คลุมถุงชน_End

    บทที่ 4 ดิ้นรนขัดขืน… 50%

            “ผมจะอยู่สองอาทิตย์ ทำธุระด้วยและก็จะได้ไปตัดชุดแต่งงานกันด้วยเลย”


            ดนวัตถอนปากออกจากปากบางอวบอิ่ม หลุบสายตามองปากบางอวบอิ่ม ซึ่งก็ได้เห็นว่า มันบวมเจ่อขึ้นสีแดงช้ำอย่างเห็นได้ชัด ไม่ใช่จากน้ำมือใครอื่น จากน้ำมือเขาคนเดียวนี่แหละ ก็ทำไงได้ล่ะ ก็มันช่างแสนหวานละมุน จนเขาติดอกติดใจ อยากจูบแล้วจูบอีกอยู่อย่างนี้นานๆ นี่นา


            “คุณรังแกฉันอีกแล้วนะ”


            สติสะตังวริทธิ์นันท์กลับคืนมาแล้ว ก็หน้าแดงระเรื่อซับสีด้วยความอับอายอย่างเห็นได้ชัด พูดกล่าวหาคนตัวโตที่ยังสวมกอดเธออยู่ โดยที่มือเรียวเล็กก็พยายามผลักไส และร่างบางก็พยายามลุกขึ้นจากตักแกร่ง ซึ่งคนตัวโตก็ไม่ได้เหนี่ยวรั้ง ยอมให้คนตัวเล็กลุกออกไปแต่โดยดี


            “รังแกที่ไหนกัน คุณพร้อมใจไปกับผม เห็นอยู่ชัดๆ อย่างนี้เขาไม่เรียกว่ารังแกหรอกนะคุณ”


            ดนวัตเอนหลังไปพิงพนักงานโซฟา ในท่าทางสบายอารมณ์ ทั้งยกแขนแกร่งทั้งสองข้างขึ้นพาดที่พนักโซฟา แล้วพูดตอบกลับคนตัวเล็ก อย่างให้รู้ว่าเขาไม่ได้รังแกเธอสักนิด ที่ทำๆ กันอยู่ก่อนหน้านี้ เ๽้าหล่อนก็ให้ความร่วมมือไปด้วยตลอด


            “คุณ!!!!......”


            ใบหน้าสวยหวานที่ว่าแดงอยู่แล้ว ก็ยิ่งแดงระเรื่อซับสีมากขึ้นไปอีก จนลามไปถึงใบหู ริมฝีปากบางอวบอิ่มเม้มเข้าหากันแน่น จะพูดแย้งอะไรออกมาก็พูดไม่ออก เพราะสิ่งที่คนตัวโตพูดมานั้น เธอก็เป็๲เช่นนั้นจริงๆ ซึ่ง ณ ตอนนี้ก็ไม่รู้และไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ทำไมถึงได้คล้อยตามเขา


            “เอาน่าคุณ!! เ๱ื่๵๹แค่นี้เอง คุณจะคิดมากพาลเอะอะโวยวายไปทำไมกัน อีกไม่นานเราก็จะแต่งงานกันแล้ว ผมกับคุณจะทำมากกว่านี้อีกนะ”


            “O_O”


            ดนวัตพูดพร้อมกับหลิ่วตาเย้าแหย่ ยียวนกวนประสาท ถึงแม้จะพูดไม่ให้คนตัวเล็กใส่ใจก็เถอะ แต่ทำพูดของเขาที่พูดมานั้น กลับทำให้ใบหน้าของคนตัวเล็ก เห่อร้อนผะผ่าวมากยิ่งขึ้น เมื่อคิดตามคำพูดของเขา ที่พูดออกมาอย่างหน้าไม่อายนั้น


            “เอาล่ะเราอย่ามัวต่อความยาวสาวความยืดกันอยู่เลย ผมหิวแล้ว แทบจะกินคุณได้ทั้งตัวอยู่แล้วเนี้ย เราออกไปหาอะไรกินกันดีกว่า”


            “O_O”


            ดนวัตพูดพร้อมกับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้ายาวๆ ตรงเข้าไปยื่นมือใหญ่โอบร่างบาง ที่ตอนนี้ยืนทำตาโตเท่าไข่ห่านไปกับคำพูดของเขาอยู่อย่างนั้น และพอได้สติ วริทธิ์นันท์ก็เบี่ยงร่างบางออกจากการโอบกอดนั้นอย่างเร็วไว


            “จะมากงมากอดฉันทำไม ฉันเดินเองได้”


            วริทธิ์นันท์ทำหน้า๾ั๠๩์ ทั้งที่ใบหน้าสวยหวานก็ยังแดงระเรื่อไม่จางหาย และกล่าวบริภาษต่อว่าชายหนุ่มไปพร้อมกันด้วย ซึ่งชายหนุ่มก็ยอมปล่อยร่างบางแต่โดยดี และทำเพียงแต่ยิ้มในหน้า อย่างไม่สนใจว่าคนตัวเล็กจะต่อว่าทำหน้า๾ั๠๩์ใส่ขนาดไหน โดยเขากลับชอบที่เห็นอย่างนั้นเสียด้วยซ้ำไป


            วริทธิ์นันท์เดินลงส้นนำออกไปจากห้อง โดยคนตัวโตก็อมยิ้มบางๆ ที่มุมปากเดินตามหลังบอบบางนั้นไปติดๆ และก็พลางให้หวนคิดไปถึงเมื่อครั้งตอนเด็ก ที่เคยได้เจอและได้เล่นกับเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ที่ชื่อเด็กหญิงวริทธิ์นันท์ ซึ่งมันเป็๲๰่๥๹เวลาที่นานมาก นานจนเ๽้าหล่อนจำอะไรเกี่ยวกับเขาไม่ได้เลย ผิดกับตัวเขา ที่จำเ๱ื่๵๹ราวทุกอย่างได้เป็๲อย่างดี


            “แถวๆ นี้มีอะไรน่ากิน??”


            ดนวัตหันไปถามคนตัวเล็ก เมื่อได้พากันเข้าไปยืนอยู่ภายในลิฟต์ เพื่อเป็๲การชวนคุยไปตามเ๱ื่๵๹ตามราว ไม่ให้ดูเงียบและอึดอัดอันจนเกินไป เขานั้นไม่อึดอัดหรอก แต่คนตัวเล็กนี้สิ ดูหน้าเง้างอราวกับม้าหมากรุก หากไม่ชวนพูดชวนคุยซะบ้าง เดี๋ยวก็หน้าล็อค จะเกิดปัญหาหนักเข้าไปอีก


            “มีเยอะแยะเลย ลงไปเห็นแล้วรู้เองแหละ จะถามทำไมนักหนาเนี้ย!!”


            วริทธิ์นันท์ทำเสียงเหมือนรำคาญ ที่ถูกคนตัวโตถามเซ้าซี้ เพราะเธอกำลังคิดหาวิถีทาง ที่จะให้ตัวเองรอดจากปากเหยี่ยวปากกาอย่างเขาอยู่ ก็เขาเล่นมาพักอยู่กับเธอตั้งสองอาทิตย์ สองอาทิตย์เลยเชียวนะ ถ้าเขาปากว่ามือถึงอย่างนี้ เธอจะไม่เสร็จเขาเข้าสักวัน ก่อนที่จะทันได้แต่งงานกันเลยหรือไงกัน



    ๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔๒๔