สวะผู้นี้จะครองสวรรค์

    ตอนที่ 15(3) ทดสอบเข้าสำนัก

    ต่อมา หนานกงหลีเยว่

    ระดับเปิดชีพจรขั้นสาม

    พลังโจมตีสูงมาก

    เส้นชีพจรแปดสาย

    และสายเลือดพิเศษหนึ่งสาย

    คะแนนรวมใกล้หลัวเจี้ยน

    เสียงฮือฮาดังไม่หยุด

    จากนั้นหลินเซียว

    เปิดชีพจรขั้นสอง

    เจ็ดเส้น

    คะแนนสูง

    หลี่เทียนหมิงเองทำได้ดี

    ขั้นรับปราณขั้นแปด แต่พลังโจมตีเทียบขั้นเก้า

    เส้นชีพจรเจ็ดสาย

    เกล็ดดำบนกระบี่สร้างความสนใจเล็กน้อย

    คนแล้วคนเล่าผ่านไป

    จนเจียงเหวินไห่อ่านชื่อ

    “ฉินเฟิง!”

    เสียงรอบลานดังขึ้นทันที

    หลายคนรอชื่อเขาอยู่แล้ว

    ฉินเฟิงเดินออกไปอย่างสงบ

    หลินเซียวหันมอง

    ซ่งเทียนเหอหรี่ตา

    หลัวเจี้ยนเองสนใจ

    ผู้อาวุโสบนแท่นหลายคนมองมา

    เพราะข่าวของเด็กที่ไม่สามารถฝึกปราณมาก่อน แต่ก้าวถึงขั้นเจ็ดในเวลาอันสั้น ถูกส่งถึงสำนักแล้ว

    ฉินเฟิงยืนหน้าเสาหิน

    เจียงเหวินไห่กล่าว

    “ใช้การโจมตีที่เจ้าควบคุมได้ดีที่สุดหนึ่งครั้ง”

    ฉินเฟิงพยักหน้า

    “ขอรับ”

    เขาชักกระบี่เหล็กดำ

    ผู้คนบางส่วนขมวดคิ้ว

    อาวุธดูธรรมดามาก

    ไม่มีพลังจากอาวุธระดับสูงช่วย

    ฉินเฟิงไม่ได้สนใจ

    เขาใช้ปราณเพียงประมาณเจ็ดส่วน

    ไม่ใช้พลังซ้อนสองชั้นเต็ม

    แต่ใช้กระบี่ดาวตกหนึ่งจุดขั้นพื้นฐาน

    พลังจากเส้นชีพจรเก้าสายไหลเข้าสู่แขน

    ปราณรวมตรงปลาย

    “กระบี่ดาวตกหนึ่งจุด!”

    ฉึก!

    เสียงไม่ได้ดังรุนแรงเท่าหมัดของหลัวเจี้ยน

    แต่ทันทีที่ปลายกระบี่สัมผัสเสาหิน

    พลังทั้งหมดเจาะเข้าเพียงจุดเดียว

    ตูม!

    เสาหินสั่น

    แสงพุ่งขึ้น

    ผ่านระดับขั้นรับปราณขั้นเจ็ด

    แปด

    เก้า

    แล้วหยุดใกล้ระดับ เปิดชีพจรขั้นหนึ่ง

    ทั่วลานเงียบไปชั่วขณะ

    จากนั้นเสียงฮือฮาระเบิด

    “พลังโจมตีเทียบเปิดชีพจร?”

    “เขายังขั้นเจ็ด!”

    “ห่างกันสามขั้นย่อยแล้วยังข้ามขอบเขตได้?”

    เจียงเหวินไห่เองหรี่ตา

    เขารู้ว่าฉินเฟิงเก่ง แต่คะแนนนี้ยังสูงกว่าที่คาด

    และจากประสบการณ์ เขามองออกว่าเด็กหนุ่มยังไม่ได้ใช้ทั้งหมด

    หลินเซียวมีสีหน้าเปลี่ยน

    ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าเรื่องฉินเฟิงเป็นเพียงข่าวเกินจริง

    ตอนนี้เริ่มรู้แล้วว่าไม่ใช่

    ฉินเฟิงเก็บกระบี่

    เดินไปยังเสาคริสตัล

    ตรงนี้สำคัญกว่า

    เขาวางมือ

    พลังวิญญาณควบคุมปราณไม่ให้เปิดเผยสายอัสนีพิเศษมากเกินไป

    แสงเริ่มขึ้น

    หนึ่ง

    สอง

    สาม

    สี่

    ห้า

    หก

    เจ็ด

    แปด

    คนรอบข้างเริ่มตกใจ

    ยังไม่จบ

    แสงสายที่เก้าปรากฏ

    เก้าเส้นชีพจร

    ผู้อาวุโสสามคนบนแท่นลุกขึ้นพร้อมกัน

    “เก้า?”

    แม้แต่หลัวเจี้ยนยังหันมองทันที

    ในผู้เยาว์ทั้งหมดก่อนหน้า สูงสุดเพียงแปด

    ฉินเฟิงขั้นรับปราณขั้นเจ็ดกลับเปิดเก้าเส้นแล้ว

    แต่ยังไม่จบจริง

    เสาคริสตัลสั่นเล็กน้อย

    ด้านในมีประกายม่วงกำลังจะปรากฏ

    ฉินเฟิงรู้สึกทันที

    พลังอัสนี!

    เขารีบควบคุม

    ทำให้มันหยุดก่อนเกิดเป็นสายแยกเต็มรูปแบบ

    แต่เสายังสว่างขึ้นเล็กน้อย

    ผู้อาวุโสหนึ่งคนหรี่ตา

    “มีธาตุพิเศษ?”

    ฉินเฟิงถอนมือ

    แสงดับ

    เจียงเหวินไห่มองเขา

    “เจ้าเปิดเส้นชีพจรเก้าสายตั้งแต่ขั้นรับปราณขั้นเจ็ด?”

    “ขอรับ”

    “เมื่อใด”

    “จากวาสนาในสนามสัตว์เทวะ”

    คำตอบนี้สมเหตุสมผลที่สุด

    เจียงเหวินไห่จึงพยักหน้า

    แต่ชายชราตรงกลางแท่นสูงกลับกล่าวขึ้นครั้งแรก

    “เด็กน้อย”

    ฉินเฟิงหัน

    “ผู้อาวุโสมีคำสั่งใดหรือขอรับ”

    “เจ้าชื่อฉินเฟิง?”

    “ขอรับ”

    ชายชรามองเขานาน

    “หลังการคัดเลือก มาหาข้าหนึ่งครั้ง”

    คนรอบข้างเกิดเสียงฮือฮา

    เพราะผู้อาวุโสคนนี้คือ หลัวชางไห่ ผู้อาวุโสฝ่ายนอกของสำนักเมฆาฟ้า ผู้มีอำนาจสูงกว่าเจียงเหวินไห่มาก

    การที่เขาเรียกฉินเฟิงไปพบส่วนตัว หมายความว่าสำนักเริ่มสนใจจริงจังแล้ว

    ฉินเฟิงประสานมือ

    “ขอรับ”

    เมื่อเดินกลับ หลี่เทียนหมิงแทบรอไม่ไหว

    “เก้าเส้น?”

    “ใช่”

    “เหตุใดไม่เคยบอก!”

    “เจ้าไม่เคยถาม”

    หลี่เทียนหมิงอ้าปาก

    แล้วพูดไม่ออก

    มู่ชิงหลันกลับมองฉินเฟิงด้วยแววตาที่เหมือนจะพูดว่า นางเริ่มชินกับเรื่องเหลือเชื่อแล้ว

    หนานกงหลีเยว่กล่าวเบา

    “เก้าเส้นในขั้นเจ็ด แม้ในเมืองหลวงยังหาได้ยาก”

    ฉินเฟิงตอบ

    “เส้นชีพจรไม่ได้ตัดสินทุกอย่าง”

    “แต่ทำให้พื้นฐานดีกว่าคนทั่วไป”

    “ถูกต้อง”

    เขาไม่ปฏิเสธ

    หลังทดสอบครบหนึ่งร้อยยี่สิบแปดคน คะแนนถูกประกาศ

    ผ่านรอบแรกหกสิบสี่คนพอดี

    อันดับคะแนนรวมเบื้องต้น

    อันดับหนึ่ง หลัวเจี้ยน

    อันดับสอง หนานกงหลีเยว่

    อันดับสาม ซ่งเทียนเหอ

    อันดับสี่ มู่ชิงหลัน

    อันดับห้า หลินเซียว

    และอันดับหก

    ฉินเฟิง

    ทั้งที่ระดับพลังต่ำกว่าห้าอันดับแรกอย่างชัดเจน

    เหตุผลคือคะแนนเส้นชีพจรเก้าสายกับพลังโจมตีข้ามระดับ

    เสียงพูดถึงเขาจึงดังไปทั่วลาน

    เจียงเหวินไห่ยกมือ

    “พักหนึ่งก้านธูป”

    “หลังจากนั้นเริ่มรอบสอง”

    “แบ่งผู้ผ่านหกสิบสี่คนเป็นแปดกลุ่ม”

    “กลุ่มละแปดคน”

    “ทุกคนต้องประลองสามครั้งตามการจับคู่”

    “ผู้มีคะแนนดีที่สุดสี่คนของแต่ละกลุ่มเข้าสู่รอบสาม”

    กระดานรายชื่อถูกยกขึ้น

    ผู้สมัครทั้งหมดพากันเข้าไปดู

    ฉินเฟิงเดินไปช้า ๆ

    ชื่อแบ่งเป็นแปดกลุ่ม

    กลุ่มหนึ่งมีหลัวเจี้ยน

    กลุ่มสองมีหนานกงหลีเยว่

    กลุ่มสามมีซ่งเทียนเหอ

    กลุ่มสี่มีมู่ชิงหลัน

    กลุ่มห้ามีหลินเซียว

    ส่วนฉินเฟิง…

    กลุ่มหก

    เขามองรายชื่ออีกเจ็ดคน

    มีขั้นรับปราณขั้นแปดสามคน

    ขั้นเก้าสองคน

    เปิดชีพจรขั้นหนึ่งหนึ่งคน

    และคนสุดท้าย

    ชื่อ

    จ้าวหมิงซาน

    เมืองหินดำ

    อายุสิบเก้า

    ระดับพลัง เปิดชีพจรขั้นสอง

    หลี่เทียนหมิงเดินมา

    เมื่อเห็นก็ถอนหายใจ

    “กลุ่มเจ้ามีเปิดชีพจรสองคน”

    ฉินเฟิงพยักหน้า

    “ดี”

    “ดีตรงไหน?”

    “ถ้าคิดเอาอันดับสูง วันหนึ่งก็ต้องเจอคนระดับนี้อยู่แล้ว”

    ฉินเฟิงตอบ

    “เจอเร็วหรือช้าไม่ต่างกัน”

    ทันใดนั้นเสียงหนึ่งดังจากด้านหลัง

    “พูดได้ดี”

    ฉินเฟิงหัน

    ชายร่างใหญ่สวมชุดสีน้ำตาลเข้มเดินมา

    กล้ามแขนหนา

    มีดาบใหญ่พาดหลัง

    ระดับเปิดชีพจรขั้นสอง

    น่าจะเป็นจ้าวหมิงซาน

    เขามองฉินเฟิงตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า

    “ข้าได้ยินชื่อเจ้ามาหลายวัน”

    “ขั้นเจ็ดแต่พลังโจมตีใกล้เปิดชีพจร”

    “น่าสนใจ”

    ฉินเฟิงประสานมือเล็กน้อย

    “ยินดีที่ได้พบ”

    จ้าวหมิงซานหัวเราะ

    “ไม่ต้องสุภาพมาก”

    “ถ้าเราเจอกันบนเวที ข้าจะไม่ออมมือเพราะเจ้าระดับต่ำกว่า”

    ฉินเฟิงตอบ

    “ควรเป็นเช่นนั้น”

    อีกฝ่ายยิ้ม

    ดูเหมือนไม่มีเจตนาร้าย เพียงชอบการต่อสู้

    “ดี”

    “ข้าชอบคนไม่กลัว”

    แล้วเดินจากไป

    หลี่เทียนหมิงกล่าว

    “คนนี้ต่างจากเหอจิ่ว”

    “ข้าเห็น”

    ฉินเฟิงตอบ

    คนชอบต่อสู้กับคนคิดฆ่าเพื่อแย่งสมบัติแตกต่างกันมาก

    เขาไม่เคยเกลียดคู่ต่อสู้เพียงเพราะแข็งแกร่งกว่า

    การประลองตรงไปตรงมาคือสิ่งที่เขาต้องการเสียด้วยซ้ำ

    เพราะเขาขาดประสบการณ์ต่อสู้จริงในร่างนี้

    ศัตรูที่เหมาะสมจะช่วยให้วิชาของตนสมบูรณ์เร็วขึ้น

    หนึ่งก้านธูปผ่านไป

    เสียงระฆังดังอีกครั้ง

    การจับคู่รอบแรกถูกประกาศ

    เจียงเหวินไห่อ่านชื่อทีละกลุ่ม

    จนถึงกลุ่มหก

    “คู่ที่หนึ่ง ฉินเฟิง พบ เฉินหลัว!”

    คนหนึ่งเดินขึ้นเวที

    ฉินเฟิงมองระดับ

    ขั้นรับปราณขั้นเก้า

    เฉินหลัวเป็นชายหนุ่มจากเมืองธารม่วง อายุสิบแปดปี ใช้ดาบคู่

    ทันทีที่เห็นคู่ต่อสู้คือฉินเฟิง เขากลับยิ้ม

    “โชคดี”

    คนรอบข้างได้ยิน

    เฉินหลัวกล่าวต่อ

    “อย่างน้อยข้าก็ไม่ได้เจอจ้าวหมิงซานรอบแรก”

    “ส่วนเจ้า แม้ข่าวจะดังมาก แต่ขั้นเจ็ดก็ยังเป็นขั้นเจ็ด”

    หลี่เทียนหมิงขมวดคิ้ว

    มู่ชิงหลันไม่กล่าวอะไร

    ฉินเฟิงกลับเดินขึ้นเวทีอย่างสงบ

    เมื่อถึงด้านบน เขาชักกระบี่เหล็กดำออกมา

    เฉินหลัวมองแล้วหัวเราะ

    “กระบี่หนักเช่นนี้ เจ้าจะตามดาบคู่ของข้าทันหรือ”

    ฉินเฟิงตอบ

    “ลองดูก็รู้”

    กรรมการยกมือ

    “ประลองได้ แต่ห้ามจงใจสังหารหลังคู่ต่อสู้ยอมแพ้”

    “ผู้ใดออกนอกเวที หมดสติ หรือกล่าวยอมแพ้ ถือว่าแพ้”

    ทั้งสองพยักหน้า

    เฉินหลัวชักดาบคู่

    แรงกดดันขั้นรับปราณขั้นเก้าแผ่ออก

    ฉินเฟิงเองปล่อยพลังขั้นเจ็ด

    คนดูเริ่มเงียบ

    “เริ่ม!”

    เฉินหลัวพุ่งออกทันที

    ความเร็วสูง

    ดาบซ้ายฟันไหล่

    ดาบขวาแทงชายโครง

    “ดาบคู่ตัดวายุ!”

    ฉินเฟิงไม่ถอยตรง

    เขาเอียงตัวหลบดาบแทง ใช้กระบี่เหล็กดำรับดาบฟัน

    เคร้ง!

    น้ำหนักกระบี่มากกว่า

    แม้พลังระดับต่ำกว่า แต่ดาบซ้ายของเฉินหลัวกลับถูกสะเทือนเบนออก

    สีหน้าอีกฝ่ายเปลี่ยน

    ฉินเฟิงเข้าใกล้

    ไม่ใช้ท่ารุนแรงทันที

    ด้ามกระบี่กระแทกข้อมือขวา

    ปึก!

    เฉินหลัวถอนมือ

    ดาบซ้ายฟันกลับ

    ฉินเฟิงหลบ

    จากนั้นถอยหนึ่งก้าว

    คนดูบางส่วนพูดขึ้น

    “เร็วมาก”

    “ขั้นเจ็ดตามดาบคู่ขั้นเก้าทันจริง”

    เฉินหลัวเริ่มจริงจัง

    เขาหมุนดาบสองเล่ม

    ปราณรวม

    “ดาบวายุหกทิศ!”

    เงาดาบหลายสายพุ่งเข้าพร้อมกัน

    ฉินเฟิงมอง

    ท่านี้เร็ว แต่ใช้พลังแยกหลายทิศ

    จุดอ่อนคือแรงแต่ละดาบลดลง

    เขาไม่จำเป็นต้องหลบทั้งหมด

    กระบี่เหล็กดำถูกยก

    พลังปราณไหล

    หนึ่งครั้ง

    เคร้ง!

    สอง

    เคร้ง!

    สาม

    เคร้ง!

    ฉินเฟิงใช้กระบี่หนักปัดดาบทีละทิศ

    จากนั้นเมื่อดาบที่หกมาถึง เขาไม่ปัด

    กลับก้าวเข้า

    ปลายดาบเฉินหลัวเฉือนแขนเสื้อ

    แต่ตัวฉินเฟิงเข้าใกล้ระยะที่ดาบคู่ใช้ยาก

    เฉินหลัวตกใจ

    “เจ้า!”

    ฉินเฟิงยกฝ่ามือซ้าย

    พลังอัสนีไหลออก

    ปัง!

    ฝ่ามือกระแทกกลางอก

    เฉินหลัวถอยสามก้าว

    แต่ยังไม่ล้ม

    เขาโกรธ

    “คิดว่าชนะแล้วหรือ!”

    ดาบคู่ไขว้

    ปราณทั้งหมดรวม

    เห็นชัดว่าจะใช้ท่าสุดท้าย

    ฉินเฟิงกลับไม่รอ

    กระบี่เหล็กดำถูกยก

    พลังจากเก้าเส้นชีพจรไหลพร้อมกัน

    ครั้งนี้เขาใช้พลังซ้อนสองชั้นที่ฝึกตลอดคืน

    เฉินหลัวพุ่ง

    “ดาบคู่วายุผ่าเมฆ!”

    ฉินเฟิงแทงตรง

    “กระบี่ดาวตกหนึ่งจุด!”

    เคร้ง!

    กระบี่เหล็กดำชนตรงจุดไขว้ของดาบคู่

    แรงชั้นแรกทำให้ดาบสั่น

    เฉินหลัวยังรับได้

    แต่พริบตาต่อมา

    พลังชั้นสองระเบิดตาม

    ตูม!

    ดาบคู่แยกออกจากกัน

    แขนเฉินหลัวชา

    กระบี่เหล็กดำทะลุช่องกลาง

    ปลายหยุดตรงลำคอ

    ห่างเพียงครึ่งนิ้ว

    เฉินหลัวแข็งค้าง

    ทั่วเวทีเงียบ

    ฉินเฟิงไม่ได้แทงต่อ

    ถามเพียง

    “ยังสู้ต่อหรือไม่”

    เฉินหลัวมองปลายกระบี่

    จากนั้นมองมือของตนซึ่งยังสั่น

    ผ่านไปสองลมหายใจจึงกัดฟัน

    “ข้ายอมแพ้”

    กรรมการประกาศทันที

    “ฉินเฟิงชนะ!”

    เสียงรอบลานระเบิดขึ้น

    “ชนะแล้ว?”

    “ขั้นเจ็ดชนะขั้นเก้าอีกแล้ว!”

    “และยังเหมือนควบคุมสถานการณ์ทั้งหมด!”

    ฉินเฟิงเก็บกระบี่

    ประสานมือให้เฉินหลัว

    “รับน้ำใจ”

    เฉินหลัวแม้ไม่พอใจที่แพ้ แต่คู่ต่อสู้หยุดกระบี่ก่อนแทงคอ และไม่ได้เหยียดหยามหลังชนะ จึงประสานมือตอบ

    “ข้าแพ้จริง”

    เขาลงเวที

    ฉินเฟิงเองกำลังจะลง

    ทันใดนั้นเสียงหนึ่งดังจากกลุ่มผู้สมัครฝั่งเมืองธารม่วง

    “แค่ชนะขั้นเก้า อย่าเพิ่งคิดว่าตนเก่งนัก”



    คล้ายกับเรื่องสวะผู้นี้จะครองสวรรค์ ที่คุณอ่าน

    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    864K 380
    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    นิยาย แฟนตาซี
    127K 373
    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    15.48M 4292
    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.76M 3640
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    781K 869
    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810