ไอรอนฟงอวี่และคริสถึงกับอ้าปากค้างกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น นัยน์ตาสั่นไหวและเบิกกว้างเมื่อมองไปยังผืนที่ว่างเปล่าและไม่มีอะไรอยู่เลย เพียงแค่พวกมันกระพริบตากองลูปครัสตัลเนินสูงขนาดใหญ่ก็ได้หายไปในทันที มันหายไปจริงๆราวกับว่าหายไปในห้วงความว่างเปล่า แต่ละคนเริ่มกลืนน้ำลายอึกใหญ่เมื่อมองไปยังชายหนุ่มที่กำลังยกแขนลง
"บะ..บอส?!! ท่านทำอะไร แล้วกองแร่ลูปคริสตัลทั้งหมดมันหายไปไหน?"
ชายวัยกลางคนถึงกับหันมาถามเขาด้วยน้ำเสียงอันสั่นไหว นี้คือเรื่องที่น่าตกใจมากยิ่งกว่าพลังริปเปอร์หรือเทคโนโลยีรีแอคชั่นซะอีก นับตั้งแต่ที่มันเกิดมาก็ไม่เคยเห็นพลังเช่นนี้มาก่อน
"ทำอะไรนะหรอ? ก็แค่เก็บพวกมันเข้าไปในตัวเท่านั้น ว่าแต่พวกคุณเชื่อหรือเปล่าละว่าผมมีพลังริปเปอร์ที่สามารถเก็บสิ่งต่างๆไว้ในตัวได้..!!"
ไครเซอร์เมื่อเห็นท่าทางของพวกเขาก็หัวเราะขึ้นอย่างชอบใจ จากนั่นเขาก็บอกเรื่องราวออกไปคร่าวๆ ไครเซอร์ไม่ได้บอกว่าตัวของเขามีระบบที่มีพลังลึกลับ เขาแต่งเรื่องออกไปว่าตัวของมันได้มีพลังริปเปอร์อีกแบบนึง ถึงจะบอกว่าในจักรวาลแห่งนี้สิ่งมีชีวิตสามารถครอบครองพลังริปเปอร์ได้เพียงแค่หนึ่งอย่าง แต่มันก็ไม่มีอะไรรับประกันถึงทฤษฎีที่พวกเขานั่นศึกษากัน ในเมื่อหลังจากนี้ตัวของชายหนุ่มจะมีพลังริปเปอร์อื่นๆอีก ก็สู้บอกกล่าวพวกเขาไปล่วงหน้าเลยดีกว่า
และถ้าเกิดว่าเรื่องราวนี้หลุดออกไปจากที่แห่งนี้ละก็ ข่าวสารของมันคงจะทำให้จักรวาลต้องสั่นสะเทือนอย่างแน่นอน นักวิจัยต่างๆจะบ้าคลั่งจนคุมสติกันเอาไว้ไม่อยู่พร้อมกับเอาร่างกายของเขาไปศึกษากันอย่างแน่นอน
"อะไรนะ?!! พลังริปเปอร์ที่สามารถกักเก็บสิ่งของเข้าสู่ร่างกาย!!"
"จะบอกว่าบอสมีพลังริปเปอร์2ชนิดหรอ? เป็นไปไม่ได้!!"
"แต่แกก็เห็นแล้วนิ ไม่เห็นหรอว่าสิ่งของหายวับไปในร่างกายของบอสน่ะ"
คำตอบของชายหนุ่มยิ่งทำให้แ่ละคนแทบจะหัวใจหยุดเต้น พวกเขาอุทานขึ้นอย่างตกใจพร้อมกับเอ่ยถามออกมาอย่างร้อนรน แต่ละคนเต็มไปด้วยความตกใจที่มากล้น นี่คือเรื่องใหญ่มากที่สุดในจักรวาลเลยก็ว่าได้ พลังริปเปอร์ที่สามารถกักเก็บสิ่งของเข้าสู่ร่างกาย นี่คือพลังที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนท่ามกลางจักรวาลที่กว้างใหญ่นี้ ถ้าเป็นอย่างที่บอสว่าไว้จริงๆมันก็เป็นพลังที่มีประโยชน์เป็นอย่างมาก สามารถเก็บสิ่งของไว้ภายในตัวได้ ทำให้การเคลื่อนย้ายสะดวกมากกว่ายิ่งกว่าใช้การเดินทางหลายสิบเท่า
ที่สำคัญเลยก็คือในบอสไครเซอร์กับมีพลังริปเปอร์ถึง2ชนิด นี้คือเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ของจักรวาล มันคือเรื่องใหญ่ถ้าถูกเผยแพร่ออกไป บอสของพวกมันจะกลายเป็นคนแรกและคนเดียวในประวัติศาสตร์ที่มีพลังริปเปอร์มากกว่าหนึ่งชนิด ไม่รู้ว่าบอสมีความลับอะไรแต่เขากลับแสดงให้พวกมันเห็นอย่างไม่ปกปิด แสดงว่าบอสไครเซอร์นั่นเชื่อใจพวกมันอย่างถึงที่สุด เพียงแค่นี้ก็ทำให้ทั้งสี่คนแทบจะถวายชีวิตให้กับชายหนุ่มผู้นี้แล้ว
"ละ..แล้วบอสเก็บสิ่งของได้เท่าไหร่ เก็บสิ่งชีวิตได้หรือไม่..!!"
ขณะนั่นไอรอนรีบเอ่ยถามออกมาในทันที ใบหน้าของมันแดงกล่ำแสดงความตื่นเต้นอย่างถึงที่สุด บอสของพวกมันมีพลังริปเปอร์สองชนิด ยิ่งทำให้องค์กรสเปคเตอร์นั่นมีอิทธิพลและทรงพลังอำนาจมากขึ้นไปอีก
ชายหนุ่มเมื่อถูกถามเช่นนั่นก็ครุ่นคิดอยู่นิดๆ จากนั่นเขาก็ได้กล่าวออกมา
"ไม่จำกัดขนาดหรือจำนวน แต่ก็อย่างว่าแหละมันคือพลังริปเปอร์ ในตอนนี้พลังของฉันยังน้อยอยู่ก็เลยทำได้เพียงไม่มาก ส่วนที่ถามว่าเก็บสิ่งชีวิตได้ไมน่ะหรอ แน่นอนว่าไม่ได้น่ะสิ สิ่งของกับสิ่งมีชีวิตมันย่อมที่จะมีโครงสร้างแตกต่างกันอยู่แล้ว พลังริปเปอร์ไม่ได้ฝืนกฎเกณฑ์จักรวาลขนาดนั้น"
ไครเซอร์พูดออกมาตามความจริง เขาจะให้ทุกคนรับรู้ว่าพลังของระบบคือพลังริปเปอร์ในการกักเก็บสิ่งของ แต้มตัวร้ายก็เปลี่ยนเป็นระดับพลังของนักสู้แห่งดวงดาว เพียงแค่นี้ทุกคนก็จะไม่สงสัยในตัวของเขาอีก หลังจากนี้จนกว่าจะสิ้นอายุขัยจะไม่มีผู้ใดรู้ถึงการดำรงอยู่ของระบบ ตราบใดที่จักรวาลแห่งนี้ยังมีพลังริปเปอรเข้ามาเกี่ยวข้อง เรื่องราวทั้งหมดมันก็เป็นไปได้ทั้งสิ้น ชายหนุ่มจะใช้ข้ออ้างของสสารแห่งจักรวาลหรือพลังริปเปอร์เข้ามาทดแทน
"ระ..ร้ายกาจ! บอสของเราสุดยอดจริงๆ!!"
ชายวัยกลางคนแทบจะคุกเข่าลงและแสดงความเคารพต่อไครเซอร์ มันคิดถูกจริงๆที่ติดตามเขาตามเรื่องราวในห้วงอนาคต ชายหนุ่มผู้นี้จะกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในจักรวาล ถ้าเกิดเขาจะมีพลังริปเปอร์อีกชนิดนึง ตัวของพวกมันก็คงจะไม่ตกใจหลังจากนี้แล้วละ
"เหอะๆ ผมยอมบอสเลยละ เรื่องความลับเผ่าพันธุ์โนเวลของผมที่โชว์ให้บอสดูมะกี้ชิดซ้ายไปเลย ฮ่าฮ่า"
คริสหัวเราะแห้งออกมาเมื่อนึกถึงเรื่องราวก่อนหน้า
"นั่นสินะ อิจฉาบอสชะมัดที่มีพลังริปเปอร์ถึง2ชนิด ผมเสียดายนิดหน่อยที่การวาปครั้งแรกของผมไม่ได้มีพลังริปเปอร์ติดตัวมาด้วย!!"
ฟงอวี่ถึงกับส่ายหัวออกมาให้กับโชคชะตาของตน ตัวของมันถึงจะเชียวชาญในการต่อสู้ แต่มันก็เป็นเพียงแค่นักสู้แห่งดวงดาวธรรมดาเท่านั้น ในตอนนี้มันอาจจะไม่ค่อยเห็นผลมากเท่าไหร่ แต่เมื่อในอนาคตยิ่งระดับสูงมากยิ่งขึ้น คนที่มีพลังริปเปอร์กับคนที่ไม่มีพลังริปเปอร์จะมีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ทั้งพลังต่อสู้ก็จะเทียบเคียงกันไม่ติด ด้วยเหตุนี้เองพลังริปเปอร์จึงเป็นสิ่งสำคัญและความใฝ่ฝันของทุกคน
ไครเซอร์เมื่อเห็นว่าพวกเขาก้มหน้าลงก็ได้เอ่ยขึ้น
"ไม่ต้องกังวล ในอนาคตเมื่อพวกคุณติดตามผมไปเรื่อยๆ พวกคุณจะไม่ผิดหวังเลยละ พลังบางสิ่งก็อาจจะตกเป็นของพวกคุณก็ได้"
ชายหนุ่มพูดจบก็เดินหันหลังออกจากเหมืองแร่ไปในทันที ทั้งสี่คนมองหน้ากันอยู่เล็กน้อยพร้อมกับเดินตามเขาออกไปเช่นเดียวกัน ดวงตาของพวกเขาแสดงความซับซ้อน แต่ละคนไม่รู้ถึงประโยคความหมายของบอสที่พูดออกมามะกี้ แต่ทว่าบอสบอกให้เชื่อใจเขา ในอนาคตอาจจะมีอะไรอีกมากที่ทำให้พวกมันต้องเซอไพรส์อีกก็เป็นได้
"หรือว่าบอสจะมีพลังในการมอบพลังริปเปอร์ให้กับผู้อื่นกันแน่นะ? ถ้าเป็นงั้นจริงผมคงจะตกใจจนตายเลยละ ฮ่าฮ่าฮ่า"
คริสเอ่ยขึ้นอย่างติดตลกและมองไปยังแผ่นหลังของไครเซอร์ อีกสามคนถึงกับส่ายหัวออกมาเมื่อเห็นความคิดของมัน ไอรอนแทบจะพูดเถียงออกมาในทันที ในจักรวาลแห่งนี้ใครจะบ้ามีพลังที่สามารถส่งมอบพลังริปเปอร์ไห้กับผู้อื่นได้กัน มันคือเรื่องที่แหกกฎเกณฑ์ของจักรวาลอย่างสิ้นเชิง การจะได้รับพลังริปเปอร์มีเพียงแค่หนทางเดียวเท่านั้น ซึ่งนั่นก็คือการเดินทางผ่านประตูมิติวาปเป็นครั้งแรก ชะตากรรมจะถูกตัดสินจาก100%ว่าพวกเขาจะได้รับอัตรา0.1%นั่นหรือไม่
"หึหึ เจ้าคริสนี่มีลางสังหรณ์ไม่เลว!!"
ไครเซอร์ถึงกับหลุดขำให้กับท่าทางของทั้งสี่ แต่ที่เขาพูดออกมามันกลับเป็นเรื่องจริงทั้งหมด ไครเซอร์เคยถามไว้แล้วว่าพลังริปเปอร์ที่ขายในระบบจะสามารถส่งมอบให้คนอื่นได้หรือไม่ คำตอบของระบบแน่นอนแล้วว่าได้ เพียงแค่นี้มันก็ทำให้ตัวของเขาต้องตกใจแล้ว ในอนาคตเมื่อชายหนุ่มมีแต้มตัวร้ายมากพอ เขาจะใช้แต้มตัวร้ายในการซื้อพลังริปเปอร์ที่เข้ากับลักษณะของบุคคลให้กับพวกเขาทุกคน องค์กรสเปคเตอร์หลังจากนี้จะเต็มไปด้วยริปเปอร์ที่ทรงพลังและไร้เทียมทาน
ขณะที่คิดอยู่นั่นเสียงของระบบก็ได้ดังก้องขึ้น
< หึหึ ฝันหวานเกินไปแล้วโฮสต์ พลังริปเปอร์ต่อให้เป็นระดับต่ำสุดก็มีราคาถึง100,000แต้มตัวร้าย แต่ตัวของโฮสต์ตอนนี้มีเพียงแค่35,000แต้มตัวร้ายเท่านั้น ต้องทำภารกิจอีกเท่าไหร่ถึงจะได้แต้มระดับนั่นน้า สงสัยโฮสต์คงจะต้องทำไปจนตายเลยละมั้ง ฮ่าฮ่าฮ่า >
ไครเซอร์ถึงกับผงะพร้อมกับหยุดเดินในทันที
"หุบปากไปเลย!! ขอฝันนิดฝันหน่อยก็ไม่ได้ ไม่ช่วยให้กำลังใจแถมยังซ้ำเติมอีก นี้เป็นระบบประสาอะไรเนี่ย ห๊ะ?"
ระบบเมื่อได้ยินเช่นนั่นก็ถึงกับหัวเราะร่าออกมาอย่างชอบใจ หน้าต่างระบบปรากฏขึ้นพร้อมกับภาพเคลื่อนไหวของลูกกลมๆที่มีรอยยิ้มอันยียวน ไครเซอร์ที่เห็นใบหน้าจำลองของมันก็ทำได้เพียงคิ้วกระตุกอย่างช่วยไม่ได้
< ฮ่าฮ่าฮ่า เพราะเราคือระบบตัวร้ายยังไงละ >