หานลี่ลากสังขารเข้าออกโรงเตี้ยมหลายแห่ง แต่ก็มิมีที่ใดให้เข้าพัก เพราะกลัวอิทธิพลของตระกูลหมง
แม้นกระทั่งโรงหมอก็ยังมิตอนรับ เพราะเกรงว่าจะมิมีเงินจ่าย
หานลี่ได้แต่บ่นอุบ พลางเดินไปยังท้ายเมือง เข้าตรอกเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยหญ้ารกชัฎ
" วัดร้าง " หานลี่เอ่ยออกมา พลางเดินเข้าไปภายใน
หานลี่เร่งปัดฝุ่นที่เต็มทั่วพื้น แลทรุดกายลงนั่ง
" ฟู่ว " ชายหนุ่มเป่าปากออกมาอย่างแรง
เขาเร่งจัดการเยียวยาตนเองจนแล้วเสร็จ แลนำเนื้อสัตว์อสูรออกมาย่าง กว่าทุกอย่างจะแล้วเสร็จก็จนมืดค่ำ
" หมุนวนจอกสุรากลางราตรี กลางค่ำคืนเปล่าเปลี่ยว "
" แหงนหน้ามองจันทรา ร้องถามไถ่เ้าเปล่าเปลี่ยวเพียงใด "
สิ้นเสียงพลันทั่วเมืองหลวงสั่นะเืเลื่อนลั่น ความโกลาหลพลันบังเกิด
หลายบ้านปรากฎแสงเทียน แสงตะเกียงเล็ดลอดออกมาจากขอบหน้าต่าง
เสียงพึมพำแ่เบาดังขึ้นทุกตรอกซอกซอย มิเว้นแม้นแต่ปรมาจารย์ตู้ที่รักษากายจากประมือกับจอมยุทธผู้หนึ่ง ยังลากสังขารมาเขียนบทกวี
" ผู้าุโหานหายไปที่ใด เพิ่งปรากฎ " สวีอวี้ซวงพึมพำ
นางในเวลานี้กำลังเช็ดทำความสะอาดกระบี่หงส์์ อยู่ที่ศาลาริมบึงที่บ้านตระกูลสวี
" พี่หญิง หากผู้าุโหานของท่านมาที่เมืองหลวง ท่านจะทำเช่นใด " เสียงเด็กหนุ่มเอ่ยออกมา
" สวีเสี่ยวหนาน เ้าพูดจาให้มันดีกว่านี้ ผู้าุโหานเป็ผู้มีพระคุณของข้า หาใช่ชายของข้าไม่ " สวีอวี้ซวงเอ่ยออกมา
" มันก็เหมือนกันแหละน่า " สวีเสี่ยวหนานเอ่ยออกมา
" พรึ่บ " ชายหนุ่มกางพัดออก แลโบกสะบัด
" นั่นมันบทกวีของผู้าุโหานมิใช่รึ " สวีอวี้ซวงเอ่ยออกมา
" ใช่ พัดนี้มีราคาแพงยิ่งนัก เพราะข้าได้ว่าจ้างปรมาจารย์ตู้เขียนบทกวีลงบนพัด " สวีเสี่ยวหนานเอ่ย
" ไร้สาระ " สวีอวี้ซวงเอ่ยออกมา
สวีอวี้ซวงอยากจะต่อว่าน้องของตนอีกหลายคำนัก ก็ได้แต่อดกลั้นแลลุกหนีไป
หานลี่นำภาพัมาห่มทั่วร่าง แลดื่มสุราจนเมามายแลผล็อยหลับไป
" อืม " หานลี่เปิดเปลือกตาขึ้น สองตากวาดมองทั่ว
หลังจากจัดการตนเองแล้วเสร็จ หานลี่มองหาชุดในแหวนมิติ
" เหลือเพียงชุดเก่า เห็นทีต้องซื้อใหม่สักสองสามชุด " หานลี่พึมพำ
" ไป " หานลี่ออกเดินจากวัดร้าง มุ่งเข้าไปในเมือง
คืนวันวานเขาวางแผนไว้ว่า จะสมัครเข้ายังสำนักบัณฑิต เพื่อที่จะเป็อาจารย์สอนสั่งเหล่าบัณฑิตทั้งหลาย รึไม่ก็สมัครเข้าสำนักต่างๆเพื่อฝึกฝน
ชายหนุ่มเดินเข้ามาในเมือง แลหยุดลงที่ร้านโจ๊ก
ในขณะที่กำลังกลืนกินโจ๊กอย่างอร่อยอยู่นั้น
" เมื่อคืนข้าต้องลุกขึ้นมากลางดึก เพื่อเขียนบทกวีของท่านผู้นั้น " เสียงชายหนุ่มดังขึ้น
" น่าเสียดายนักเมื่อคืนข้าเมาหลับไปก่อนจึงรู้ว่าท่านผู้นั้น แต่งบทกวีอีกครา " ชายหนุ่มสองเอ่ยออกมา
" บทกวีครานี้ท่านผู้นั้นแต่งได้ยอดเยี่ยมรึไม่ " ชายหนุ่มสองเอ่ยออกมา
ชายหนุ่มหนึ่งจึงร่ายบทกวีให้ฟัง
" ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมยิ่งนัก " ชายหนุ่มสองเอ่ยออกมา
" แหงนหน้ามองจันทรา ร้องถามไถ่เ้าเปล่าเปลี่ยวเพียงใด จะมีผู้ใดหาญกล้าท้าทายจันทราเช่นนี้เห็นจะมิมีแล้ว "
" นั่นมันบทกวีที่ข้าเพิ่งแต่งเมื่อคืนนี่ " หานลี่พูดในใจ
" เหตุใดสองหนุ่มนี่จึงรับรู้ได้ ข้ามิได้บอกกับผู้ใด " หานลี่พูดในใจ
" ต้องลองถามไถ่ดู " หานลี่เอ่ยออกมา พลางลุกออกจากโต๊ะของตน
" คุณชายทั้งสอง มิทราบว่าบทกวีที่ยอดเยี่ยมเมื่อครู่เป็ของผู้ใดรึ " หานลี่เอ่ยถาม
" พี่ชาย บทกวีเมื่อครู่นั้น เป็บทกวีของท่านผู้นั้น เมื่อคืนท่านผู้นั้นได้แต่งบทกวีขึ้น " ชายหนุ่มหนึ่งเอ่ยออกมา
" ท่านรู้ได้เช่นใด ว่าท่านผู้นั้นแต่งขึ้น " หานลี่เอ่ยถามอย่างงุนงง
" เสียงของท่านผู้นั้นดังทั่วแว่นแคว้น ทุกหนแห่งต่างได้ยินทั่ว " ชายหนุ่มหนึ่งเอ่ยออกมา
" พี่ชาย ข้าแปลกใจเหตุใดท่านมิรู้เื่นี้ " ชายหนุ่มสองเอ่ยถาม
" ข้าก็เหมือนกับคุณชาย ที่วันๆเอาแต่ร่ำสุรา " หานลี่เอ่ยออกมา พลางยกมือลูบศีรษะของตน
" พลาดโอกาสดี " ชายหนุ่มหนึ่งเอ่ยออกมา
" มิแน่ว่าสักวันอาจจะได้ฟังอีกครา " หานลี่เอ่ยออกมา
" ขอบคุณคุณชายทั้งสอง " หานลี่ประสานสองมือ
ในหัวสมองของหานลี่ยามนี้ มีแต่ความงุนงงสงสัย ว่าเหตุใดบทกวีของตนผู้คนจึงได้ยินทั่วแว่นแคว้น
" เกิดสิ่งใดขึ้นกับข้า " หานลี่พึมพำ
หานลี่เดินมาถึงยังร้านหนังสือ เขารั้งร่างไว้แลผินกายมองเข้าไปในร้าน
สองเท้าก้าวเดินเข้าไปอย่างเชื่องช้า สองตากวาดมองทั่วร้าน
สองตาพลันพบเจอเข้ากับบทกวีของตนที่แขวนอยู่บนสุดของบทกวีต่างๆ
เหล่าบัณฑิตต่างจับกลุ่มพูดคุยถึงบทกวีทั้งหลายของหานลี่
" ท่านผู้นั้นต้องเป็เซียนกวีลงมาจุติเป็แน่ หากมิใช่แล้วจะมีผู้ใดแต่งกวีได้ยอดเยี่ยมเช่นนี้อีก "
" ใช่ ข้าก็คิดเช่นนั้น "
" พวกเ้าชื่นชอบกวีบทใด "
" ข้าชอบบทฝืนใจลาที่สุด "
" มันบาดกินลึกเข้าไปในจิตใจของข้าเป็อย่างยิ่ง "
" ลมบูรพาพัดพายังม่อเสียน แสงแดดสาดส่องกล้ำกลืนฝืนใจลา "
" แหงนหน้ามองจันทรา ถิ่นที่ใดก็คงเป็ดวงเดียวกัน "
" นี่แหละบทกวีที่ข้าชื่นชอบที่สุด "
" แสงแดดสาดส่องกล้ำกลืนฝืนใจลา ประโยคนี้บาดลึกกินใจข้ายิ่งนัก "
หานลี่ได้แต่งุนงงเป็อย่างยิ่ง บทกวีที่เขาแต่งในวันที่เกิดฟ้าร้องกลับมิมี
" ทุกอย่างเกิดขึ้นหลังฟ้าร้อง " หานลี่พึมพำ
" หลังฟ้าร้องแล้ว เหล่ายอดยุทธเวียนเข้ามาในร้านมิเว้นวัน ทำเอาหัวปั่น " หานลี่พึมพำ
" คงต้องค้นหาตัวตนให้พบเจอ จึงจะสามารถล่วงรู้ได้ว่าข้าเป็ผู้ใด " หานลี่พึมพำ
" แต่การจะออกค้นหานั้น เกรงว่าต้องฝึกยุทธให้ได้เสียก่อน จึงจะออกค้นหาตัวตนได้ " หานลี่พึมพำ
หานลี่สลัดความคิดทิ้งไปแลเดินดูหนังสือทั่วร้าน " กระดาษเซวียนจื่อ " หานลี่ฉีกยิ้มออกมาในทันใด
" เฒ่าแก่กระดาษเซวียนจื่อนี่ท่านขายเท่าใด " หานลี่เอ่ยถาม
" คุณชาย กระดาษเซวียนจื่อหนึ่งแผ่นราคาหนึ่งเหรียญทอง " เฒ่าแก่เอ่ยออกมา
" อืม " หานลี่พยักหน้า
" เอาให้ข้าร้อยแผ่น " หานลี่เอ่ย พลางส่งถุงเหรียญทองออกไป
เฒ่าแก่รับเอาถุงใส่เหรียญแลทำการตรวจนับ
" รอสักครู่ขอรับคุณชาย " เฒ่าแก่เร่งจัดการห่อกระดาษเสวียนจื่ออย่างรวดเร็ว
" ได้แล้วขอรับ " เด็กร้านเอ่ยออกมา
" คุณชายมิทราบว่าท่านอยู่ที่ตระกูลใด รึเป็บัณฑิตต่างถิ่นมาสอบจิ้นชื่อ " เฒ่าแก่ร้านเอ่ยถาม
" ข้ามาจากต่างถิ่น ข้ามาท่องเที่ยว " หานลี่เอ่ยออกมา
" อืม " เฒ่าแก่พยักหน้า
" การสอบจิ้นชื่อเป็เช่นใดรึ " หานลี่เอ่ยถาม
" การสอบจิ้นชื่อนั้น อย่างแรกต้องสอบเป็บัณฑิตให้ได้เสียก่อน แลค่อยสอบไล่ระดับขั้นขึ้นไป " เสียงหนึ่งดังขึ้น
หานลี่เหลียวมองยังต้นเสียง พานพบเข้ากับชายหนุ่มรูปงาม
" แต่บ้านนอกเช่นเ้าคงมิมีวาสนา แม้นแต่สอบบัณฑิตเ้าก็ยังมิรู้จัก " ชายหนุ่มเอ่ยออกมา
ชายหนุ่มเดินมาแลกระซิบที่ข้างหู " กลับไปบ้านนอกของเ้าเถิด " ชายหนุ่มกล่าวเสร็จจึงเดินออกจากร้านไป
" น่าชังนัก " หานลี่พึมพำ
" คนเหล่านี้ก็เป็เช่นนี้ อยู่ที่แคว้นต้าฟู่ถือตนยิ่งใหญ่ แต่พอไปยังเมืองหลวงเทียนตี้ก็เป็เพียงบ้านนอกเช่นกัน " เฒ่าแก่เอ่ยออกมา
" เมืองหลวงเทียนตี้ " หานลี่พึมพำ
เฒ่าแก่มองยังหานลี่พลางยกยิ้ม " ที่เราอยู่นี่เป็แผ่นดินของเมืองเทียนตี้ มีองค์จักรพรรดิเป็ผู้ปกครอง แลมีแคว้นอยู่ใต้ปกครองแปดแคว้น แคว้นฟู่เป็หนึ่งในนั้น " เฒ่าแก่เอ่ย
" อืม " หานลี่พยักหน้า
" อย่างเขาว่า เหนือฟ้าย่อมมีฟ้า " หานลี่เอ่ยออกมา
" ใช่ " เฒ่าแก่พยักหน้า
" เฒ่าแก่ข้าลาแล้ว " หานลี่เอ่ยออกมา แลเดินออกจากร้านหนังสือ
" จะไปที่ใด " หานลี่พึมพำ
" แต่ก่อนอื่นต้องหาที่พัก " หานลี่พึมพำ
ชายหนุ่มเร่งหาที่พักอย่างรวดเร็ว กว่าจะได้บ้านเช่าเก่าๆโทรมๆก็จวบจนมืดค่ำ ทั้งราคายังแพงถึงห้าตำลึงเงิน
หลังจากที่ทำความสะอาดแล้วเสร็จ ชายหนุ่มเร่งจัดการตนเอง
" ผ่านไปอีกวัน " หานลี่เอ่ยออกมา เขานำภาพัมาห่อตัวแลล้มตัวลงนอน