่อสาร ทั้งๆที่เขาสั่งตัดสัญญาณหมดแล้ว “มันคือเวทย์มนตร์” ฉันบอก เขามีทีท่าทึ่งในตัวฉันมากขึ้นไปอีก “คุณไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดาจริงๆ” เขาบอก เขาพาฉันเดินชมจนทั่วงานและก็พูดขึ้นว่า “คุณไม่สนใจชิ้นไหนเป็นพิเศษหรือ ผมซื้อให้คุณได้นะ” เขาบอก แต่ฉันปฏิเสธ เขาพาฉันมาถึงเวทีการประมูล เขาจัดที่นั่งให้ฉันที่ด้านหน้าริมทางเดิน ฉันกำลังจะนั่งลงก็ได้ยินเสียงเรียก “ไพลิน” ฉันหันไปก็เห็นตะวัน “อ้าวตะวัน มาแล้วเหรอ มานั่งด้วยกันสิ” ภานุเดชมีสีหน้าแปลกใจ เขามองไปที่ฉันกับตะวันและถามว่า “คุณทั้งสองรู้จักกันหรือ” “ใช่” ฉันตอบ ภานุเดชจับมือทักทายกับตะวัน “ยินดีที่ได้รู้จักครับ” ภานุเดชกล่าว แต่ตะวันมีสีหน้าไม่ค่อยพอใจนักภานุเดชจึงบอกว่า “ถ้าคุณไพลินมีเพื่อนแล้ว ผมขอตัวไปดูงานส่วนอื่นก่อนนะครับ” แล้วเขาก็เดินจากไป“คุณรู้จักภานุเดชได้ยังไง” ตะวันถามฉัน“ฉันเจอเขาที่สวนสาธารณะ” ฉันตอบไปตามความจริง “เขาเป็นคนที่อันตราย คุณต้องระวังตัว” เขาบอกกับฉันด้วยสีหน้ากังวล“ทำไมล่ะ” ฉันถาม“ตระกูลของเขาไม่ธรรมดา และเขาเองก็ด้วย เอาเป็นว่าคุณต้องระวังตัวเอง” เขาย้ำคำเดิมทันใดนั้นฉันก็เห็นใครบางคนอยู่ที่งานนี้ คนที่ฉันคิดว่าเขาควรต้องอยู่ในคุก“นายพิทักษ์”เขาออกจากคุกมาได้อย่างไร ฉันเห็นภานุเดชอยู่กับเขาในตอนนี้ ฉันรู้สึกร้อนวูบทันทีที่เห็นหน้าเขา เขาคือคนอันตราย ถ้าเขารู้ว่าฉันอยู่ที่นี่ล่ะ เขาจะมาแก้แค้นฉันไหมที่ทำให้เขาถูกจับเขาเดินมานั่งอยู่ที่เก้าอี้คนละฝั่งจากฉัน ฉันเกิดความสงสัยว่าเพราะเหตุใดกฎหมายประเทศนี้จึงอ่อนข้อให้กับพวกผู้มีอิทธิพล เขาสามารถออกมาจากคุกได้อย่างไม่สะทกสะท้านใดๆ ฉันกำมือไว้แน่น ฉันจะจัดการเขาได้ไหม ตะวันเอื้อมมือจับมือฉันให้ผ่อนคลายลง “ใจเย็นๆนะไพลิน” เขาพูด “ไม่ว่าจะยังไงผมจะอยู่ข้างๆคุณ แต่คุณอย่าหุนหันพลันแล่น” “ขอบคุณ” ฉันพูด ภานุเดชเดินเข้ามาพร้อมกับชายสามคน เขาดูท่าทางน่าเกรงขาม ฉันรู้จักคนหนึ่ง เขาชื่อวุฒิชัย เขาเป็นอดีตอธิบดีกระทรวงขนาดใหญ่ของประเทศ ส่วนอีกสองคนฉันไม่รู้จัก ตะวันกระซิบกับฉันว่าทั้งสองคนเป็นเจ้าสัวใหญ่ในวงการค้าขายอัญมณีและของโบราณทุกชนิด คนหนึ่งชื่อเอนก ส่วนอีกคนชื่อธรรมชัย พวกเขาเป็นที่ยอมรับนับถือในแวดวงนี้เป็นอย่างมาก การประมูลเริ่มต้นขึ้น สมบัติโบราณที่ถูกนำขึ้นมาโชว์บนเวทีโดยเจ้าของ และต่างก็นำเสนอข้อมูลเพื่อให้ผู้ที่มาร่วมประมูลสนใจที่จะนำไปสะสม “น่าสนใจมากๆ” รัตติกาลพูดขึ้นมา ฉันมองไปบนเวที พิธีกรนำกล่องใส่วัตถุบางอย่างขึ้นมาแสดงให้ผู้ชมดู “นี่คือสิ่งที่ได้รับการขนานนามว่า อัญมณีลึกลับแห่งสมุนไพร มันหายากมาก นับร้อยปีจะมีคนค้นพบสักครั้งหนึ่ง” พิธีกรบอก ทุกคนภายในงานต่างสนใจและพูดกันเซ็งแซ่ว่าสิ่งนั้นมันคืออะไร พวกเขาต่างเดากันไปต่างๆนานาตามที่พอจะมีความรู้ ถ้าในกล่องนั้นคือของหายากจริงราคามันคงพุ่งไปหลายล้าน กล่องถูกเปิดออก ภายในคือผลแห้งของพืชชนิดหนึ่ง แต่ฉันไม่รู้ว่าคืออะไร มันมีลักษณะใหญ่ประมาณกำปั้น รอบผลของมันมีเส้นสีแดงคล้ายกับเส้นเลือดมนุษย์ สีแดงจางๆ ทุกคนภายในงานดูผิดหวัง แต่ฉันมีความรู้สึกว่าผลแห้งๆนั้นมีพลังบางอย่างแผ่ออกมาจากภายใน เจ้าของสมบัติชิ้นนั้นกล่าวว่า “มันคือยาอายุวัฒนะที่หายากมาก ในร้อยปีอาจจะพบเจอได้สักครั้ง หากใครได้กินจะสามารถต่อพลังชีวิตออกไปได้” “ไร้สาระ ของแบบนั้นมันจะไปมีอยู่จริงได้ยังไงกัน” คุณเอนก หนึ่งในเจ้าสัวกรรมการของงานนี้ลุกขึ้นพูด“ผมศึกษาด้านสมุนไพรมาตลอดชีวิต มันไม่มีของแบบนั้นอยู่จริง คุณกำลังหลอกลวง” เขาพูดต่อเจ้าของผลแห้งนั้นขึ้นพูด “มันคือสิ่งที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษของหมู่บ้านเรา มันคือของจริง คนอย่างคุณมันจะไปรู้เรื่องอะไรกัน” “ตำนานนิทานหลอกเด็กแบบนั้น ใครจะไปเชื่อ โลกนี้ยังมีคนโง่เชื่ออยู่อีกหรือ” คุณเอนกพูดเย้ย ผู้ชมภายในงานต่างคุยกันว่า ยาอายุวัฒนะอะไรกัน มันจะไปมีอยู่จริงได้ยังไง รัตติกาลพูดกับฉันว่า “ผลแห้งอันนี้ มันคือผลของต้นทศโลหิต มันหายากมาและไม่สามารถปลูกได้ การที่จะได้ผลของต้นทศโลหิตมานั้นต้องเข้าไปในป่าอาถรรพ์ ซึ่งมีคนไม่มากที่รู้ว่าป่าแห่งนี้อยู่ที่ไหน และคนที่ลองเข้าไปส่วนใหญ่มักไม่มีชีวิตรอดออกมา แต่ก็อาจจะมีผู้ที่มีวิชาอาคมไปนำผลทศโลหิตนี้ออกมาได้” แต่ถ้าผลนี้อยู่นอกป่าอาถรรพ์แล้ว จะทำให้อานุภาพของมันลดลง แต่ถึงอย่างไรสรรพคุณของมันก็ยังน่าอัศจรรย์อยู่ หากนำมาสกัดเป็นยา ผู้ที่ได้กินจะต่ออายุขัยที่หมดลงได้ต่อไป แต่ว่าจะเพิ่มอายุขัยได้นานแค่ไหน ยังไม่มีใครรู้ หรือไม่ก็คนที่รู้ก็อาจไม่เคยออกมาบอกเล่า ฉันฟังรัตติกาลเล่าและมองไปที่ผมทศโลหิตนั้นด้วยความสนใจ