บทที่10
“มึง...ใจเย็นๆนะเว้ยเซน ”
แล้วมืออันอบอุ่นของโยชิก็ค่อยๆวางลงบนแผ่นหลังของเซนพร้อมกับลูบเบาๆอีกข้างโอบรอบเอวของคนน้องไว้
“เออ ถ้ามึงอยากจะร้องก็ร้องออกมาเถอะนะ ไม่ต้องฝืน ”
แล้วความอดกลั้นทั้งหลายก็พังทลายลง
เซนหยุดน้ำตาและก้อนสะอื้นไม่ได้อีกแล้วตัวเขาเองก็ไม่อยากเชื่อว่าจะมาร้องไห้ต่อหน้าโยชิ แต่มันก็เป็ไปแล้ว
ข้างนอกห่าฝนก็เทลงมาราวกับฟ้ารั่วไม่ต่างจากเซนในตอนนี้เท่าไรนัก ทั้งที่โดยปกติเซนจะหลบเลี่ยงอารมณ์อ่อนไหวและแสดงออกได้ดีกว่านี้แต่เมื่อโยชิได้วางมืออันอบอุ่นลงบนหลังเย็นเยียบของเขาแล้วเริ่มเอ่ยคำปลอบโยนมันเหมือนโยดึงจุกก๊อกออกจากถังน้ำขนาดใหญ่ในใจเซน มวลแห่งอารมณ์ชอกช้ำ ว้าเหว่ผิดหวังและโหยหาที่กักเก็บไว้มันก็ทะลักทลายออกมากับหยาดน้ำตา มันช่างเป็ห้วงเวลาที่หยุดนิ่งและเนิ่นนาน
จนเมื่อเซนสงบลงเขาคลายกอดที่แน่นหนักออกจากโยชิ ซ่อนหน้าแล้วหันเหหลบเข้าห้องน้ำไปทันที
เสื้อที่ไหล่ข้างขวาของโยชิยังมีรอยเปียกเปื้อนคราบน้ำตาของเซน
โยชิลงนั่งหน้าคอมแต่ไม่ได้สานต่องานที่ทำค้างไว้ เขานั่งอยู่เฉยๆด้วยหัวสมองว่างเปล่าสงบจิตสงบใจที่กำลังตื่นตะลึงกับเหตุการณ์เมื่อครู่และกับตัวเองไม่แพ้กัน
ไม่น่าเชื่อว่าเขาเพิ่งยืนกอดตอบเซนด้วยมือของเขาเอง ซ้ำยังเอ่ยคำปลอบที่อ่อนโยนออกมาได้ขนาดนั้น ั้แ่เกิดมาทั้งชีวิตยังไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน น่าแปลกที่ตัวเขาก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัดกับเซนเลยแม้แต่น้อยเขารู้แค่ว่าไม่อาจจะผลักไสเซนให้พ้นไปจากตัวเขาได้เลยจริงๆ
เซนออกจากห้องน้ำมาด้วยสภาพเปียกทั้งหน้าตาผมเผ้าไล่ลามมาจนเสื้อเชิ้ตขาวบางส่วน แม้ว่าเซนจะล้างหน้าเอย่างเอาเป็เอาตายแต่ก็ไม่ทิ้งรอยช้ำโศกในดวงตาคู่นั้น
“เปียกขนาดนี้ไม่อาบไปเลยวะ ” โยชิแซวพลางลุกไปหยิบผ้าขนหนูมาส่งให้เช็ดหน้า
เซนยิ้มขำเขาเดินไปหยิบโทรศัพท์แล้วกดโทรหาเม
“อยู่ไหนแล้ว ” เอ่ยถามเมื่อปลายทางรับสาย
เมบอกพิกัดที่หล่อนกำลังผ่าน “ ใกล้จะถึงบ้านแล้ว ”
“ฝนตกหนักรึเปล่า อย่าขับเร็วนะ ”
“โอเค”
“ถึงแล้วทักมาบอกด้วยนะ ” เซนย้ำไปด้วยความเคยชิน
“จ้ะ ถ้าไม่ลืมนะ ”
“ไม่เป็ไรเดี๋ยวเซนทักไปถามอีกทีก็ได้ ”
หล่อนเงียบไป “ นี่เซนร้องไห้เหรอ ”
เขาเงียบงันจนหล่อนต้องทวงถาม “ เซน? ”
“ฮึ? เปล่า...เมขับรถดีๆละกันฝนตกถนนลื่น เซนเป็ห่วงนะ ”
“โอเค ”
ต่างฝ่ายต่างวางสายไปแล้วโยชิได้ยินทุกอย่างเพียงแต่เขาไม่ได้หันมาเอาแต่ตั้งหน้าตั้งตาสานต่องานคอมตรงหน้า ทำให้เซนลุกมาดูโยชิ
“พี่โยทำอะไรอยู่อะ ”
“ ทำ...ตัดต่องานอยู่”
“อันนี้งานที่พี่โยรับจ้อบใช่ปะ ”
“ใช่ ใกลัจะเสร็จละ นัดส่งงานพรุ่งนี้ตอนนี้ก็99%ละ”
“ อย่างงานนี้พี่โยได้ค่าจ้างเท่าไหร่อะ”
“งานนี้คุยไว้ที่สามพัน ลูกค้าขอแก้ไป2ครั้ง ”
เซนเท้าพนักเก้าอี้ของโยชิมองดูงานที่คนพี่ทำอยู่เงียบๆ
“แล้ววันนี้ที่นัดไปซื้อกล้อง ถ้าไปแล้วงานนี้จะเสร็จทันเหรอหรือว่าใกล้จะเสร็จแล้ว ”
“เออ..มันก็90%แล้ว กูกะว่ากลับมาทำต่อตอนดึกก็ได้แหละ ”
“อ๋อ ”
เซนผละจากหน้าจอคอมของโยชิไปเปิดตู้เย็นหยิบน้ำเย็นมาดื่ม
โยชิหันหมุนเก้าอี้มาหาเซนที่กำลังยืนเท้าเอวกระดกขวดน้ำอยู่
“กูขอถามเื่ของมึงบ้างนะ จะหาว่าเสือกก็ยอม ”
คนน้องหยุดมือที่กำลังกระดกขวดปิดฝาแล้วเดินมานั่งที่เก้าอี้อีกตัว
“ถามว่า? ”
“เมื่อกี้มึงเป็อะไร ทะเลาะกับเมเหรอ...รึว่าเลิกกัน ”
“ จะรู้ไปทำไม” เซนยังคงหลบเลี่ยงเื่ของตัวเองเหมือนเคย
“ก็อยากรู้และก็มีเหตุผลพอสมควรที่กูควรรู้ไว้บ้าง เพราะมึงชอบมายุ่งมาอยู่กับกูมาทำให้กูเป็ห่วงแบบเนี้ยแต่จะมาทำอมพะนำให้กูไม่สบายใจมันไม่ถูกปะวะ อย่างน้อยกูก็จะได้พอรู้ที่มาที่ไปไว้คร่าวๆบ้างจะได้ทำตัวถูก ”
“จะได้ทำตัวถูกอะไรอะ? พี่โยพูดอะไรเซนงง ” เขาซ่อนหน้าถามย้อนทำให้ดูยืดเยื้อ
“กวนตีนปะเนี่ย?....ก็กูจะได้เข้าใจมึงไว้บ้าง ว่ามันประมาณไหนยังไงจะเล่นรึจะเศร้า กูตั้งตัวไม่ทันแล้วเนี่ย ”
เซนชั่งใจอยู่ชั่วครู่
“เซนเลิกกับเมแล้ว ”
ก็ไม่ผิดไปจากที่เขาคาดการณ์ไว้แต่ก็น่าประหลาดใจอยู่ดี
ภาพที่เมขับรถมาหาเซนถึงหอพักตอนที่หล่อนถามเขาเื่เซนแอบมีผู้หญิงรึเปล่า รวมถึงที่เห็นว่ากอดกันตรงระเบียง มันก็ดูเป็คนรักกันปกติดีนี่หว่าทำไมมันกลับกลายเป็อีกเื่ไปเฉย ได้ยังไง?
“ปุบปับจังวะ เมื่อเย็นก็เห็นยังดีๆกันอยู่เลย ”
“จริงๆก็ทะเลาะกันมาก่อนหน้านี้แล้ว ”
ก็คงวันที่เซนหอบหิ้วกระเป๋าเข้ามาฝากเขาไว้ที่ห้อง วันนั้นเซนก็ออกอาการแต่ก็ยังไม่น่าใเท่ากับวันนี้ มันเกินที่โยชิจะเข้าถึงได้กับความรู้สึกของผู้ชายคนหนึ่งที่เพิ่งเลิกกับแฟน
โดยเฉพาะกับผู้ชายอย่างเซนแม้ภายนอกจะดูอ่อนโยนแต่โยชิรับรู้ได้ถึงความหยิ่งทะนงและไม่ได้แคร์อีกฝ่ายมากมายอย่างที่แสดงออกนักตัวเขาเองก็เคยถูกเมินเมื่อทำให้เซนโกรธโยชิรู้ได้ทันทีว่าคนอย่างเซนพร้อมจะหักกับอีกฝ่ายถ้าหากว่ามีอำนาจต่อรอง
“เงียบ...คิดอะไรอยู่น่ะพี่โย ”
“เปล่า...เห็นมึงเสียใจขนาดนี้แสดงว่ามึงก็ต้องรักเค้ามากเหมือนกันนะ ”
“ก็..รักนะ ” เซนพยักหน้าอย่างแบ่งรับแบ่งสู้
“อย่าถามเยอะได้มั้ย เซนตอบไม่ถูก ”
“ทำไมวะ ”
“เซนไม่อยากพูด ไม่อยากนึกถึงไง.....แล้วเวลาพี่โยเลิกกับแฟนล่ะเป็ยังไง ”
“ไม่มีอะ..จะเอาอะไรมาเลิก กูเคยมีแฟนเป็เื่เป็ราวกับเค้าที่ไหนถึงไม่ค่อยอินกับอะไรแบบนี้ไง”
“ แล้วพี่โยเคยคบกับใครมาบ้างเล่าให้ฟังบ้างสิ ”
“ของกูมันเด็กๆใสๆวัยมัธยม แค่มองๆคุยๆมือยังไม่เคยได้จับเลย พอเรียนจบก็แยกย้ายกันไป”
“ก็นั่นแหละเล่ามา ”
“จำไม่ค่อยได้แล้ว เคยชอบเพื่อนตอนม.ปลายนี่แหละแต่ก็ไม่ได้มีอะไรมากพอห่างกันก็เฉยๆอะ กูถึงไม่ค่อยเข้าใจอารมณ์ว่าเราจะเศร้ากับการเลิกราได้ขนาดนี้มั้ยวะ ”
เซนนิ่งฟัง
“พี่โยเชื่อมั้ย นี่ครั้งแรกนะที่เซนเป็แบบนี้ ”
“ คือ..ยังไง?หมายถึงร้องไห้น่ะเหรอ ”
“ ใช่ก็ทั้งหมด...ความจริงเมื่อกี๊เซนแค่อยากจะกอด แต่พอพี่โยมาพูดปลอบมันก็เลย..กลายเป็อย่างที่เห็น”
“ สรุปแล้วที่กูปลอบมึงนี่มันดีมั้ยวะ ”
“ ดีแล้วนึกไม่ถึงนะว่าพี่โยจะพูดแบบนั้นมันก็ดีที่ได้ระบายออกมาบ้าง แต่ปกติเซนจะไม่ค่อยชอบดึงดราม่าเวลาที่มีเื่ไม่สบายใจจะชอบหาอะไรทำแล้วก็จะไม่อยู่คนเดียวให้ฟุ้งซ่านอย่างคืนนี้ถ้าฝนไม่ตกผมคงชวนพี่โยออกไปหาร้านนั่งชิลๆแล้ว ”
“ มันก็เป็วิธีแก้เซ็งในแบบของมึงอะนะแต่ถ้าเป็กูก็คงจะออกเดินทางออกไปเที่ยวมากกว่า ออกไปหาถ่ายรูปที่ใหม่ๆที่เราไม่คุ้นแล้วก็ไม่มีใครรู้จักเรา”
“แบบนั้นเซนก็อยากทำนะแต่ต้องไปกับแก๊งเพื่อน แล้วก็คงไม่ใช่แนวบุกป่าฝ่าเขาแน่ๆ ”
“ไปกับเพื่อนก็ไม่วายไปกินเหล้าเข้าผับกันอีกรึเปล่าวะ ”
“ก็ไม่จำเป็คือ...อะ ต้องมีกิจกรรมทำ อย่างเช่นไปดำน้ำ ขับเจ็ตสกี พายเรือล่องแก่งหรือไปเล่นเครื่องเล่นอะไรทำนองนี้”
“ เออแบบนั้นก็สนุกดีนะอยู่กับเพื่อนฝูงเฮฮาปาร์ตี้ไป ”
“ ใช่่นั้นมันก็จะลืมหมด เราก็สนุกกับเพื่อนกับกิจกรรม ”
“ แต่เราก็จะไม่ได้พูดคุยกับตัวเอง ถ้านี่ต้องขอให้ได้อยู่ตามลำพังได้ทบทวนอะไรๆตามลำพังบ้างว่ะ”
“ คำว่าทบทวนของพี่โยมันคงหมายถึงความฟุ้งซ่านของเซนน่ะสิเซนไม่ชอบแบบนั้น เซนรู้แค่ว่าเซนต้องลุกมาทำอะไรในวันต่อไปเซนมีหน้าที่ต้องทำอะไรแล้วถ้ามันเกิดปัญหาเซนควรต้องทำแบบไหนแก้แบบไหนวางตัวกับสถานการณ์นี้ยังไงถ้าคิดเองไม่ไหวก็ไปปรึกษาเพื่อนปรึกษาผู้ใหญ่ แต่จะให้เซนมานั่งอยู่ตามลำพังครุ่นคิดอะไรเงียบๆคนเดียวเป็วันๆไม่ได้เซนทำไม่ได้อะแบบนั้น ”
เซนส่ายหน้ายืนยันสิ่งที่พูดโยชิมองว่าคนแบบเซนเหมือนไม่ยอมให้ตัวเองมีเวลามาอ่อนแอ หรือไม่อาจจะด้วยสภาวะที่เซนเป็อยู่มันบังคับให้เขาต้องเข้มแข็งให้เร็ว
“เอาจริงๆคืนนี้ เซนว่าจะขอมานอนกับพี่โยนะ ”
“ อะไรของมึงอีก”
“ ถ้าพี่โยไม่ให้นอนก็ว่าจะไปนอนบ้านเพื่อน ”
“มึงจะดิ้นรนไปไหน ฝนตกๆอย่างนี้นอนๆไปเหอะแป๊บเดียวก็เช้าแล้ว ”
“ ก็เซนรู้ตัวว่าไม่หลับไงผับก็ไม่ได้เข้าเหล้าก็ไม่ได้แตะจะเอาอะไรมาหลับ ”
“มึงพึ่งแต่ของแบบนี้เหรอ ” โยชิถามราวกับพี่ชายดุน้อง
“ ก็เปล่าหรอกก็แค่่ที่ฟุ้งซ่านเท่านั้นแหละ ” เซนเสียงอ่อนลง
“ สรุปให้มานอนมั้ยจะได้ไปนอนกับเพื่อน ”
“ทำไมกูต้องตามใจมึงด้วยวะ กูชอบนอนคนเดียว ”
“ก็เพราะพี่โยเป็คนดีไง ”
“ ใช่กูคนดีที่ชอบนอนคนเดียวด้วย ”
“ สรุปถ้าไม่ให้นอนเซนจะออกไปหาเพื่อนนะ ” เขาลุกขึ้น
“ เดี๋ยว เพื่อนผู้หญิงหรือเพื่อนผู้ชาย”
“ ก็ยังไม่รู้นี่ว่าใครจะให้นอนด้วยมั่ง”
“มีเพื่อนผู้หญิงให้มึงไปนอนด้วยเหรอวะ ถามจริงกิ้กมึงใช่มั้ย ”
เซนเท้าเอวเดินกลับมาหยุดตรงหน้าคนพี่เขาอยากจะหัวเราะไอ้ความฟอร์มจัดของโยชิจริงๆ
“ ทำเป็พูดโน่นพูดนี่สรุปจะให้นอนด้วยดีๆไม่ได้ ต้องหาเื่เซนก่อนซักยกใช่มั้ย ฮะ? ”
“ มึงลองบอกเหตุผลมาซักข้อสองข้อซิว่าทำไมกูต้องให้มึงมานอนด้วยวะ ”
“ ก็พี่โย ไม่เป็ห่วงเซนแล้วหรอ” คนน้องก้มหน้างุดทำเสียงอ่อนเบา
“ อะไรนะ? ”
“ ก็พี่โยพูดเองว่าให้เซนเล่าอะไรให้รับรู้บ้าง ไม่งั้นพี่โยก็จะเป็ห่วงไม่สบายใจไง....พูดเองนะว่าเป็ห่วงน่ะ”
“กูพูดออกไปแบบนั้นเหรอวะ ”
“ ก็ใช่สิถ้าเป็ห่วงกันจริงก็ต้องให้เซนนอนนี่ ”
โยชิจำได้แล้วความจริงให้นอนด้วยมันก็ได้เขาแค่ไม่อยากให้ตัวเองเผลอตามใจเซนมากอย่างที่เคยเป็อีกเขารู้สึกว่าจะหยุดยั้งหรือควบคุมอะไรเกี่ยวกับเซนได้ยากมากขึ้นทุกที
“ มึงนี่ทำไมเป็คนเอาแต่ใจตัวเองอย่างนี้วะ ”เขาทำหน่ายๆ
“ สรุปเดี๋ยวเซนไปเอาเสื้อผ้ากับแปรงสีฟันมาเลยนะ”
แล้วดูมันทำหน้าทำตาเ้าเล่ห์ทันทีเศร้าซึมได้นานเสียที่ไหน
“ เออ จะนอนก็มากูเห็นว่าฝนตกอยู่นะ ”
เซนตรงเข้ามากอดโยชิคนพี่หลบจะลุกหนีแต่ก็ไม่ทัน ถูกคนน้องรวบกอดไว้ทั้งตัวอีกครั้ง
“ แล้วจะกอดทำบ้าอะไรอีกก...พอได้แล้ว!”
“ อีกทีเดียวน่า ขอบคุณนะครับพี่โย ” เซนตบหลังโยชิเบาๆ
“ เออๆกูรู้แล้วว ”
เซนถอยออกมา เขามองดูคนพี่ที่ยังทำเมินหน้าหลบตาไปทางอื่น สังเกตว่าใบหน้าคนพี่ออกสีแดงเรื่อ
“ อุ้ยหน้าแดง...นี่พี่โยยังไม่ชินอีกเหรอ เซนกอดมาขนาดนี้ชินได้แล้ว ”
“ กูคงไม่ชินง่ายๆหรอก ”
“ ชินซะทีเถอะ เพราะเซนชอบกอดจะเพื่อนหรือพี่ที่ทำงานถ้าอยู่ในสถานะที่กอดได้แบบไม่ต้องคิดอะไรมากถ้าสนิทกันนะเซนกอดหมดอะ”
“ กับกูยังไม่ทันจะสนิท มึงก็เข้ามากอดเฉย ”
“ กับพี่โยยกเว้นเพราะเซนถูกชะตา ”
“ มึงอย่ามาเวอร์ ” ไม่ชอบเลยกับคำพูดทำนองนี้ของเซน
“ มึงเที่ยวไปกอดเค้าทั่ว..มึงไม่คิดอะไรแล้วถ้าเกิดเค้าคิดขึ้นมาล่ะ ”
เซนสั่นหัวปฏิเสธอย่างมั่นอกมั่นใจ
“ ไม่มีอะ เซนก็เหมือนเด็กซนๆคนนึงในนั้นเถอะแล้วที่เซนกอดเค้าก็โตๆกันหมดเรียกพี่เรียกแม่ทั้งนั้นอะ”
“ มึงมั่นใจได้ยังไงไอ้เซน ”
“ เซนรู้น่าว่าคนไหนยังไง เซนไม่ได้เล่นด้วยแบบนี้ทุกคนนะก็ระวังตัวเหมือนกัน อย่างพี่โยเซนกอดเพราะเหมือนเป็พี่ชายไง ”
“ แล้วมึงรู้ได้ยังไงว่ากูคิดกับมึงแค่น้องน่ะ ”