ตอนที่58 ออกล่าสัตว์
หลังจากที่กล้วยจัดการสยบวิญญาณยักษ์วิรุฬกัณฐ์ให้สงบได้แล้วกล้วยก็กลับออกมาจากภายในจิตใจของเขาและกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริงซึ่งในตอนที่เขากลับมามีสติในโลกความเป็นจริงแล้วนั้นเขาก็ได้ยินเสียงตะโกนเรียกของเจ้าจ๋อดังไม่หยุดเลย......
กล้วย!
กล้วยโว้ย!
เอ็งเป็นกระไรหรือเปล่าไอ้กล้วย!!
ฟิ้วววววววววว!!
ตุบ!โอ้ย!!
แอ๊ดดดดดดด!!
“นั่นเอ็งทำอะไรของเอ็งไอ้จ๋อ? ทำไมถึงได้เอาหัวไปปักดินเช่นนั้นละ?”ในตอนที่กล้วยเปิดประตูออกมาดูเจ้าจ๋อเขาก็พบว่าในตอนนั้นไอ้จ๋อกำลังทำท่ากายกรรมโดยการเอาหน้าทิ่มไปที่พื้นดินอยู่และด้วยความสงสัย กล้วยจึงได้ถามไอ้จ๋อกลับไปพร้อมกับทำหน้างงและสงสัย......
กล้วย?!
อ้า!!
“เอ็งไม่เป็นอะไรใช่ไหม? ทำไมข้าเรียกเอ็งแล้วเอ็งไม่ตอบข้าเลยล่ะ?หรือว่าไอ้ยักษ์บ้านั้นมันเข้าควบคุมเอ็งอีกแล้ว? แล้วนี่เอ็งไม่ได้ถูกมันควบคุมใช่ไหม? แล้ว.......”
ปั๊ก!!
โอ้ยยยยยย!!
“นี่เอ็งเขกหัวข้าทำไมกันเนี่ย?!”
“นี่เอ็งจะให้ข้าตอบคำถามเอ็งในคราเดียวเลยหรือเยี่ยงใดวะ? ค่อยๆ ถามทีละคำถามได้ไหม ถามมากขนาดนั้นข้าจักจำได้ไหมวะ?!”
อ้า!!
“ข้าขอโทษ ข้าลืมตัวไปหน่อยเพราะเป็นเอ็งไม่ยอมเปิดประตูสักทีว่าแต่เอ็ง......หือ? นี่เอ็งเลื่อนระดับพลังแล้วเยี่ยงนั้นหรือ?”ในขณะที่เจ้าจ๋อได้สติกลับมามันก็เรียบเรียงคำถามของมันอีกครั้งแล้วจึงค่อยถามออกไป แต่ก่อนที่มันจะได้ถามมันก็สัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของกล้วยที่ดูมากขึ้นกว่าเมื่อวานนี้ ดังนั้นมันจึงคิดว่ากล้วยน่าจะเลื่อนระดับพลังแล้ว......
“ถูกต้องแล้ว! ตอนนี้ข้าเป็นนักรบระดับนายพันขั้นต้นแล้วละ!”
กล้วยตอบกลับไอ้จ๋อในทันทีอย่างภาคภูมิใจเพราะเขาใช้เวลานับปีกว่าที่จะเลื่อนมาเป็นนักรบระดับนายพันขั้นต้นได้.....
แต่แท้จริงแล้วกล้วยไม่รู้เลยว่าตัวเขานั้นพัฒนาและเลื่อนระดับได้เร็วมากๆเพราะปกติแล้วการที่จะเลื่อนระดับจากนักรบชั้นหัวหมู่ขั้นสูงมาเป็นนักรบชั้นนายพันขั้นต้นนั้นต้องใช้เวลาอย่างน้อยสองหรือสามปีเลยยกเว้นแต่คนๆนั้นจะมีสมุนไพรวิเศษที่ช่วยในการเพิ่มพลังชาญพวกเขาถึงจะสามารถเลื่อนระดับได้เร็วเช่นนี้ซึ่งกล้วยเองก็เป็นคนที่ได้รับการยกเว้นนั้น......
เพราะตลอดเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมานั้นเขาได้กินพวกผลไม้และผักสมุนไพรวิเศษไปจำนวนมากที่ถูกปลูกเอาไว้ภายในสวนของพระฤๅษีคง ถึงแม้ว่าพวกมันจะเป็นเพียงแค่ผลไม้และผักวิเศษระดับต่ำมากก็ตามแต่มันก็ช่วยให้กล้วยพัฒนาได้เร็วกว่าคนทั่วๆ ไปอย่างมาก......
แต่ว่ายังมีอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เขาเลื่อนระดับมาได้ซึ่งเหตุผลที่ว่านั้นก็คือแรงกดดันจากวิญญาณยักษ์วิรุฬกัณฐ์นั่นเองหากไม่ใช่เพราะยักษ์วิรุฬกัณฐ์ต้องการเข้าครอบครองกล้วยละก็กล้วยก็อาจจะต้องใช้เวลาอีกราวๆ ครึ่งปีได้ถึงจะเลื่อนระดับ......
“ทำไมเอ็งต้องทำหน้าเช่นนั้นด้วยกล้วย!? ถึงแม้ว่าเอ็งจะเป็นนักรบชั้นนายพันขั้นต้นแล้วแต่เอ็งก็ยังไม่อาจที่จะจัดการกับไอ้วิญญาณยักษ์ร้ายตนนั้นได้ แบบนั้น........”
“เรื่องนั้นเอ็งมิต้องห่วงไปดอก ข้ามีวิธีจัดการกับมันแล้วและข้าก็เชื่อว่าอีกไม่กี่เพลาไอ้ยักษ์วิรุฬกัณฐ์จะต้องยอมสยบให้แก่ข้าอย่างแน่นอน!”
แน่นอนว่าสิ่งที่ไอ้จ๋อพูดมานั้นถูกต้องแล้วแต่กล้วยก็ยังเลือกที่จะเชื่อและมั่นใจว่าเขาสามารถจัดการกับยักษ์วิรุฬกัณฐ์ได้เพราะการเป็นนักรบชั้นนายพันนั้น ไม่เพียงแค่จะมีร่างกายที่แข็งแรงขึ้นเท่านั้นพละกำลังและความเข้าใจในการเรียนรู้ของเขาก็ยังเพิ่มขึ้นด้วย......
ดังนั้นแล้ววิชาและคาถาอาคมระดับนายพันที่เขาไม่อาจจะเรียนรู้ได้ก่อนหน้านี้เขาก็จะสามารถเรียนมันได้และด้วยคาถาอาคมระดับนายพัน ยักษ์วิรุฬกัณฐ์ก็จะต้องยอมสยบให้กับเขาแน่หรือถ้ามันไม่ยอม เขาก็ยังมั่นใจว่ามันจะไม่สามารถทำร้ายอะไรเขาได้อีกแล้ว.......
เฮ้อ........
“เอ็งนี่ทำให้ข้าเป็นห่วงเรื่อยเลยนะกล้วย!ว่าแต่.......ตัวเอ็งเหม็นมากเลยนะ อี๋!!!”
ฟุ๊ด!ฟุ๊ด!
อ้วกกกกก!!
“ทำไมข้าถึงได้มีกลิ่นตัวแรงเยี่ยงนี้นะ? แล้วไอ้คาบดำๆนี่มัน.......”
ซึ่งในตอนนั้นกล้วยก็พึ่งจะรู้ตัวว่าร่างกายของเขาเต็มไปด้วยคาบสีดำเต็มไปหมดแถมมันยังทำให้ตัวของเขาเหม็นอย่างมากจนแทบจะอ้วกด้วย......
ไม่กี่นาทีผ่านไป.....
อ้า!
“รู้สึกสดชื่นยิ่งนัก อย่างกับข้าไม่ได้อาบน้ำมาหลายสิบวันเยี่ยงนั้นแหละ!”
หึ!
“นี่ขนาดเอ็งอาบน้ำแล้วนะ แต่ข้ายังได้กลิ่นเหม็นจากตัวเอ็งอยู่เลยสรุปแล้วเอ็ง......โอ้ย!”
“เอ็งนี่ปากดีจริงๆ เลยนะไอ้จ๋อ ได้คืบจะเอาศอกเล่นได้เล่นใหญ่เลยนะเอ็งเนี่ย! ว่าแต่มีอะไรกินบ้างวันนี้ ข้ารู้สึกหิวมากๆ เลย?”
“ข้าจะไปรู้ได้เยี่ยงใดว่าจะมีอะไรกินบ้าง ก็ในเมื่อทุกๆวันเป็นเอ็งที่เข้าไปในสวนแล้วเอาผลไม้กับผักออกมากิน”
อ้า!
“ข้าลืมเรื่องนี้ไปเลย แต่วันนี้ข้ารู้สึกเบื่อพวกผลไม้กับผักแล้วพวกเราออกไปหาเนื้อกินกันไหม?”
หือ?
“นี่หรือว่าเอ็งคิดที่จะ........”
“ใช่! ตอนนี้ข้าเป็นนักรบชั้นนายพันขั้นต้นแล้วข้าจึงอยากที่จักออกไปล่าสัตว์ดูสักหน่อยอีกอย่างข้าก็อยากจักลองทดสอบพลังของข้าด้วย!”
เป็นเวลานานแล้วที่กล้วยไม่ได้กินเนื้อเลยเพราะเขาไม่กล้าออกไปข้างนอกเขตอาศรมแห่งนี้ดังนั้นเขาจึงได้แต่กินพวกผลไม้และผักใบเขียวมาตลอด แต่วันนี้ตัวเขากลับรู้สึกอยากที่จะกินเนื้อ และอยากกินมากกว่าปกติด้วยทว่าในเขตอาศรมนี้ไม่มีเนื้อให้เขากิน ถ้าเขาอยากกินเขาก็ต้องออกไปล่าข้างนอกเขตอาศรมเท่านั้น.....
“มันจะดีอย่างนั้นหรือกล้วย? ถึงแม้ว่าเอ็งจะเป็นนักรบชั้นนายพันขั้นต้นแล้วแต่ที่ป่าแห่งนี้มีพวกสัตว์ดุร้ายที่น่ากลัวอยู่มากมายเลยนะถ้าเกิดว่าพวกเราเจอพวกมันล่ะจะทำเยี่ยงใด?”
“ถ้าสู้ไหวก็สู้ แต่ถ้าไม่ไหวก็หนีแค่นั้นเองไม่เห็นต้องคิดอะไรให้มากความเลยไอ้จ๋อ”
แต่ว่า.....
“ถ้าเอ็งไม่กินก็อยู่ที่นี่แหละ ข้าจะออกไปล่าคนเดียวเองแต่ถ้าข้าล่ามาได้เอ็งห้ามกินกับข้านะ!”
อ๊ะ!
“เอ็งนี่ขี้งกจริงๆ เลยนะ จะให้ข้าพักอยู่เฉยๆ บ้างก็ไม่ได้เลยนะ ก็ได้!เยี่ยงนั้นข้าจะไปกับเอ็งเอง!”
ไอ้จ๋อไม่อาจที่จะปฏิเสธกล้วยได้เพราะตัวมันเองก็อยากที่จะกินเนื้อย่างเช่นกันเนื่องจากครั้งหนึ่งมันเคยได้กินแล้วและนั่นก็ทำให้มันรู้สึกว่าเนื้อย่างนั้นอร่อยกว่าผลไม้อีกโดยเฉพาะเนื้อย่างของพวกสัตว์ดุร้ายระดับหัวหมู่ขึ้นไป.......
“ถ้างั้นก็ไปได้แล้ว มัวแต่ชักช้าประเดี๋ยวก็หิวตายกันพอดี!”
อ้า.....
รอข้าด้วยกล้วย!
หลังจากนั้นไม่นานทั้งสองก็ออกไปนอกเขตอาศรมของพระฤๅษีคงเพื่อล่าสัตว์กันซึ่งเป้าหมายที่กล้วยเลือกเอาไว้ก็คือพวกหมูป่าเขาเดียวไม่ก็กระต่ายเขี้ยวยาวสองขาที่เป็นสัตว์ดุร้ายระดับนายพันขั้นต้นไปจนถึงขั้นกลางส่วนสาเหตุที่เขาเลือกสัตว์สองชนิดนี้ก็เพราะว่าพวกมันมีเนื้อเยอะและอร่อยอย่างมาก โดยเฉพาะกระต่ายเขี้ยวยาวสองขาถึงมันจะเป็นกระต่าย แต่มันก็ตัวใหญ่ไม่แพ้กับหมูป่าเลยทีเดียวแต่การจะล่ามันก็ไม่ได้ง่ายเช่นกัน เนื่องจากมันมีความเร็วสูง......
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป......
“กล้วย! นั่นหมูป่าเขาเดียวหลงฝูง”
หือ?
เยี่ยม!
“เอ็งรีบอ้อมไปอีกทางแล้วดักทางหนีมันไว้ซะ!”
ได้!
หลังจากที่กล้วยและไอ้จ๋อออกสำรวจหาเป้าหมายอยู่ในป่าราวๆครึ่งชั่วโมงในที่สุดเขาพวกเขาก็พบกับหมูป่าเขาเดียวตัวหนึ่งที่หลงกับฝูงของมัน ดังนั้นกล้วยจึงรีบสั่งให้ไอ้จ๋อไปดักอีกทางเอาไว้ส่วนเขาจะเป็นคนลงมือจัดการด้านหน้าเอง......
ตุบ!
อู๊ด!อู๊ด! อู๊ด!!
ฟุ๊ด!ฟุ๊ด!!
ซึ่งในตอนที่หมูป่าเขาเดียวเห็นกล้วยนั้นมันก็ตั้งท่าเตรียมพร้อมที่จะเข้าปะทะในทันที และดูจากท่าทางของมันแล้วมันคงไม่มีทางญาติดีกับกล้วยอย่างแน่นอน......
“เข้ามาเลย ไอ้หมูน้อย มาให้ข้าได้ลองวิชาการต่อสู้ของข้าเสียหน่อยเถิด!”
แน่นอนว่ากล้วยไม่ได้กลัวหมูป่าเขาเดียวตัวนี้เลยสักนิดเพราะมันมีพลังแค่ระดับหัวหมู่ขั้นต้นเท่านั้น ส่วนตัวเขาเป็นถึงนักรบระดับนายพันมีหรือที่เขาจะกลัวสัตว์ดุร้ายระดับนี้......
อู๊ด!อู๊ด! อู๊ด!!
ฟุ๊ด!ฟุ๊ด!!
ตุบตุบ ตุบ!
เมื่อหมูป่าเขาเดียวถูกกล้วยยั่วยุมันก็ไม่รอช้าที่จะวิ่งเข้าใส่กล้วยโดยคิดที่จะเอาเขาของมันแทงกล้วยให้ตายให้ครั้งเดียว.....
หวืด!
ฉึก!!
อี๊ด!!!!
แต่ว่าความเร็วของมันนั้นช้าเกินไปการพุ่งชนในครั้งนี้ของมันจึงพลาดไปเพราะกล้วยสามารถหลบมันได้อย่างง่ายดายแถมในจังหวะที่กล้วยหลบกล้วยยังได้ใช้มีดสั้นของเขากรีดไปที่หลังของมันจนเกิดเป็นรอยแผลยาวอีกด้วย.......
เฮ้อ......
“ดูเหมือนว่าข้าจักประเมินเจ้าหมูป่าเขาเดียวตัวนี้สูงเกินไปนะ!”
ซึ่งหลังจากที่กล้วยกรีดหลังของหมูป่าเขาเดียวเสร็จเขาก็ถอนหายใจออกมาเบาๆอย่างผิดหวังและกล่าวโทษตัวเองที่ดันประเมินคู่ตัวสู้อย่างหมูป่าเขาเดียวตัวนี้สูงเกินไปนั่นก็เพราะเขาได้เรียนรู้มาว่าพวกสัตว์ดุร้ายนั้น พวกมันจะมีพลังสูงกว่ามนุษย์ที่อยู่ในระดับเดียวกันดังนั้นหมูป่าเขาเดียวตัวนี้ที่มีพลังระดับนักรบชั้นหัวหมู่ขั้นต้นจึงสมควรที่จะแข็งแกร่งพอๆกับนักรบหัวหมู่ขั้นกลางชั้น และน่าจะสามารถต้านทานการโจมตีของเขาได้บ้าง.....
แต่นี่เขาแค่กรีดมันเบาๆครั้งเดียว มันก็เป็นแผลลึกและยาวอย่างสาหัสแล้ว หากว่าเขาลงมีดลึกกว่านี้อีกหน่อยหมูป่าตัวนี้คงถูกผ่าทะลุร่างไปแล้ว......
อี๊ด!!!
หมูป่าเขาเดียวรู้ตัวแล้วว่ามันไม่ใช่คู่ต่อสู้ของกล้วยดังนั้นมันจึงคิดที่จะวิ่งหนีไป.....
ไอ้จ๋อ!!
ข้ารู้แล้ว!!
พึ่บ!!
ฉึก!!อี๊ด!!!
ซึ่งในจังหวะที่หมูป่าเขาเดียวกำลังจะวิ่งหนีไปนั้นไอ้จ๋อก็โผล่ออกมาพร้อมกับหอกไม้ยาวในมือของมันก่อนที่ไอ้จ๋อจะแทงหอกเข้าไปตรงรอยแผลที่กล้วยสร้างไว้จนหอกไม้แทงทะลุผ่านร่างของหมูป่าเขาเดียวและปักลงไปที่ดินทำให้หมูป่าเขาเดียวไม่อาจหนีไปไหนได้อีกและตายลง.......
วืดดดดดดดด!!!
อ้า!!
“นี่มัน.......?”
ซึ่งในตอนที่หมูป่าเขาเดียวถูกฆ่าตายแล้วนั้นจู่ๆ คลื่นพลังชาญจากตัวของหมู่ป่าก็ลอยเข้ามาในร่างกายของกล้วยเองเหมือนกับตอนที่พญาหมูป่าถูกฆ่าตายเมื่อหลายปีก่อนเลย......
“ฝีมือข้าเป็นเยี่ยงใดบ้างกล้วย? เอ็งเห็นไหมข้าแทงมันทีเดียวทะลุเลย ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”
ฮึ่ม!
“เอ็งนี่ขี้โม้จังเลยนะไอ้จ๋อถ้าเกิดว่าไม่ใช่เพราะข้าสร้างร้อยแผลให้บนร่างกายของมันเอ็งคิดว่าเอ็งจักสามารถแทงทะลุผิวหนังหนาๆ ของมันด้วยหอกไม้นั้นได้งั้นรึ?ฝันไปเถอะ!”กล้วยรู้ว่าฝีมือการใช้หอกของไอ้จ๋อนั้นดีขึ้นมากตั้งแต่มันฝึกกับเขาแต่เพราะเขาไม่อยากให้มันหลงระเริงเกินไป เขาจึงเลือกที่จะไม่พูดชมมันแต่พูดแดกดันแทน......
เอ็งนี่.......
แน่นอนว่าไอ้จ๋อเองก็รู้ตัวดีเหมือนกันว่าถ้าไม่มีกล้วยที่สร้างรอยแผลไว้ มันคงไม่สามารถใช้หอกไม้แทงทะลุร่างของหมูป่าเขาเดียวได้แน่ถึงมันกับหมู่ป่าเขาเดียวจะมีพลังเท่ากันก็ตาม......
“เอาเถอะ! พวกเราได้เนื้อแล้ว รีบๆ กลับอาศรมกันดีกว่า เพราะขืนชักช้ากลิ่นคาวเลือดของมันจะล่อให้สัตว์ดุร้ายตัวอื่นมาที่นี่ได้!”
อ้า!
การล่าครั้งแรกของกล้วยหลังจากที่มาฝึกคนเดียวสำเร็จไปด้วยดีแต่เขาก็ไม่คิดที่จะยืนรั้งอยู่ตรงนี้นานเกินไปและชื่นชมกับผลงานของเขาเพราะในป่าแห่งนี้ยังมีสัตว์ดุร้ายอีกมากหรือแม้แต่สัตว์อสูรที่น่ากลัวกว่าพวกสัตว์ร้าย ดังนั้นแล้วถ้าเขายังอยู่ที่นี่ต่อไป กลิ่นเลือดของหมูป่าเขาเดียวจะต้องล่อพวกมันมาที่นี่แน่และเขาจะไม่สามารถหนีได้อีกเลย.....
ไม่นานหลังจากนั้น.....
แกร๊บ!
โฮกกกกกกกกกกกก!!
ซึ่งหลังจากที่กล้วยและไอ้จ๋อจากไปได้ไม่นานสิงโตร่างใหญ่ที่มีเขาสามเขาก็มาถึงที่เกิดเหตุแต่เมื่อมันมาถึงแล้วไม่พบเจอเหยื่อที่มันต้องการมันจึงส่งเสียงร้องคำรามออกมาอย่างดัง ด้วยความโกรธและไม่พอใจอย่างยิ่ง......