บทที่4
ร่างของตัวร้าย
“ หยุด!!!! ”เสียงะโดังขึ้นมาเป็เสียงของหลี่หยุนที่กำลังนอนนิ่งอยู่บนเตียง
ตาของเขาในยามนี้จ้องมองตรงไปที่ประตูไม้เก่าที่ทรุดโทรมที่ถูกดันเปิดเข้ามาซินซินแสดงใบหน้าประหลาดใจทั้งสองข้างหยุดตามคำสั่งของผู้เป็นาย
มีดเหล็กภายในมือของนางที่ถูกนำออกมาต้องหยุดชะงักไปตั้งหันไปกล่าวกับผู้เป็นายที่อยู่ด้านหลัง “ มีอะไรอย่างนั้นหรือเ้าคะ?”
“ เ้าดูก่อนเบื้องหน้าของเ้าเป็ผู้ใด!! ”หลี่หยุนพูดขึ้นพร้อมกับใช้ดวงตามองตรงไปที่ร่างเงาสีดำสนิทที่อยู่บริเวณด้านหน้า
ซินซินคติของตนเองกลับมาดวงตาของนางมองตรงไปที่ด้านหน้าเมื่อใช้ดวงตามองไปด้านหน้าก็มองเห็นร่างของผู้ที่ยืนอยู่ด้านหน้านั้นเป็คนคุ้นเคย
ผู้ที่เปิดประตูเข้ามาเป็บุรุษ่วัยประมาณยี่สิบกลางๆสวมใส่ชุดสีดำสนิทปกคลุมทั่วทั้งร่างกายบุรุษผู้นี้มีใบหน้าหล่อเหลาแต่ว่าบนใบหน้าเ็า
เมื่อเห็นใบหน้าของผู้ที่อยู่ด้านหน้าทั้งสองนั้นรู้จักเป็อย่างดี
หลี่หยุนแม้ว่าจะเข้ามาอยู่ภายในร่างกายนี้ได้ไม่นานแต่ความรู้สึกที่ปรากฏขึ้นเมื่อคู่ความทรงจำมากมายที่เรียงต่อกันมันก็ทำให้เขารู้จักคนที่อยู่ด้านหน้า
“ เสี่ยวซาน ”หลี่หยุนกล่าวขึ้นด้วยใบหน้าที่จริงจังมองตรงไปที่บุรุษชุดดำที่ยืนอยู่
เสี่ยวซานบุรุษท่าทางเคร่งขรึมในชุดดำที่ยืนอยู่มันค่อยๆโน้มกายของตนเองต่ำลงคุกเข่าลงไปกับพื้นยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาประสานกันเปล่าอย่างนอบน้อม “ เสี่ยวซานคารวะท่านประมุข!!!!”
หลี่หยุนรู้จักคนผู้นี้เป็อย่างดีเขาเป็หนึ่งในผู้ติดตามที่พักมีผู้หนึ่งของจอมมารหลี่หยุน
คนผู้นี้มีใบหน้าที่ดูเ็ามีท่าทางที่ดูลึกลับ บุคลิกท่าทางภายนอกเป็คนที่ดูไม่น่าเข้าหาทว่าเห็นท่าทางเช่นนี้แต่เขาเป็ผู้หนึ่งที่ภักดีต่อจอมมารหลี่หยุนเป็อย่างมาก
หลี่หยุนผู้ที่สร้างสรรค์นิยายเื่นี้และสร้างสรรค์ตัวละครมากมายขึ้นมารู้ดีที่สุดผู้ที่อยู่ด้านหน้าในยามนี้ประวัติความเป็มาเป็เพียงเด็กกำพร้าผู้หนึ่ง
เป็เด็กกำพร้าธรรมดาธรรมดาที่ไม่มีอันใดเลยไม่มีแม้แต่ชื่อที่จะเรียกจอมมารหลี่หยุนเจอแล้วก็มองเห็นในพร์โดยทำการเก็บเด็กผู้นี้มาดูแล
เพราะว่าไม่มีชื่อเลยทำการตั้งชื่อคนผู้นี้ตามวันที่เจอนั่นคือวันที่สามเดือนสามซึ่งกลายเป็เสี่ยวซาน
เป็หนึ่งในข้ารับใช้ที่พักดีที่สุดคนหนึ่งของจอมมารหลี่หยุน
ถ้าไม่ใช่เพราะความทรงจำก่อนหน้านี้ที่เข้ามาภายในหัวเขาคงจะไม่รู้จักคนพวกนี้อย่างแน่นอนว่าเป็ผู้ใด
แต่เพราะว่าความทรงจำมากมายของจอมมารปรากฏเข้ามาภายในหัวของเขาเขาเลยจำใบหน้าและร่างกายของคนผู้นี้ได้เป็อย่างดี
ซินซินที่กำลังยืนอยู่ด้านหน้าเก็บมีดของตนเองก่อนที่จะถามขึ้นมาด้วยความสงสัย“ เหตุใดเ้าถึงมาอยู่ที่นี่มีผู้ใดตามมาหรือไม่!!! ”
เสี่ยวซานส่ายใบหน้าของตนเองไปมา“ ไม่!! ข้าอยู่ที่สถานที่แห่งนี้ตั้งนานแล้วก่อนหน้านี้หนึ่งปีตอนท่านประมุขาเ็ข้าเองก็อยู่ภายในสถานที่แห่งนั้น ”
“ ในขณะที่เ้านำพาร่างของท่านประมุขหนีมาที่เมืองทะเลทรายค่าเองก็เป็คนที่ดูแลและคุ้มกันความปลอดภัยให้ตลอด” ชายผู้นั้นทำการตอบกลับด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึม
ซินซินได้ยินเช่นนั้นนางจึงแสดงใบหน้าเข้าใจแล้วพลางนึกย้อนกลับไปถึงก่อนหน้านี้
ประมาณหนึ่งปีก่อนหลังจากที่รู้ว่าท่านประมุขยังไม่ตายนางได้พาท่านประมุขหนีมาที่สถานที่แห่งนี้
ในขณะที่นำพาร่างของท่านประมุขนี้มาพบเจอผู้คนไล่ตามเป็อย่างมากในตอนนั้นตัวของนางเองก็พยายามหรือยังสุดชีวิต
ตัวของนางนั้นแม้ว่าจะมีวรยุทธ์สูงส่งอยู่บ้างแต่ว่าเมื่อลองเทียบแล้วการนำพาร่างของท่านประมุขหนีมาด้วยตัวคนเดียวยังถือว่าเป็เื่ที่หนักหนา
และในตอนนั้นก็มีเหตุการณ์มากมายตลาดที่เกิดขึ้นระหว่างที่หนีมีหลายต่อหลายครั้งที่ผู้คนไล่ตามนั้นหายไป
ตอนนี้ได้รู้ความจริงของผู้ที่อยู่ด้านหน้าก็ได้ข้อกระจ่างกับสิ่งที่เกิดขึ้น
“ เข้าใจแล้วก่อนหน้านี้มีหน้าเล่าข้าถึงสามารถนำพาร่างของท่านประมุขหนีมาได้”
“ แล้วเหตุใดเมื่อเ้ารู้ที่อยู่ของท่านประมุขตลอดถึงไม่ทำการปรากฏกายออกมา” นางถามออกมาอย่างสงสัยดวงตาจ้องมองตรงไปด้านหน้า
เสี่ยวซานกำลังนั่งคุกเข่าอยู่หันไปตอบอย่างจริงจัง“ ข้าไม่ปรากฏกายออกมาเพราะจำเป็จะต้องรักษาความปลอดภัยบริเวณรอบรอบแม้ว่าสถานที่แห่งนี้จะเป็เมืองทะเลทรายแต่ก็ไม่สามารถไว้วางใจได้ ”
“ ตอนนี้เห็นท่านประมุขฟื้นขึ้นมาเลยเข้ามารายงานตัว ”
หลี่หยุนได้ยินบทสนทนาของทั้งสองที่เต็มไปด้วยความจริงจังร่างของเขาที่กำลังนอนอยู่บนเตียงดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้าง
ตอนนี้แทบจะไม่อยากเชื่อสายตาของตนเองเลยบุคลิกท่าทางของตัวละครทั้งสองที่อยู่ด้านหน้า
มันเป็บุคลิกท่าทางที่ตัวของเขาวางเอาไว้ไม่มีผิดเสี่ยวซานเขาสร้างตัวละครนี้ขึ้นมาให้มีท่าทางเคร่งขรึมอย่างนี้ก็เป็เช่นนั้นส่วนซินซินเป็สตรีที่มีบุคลิกห้าวหาญนางเองก็เป็เช่นนั้น
แม้ว่าจะดูเหลือเชื่อไปบ้างแต่ภาพที่ปรากฏด้านหน้าของเขามันเองก็เป็ภาพแห่งความจริงที่ไม่สามารถปฏิเสธได้
หลี่หยุนส่งเสียงขึ้นมา“ พยุง.. ”
ทั้งสองได้ยินเช่นนั้นหันกลับมามองอย่างรวดเร็วพวกเขาได้รุดกายเข้ามาหาท่านประมุขแล้วก็พยุงซ้ายและขวาลุกขึ้นมาจากเตียง
หลี่หยุนลุกขึ้นมาอยู่ภายในท่านั่งร่างกายของเขายังคงาเ็จากาแบริเวณหน้าอก
หลี่หยุนดวงตาของตนเองมองาแบริเวณกลางหน้าอกที่มันโดนปิดทับอยู่ด้วยผ้าสีขาว
ซินซินมองเห็นท่านประมุขมองที่าแของตนเองดังกล่าวออกมาอย่างละอายใจว่า“ ขออภัยด้วยเ้าค่ะท่านประมุขาแของท่านข้าไม่สามารถรักษาหายได้ ”
“ ภายในเมืองทะเลทรายแห่งนี้ไม่มีหมอหมอที่อยู่เมืองข้างๆก็มีแต่หมอที่ไม่มีฝีมืออีกทั้งกระบี่แทงเข้าที่ท่านประมุขมันเป็กระบี่แหวกนภาแผลในตอนนี้แม้ว่าจะผ่านมาหนึ่งปีมันเองก็ยังไม่หาย ”
นางกล่าวออกมาอย่างละอายใจตอนนี้าแที่ปรากฏขึ้นอยู่บริเวณหน้าอกเป็าแที่ปรากฏอยู่บนร่างกายของเขามาเป็เวลา 1 ปีขนาดหลับใหล
ไม่มีาแที่ใดหรอกที่จะปรากฏบนร่างกายนานขนาดนี้และยังสดใหม่ทว่ากระบี่เล่มนี้มันไม่ใช่กระบี่ธรรมดา
หลี่หยุนผู้ที่เป็ผู้สร้างสรรค์รู้ดีที่สุดเขาคิดภายในใจของตนเองขณะที่มองาแบริเวณหน้าอก“ กระบี่แหวกนภาอาวุธของตัวละครหลักภายในเื่นี้เฉินิ เป็กระบี่พิเศษที่ถูกสร้างขึ้นมาถือได้ว่าเป็อาวุธที่เยี่ยมยอดมีคุณสมบัติแตกต่างจากกระบี่ธรรมดาทั่วไป ”
“ แม้จะเป็ผู้ฝึกฝนลมปราณระดับสูงโดนกระบี่นี้เข้าไปาแก็ไม่ใช่ว่าจะหายได้ง่ายๆ”
“ แต่ว่ามันน่าแปลก… ถึงแม้ว่ากระบี่เล่มนี้จะแทงเข้าที่อกและไม่ใช่กระบี่ธรรมดาร่างกายของจอมมารหลี่หยุนที่เป็ร่างกายของเราในตอนนี้ก็น่าจะหายได้”
หลี่หยุนด้วยความสงสัยเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นบนร่างกายเขาจึงทำการถามออกมาอย่างรวดเร็ว “ เหตุใดาแถึงไม่หาย… ”
หลี่หยุนหลังจากถามเสร็จเขาใช้ดวงตามองตรงไปที่ซินซินสาวใช้ที่ดูแลเขามาตลอดหนึ่งปี
นางแสดงใบน่าละอายใจอีกครั้งดวงตาคล้อยต่ำลงเล็กน้อยไม่กล้าสบตากับเขาโดยตรงก่อนที่จะพูดออกมา“ ข้าเรียกท่านหมอผู้หนึ่งมาตรวจอาการของท่านประมุขหลังจากที่โดนกระบี่แทงปรากฏว่ากระบี่เล่มนั้นแทงเข้าไปภายในจุดตันเถียนะเิลมปราณทั่วทั้งร่างกายของท่านประมุข”
“ ในตอนนี้ปราณทั่วทั้งร่างกายของท่านประมุขแตกซ่านจุดตันเถียนาเ็สาหัสสูญสิ้นลมปราณที่ฝึกปรือมาทั้งชีวิต ”
หลี่หยุนได้ยินเช่นนั้นดวงตาเบิกกว้างถลนออกมาด้วยความตื่นตระหนกใ
“ สูญสิ้นลมปราณที่ฝึกฝนมาทั้งชีวิต… ” เขากล่าวกับตนเองภายในใจยังไม่อยากจะเชื่อ
ตัวตนอย่างจอมมารหลี่หยุนเป็หนึ่งในยอดฝีมือภายในยุทธภพเป็ผู้ที่ฝึกฝนบ่มเพาะลมปราณภายในร่างกายของตนเองและฝึกปรือมันจนขึ้นไปอยู่ในระดับสูง
ในตอนนี้โดนกระบี่เล่มนั้นแทงเข้าทางร่างกายกลับกลายเป็ว่ากระบี่เล่มนั้นและลมปราณของผู้ที่ถือกระบี่มันได้ะเิจุดตันเถียนทำให้ลมปราณภายในนั้นแตกซ่าน
กลับกลายเป็ว่าตอนนี้ร่างกายของเขาเป็เพียงร่างกายที่ไร้ซึ่งวรยุทธ
หลี่หยุนในตอนแรกปฏิเสธไม่ได้ถึงแม้ว่าจะเกิดใหม่ในร่างตัวร้ายแต่มันเองก็เป็ร่างตัวร้ายที่มีฝีมือสูงส่ง ไม่น่าจะยากลำบากอันใดกับการเอาชีวิตรอด
ในตอนนี้มันไม่ใช่แล้วความจริงที่เขาได้รู้ทำให้เขาราวกับว่าโดนถีบลงตกูเาร่างกายกำลังทิ้งดิ่งลงก้นเหวลึก
เพียงเกิดใหม่ภายในร่างตัวร้ายที่ผู้คนทั่วทั้งทวีปตามล่าตัวของเขาในยามนี้ยังสูญสิ้นวรยุทธที่บำเพ็ญและบ่มเพาะฝึกปรือมาทั้งชีวิต
ความจริงในข้อนี้มันทำให้เขานั้นอึ้งไปสักพักหลี่หยุนร่างกายของเขาหยุดนิ่งอยู่เช่นนั้นสักพักใหญ่ๆไตร่ตรองและคิดภายในใจของตนเองอย่างหนัก
“ ไม่เพียงแค่อยู่ภายในร่างกายของตัวร้ายแต่กลับกลายเป็ว่าพลังฝีมือทั้งหมดสูญสิ้นแตกต่างกันดังจากคนพิการ? ” หลี่หยุนภายในใจของตนเองทางกลับหัวร่อในโชคชะตา
“ ฮ่า… ”หลี่หยุนหัวเราะแห้งมุมปากของเขาแสยะยิ้มออกมาอย่างคนเสียสติที่สาปแช่งในโชคชะตาก่อนที่เขาจะดึงสติของตัวเองกลับมาหันไปถามกับซินซินอีกคำถาม “แล้วในตอนนี้พรรคมารฟ้าเป็อย่างไรบ้าง? ”
พรรคมารสำนักมารที่ใหญ่ที่สุดภายในทวีปแห่งนี้ถูกปกครองโดยคนที่ผู้คนเรียกว่าจอมมารนั้นก็คือหลี่หยุน
มันเป็สำนักที่ใหญ่ที่สุดตอนนี้เวลาผ่านไป1 ปีเท่านั้นไม่รู้เลยว่าสำนักเป็อย่างไรบ้าง
เมื่อได้ยินเช่นนั้นซินซินและเสี่ยวซานที่อยู่ทางด้านซ้ายและขวาแววตาแปรเปลี่ยนทั้งสองไม่กล้าแม้แต่จะสบตาบ่งบอกให้ล่วงรู้ได้ทันทีว่ามีอันใดบางอย่าง
หลี่หยุนทั้งสองแสดงใบหน้าเช่นนั้นเอ่ยถามออกไปย้ำอีกครั้ง“ มีอันใด? ”
ซินซินกัดริมฝีปากแน่นก่อนจะตอบออกมา“ พรรคมารฟ้าโดนทำลายแล้วเ้าค่ะ!!! ”
หลี่หยุนคิ้วทั้งสองเลิกขึ้นใบหน้าแสดงความตะลึงลานก่อนที่จะอุทานออกมาด้วยใบหน้าที่ไม่อยากเชื่อ “ ว่าอย่างไรนะ? ”
…..