“คัมภีร์เต๋าเหนือโลกันตร์”

    บทที่ 53 เงาใต้แสงเมฆคราม


    หลังจบการประลองรอบแรก

    ชื่อของหลินเซวียนเริ่มถูกพูดถึงภายในนครเมฆคราม

    ผู้ฝึกตนขั้นเปิดประตูมรรคา

    เอาชนะผู้ฝึกตนขั้นหลอมกายเต๋า

    แม้จะไม่ใช่เรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้น

    แต่ก็เพียงพอให้ผู้คนจำนวนมากหันมาสนใจ

    โดยเฉพาะเมื่ออัจฉริยะอย่างมู่หรงเย่เคยเอ่ยปากสนใจเขาด้วยตนเอง

    ...

    ยามค่ำคืน

    นครเมฆครามยังคงสว่างไสว

    แสงตะเกียงนับหมื่นดวงทอดยาวไปตามถนน

    ผู้คนยังคงเดินขวักไขว่

    ราวกับเมืองแห่งนี้ไม่มีวันหลับใหล

    หลินเซวียนนั่งอยู่บนหลังคาโรงเตี๊ยม

    สายตาจับจ้องไปยังใจกลางนคร

    ลมเย็นพัดผ่าน

    แต่หัวใจของเขากลับไม่สงบนัก

    ตั้งแต่มาถึงที่นี่

    ตะเกียงวิญญาณเก้าชั้นฟ้าภายในร่าง

    สั่นไหวบ่อยครั้งขึ้นเรื่อย ๆ

    ราวกับกำลังตอบสนองต่อบางสิ่ง

    ...

    ทันใดนั้น

    ดวงตาแห่งกรรมเปิดขึ้นเอง

    โลกเบื้องหน้าเปลี่ยนไป

    เส้นกรรมนับไม่ถ้วนปรากฏทั่วนคร

    เชื่อมโยงผู้คน

    อาคาร

    ร้านค้า

    และผู้ฝึกตนมากมาย

    แต่แล้ว

    หลินเซวียนกลับขมวดคิ้ว

    เพราะเขาเห็นบางอย่าง

    ...

    เส้นกรรมสีดำ

    ...

    ไม่ใช่หนึ่ง

    ไม่ใช่สิบ

    แต่มีจำนวนมากกว่าร้อยสาย

    กำลังทอดยาวอยู่ใต้เมือง

    และเคลื่อนตัวช้า ๆ

    มุ่งหน้าไปยังสถานที่เดียวกัน

    ...

    หอคัมภีร์เมฆคราม

    ...

    หัวใจของหลินเซวียนเต้นแรง

    สถานที่แห่งนั้น

    คือเป้าหมายที่เขาต้องเข้าไป

    เพื่อค้นหาความจริงเกี่ยวกับผู้เฝ้าผนึก

    เมืองสีดำ

    และตะเกียงวิญญาณเก้าชั้นฟ้า

    แต่ตอนนี้

    กลับมีเส้นกรรมประหลาดจำนวนมาก

    กำลังรวมตัวอยู่ที่นั่น

    ...

    "หรือจะเกี่ยวกับคนชุดดำ..."

    เขาพึมพำเบา ๆ

    ...

    ในเวลาเดียวกัน

    ภายในอาคารร้างแห่งหนึ่ง

    ชายชุดดำหลายคนกำลังยืนล้อมวง

    เปลวไฟสีเขียวซีดลุกโชนอยู่กลางห้อง

    แสงสลัวสะท้อนหน้ากากสีดำของพวกเขา

    บรรยากาศเย็นเยียบ

    เต็มไปด้วยความกดดัน

    ...

    "ผู้ถือโคมมาถึงนครเมฆครามแล้ว"

    ชายผู้หนึ่งกล่าวขึ้น

    น้ำเสียงแหบพร่า

    อีกคนพยักหน้า

    "ตะเกียงเริ่มตอบสนอง"

    "เร็วเกินกว่าที่คาด"

    ...

    ชายชราผู้ยืนอยู่ตรงกลางห้องค่อย ๆ ลืมตา

    แววตาเย็นเยียบราวน้ำแข็ง

    "ไม่สำคัญ"

    "ประตูแรกกำลังจะเปิด"

    "เมื่อถึงเวลานั้น"

    "เขาจะเดินมาหาเราด้วยตนเอง"

    ทั่วห้องตกอยู่ในความเงียบ

    ไม่มีใครกล้าถามต่อ

    ...

    อีกด้านหนึ่ง

    ภายในคฤหาสน์ของสำนักกระบี่เมฆา

    เซียวอวี่เฟิงกำลังฝึกกระบี่เพียงลำพัง

    แสงกระบี่สีฟ้าพุ่งออกจากปลายดาบ

    กรีดอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิว

    ตูม!

    ก้อนหินขนาดใหญ่เบื้องหน้าถูกผ่าออกเป็นสองส่วน

    ...

    แต่สีหน้าของเขากลับไม่พอใจ

    ภาพการต่อสู้ของหลินเซวียน

    ยังคงปรากฏอยู่ในหัว

    เด็กหนุ่มที่เขาเคยดูถูก

    กลับสามารถมองเห็นจุดอ่อนของคู่ต่อสู้ได้

    ...

    "หลินเซวียน..."

    เซียวอวี่เฟิงกำดาบแน่น

    "หวังว่าเจ้าจะผ่านรอบต่อไป"

    "เพราะข้าจะเป็นคนหยุดเจ้าเอง"

    ...

    บนยอดหอสูงที่สุดของนคร

    มู่หรงเย่ยืนมองท้องฟ้ายามค่ำคืน

    ด้านหลังคือชายชราจากสำนักกระบี่สวรรค์

    "เจ้ากำลังคิดถึงเด็กคนนั้นอีกแล้วหรือ"

    ชายชราถาม

    มู่หรงเย่เงียบไปครู่หนึ่ง

    ก่อนตอบ

    "ข้ารู้สึกแปลก"

    "ราวกับเส้นชะตาของเขา"

    "กำลังเชื่อมโยงกับบางสิ่งที่ใหญ่กว่าการคัดเลือกครั้งนี้"

    ชายชราขมวดคิ้ว

    แต่ไม่ได้พูดอะไร

    ...

    ขณะเดียวกัน

    หลินเซวียนยังคงมองเส้นกรรมสีดำเหล่านั้น

    พวกมันเคลื่อนไหวอย่างช้า ๆ

    และค่อย ๆ จมหายลงใต้พื้นดิน

    ก่อนจะหายไปจากการมองเห็น

    แต่ก่อนจะหายไปทั้งหมด

    เขากลับเห็นสัญลักษณ์บางอย่าง

    ปรากฏขึ้นชั่วขณะ

    ...

    สัญลักษณ์รูปตะเกียง

    ...

    เหมือนกับที่ปรากฏบนประตูผนึกใต้ภูเขา

    ไม่มีผิด

    ...

    หลินเซวียนลุกขึ้นยืนทันที

    สีหน้าเคร่งเครียด

    เขาเริ่มมั่นใจแล้วว่า

    คนชุดดำ

    ไม่ได้อยู่เพียงใต้ภูเขา

    แต่พวกมัน

    ตามมาถึงนครเมฆครามแล้ว

    ...

    ลมกลางคืนพัดแรงขึ้น

    แสงตะเกียงนับหมื่นดวงยังคงส่องสว่างทั่วเมือง

    ผู้คนมากมายยังคงใช้ชีวิตตามปกติ

    ไม่มีใครรู้เลยว่า

    ใต้ความสงบนี้

    คลื่นใต้น้ำกำลังเริ่มเคลื่อนไหว

    และบางที

    สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

    อาจใหญ่กว่าการคัดเลือกครั้งนี้หลายเท่า

    "ผู้เข้าสอบกำลังต่อสู้เพื่ออนาคตของตน"

    "แต่ในเงามืดของนครเมฆคราม"

    "บางคนกำลังเตรียมเปิดประตูอีกบานหนึ่ง"

    "ซึ่งไม่ควรถูกเปิดออกตั้งแต่แรก"

    คล้ายกับเรื่อง“คัมภีร์เต๋าเหนือโลกันตร์” ที่คุณอ่าน