ศาสตร์จักรพรรดิมังกรครองพิภพ (จบ)

    ตอนที่ 108 กลับเมืองหน้าด่าน

            เหตุการณ์ที่ผ่านพ้นไปเมื่อกี้ทำให้แต่ละคนต้องตกตะลึง ตระกูลใหญ่ทั้งสี่พ่ายแพ้ไม่เป็นท่าต่อชายหนุ่มเพียงคนเดียวเท่านั้น ถึงจะไม่เกิดการต่อสู้กันกับอีกสามตระกูลก็เถอะแต่ทว่าผลลัพธ์มันก็เห็นกันอยู่เรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มคนนี้มีสัตว์อสูรระดับเจ็ดถึงสองตน ต่อให้ผู้อาวุโสของตระกูลใหญ่ทั้งสี่ร่วมมือกันก็ยังไม่สามารถทำอะไรได้แม้แต่สัตว์อสูรตนนึง แล้วนับประสาอะไรกับอีกตนนึงละ ยิ่งคิดก็ยิ่งหวาดสะพรึงนัก


            อีกด้านนึงตระกูลใหญ่ทั้งสามก็กำลังหาลือกันถึงเรื่องที่เกิดขึ้น


            "แล้วเจ้าจะเอายังไงละหนานเจียวจิง พญาอินทรีปีกทองที่เป็นพาหนะสำคัญของตระกูลเจ้าก็โดนชายคนนั่นเอาไปแล้ว..!!"


            ชายชราเซินตงเอ่ยถามออกมาอย่างเป็นกังวล ถึงพวกเขาสี่ตระกูลใหญ่จะไม่ค่อยลงรอยกันแต่ทว่ากับพวกเขาสี่คนมักจะพบเจอกันบ่อยครั้งจึงทำให้สนิทสนมกันอยู่บ้างและในตอนนี้เขาก็ยังเป็นห่วงความปลอดภัยของวัยกลางคนเบื้องหน้านี้อีกด้วย ถึงคนนอกจะไม่ได้รับรู้แต่ทว่าการลงโทษของสี่ตระกูลใหญ่มันไม่ธรรมดาหรอกนะ


            "เฮ้อ ก็ต้องบอกเล่าไปตามความจริงนั่นละว่าเป็นยังไง ข้าคิดว่าในเรื่องนี้ตัวของข้าอาจจะไม่ได้โดนอะไรก็เป็นได้ ที่ข้ากังวลเลยก็คือตระกูลจินนี่สิ ถ้าเขาออกล่าตัวเจ้าเด็กนั่นละก็ตระกูลพวกเราอีกสามได้รับผลกระทบแน่ๆ เพราะถึงยังไงพวกเราทั้งสี่ก็อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมด"


            ชายชรากับหญิงชราเมื่อได้ฟังก็พยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย มันเป็นอย่างที่ชายวัยกลางคนบอกไว้จริงๆ การที่ตระกูลจินถูกสังหารเพียงตระกูลเดียวทั้งๆที่รอบบริเวณก็ยังมีอีกสามตระกูลที่เหลือมันก็ยิ่งเป็นที่สงสัยอย่างแน่นอน เผลอๆบอกได้เลยว่าหลังจากนี้พวกเขาอาจถูกสอบถามอย่างหนักจากพวกตระกูลจินก็เป็นได้


            เวลาผ่านไปแต่คนก็เริ่มแยกย้ายกันออกไปแล้ว ในเมื่อกำแพงห้องโถงได้พังทลายทั้งหมดจนปรากฏเป็นด้านโล่งกว้างก็ทำให้อะไรๆมันง่ายขึ้นไปทั้งหมด


            ชายวัยกลางตระกูลหนานถึงจะไม่มีพาหนะแล้วแต่ทว่าตัวของเขาก็ยังมีจิตวิญญาณยุทธ มันคือหอคอยสวรรค์ไร้ขอบเขต จิตยุทธระดับสุดยอดของตระกูลหนานที่สืบทอดกันมาเนิ่นนานนับจากอดีต มันพลังในการป้องกันและช่วยเหลือผู้ฝึกยุทธได้อย่างมหาศาล ว่ากันว่าเพียงแค่ภายในกลุ่มคนมีคนของตระกูลหนานสักคนนึงละก็พลังของพวกเขาในการต่อสู้ก็จะก้าวกระโดดได้เลยทีเดียว


            ส่วนผู้ฝึกยุทธของเมืองรกร้างก็มองหน้ากันอย่างหวาดสะพรึง เรื่องราวนี้จะต้องมีปัญหาตามมาอย่างแน่นอน ใครจะไปคิดว่าพวกเขาจะได้มาพบเจอกับเหตุการณ์ที่เหลือจะเชื่อนี้ สี่ตระกูลใหญ่ของทวีปทำได้เพียงต้องถอนกำลังกลับไป


            "เหอะๆ ไม่ได้อะไรเลย กลับว้อย"


            ชายวัยกลางคนแขนกุดที่มีลวดลายมังกรสีดำทมิฬตะโกนก้องออกมาอย่างหงุดหงิด ใบหน้าของเขาตอนนี้มืดครึมราวกับตูดหมูเลยก็ว่าได้ ต้องบอกก่อนว่าสำหรับเขาแล้วการที่มายังสุสานของจักรพรรดิฟ้าถือเป็นเรื่องที่ผิดพลาดเป็นอย่างมาก เขาต้องเสียแขนขวาไปข้างนึงแถมทรัพยากรล้ำค่าอะไรก็ไม่ได้มันมาซึ่งผิดจากคำเล่าขานโบราณที่ส่งต่อกันมานัก


            บริเวณที่ห่างไกลบนท้องฟ้าที่ส่องสว่างกลับมีร่างเงาขนาดยักษ์ปรากฏขึ้นอย่างอหังการ


            "ถึงแล้วหรอ? ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาที..!!"


            หลินตงที่ยืนอยู่บนหัวของพญาอินทรีปีกทองคำก็ทึ่งในความเร็วของมัน ในตอนแรกที่เขาออกเดินทางจากเมืองแห่งนี้กว่าจะไปถึงยังเมืองรกร้างก็ใช้เวลาร่วมอาทิตย์แต่ทว่าในตอนนี้เขากลับเดินทางออกมาจากสุสานทะเลทรายได้ในชั่วพริบตา สมแล้วที่เป็นถึงพญาอินทรีปีกทองคำ ความเร็วของมันเหนือชั้นกว่าใครจริงๆ


            เมืองหน้าด้านที่เป็นเสมือนกับทางเข้าสุสานทะเลทรายปรากฏนกสีทองขนาดยักษ์ขึ้น ปีกที่ใหญ่โตของมันแทบจะบดบังท้องฟ้าจนทำให้ผู้คนที่แหงนหน้ามองต้องตื่นตระหนักกันยกใหญ่


            "สะ.สะ.สัตว์อสูรระดับเจ็ด? ทำไมถึงมาอยู่ที่แห่งนี้ได้..!!"


            ผู้ฝึกยุทธหลายคนทำได้เพียงคุกเข่าด้วยท่าทางที่สั่นเทา แต่ละคนเบิกตากว้างอย่างหวาดกลัวพร้อมกับครุ่นคิดอย่างบ้าคลั่ง หรือว่าสัตว์อสูรระดับเจ็ดตนนี้จะมาทำลายเมืองหน้าด่านของพวกเขา


            ระหว่่างที่พญาอินทรีกำลังร่อนลงมาก็มีคนสังเกตเห็นถึงใครบางคนที่ยืนอยู่บนหัวของมันอย่างสงบนิ่ง


            เมื่อพวกเขาเห็นเช่นนั่นก็อุทานออกมาอย่างตกใจ มีคนอยู่บนหัวของมัน แม่เจ้าโว๊ย สัตว์อสูรระดับเจ็ดตนนี้เป็นพาหนะให้กับใครบางคน ถ้าไม่ได้เห็นด้วยตาตนเองพวกเขาก็คงจะไม่อยากเชื่อมันเลยจริงๆ


            หลินตงที่อยู่ไม่ไกลจากพื้นดินแล้วก็สั่งให้ทั้งสองตนกลับเข้ามาก่อน พญาอินทรีปีกทองคำก็ไม่ขัดข้อง การได้กลับไปยังพื้นที่ที่ราวกับสรวงสวรรค์แบบนั่นสำหรับสัตว์อสูรแล้วใครมันจะไม่ชอบกันละ ต้องบอกก่อนว่าเพียงไม่นานที่พวกมันได้พักอาศัยอยู่ภายใต้สถานที่แห่งนั่นก็ทำให้พลังของพวกมันเสถียรขึ้นอย่างรวดเร็ว แล้วถ้าอยู่ไปนานๆละ พวกมันคงจะคิดไม่ออกเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น


            อีกฟากนึงราชันย์ราชสีห์อัสนีเมื่อได้ยินเสียงที่ดังก้องในหัวก็เข้าใจได้ในทันที ตงน้อยสั่งให้กลับแล้วก็แสดงว่าเขาถึงเมืองหน้าด่านแล้วสิ ตัวของมันตอนนี้เพิ่งทะยานมาได้ครึ่งทางเท่านั้น ในใจถึงกับบ่นออกมาว่าจะเร็วเกินไปแล้ว ถ้าเทียบความเร็วเพียวๆละก็คงจะแพ้มันเจ้านกบ้านั่นอย่างขาดลอยแน่นอน


            เมื่อมันคิดจบก็สลายร่างกายของตนเองอย่างรวดเร็ว ต่อให้จะอยู่ไกลกันแค่ไหนมันก็สามารถกลับไปยังพื้นที่มิติมังกรได้ในทันที นี่ล่ะคือข้อดีในการเป็นสัตว์อสูรของหลินตง


            บนท้องฟ้าเหนือเมืองร่างขนาดใหญ่ของพญาอินทรีก็กลายเป็นละอองแสงหายวับไปพร้อมกับมีร่างเงาของชายหนุ่มคนนึงที่กำลังดิ่งลงมาจากท้องฟ้า ร่างของเขาราวกับเป็นดวงดาวที่ตกลงมาอย่างรวดเร็ว


            "อะไรกัน ชายหนุ่มคนนึงหรอเนี่ย..!!"


            ทุกคนที่เห็นก็ทำได้เพียงอ้าปากค้าง บางคนที่หัวดีเข้าหน่อยก็บอกว่าชายหนุ่มคนนี้คือผู้ฝึกฝนสัตว์อสูรที่ทรงพลัง ทำให้หลายคนลอบพยักหน้าอย่างเห็นด้วยแต่ทว่าก็มีบางคนที่ย้อนแย้งออกมา พวกเขาบอกว่าผู้ฝึกฝนสัตว์อสูรที่ทรงพลังสามารถทำให้ตัวตนระดับนั่นรับใช้ได้เลยเชียวหรอ ยิ่งคิดก็ไม่เข้าใจนัก


            "ปัง"


            ระหว่างนั่นหลินตงก็ตกลงมาถึงพื้นอย่างรุนแรงจนทำให้เกิดฝุ่นทรายที่ฟุ้งกระจายไปทั่ว พื้นด้านล่างที่เขาเหยียบลงไปก็ถึงกับแตกร้าวเป็นใยแมงมุม รอบบริเวณก็มีฝูงชนอยู่เช่นกัน พวกเขาถึงกับตกใจกันยกใหญ่ว่ามันเกิดอะไรกัน อยู่ดีๆสัตว์อสูรขนาดยักษ์ก็แตกกระจายหายวับไปอย่างไม่ทราบสาเหตุพร้อมกับมีเสียงระเบิดดังขึ้น


            แต่ละคนจ้องมองไปยังฝุ่นทรายอย่างหวาดกลัว ผู้ทรงพลังทำไมถึงมายังที่แห่งนี้ได้


            และเมื่อฝุ่นควันจางหายไปแล้วก็ปรากฏร่างเงาของชายหนุ่มคนนึงขึ้น เขาตอนนี้ยืนอยู่ใจกลางหลุมขนาดเล็กที่แตกหัก


            หลินตงยกยิ้มอยู่นิดๆพลางเดินออกไปอย่างไม่สนใจ


            ถ้าสังเกตดูจะเห็นว่าร่างกายของเขากลับไม่เป็นอะไรเลย ด้วยความสูงที่มากมายกว่าหลายร้อยเมตร ถ้าเป็นผู้ฝึกจิตยุทธรวมเป็นหนึ่งก็อาจจะบาดเจ็บอยู่บ้างแต่ทว่ามันไม่ใช่กับเขา การที่มีสายเลือดของเทพมังกรอมตะกับคัมภีร์เทพแห่งชีวิตทำให้ร่างกายของเขาตอนนี้พัฒนาไปอย่างมหาศาลเลยทีเดียว


            "ไปหาท่านปู่ก่อนละกัน"


            ชายหนุ่มบ่นพึมพำออกมาพลางเดินไปยังทิศทางนึงของตัวเมือง ที่หลินตงกลับมายังเมืองหน้าด่านก็มีจุดประสงค์เช่นเดียวกัน ในตอนแรกเขานั่นลืมถามถึงเรื่องราวสำคัญกับท่านปู่ของตนจนกระทั่งนึกขึ้นได้และด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ชายหนุ่มต้องกลับมายังเมืองแห่งนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


    คล้ายกับเรื่องศาสตร์จักรพรรดิมังกรครองพิภพ (จบ) ที่คุณอ่าน