ตอนที่ 2 บ้าน (1)
โจวมู่จึงอาศัยอยู่ในบ้านเก่าท้ายหมู่บ้านด้วยเหตุนี้
ไร้ความเคลื่อนไหวพิเศษใหญ่โตใดๆ กระทั่งมีคนเดินผ่านสุสานพ่อแม่ของเขานั่นแหละ ถึงได้รู้ว่าหญ้ารก้าถูกถอนทิ้งจนสะอาดเกลี้ยง ทั้งสองข้างของสุสานลงต้นไม้ฤดูใบไม้ผลิต้นเล็กๆ ไว้ ทั้งเขียวชอุ่ม ทั้งสูงตระหง่าน
มองจากไกลๆ แล้วดูเหมือนสุสานใหม่สองแห่ง
พอโจวมู่กลับมา ที่หมู่บ้านจึงเกิดความเคลื่อนไหวขึ้นมาระลอกหนึ่ง ลุงสี่ของผู้ใหญ่บ้านหลี่ฉางเกิงกังวลเป็พิเศษ กลัวเหลือเกินว่าโจวมู่กลับมาแล้วจะทวงเอาบ้านของตนคืนไป
คนอื่นๆ ในหมู่บ้านต่างพากันหวาดผวาไม่มากก็น้อย ปีแรกที่โจวมู่อยู่ในคุก ภรรยาของเขาหนีไป ปีที่สามแม่เขาป่วยตาย ปีที่ห้าพ่อของเขาโจวต้าเกินก็ไม่อยู่แล้ว อีกทั้งโจวต้าเกินสิ้นลมไปแล้วสี่วันถึงจะมีคนพบศพ ถึงตอนนั้นร่างของเขาก็ส่งกลิ่นเหม็นเน่าแล้ว
ถึงทุกคนจะไม่ได้ข่มเหงคนเฒ่าคนแก่ทั้งสอง แถมยังช่วยประกอบพิธีฝังศพให้ แต่ในวันธรรมดาก็ไม่ได้นินทากันน้อยลงแต่อย่างใด พอมีฆาตกรปรากฏตัวในหมู่บ้านเล็กๆ แบบนี้แล้ว จะไม่ให้พูดมากกันได้อย่างไร! ผลคือตอนนี้ผ่านไปสิบเอ็ดปีแล้ว นึกไม่ถึงเลยว่าโจวมู่จะถูกปล่อยตัวออกมาก่อนกำหนด
คนผู้นี้กลับมาแล้ว ทั้งยังเป็ที่หมู่บ้านเดิมอีก แต่ถูกขับให้ไปอยู่ที่บ้านเก่าๆ ที่ซีโข่ว ทุกคนจึงสะท้อนใจอยู่บ้างอย่างเลี่ยงไม่ได้
“เด็กคนนั้นโชคไม่ดีเหลือเกิน น่าสงสารจริงๆ พอกลับมา ที่บ้านก็ไม่เหลือใครสักคน” ผู้เฒ่าหลี่ที่ปกติชอบตั้งวงคุยเล่นอยู่ที่ร้านค้าใต้อาคารที่ทำการหมู่บ้านพูดอย่างทอดถอนใจ
“ฉันว่าจะน่าสงสารหรือเปล่ามันก็ยังไม่แน่ พวกนายยังไม่รู้ละสิ ได้ยินมาว่าคนที่ตายวันนั้นน่ะมีเงินติดตัวอยู่ไม่น้อยเลยนะ หลายหมื่นเลยเห็นจะได้” ญาติของหลิวชุ่ยซานที่เปิดร้านค้าในตัวเมืองมักชอบนำข่าวลือมาเผยแพร่
ผู้เฒ่าหลี่ทนดูพฤติกรรมน่ารังเกียจแบบนั้นของหลิวชุ่ยซานไม่ได้ ส่งเสียงร้องหึออกมา “พูดจาซี้ซั้ว อย่าเอาเื่ไม่มีหลักลอยมาพูดมั่วซั่วสิ โจวมู่น่ะโชคร้ายต่างหาก ช่วยคนจนเกิดเื่ ฉันได้ยินว่าแกส่งของขวัญให้ผู้ใหญ่บ้านนี่ มีเื่นี้อยู่สิท่า”
“เพ้ยๆๆ พูดมั่วอะไร ใครให้ของขวัญ!” หลิวชุ่ยซานโยนเปลือกเมล็ดแตงโมในมือทิ้งไป
คนอื่นๆ ก็พากันส่งเสียงเอะอะแหย่หลิวชุ่ยซาน
ตอนนี้หลี่ฉางเกิงกับลุงสี่ของเขาลงมาจากตึก ทุกคนต่างพากันะโทักทายว่า “ผู้ใหญ่บ้าน” จากนั้นก็ยักคิ้วหลิ่วตาใส่หลิวชุ่ยซาน
หลี่ฉางเกิงมีหน้ามีตาอยู่ไม่น้อย รอยยิ้มบนหน้าช่างเป็ทางการอย่างยิ่ง
“ผู้ใหญ่บ้าน พอจะรู้ไหมว่าทำไมโจวมู่ถึงถูกปล่อยตัวออกมาก่อนกำหนด” หลิวชุ่ยซานถามด้วยท่าทางใคร่รู้
ได้ยินเช่นนี้หลี่ฉางเกิงพลันรู้สึกปวดฟัน เอ่ยว่า “เห็นว่าเพราะประพฤติตัวดี คืออยู่ในคุกก็ทำตัวดีเชื่อฟังนั่นแหละ เหมือนยังทำคุณงามความดีอะไรอีกด้วยนะ”
“ในคุกนี่ยังทำคุณงามความดีได้อีกเรอะ” ผู้เฒ่าหลี่เอ่ยปากถามขึ้นพร้อมกับลุงสี่ของหลี่ฉางเกิง
หลิวชุ่ยซานส่งเสียงหัวเราะเฮอะๆ ออกมา “โจวมู่นี่คงไม่ได้อยู่ในคุกแล้วโง่ลง จนได้รางวัลคนโง่หรอกนะ”
“คนเราก็มีสำนึกสูงแบบนี้แหละ เอาละ ต่อไปพวกนายก็พูดกันให้น้อยลงหน่อย มันก็คงไม่ง่ายนักหรอก” หลี่ฉางเกิงเองก็ไม่รู้รายละเอียดแน่ชัด จึงตัดบทสนทนา
ลุงสี่ของหลี่ฉางเกิงถึงกับใจกระตุก
สองสามวันนี้เขานอนอยู่กับภรรยาบนเตียงไม่สงบสุขเลย บ้านทั้งหลังตั้งอยู่ทนโท่ โจวมู่ไม่กลับมาก็แล้วกันไป แต่วันนี้โจวมู่กลับมาแล้ว คิดอยากจะฮุบไว้เงียบๆ ก็คงถูกคนในหมู่บ้านต่อว่าลับหลังเป็แน่ เพราะมันไม่ใช่การเก็บผักกาดไม่กี่หัวตามพื้นอะไรเทือกนั้น วันนี้ที่มาหาหลี่ฉางเกิงก็หมายจะให้เขาช่วยตนแก้ไขปัญหานี้นี่แหละ
ถึงชื่อเสียงในหมู่บ้านของลุงสี่ของตนจะไม่ค่อยดีนัก เขาชอบเอารัดเอาเปรียบ แต่ถึงอย่างไรก็เป็คนของตน ปกติมักจะนำเนื้อนำผักมาให้ถึงประตูบ้านไม่น้อย หลี่ฉางเกิงจึงยังเต็มใจช่วยเหลือ เขาพาลุงสี่ไปยังซีโข่วที่ท้ายหมู่บ้าน
คนในหมู่บ้านเห็นว่ามีเื่สนุกให้ชม ก็พากันตามไปด้วย