ราชันหมื่นอักขระ

จารึกที่ 274 : สยบขั้วอำนาจเร้นลับ

จารึกที่ 274 : สยบขั้วอำนาจเร้นลับ : อำนาจแห่งอักขระสูญตา


เศษละอองสีทองที่แตกสลายจากค่ายกลเวหา ร่วงหล่นลงมาปกคลุมลานหน้าหอจารึกขยะประหนึ่งหิมะที่ปราศจากความเย็นเยียบ เสียงกัมปนาทของการเข่นฆ่าเบื้องล่างสงบลงชั่วขณะ เมื่อคณะวิปลาสแห่งหอจารึกขยะกวาดล้างศิษย์แนวหน้าของศัตรูจนราบเป็นหน้ากลอง ซากหุ่นกลศิลาและศพของศัตรูนอนเกลื่อนกลาด ทว่าบรรยากาศกลับมิได้ผ่อนคลายลงแม้แต่น้อย


กลับกัน ความเงียบที่ก่อตัวขึ้นนั้นหนักอึ้งและตีบตันประหนึ่งมีหินก้อนมหึมาอุดทับช่องประสาทการรับรู้ของทุกชีวิต


ฉินมู่หลางสะบัดหยาดโลหิตออกจากใบกระบี่นิรันดร์ นัยน์ตาของเขาหรี่แคบลงขณะจ้องมองไปยังรอยแยกของหมู่เมฆเบื้องบน เฟิงอี้หรานสูดลมหายใจลึก เปลวเพลิงสีทองแดงที่ลุกโชนรอบกายพลันหดตัวลงคล้ายกำลังถูกบางสิ่งในอากาศธาตุกดทับ หลินชิงเสวี่ยและเย่ปิงอวิ๋นขยับกายเข้ามาขนาบข้างผู้อาวุโสเทียนหยวน ในขณะที่เฟิงหลิงเอ๋อร์เบิกเนตรดาราจนสุดกำลัง สีหน้าของดรุณีน้อยซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด


"ศิษย์พี่อาเจีย... บนนั้น..." เฟิงหลิงเอ๋อร์เปล่งเสียงที่สั่นสะท้านออกมา "มีบางสิ่งที่อยู่เหนือกว่ากฎเกณฑ์ของแก่นทองคำ... มันกำลังบิดเบือนกฏเกณ์และสัจธรรมของพื้นที่นี้!"


อาเจียยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้ามิตรสหาย แผ่นหลังของเขาเหยียดตรงประหนึ่งหอกที่พุ่งทะยานท้าทายสวรรค์ นัยน์ตาสีเงินยวงของชายหนุ่มจับจ้องไปยังน่านฟ้าที่ว่างเปล่า ทว่าในความว่างเปล่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงคลื่นความผันผวนที่รุนแรงยิ่งกว่าพายุหมุน


พริบตานั้นเอง มิติอากาศเหนือยอดเขาพู่กันหยกพลันเกิดเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดประหนึ่งแผ่นแก้วที่กำลังถูกบีบอัดจนถึงขีดสุด!


ท้องฟ้าที่เคยว่างเปล่า พลันปรากฏรอยกระเพื่อมดุจผิวน้ำที่ถูกโยนหินก้อนใหญ่ลงไป จากจุดศูนย์กลางของรอยกระเพื่อมนั้น กลิ่นอายความกดดันที่มหาศาลและลึกล้ำยิ่งกว่าห้วงมหาสมุทร พวยพุ่งลงมากระแทกผืนปฐพี!


แผ่นดินใต้ฝ่าเท้าของศิษย์สำนักหมึกวารีสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยร้าวบนลานศิลาลุกลามออกไปเป็นวงกว้าง ความหนักอึ้งที่ทิ้งตัวลงมามิใช่แรงโน้มถ่วงทางกายภาพ ทว่ามันคือ 'แรงกดทับทางวิญญาณ' ที่บังคับให้ผู้ที่มีระดับการบ่มเพาะต่ำกว่า ต้องทรุดเข่าลงก้มหัวยอมจำนน!


มวลอากาศถูกควบแน่นจนกลายเป็นบันไดโปร่งแสงที่ทอดลงมาจากรอยแยกมิติ


เท้าที่สวมรองเท้าผ้าไหมทอประกายทองคำ ก้าวลงมาบนบันไดอากาศธาตุนั้นอย่างเชื่องช้า ทว่าทุกจังหวะการก้าวเดิน กลับสอดคล้องกับจังหวะการเต้นของหัวใจของผู้ที่อยู่เบื้องล่าง บังคับให้ชีพจรของทุกคนต้องเต้นตามเจตจำนงของเขา!


ผู้ที่ก้าวลงมาคือชายชราในชุดคลุมยาวสีขาวบริสุทธิ์ ชายเสื้อและแขนเสื้อปักลวดลายก้อนเมฆและอักขระสีทองที่ซับซ้อนเกินกว่าสติปัญญาของปุถุชนจะอ่านออก เส้นผมสีเงินยวงของเขารวบตึงไว้ด้วยกวานหยกหยกสีรุ้ง บนหน้าผากมีรอยสักรูปอักขระ 'ฟ้า (天)' ที่ไม่ได้สลักด้วยน้ำหมึก ทว่ามันสลักด้วยแสงสว่างที่ไหลเวียนอยู่ภายในเนื้อหนัง


รอบกายของชายชราผู้นี้ ไร้ซึ่งพลังปราณที่ระเบิดออกอย่างป่าเถื่อน ทว่ามันกลับกลมกลืนไปกับฟ้าดินประหนึ่งเขาคือส่วนหนึ่งของกฎเกณฑ์ธรรมชาติ นี่คือสภาวะที่ผู้ฝึกตนระดับแก่นทองคำไม่อาจเอื้อมถึง... สภาวะแห่งการหลอมรวมกับวิถีเต๋า!


"ระดับวิญญาณแรกเริ่ม ..." ผู้อาวุโสเทียนหยวนกระซิบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง "มิใช่แค่เพิ่งทะลวงผ่าน... ทว่ารากฐานของเขาหยั่งลึกและเสถียรยิ่งนัก... นี่คือผู้อาวุโสระดับแกนนำของสำนักเร้นลับ! ตำหนักเทพวิถีฟ้าถึงกับส่งตัวตนระดับนี้มาเพื่อสำนักเล็กๆ ของพวกเราเชียวหรือ..."


ชายชราชุดขาวหยุดยืนอยู่กลางเวหา ทอดสายตาที่เย็นชาและไร้ซึ่งความตื่นเต้นใดๆ ลงมามองซากปรักหักพังเบื้องล่าง สายตาของเขากวาดผ่านศพของลูกศิษย์ตำหนักเทพประหนึ่งมองดูเศษใบไม้แห้ง ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของอาเจีย


"มดปลวกที่บังเอิญได้ครอบครองของวิเศษจากยุคบรรพกาล... กลับเหิมเกริมคิดว่าตนเองเป็นพญาอินทรีที่สามารถสยายปีกบดบังแสงตะวันได้"

น้ำเสียงของชายชราราบเรียบ ทว่ามันดังก้องอยู่ในโสตประสาทของทุกคน กังวานลึกเข้าไปถึงก้นบึ้งของจิตวิญญาณ "ข้าคือผู้อาวุโสพิทักษ์กฎลำดับที่สองแห่งตำหนักเทพวิถีฟ้า สำนักเร้นลับที่เฝ้ามองวัฏจักรของโลกผู้แสวงมรรคมานับหมื่นปี... การที่เจ้าทำลายค่ายกลและสังหารศิษย์ของตำหนักเทพ นับเป็นการท้าทายสวรรค์ที่ไม่อาจลบล้างได้ด้วยความตายเพียงครั้งเดียว"


อาเจียแหงนหน้ามองผู้อาวุโสพิทักษ์กฎ ชายหนุ่มมิได้ถูกแรงกดดันระดับวิญญาณแรกเริ่มบังคับให้คุกเข่า เขายืนหยัดอย่างอหังการ สองมือล้วงเข้าไปในสาบเสื้อคลุมที่ขาดวิ่น


"สำนักเร้นลับ? ตำหนักเทพวิถีฟ้า?" อาเจียแค่นเสียงหัวเราะ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูเย้ยหยันและเต็มไปด้วยความกักขฬะ "พวกเจ้าชอบตั้งชื่อให้ตัวเองดูยิ่งใหญ่สูงส่ง ซ่อนตัวอยู่ในรูประหนึ่งหนูขี้ขลาด แล้วอ้างตนว่าเป็นผู้เฝ้ามองสวรรค์... ทว่าการกระทำของพวกเจ้า กลับไม่ต่างจากโจรป่าที่ลอบบุกเข้ามาปล้นบ้านคนอื่นในยามที่เจ้าของบ้านไม่อยู่!"


ชายหนุ่มดึงมือขวาออกมา ชี้หน้ายอดคนวิญญาณแรกเริ่มอย่างไม่เกรงกลัว "เลิกพล่ามเรื่องวัฏจักรหรือสวรรค์บ้าบออะไรนั่นได้แล้ว! เจ้ายกพวกมาพังหลังคาบ้านของข้า ทำร้ายคนในสำนักของข้า... เจ้าเตรียมศิลาปราณระดับสูงมาจ่ายค่าเสียหายแล้วหรือยัง! หากไม่มีจ่าย บิดาจะถอดเสื้อคลุมทอไหมทองคำของเจ้า ไปประมูลขายทอดตลาดชดใช้หนี้!"


วาจาที่หน้าเลือด ดิบเถื่อน และไร้ซึ่งความเคารพต่อผู้อาวุโสระดับทวีป ทำเอาศิษย์สำนักหมึกวารีที่เหลือรอดถึงกับสูดลมหายใจเย็นเยียบเข้าปอด!

ผู้อาวุโสพิทักษ์กฎหรี่ตาลง รอยยิ้มที่เย็นยะเยือกปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ช่างเป็นเด็กไร้มารยาทที่ไม่รู้ว่าแผ่นฟ้าสูงและแผ่นดินหนาเพียงใด... เจ้าคิดว่าการที่เจ้าเอาชนะผู้ฝึกตนระดับแก่นทองคำด้วยกันได้ จะทำให้เจ้ามีสิทธิ์มายืนสนทนากับระดับวิญญาณแรกเริ่มงั้นหรือ? ความห่างชั้นของพวกเรา มิใช่สิ่งที่ปริมาณปราณจะทดแทนได้... ทว่ามันคือความเข้าใจใน 'สัจธรรม'!"


สิ้นคำกล่าว ชายชราชุดขาวมิได้ชักศัสตราวิเศษใดๆ ออกมา เขาเพียงแค่พลิกฝ่ามือขวาขึ้น นิ้วชี้และนิ้วกลางจรดกัน กรีดวาดไปบนอากาศธาตุเบื้องหน้าอย่างเชื่องช้าและนุ่มนวล


ทว่า สิ่งที่บังเกิดขึ้นกลับรุนแรงประหนึ่งโลกาวินาศ!


"วิถีเซียนขั้นสูง... กรงขังอักขระหมื่นกฎเกณฑ์!"


อากาศธาตุรอบตัวของอาเจียพลันบิดเบี้ยวและพับทบเข้าหากัน! อักขระสีทองนับหมื่นตัวปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า พวกมันมิได้พุ่งเข้าโจมตี ทว่าพวกมันร้อยเรียงต่อกันเป็นโซ่ตรวนแห่งแสง สอดประสานกันจนกลายเป็นกรงขังทรงลูกบาศก์ขนาดสิบจั้ง บีบอัดล้อมรอบร่างของชายหนุ่มชุดดำไว้ในพริบตาเดียว!


ภายในกรงขังอักขระ มิติถูกตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสมบูรณ์ ปราณฟ้าดินถูกดูดกลืนออกไปจนหมดสิ้น กฎเกณฑ์แห่งความหนักอึ้งพุ่งสูงขึ้นนับร้อยเท่า! หากเป็นผู้ฝึกตนระดับแก่นทองคำทั่วไป เพียงแค่อยู่ในกรงขังนี้ ร่างกายและจุดตันเถียนก็จะถูกบีบอัดจนแหลกละเอียดเป็นกองเลือดในเสี้ยวลมหายใจ!


"นี่คือสัจธรรมแห่งการกดข่มที่แท้จริง..." ผู้อาวุโสพิทักษ์กฎเอ่ยเสียงเรียบ มองดูอาเจียที่ถูกขังอยู่ภายใน "ภายใต้วิถีเซียนของข้า เจ้าเป็นได้แค่ฝุ่นธุลีที่รอการชำระล้าง จงคุกเข่าลง และมอบสมบัติรวมถึงเรือเหาะของเจ้ารวมถึงสมบัติบรรพกาลมาให้ข้า แล้วข้าจะเมตตาให้วิญญาณของเจ้าได้ไปเกิดใหม่"


ทว่า ท่ามกลางแรงบีบอัดที่สามารถบดขยี้ขุนเขา... ร่างของอาเจียที่อยู่ภายในกรงขัง กลับมิได้โค้งงอหรือทรุดตัวลง!


ชายหนุ่มค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เส้นผมสีดำขลับที่ปรกหน้าถูกสายลมปราณที่หมุนวนพัดให้เปิดออก เผยให้เห็นรอยยิ้มที่เหี้ยมเกรียมและเต็มไปด้วยความดูแคลนอย่างถึงที่สุด


"วิถีเซียน... สัจธรรมแห่งการสะกดข่ม..." อาเจียพึมพำ น้ำเสียงของเขาทะลุผ่านม่านกรงขังออกมา ดังก้องไปทั่วหุบเขา "เจ้าคิดว่าวิชาที่ร้อยเรียงอักขระอย่างสวยงามและเป็นระเบียบเช่นนี้ จะสามารถสยบข้าได้อย่างนั้นหรือ?"


อาเจียยกท่อนแขนขวาที่เปลือยเปล่าขึ้นช้าๆ


"ในช่วงเวลาที่ข้าจมดิ่งอยู่ในขุมนรก... ข้าได้เรียนรู้สัจธรรมข้อหนึ่ง..."


ผิวหนังบนท่อนแขนขวาของอาเจีย พลันปรากฏลวดลายสีแดงคล้ำที่ดิ้นพล่านประหนึ่งมีชีวิต! มันคือ 'อักขระมาร' ดั้งเดิมที่ซึมลึกถึงกระดูกดำ มันไม่ได้มีรูปลักษณ์ที่สวยงามและเป็นระเบียบเหมือนอักขระสีทองของวิถีฟ้า ทว่ามันมีความดิบเถื่อน โกลาหล และกระหายเลือดอย่างที่สุด!


"สัจธรรมของมาร... เกิดมาเพื่อ 'กลืนกิน' ทุกความจอมปลอมที่สวรรค์สร้างขึ้น!"


อาเจียกำหมัดขวาแน่น ปราณเซียนที่บริสุทธิ์ในจุดตันเถียนถูกอัดฉีดเข้าสู่เส้นชีพจรเทียมอย่างบ้าคลั่ง! อักขระมารสีแดงคล้ำสว่างวาบเจิดจ้า แผ่กลิ่นอายที่เก่าแก่และชั่วร้ายจนฟ้าดินสั่นสะท้าน!


ชายหนุ่มไม่ได้ง้างหมัดชกกำแพงกรงขัง ทว่าเขาแบมือออก และคว้าจับไปที่โซ่ตรวนอักขระสีทองที่ประกอบขึ้นเป็นกรงขังนั้นโดยตรง!


"โง่เขลา! อักขระของข้าอัดแน่นด้วยสัจธรรมวิถีฟ้า การที่เจ้าใช้ร่างเนื้อสัมผัสมัน รยางค์ของเจ้าจะถูกแผดเผาจน..."


คำพูดของผู้อาวุโสพิทักษ์กฎต้องหยุดชะงักค้างอยู่เพียงแค่นั้น ดวงตาของชายชราเบิกกว้างเมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น!


พริบตาที่ฝ่ามือของอาเจียสัมผัสกับกรงขังสีทอง... อักขระมารที่สลักอยู่บนแขนของเขา พลันอ้าปากกว้างประหนึ่งหลุมดำขนาดย่อม! มันเปิดวงจรแห่งการกลืนกินที่หิวกระหายที่สุด แรงดูดมหาศาลดึงเอา 'อักขระสีทอง' และ 'สัจธรรมวิถีฟ้า' ที่ประกอบเป็นกรงขัง เข้าไปในฝ่ามือของอาเจียอย่างตะกละตะกลาม!


"ซูมมมมมมมมมม!"


เสียงของพลังงานที่ถูกกระชากและดูดกลืนดังก้องไปทั่ว! อักขระสีทองอันศักดิ์สิทธิ์และสวยงาม ถูกอักขระมารบดเคี้ยว ย่อยสลาย และดัดแปลงให้กลายเป็นพลังปราณบริสุทธิ์ ไหลทะลักเข้าสู่จุดตันเถียนของอาเจียประหนึ่งแม่น้ำที่ไหลเชี่ยว!


กรงขังหมื่นกฎเกณฑ์ที่สมบูรณ์แบบ เกิดรอยโหว่ขนาดใหญ่และเริ่มพังทลายลงอย่างรวดเร็ว!


"เป็นไปไม่ได้! วิชามารอันใดกัน! เหตุใดมันจึงสามารถย่อยสลายสัจธรรมของวิญญาณแรกเริ่มได้!" ผู้อาวุโสพิทักษ์กฎตื่นตระหนกจนสูญเสียความเยือกเย็น มันพยายามจะตัดการเชื่อมต่อกับค่ายกล ทว่าแรงดูดของอักขระมารกลับเหนี่ยวรั้งวิญญาณของมันไว้!


"ขอบใจปราณพวกนี้เหลวมื้อนี้นะตาเฒ่า!" อาเจียสะบัดแขนขวา กรงขังอักขระสีทองแตกสลายกลายเป็นละอองแสง ชายหนุ่มสูดลมหายใจลึก รับรู้ถึงพลังปราณที่เปี่ยมล้นในจุดตันเถียน


"แต่สัจธรรมในปราณของเจ้า... มันจืดชืดและมีรสชาติเฝื่อนคอประหนึ่งน้ำล้างเท้าคนแก่ยิ่งนัก!" อาเจียถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างไม่ไยดี "เจ้ามีของเล่นแค่นี้งั้นหรือ? หากมีแค่นี้... ก็จงเตรียมตัวมอบแหวนมิติของเจ้ามาให้ข้าแต่โดยดี!"


ความโกรธาและโทสะที่ถูกหยามเกียรติ พุ่งทะยานขึ้นครอบงำจิตใจของผู้อาวุโสสำนักเร้นลับ! มันคือยอดคนวิญญาณแรกเริ่ม ผู้ถูกเคารพบูชาประหนึ่งเทพเจ้า แต่กลับถูกเด็กหนุ่มรุ่นหลังถ่มน้ำลายรดสัจธรรมของตน!


"ไอ้เด็กมารนอกรีต! ข้าจะบดขยี้วิญญาณของเจ้าให้แหลกเป็นเถ้าถ่าน ไม่ให้เหลือแม้แต่เศษเสี้ยวไปเวียนว่ายตายเกิด!"


ผู้อาวุโสพิทักษ์กฎกัดปลายลิ้น พ่นโลหิตวิญญาณสีทองแดงออกมาคำโต โลหิตนั้นลอยค้างอยู่กลางอากาศ ชายชราผสานมือเข้าด้วยกัน รีดเค้นแก่นแท้วิญญาณแรกเริ่มทั้งหมดในจุดตันเถียน ผสมผสานเข้ากับโลหิตวิญญาณ เพื่ออัญเชิญสุดยอดวิชาที่มันเพียรบำเพ็ญมาตลอดสี่ร้อยปี!


"มหาเทววิถี... อวตารสัจธรรม... พิพากษาวัฏจักร!"


สวรรค์เบื้องบนพลันฉีกขาดออกเป็นรอยแยกมิติขนาดยักษ์! ท่ามกลางแสงสว่างที่เจิดจ้าจนแสบตา ปรากฏร่างอวตารขององค์เทพสีทองคำขนาดมหึมา ความสูงของมันเสียดฟ้าประหนึ่งภูเขาไท่ซาน! องค์เทพนั้นมีหกกร แต่ละกรถือศัสตราวิเศษที่เกิดจากการควบแน่นของอักขระวิถีฟ้า ดวงตาทั้งสองข้างของอวตารเปล่งประกายสายฟ้าที่พร้อมจะชำระล้างทุกสิ่ง!


นี่คือสัจธรรมที่เป็นรูปธรรม! คือการนำเอาวิถีเต๋าของวิญญาณแรกเริ่มมาสร้างเป็นตัวตน! พลานุภาพของมันหนักอึ้งและน่าสะพรึงกลัวจนอากาศธาตุรอบยอดเขาพู่กันหยกเกิดการระเบิดออกเป็นวงกว้าง!


ศิษย์สำนักหมึกวารีและคณะวิปลาสต่างเบิกตากว้าง ความรู้สึกสิ้นหวังและไร้หนทางต่อต้านเกาะกินก้อนเนื้อในอก พลังระดับนี้ มันสามารถลบยอดเขาแห่งนี้ให้หายไปจากแผนที่ได้อย่างง่ายดาย!


"จงดับสูญไปพร้อมกับความจองหองของเจ้า!" ผู้อาวุโสพิทักษ์กฎตวาดลั่น ชี้นิ้วลงมายังจุดที่อาเจียยืนอยู่


อวตารเทพสีทองคำขยับเขยื้อน หกกรที่ถือศัสตราวิเศษง้างขึ้นสุดหล้า ก่อนจะฟาดฟันลงมาหมายจะบดขยี้อาเจียและหอจารึกขยะให้แหลกละเอียดเป็นผุยผง! คลื่นพลังทำลายล้างแหวกอากาศธาตุจนเกิดเสียงกรีดร้องของมิติ!


ทว่า... เบื้องหน้าการโจมตีที่สามารถทำลายล้างสวรรค์และปฐพี


อาเจีย... กลับเพียงแค่ยืนนิ่งงัน


ชายหนุ่มมิได้งัดของวิเศษชั้นยอดชิ้นใดออกมาต้านทาน เขามิได้กระตุ้นอักขระมารบนท่อนแขนขวาอีกต่อไป แขนทั้งสองข้างของเขาทิ้งตัวลงข้างลำตัวอย่างผ่อนคลาย แผ่นหลังยังคงตั้งตรงประหนึ่งไม่ยี่หระต่อสิ่งใดในใต้หล้า


เขายกศีรษะขึ้น แหงนหน้ามองอวตารเทพสีทองที่กำลังฟาดศัสตราลงมา...


นัยน์ตาสีเงินยวงที่เคยมืดมิดและเยือกเย็น... พลันเกิดการเปลี่ยนแปลงที่สั่นสะเทือนรากฐานของเอกภพ!


สีเงินยวงนั้นเลือนหายไป... ถูกแทนที่ด้วย สีดำสนิท! มันมิใช่สีดำของยามราตรี ทว่ามันคือสีดำของ 'ความว่างเปล่า' ดินแดนที่แสงสว่างไม่อาจเดินทางไปถึง ดินแดนที่ไม่มีกฎเกณฑ์ ไม่มีเวลา และไม่มีแม้แต่ตัวตน!


วงแหวนสีเงินยวงสามชั้น ซ้อนทับกันอยู่ภายในดวงตาที่ว่างเปล่านั้น มันเริ่มหมุนวนอย่างเชื่องช้า... ทว่าทุกรอบการหมุน กลับสร้างการบิดเบือนที่ทำให้สัจธรรมของโลกใบนี้ต้องหยุดชะงัก!


นี่คือเจตจำนงของความไม่มีไร้สิ้นสุด... คือสิ่งที่ดำรงอยู่ก่อนที่จะมีแสงสว่าง ก่อนที่จะมีฟ้าดิน ก่อนที่จะมีวิถีเซียนหรือวิถีมาร!


"อักขระสูญตา (อักขระหลิง/零)... ตื่นรู้!"


เสียงพึมพำของอาเจียแผ่วเบาประหนึ่งเสียงใบไม้ร่วง ทว่ามันกลับกลบเสียงกัมปนาทของการโจมตีเบื้องบนจนหมดสิ้น!


"เนตรสูญตา... ขั้นที่สาม... ดับสูญสัจธรรม!"


วูบ!


ปราศจากการเคลื่อนไหวที่ยิ่งใหญ่ ปราศจากแสงสว่างที่แสบตา ปราศจากเสียงระเบิดกัมปนาทที่สะเทือนฟ้าดิน!


จากดวงตาสีดำสนิทของอาเจีย... ปล่อย 'คลื่นแห่งความว่างเปล่า' ที่ไร้รูปและไร้เสียง พุ่งทะยานสวนทางขึ้นไปบนฟากฟ้า ทาบทับลงบนร่างของอวตารเทพสีทองคำ!


พริบตาที่ความว่างเปล่าสัมผัสกับสัจธรรมที่เป็นรูปธรรม...


กาลเวลาประหนึ่งถูกแช่แข็ง! ศัสตราวิเศษทั้งหกชิ้นของอวตารเทพ ที่อยู่ห่างจากศีรษะของอาเจียเพียงสิบจั้ง พลันหยุดนิ่งสนิทอยู่กลางอากาศธาตุ!

จากนั้น... สิ่งที่ทำให้ยอดคนวิญญาณแรกเริ่มและทุกคนในบริเวณนั้นต้องวิญญาณหลุดลอยก็บังเกิดขึ้น!


อวตารเทพสีทองที่อวดอ้างว่าทรงพลังที่สุด อักขระวิถีฟ้าที่สลักเสลาอยู่นับหมื่นตัว... เริ่ม 'เลือนหาย' ไปอย่างเงียบงัน! มันไม่ได้ถูกทุบทำลายให้แตกสลาย ทว่ามันถูกลบเลือนไปประหนึ่งรอยดินสอที่ถูกยางลบของจอมยุทธ์ถูออก!


แขนทั้งหกข้างเลือนหายไป... ลำตัวที่สูงตระหง่านเลือนหายไป... ศัสตราวิเศษเลือนหายไป...


มันคือการ 'ลบล้าง' ออกไปจากกฎเกณฑ์ของโลกผู้แสวงมรรคอย่างสมบูรณ์แบบ! ลบล้างสัจธรรมที่ว่าสิ่งนี้เคยดำรงอยู่!


เพียงแค่ช่วงเวลาที่ใบไม้ร่วงหล่นถึงพื้น... อวตารเทพสีทองคำก็สลายหายไปจนไม่เหลือแม้แต่เศษละอองปราณ ท้องฟ้ากลับมาเปิดโล่งและเงียบสงบประหนึ่งไม่เคยมีการต่อสู้เกิดขึ้น!


"นี่... นี่มัน..."


ผู้อาวุโสพิทักษ์กฎเบิกตากว้างจนแทบจะฉีกขาด ริมฝีปากสั่นระริก สมองที่เต็มไปด้วยปัญญาและวิถีเต๋านับร้อยปีของมัน ไม่อาจทำความเข้าใจปรากฏการณ์นี้ได้! วิชาก้นหีบที่ทรงพลังที่สุด สัจธรรมที่เป็นแก่นแท้ของวิญญาณแรกเริ่ม... ถูกลบล้างไปเพียงแค่การ 'มอง' อย่างนั้นหรือ?!


ทว่า ความตกตะลึงยังไม่ทันจางหาย ผลสะท้อนกลับที่เลวร้ายที่สุดของการสูญเสียสัจธรรมก็ปะทุขึ้น!


เมื่อวิชาที่เชื่อมโยงกับแก่นวิญญาณถูกลบล้างจากกฎของฟ้าดิน วิญญาณแรกเริ่มที่อยู่ในจุดตันเถียนของชายชรา ย่อมถูกผลกระทบดึงดูดให้ดับสูญตามไปด้วย!


"อ๊ากกกกกก!"


ผู้อาวุโสพิทักษ์กฎแผดเสียงร้องโหยหวนอย่างน่าสมเพช เลือดสีคล้ำพุ่งกระฉูดออกจากปากและจมูก! วิญญาณแรกเริ่มในจุดตันเถียนปริแตกและแหลกละเอียดเป็นผุยผง เส้นชีพจรทั่วร่างขาดสะบั้น พลังการบ่มเพาะที่สั่งสมมาทั้งชีวิต เหือดแห้งและสลายหายไปในพริบตา!


จากยอดคนระดับวิญญาณแรกเริ่มที่หยิ่งยโส บัดนี้กลายเป็นเพียงชายชราธรรมดาที่สูญเสียทุกสิ่ง! ร่างกายที่ไร้ซึ่งปราณหล่อเลี้ยง ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้าดิ่งพสุธาประหนึ่งตุ๊กตาผ้าขาดๆ


"ตุ้บ!"


ร่างของชายชรากระแทกพื้นศิลาเบื้องหน้าอาเจียอย่างแรงจนกระดูกแหลกละเอียด เสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดและความหวาดกลัวต่อความตายดังก้องอยู่ในลำคอ


อาเจียค่อยๆ หลับตาลงเพื่อปิดกั้นเนตรสูญตา เมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง นัยน์ตาสีดำสนิทก็กลับคืนสู่นัยน์ตาสีเงินยวงที่เยือกเย็นและแฝงไปด้วยประกายของความหน้าเงินเช่นเดิม


ชายหนุ่มก้าวเดินเข้าไปหาร่างที่ดิ้นทุรนทุรายของอดีตผู้อาวุโสสำนักเร้นลับ เขายกเท้าขึ้น เหยียบลงบนยอดอกของชายชราอย่างไม่ไยดี

"สัจธรรมของสวรรค์ที่พวกเจ้าอวดอ้าง... มันก็เป็นแค่อากาศธาตุเมื่ออยู่ต่อหน้าความว่างเปล่าของข้า"


อาเจียก้มลง คว้าข้อมือของชายชราที่สั่นเทา ก่อนจะรูด 'แหวนมิติระดับอัญมณีสวรรค์' ที่เปล่งประกายเจิดจ้าออกจากนิ้วอย่างเชี่ยวชาญและรวดเร็ว รอยยิ้มที่แท้จริงของศิษย์หอจารึกขยะปรากฏขึ้นที่มุมปาก


"แต่แหวนมิติของเซียนวิญญาณแรกเริ่มนี่สิ... คือสัจธรรมที่เป็นรูปธรรมที่สุด!" อาเจียหัวเราะร่า โยนแหวนมิติที่เต็มไปด้วยทรัพย์สมบัติขึ้นเดาะเล่นในมือ "หนี้ค่าซ่อมหลังคาสำนักและค่าตกใจของพวกข้า... ถือว่าเจ้าชำระครบถ้วนแล้วนะตาเฒ่า!"


ศิษย์ตำหนักเทพวิถีฟ้าที่เหลือรอดบนน่านฟ้า เมื่อเห็นผู้อาวุโสพิทักษ์กฎของพวกมันถูกบดขยี้สัจธรรมจนกลายเป็นคนพิการและถูกปล้นทรัพย์สินไปอย่างง่ายดาย พวกมันต่างขวัญหนีดีฝ่อ ความกล้าหาญมลายหายไปสิ้น พวกมันพยายามจะหันเรือรบและบังคับกระบี่บินหนีตายกลับสู่น่านฟ้าของตน!


"ศิษย์พี่อาเจีย! พวกมันกำลังจะหนี!" เฟิงหลิงเอ๋อร์ตะโกนบอก


อาเจียเงยหน้าขึ้นมองเรือรบที่กำลังหันหัวหนี ชายหนุ่มตวัดมือเก็บแหวนมิติเข้าสาบเสื้อ ก่อนจะตวาดลั่นก้องฟ้า!


"หนีงั้นหรือ! ใครอนุญาตให้พวกเจ้าหนี! มิตรสหายของข้า! เจ้าสัว! เจ้าถุงเงิน! กวาดล้างพวกมันให้หมด! ปล้นเรือรบ ปล้นกระบี่ ปล้นทุกอย่างที่มีค่า! วันนี้หอสุวรรณดาราต้องเปิดลานประมูลรอบพิเศษเพื่อระบายสินค้าของสำนักหมึกวารี!"


เสียงบัญชาการที่ดุดัน หน้าด้าน หน้าเงิน และแฝงความป่าเถื่อนที่สุด ดังก้องไปทั่วยอดเขาพู่กันหยก! การหวนคืนของอดีตศิษย์ขยะผู้นี้ ได้สร้างตำนานบทใหม่ที่บดขยี้ความสูงสุงมั่นใจของสำนักเร้นลับจนย่อยยับ และเป็นการเบิกม่านสู่ความลับที่ยิ่งใหญ่กว่าในโลกบำเพ็ญผู้แสวงมรรค!

คล้ายกับเรื่องราชันหมื่นอักขระ ที่คุณอ่าน