อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก

    บทที่ 151 ปล่อยให้พวกเราจัดการ

    บทที่ 151 ปล่อยให้พวกเราจัดการ




    “ศัตรูเป็นนักธนูระดับสูง!!” 




    “ห่าxเอ้ย! นักธนูระดับสูงจะมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง!”




    “หรือจะเป็นคนของสถาบันที่มาดูแลเด็กพวกนี้”




    “เป็นไปไม่ได้ ถ้ามีคนของสถาบันที่นี่จริงๆ คงจะปรากฏตัวออกมาตั้งนานแล้ว และคงไม่ปล่อยให้นักเรียนคนอื่นๆถูกไล่ออกไปอย่างไม่ถูกต้องหรอก” พวกเขาถกเถียงกันไป ก็เฝ้าระวังกันไปด้วย


                


    นักธนูที่สามารถใช้ธนูลวงตาได้นั้นต้องเป็นนักธนูระดับสูงแน่นอน พวกเขาไม่คิดเลยว่าตัวเองจะต้องมาโชคร้ายเจอกับนักธนูประเภทนี้ แต่ก็นั่นแหละ...ขอเพียงจับตำแหน่งได้ นักธนูนั่นก็ไม่มีความหมายอะไร!


                


    ฟิ้ว!!




    “ทางนั้น!”




    “ระวัง อาจจะเป็นแค่ภาพลวง...อั่ก!” ครั้งนี้แทนที่จะเป็นภาพลวงตา กลับเป็นลูกศรที่แท้จริง ปักเข้ากลางหลังของชายคนพูดจนเขาล้มลง ดีที่ยังไม่ถูกอวัยวะสำคัญ ดังนั้นจึงพยายามม้วนตัวหลบเข้าไปในวงของสหาย




    “ไอ้สารเลวคนนี้!”




    “จูหลิวหลี่ พวกเรามีทางรอดแล้วใช่ไหม....” ราวกับเตือนความทรงจำให้ เสียงของนักเรียนหญิงกระตุ้นความคิดของคนสารเลวพวกนี้ทันที มันรีบกระชากนักเรียนหญิงที่เพิ่งพูดออกมาแล้วโยนเธอไปข้างหน้า ใช้มีดเพื่อจ่อที่คอของเธอก่อนจะตะโกนออกไป




    “ไม่ว่าแกจะเป็นใครก็ตาม แต่ถ้าแกกล้าโจมตีมาอีกครั้ง เด็กคนนี้จะต้องตายแน่นอน!!” การจับตัวประกันเพื่อข่มขู่นี้เป็นวิธีคลาสสิคของคนชั่วอย่างมาก ต่อให้เป็นในโลกเดิมของเธอ ซูหยวนก็เคยเห็นข่าวประเภทนี้มาไม่น้อย


                


    เดิมทีคิดว่าคนชั่วพวกนี้อาจจะคิดไม่ทัน น่าเสียดายที่สุดท้ายก็มีผลลัพธ์แบบนี้...


                


    หญิงสาวถอนหายใจออกมา ดีที่เธอคิดเผื่อเอาไว้แล้ว ดังนั้นตั้งแต่การโจมตีก่อนหน้านี้...เธอก็ได้ใช้ลูกธนูที่เคลือบไปด้วยสารดึงดูดสัตว์ร้ายเอาไว้!!




    “โฮก!!” เสียงคำรามลั่นของสัตว์กลายพันธุ์ดังเข้ามาใกล้ สีหน้าของชายฉกรรจ์พวกนั้นเปลี่ยนไปทันที พวกเขาไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองจะซวยซับซวยซ้อนขนาดนี้ เจอกับคนที่กล้าท้าทายตัวเองยังไม่พอ ยังจะต้องเจอกับฝูงสัตว์กลายพันธุ์อีก




    “ฆ่าเด็กพวกนี้แล้วก็หนีกันก่อน!” คนที่ดูจะเป็นหัวหน้ากลุ่มพูดขึ้น จูหลิวหลี่เบิกตากว้าง พยายามขัดขืน เธอรู้ดีว่าช่วงโอกาสนี้ ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่างจะต้องตายแน่


                


    ฟิ้ว!!


                


    ลูกศรจำนวนหนึ่งพยายามเข้ามาก่อกวนการเคลื่อนไหวของคนชั่ว แต่แน่นอนว่าจำนวนของพวกมันมีมากเกินไป ต่อให้มีหลายคนรับมือกับการโจมตีของลูกศร ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เหลือคนทิ้งไว้ฆ่าเด็กสาวพวกนี้ได้


                


    ในวินาทีแห่งความตายนั้น จู่ๆเงาสีแดงเพลิงก็วาดผ่านหน้าของซูหยวนไป เธอเลิกคิ้วเล็กน้อย คิดไม่ถึงเลยว่าคนพวกนี้จะมาได้จังหวะจริงๆ!!




    “อะ แอ่ม เป็นอะไรหรือเปล่า...รุ่นน้องอัน” เสียงเคร่งขรึมของหนึ่งในคนที่มาใหม่ทำให้ซูหยวนขนลุกชัน




    “รุ่นพี่ไป๋”




    “อืม เป็นพวกเราเอง” คนขยิบตาให้หนึ่งครั้ง ในขณะที่รุ่นน้องของพวกเขากระโดดออกไปข้างหน้าเหมือนกับสัตว์ร้ายที่คึกคะนอง ซูหยวนถึงอยากจะหนี แต่พวกเขาก็เป็นคนที่มาช่วยจริงๆ อีกอย่าง...รุ่นพี่ไป๋คนนี้ไม่ธรรมดาเลย เธอซ่อนตัวอยู่ ทั้งยังใช้วิชาอำพรางตัวเองด้วย เขาก็ยังหาตำแหน่งของเธอได้ ดังนั้นจะประมาทเขาไม่ได้เด็ดขาด




    “พวกเธอทำได้ดีแล้ว หลังจากนี้ให้เป็นหน้าที่ของพวกเราเองนะ” รุ่นพี่ไป๋ใช้พลองของตนเองกระแทกไปกับพื้น ซูหยวนถึงกับประหลาดใจ ไม่คิดเลยว่าคนทึ่มพวกนี้...แท้จริงแล้วทรงพลังมาก


                


    ด้วยการกระแทกพื้นเพียงครั้งเดียว ดินใต้เท้าของเขาก็แตกแยกออกเป็นสองฝั่ง ลามไปจนถึงตำแหน่งของอันธพาลคนหนึ่งที่กำลังจับนักเรียนหญิงอยู่ พวกมันไม่ทันได้ตั้งตัวก็ตกหลุมลึกนั้นจนขาพลิก ส่งผลให้นักเรียนหญิงสามารถวิ่งหลบออกมาได้


                


    นอกจากความช่วยเหลือของรุ่นพี่ไป๋แล้ว นักเรียนปีหนึ่งของสถาบันเพลิงพลองก็ไม่ได้อ่อนแอ พวกเขามีทั้งความเร็วและพลัง ใช้ไม้พลองกวัดแกว่งไปรอบๆ ช่วยนักเรียนหญิงทั้ง 5 คนออกมาได้อย่างปลอดภัย ส่วนการต่อสู้ที่วุ่นวายนั้นยังคงไม่จบ กลุ่มพวกอันธพาลมีจำนวนมาก แต่เหล่าหนุ่มจากสถาบันเพลิงพลองก็ไม่ได้มากันน้อยๆเช่นกัน


                


    ใช้เวลาเกือบ 5 นาที ในที่สุดก็จับพวกคนเลวมัดเอาไว้ได้ รุ่นพี่ไป๋จึงพาซูหยวนออกมาจากที่ซ่อน ตั้งแต่ต้นจนจบ...รุ่นพี่ไป๋คนนี้โจมตีออกไปเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ที่เหลือยืนอยู่ด้านหลังของเธอเพื่อคอยป้องกันอันตราย ปล่อยให้รุ่นน้องของเขาต่อสู้เป็นตายกับพวกคนชั่วนั้นตามลำพัง




    “เป็นเธอจริงๆ ซูหยวน” จูหลิวหลี่ที่ปลอดภัยแล้วและกำลังนั่งพักอยู่ เห็นคนที่เดินออกมาพร้อมกับธนูด้านหลังก็อดที่จะยกยิ้มไม่ได้ ตั้งแต่แรกก็ทายเอาไว้แล้วว่าจะต้องเป็นอันซูหยวนแน่ๆที่กล้ามาช่วยตนเอง ถ้าไม่ใช่เพราะเธอเข้ามาช่วย ตอนนี้ทุกคนอาจจะบาดเจ็บไปแล้วก็ได้


                


    นักเรียนอีก 4 คนเองก็รู้สึกขอบคุณซูหยวนเช่นกัน คิดในมุมมองของตนเอง ถ้ามาพบเจอสถานการณ์นี้ด้วยตัวคนเดียว จะเข้ามาช่วยเพื่อนนักเรียนอีก 5 คนไหม? คำตอบก็คงจะ “ไม่” อย่างมากก็แค่รีบไปแจ้งกับทางสถาบันหรือทางการให้ว่าเกิดอะไรขึ้น อย่างไรก็ตาม...ด้วยความช่วยเหลือของซูหยวน พวกเธอจึงรอดชีวิตกันแบบนี้




    “นักเรียนทุนอัน...ก่อนหน้านี้ ต้องขอโทษด้วยนะ”




    “ใช่แล้ว ที่จริง...ในบรรดาคนที่ด่าเธอ ฉันก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกัน แต่วันนี้...เธอก็ยังมาช่วยฉันอีก” นักเรียนหญิงต่างก็ซาบซึ้งใจมาก ซูหยวนเลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินแบบนี้




    “อืม แต่ถ้าฉันรู้ก่อน คงจะไม่ช่วยหรอก” คำพูดของซูหยวนไม่มีใครรู้ว่าจริงจังหรือแค่พูดเล่น แต่มันทำให้ใบหน้าของนักเรียนหญิงทั้ง 5 เปลี่ยนสี


                


    ทั้งรู้สึกผิดและทั้งอับอาย...


                


    ซูหยวนไม่ได้สนใจท่าทีของพวกเธอเลย คนที่พูดจาให้ร้ายคนอื่นมีอยู่ทั่วไป บางคนพูดเอาสนุกปาก เห็นเขาไม่โต้ตอบก็ยิ่งพูดไปใหญ่ คนแบบนี้เธอไม่เคยให้ค่า ตั้งแต่ไหนแต่ไรก็ไม่เคยสนใจ ถ้าไม่ใช่ว่าเป็นนักเรียนสถาบันเดียวกัน แถมคนเหล่านี้ก็ดูจะเป็นกลุ่มคนอันตราย เธอก็คงจะไม่ออกมาช่วยหรอก


                


    ไม่สิ! ที่จริงแล้ว...เธอก็แค่อยากจะช่วยจูหลิวหลี่ก็เท่านั้น ตอบแทนที่ครั้งนั้นได้อธิบายเรื่องทั้งหมดให้เธอฟัง




    “เธอช่วยอยู่แล้วล่ะ ต่อให้รู้ก็ยังช่วยพวกเราอยู่ดี” จูหลิวหลี่เป็นคนเดียวที่หัวเราะออกมาเบาๆ หญิงสาวพึมพำออกมา พลางมองดูท่าทางเย็นชาของซูหยวน แต่สุดท้าย...อีกฝ่ายก็เข้ามาช่วยไม่ใช่หรอ?


                


    จูหลิวหลี่ไม่เชื่อว่าซูหยวนไม่รู้ว่านักเรียนเกือบทั้งหมดพูดถึงเธอว่าอะไร และไม่น่าเป็นไปได้ที่จะเข้ามาช่วยเพียงเพราะไม่รู้เรื่อง.....




    “รุ่นพี่ไป๋ คนพวกนี้เป็นคนจากที่ไหนกันแน่ ทำไมถึงไม่กลัวกฎหมายกันเลยล่ะ” ซูหยวนเห็นรุ่นพี่ไป๋ตรวจสอบเป็นเวลานาน ทั้งยังขมวดคิ้วมุ่นเหมือนรู้จักตัวตนของพวกมัน จึงได้เอ่ยถามขึ้น




    “น่าจะเป็นคนที่อยู่ในเงามืด เป็นพวกอันตราย กลุ่มอิทธิพลสักกลุ่ม...” ไป๋ซานเองก็ไม่รู้ทั้งหมด แต่เรื่องอิทธิพลมืดพวกนี้มีอยู่ทุกเขต ต่อให้เป็นเขตชั้นในก็มีคนแบบนี้อยู่


                


    ตอนแรกรุ่นน้องพูดถึงกลุ่มประหลาดเหล่านี้ที่เดินเตร็ดเตร่ไปทั่วทั้งพื้นที่ล่า เขาก็ยังคิดว่าอาจจะไม่ใช่ความจริง บางทีคงเป็นความเข้าใจผิดของรุ่นน้องเท่านั้น แต่เมื่อตรวจสอบให้ดี...เขาก็พบว่านี่เป็นปัญหาใหญ่เล้ว




    “รุ่นน้องอัน พวกเราจะอยู่ที่นี่รอทหารมาจัดการ รุ่นน้องพากันออกไปพักผ่อนข้างนอกเถอะ” รุ่นพี่ไป๋ให้คำแนะนำ ซูหยวนเหลือบมองดูนักเรียนหญิงทั้ง 5 คน ก่อนจะพยักหน้า


                


    ให้พวกเธออยู่ที่นี่ต่อไปก็ช่วยอะไรไม่ได้อยู่ดี จะบอกให้กลับกันออกไปเองก็ไม่ได้อีก เดี๋ยวไปสะดุดตาพวกคนชั่วที่ไหนแล้วก็เกิดปัญหาเดิมขึ้น เท่ากับว่าที่ได้เสียแรงช่วยเหลือไปไม่มีประโยชน์อะไรเลย


                


    ซูหยวนเป็นพวกที่ไม่ทำอะไรที่เป็นประโยชน์เสียด้วย ไหนๆก็ช่วยแล้ว...สู้เก็บเป็นบุญคุณกันในภายหน้าดีกว่า...




    “มา เดี๋ยวจะไปส่งข้างนอก” ซูหยวนหันไปบอกทั้ง 5 คนที่กำลังนั่งพักเอาแรง เมื่อได้ยินซูหยวนพูดแบบนั้น ทั้งหมดก็ลุกขึ้นตัวตรง พวกเธอได้ยินที่รุ่นพี่ไป๋จากสถาบันเพลิงพลองพูดแล้ว ยังคิดว่าซูหยวนจะปฏิเสธเสียอีก ดีที่เธอยอมช่วยเหลือต่อไป


                


    ทั้ง 5 คนพากันออกไปข้างนอก เดิมทีคิดว่าปัญหาจะจบแล้ว ซูหยวนเองก็เตรียมจะกลับไปในพื้นที่ล่าอีกครั้ง แต่เธอไม่ได้คิดเลยว่าจะได้เห็นฉากที่น่าประทับใจแบบนี้...


                


    เพี๊ยะ!!


                


    จู่ๆนักเรียนหญิงคนหนึ่งก็เดินออกมาจากกลุ่มเมื่อเห็นกลุ่มของจูหลิวหลี่ เธอเดินเข้ามาหาไม่พอ แต่กลับเงื้อมือฟาดไปที่หน้าของจูหลิวหลี่เต็มแรงจนหน้าสะบัด เมื่อดูอีกทีก็พบว่าที่แก้มของจูหลิวหลี่นั้นเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานเสียแล้ว




    “พวกคนเลว! คิดว่าทำแบบนี้แล้วพวกเราจะยอมแพ้งั้นหรอ!!” เสียงแหลมแผดดังขึ้นด้วยความโกรธ จูหลิวหลี่ที่มึนกับการถูกตบได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนๆอีก 4 คนทันที


                


    ไม่คิดเลยว่าหลังออกมาจากเหตุการณ์เสี่ยงตายได้ ก็จะมาเจอกับสถานการณ์แบบนี้...จูหลิวหลี่ ไม่สิ! พวกเธอทำผิดอะไร ทำไมทุกคนถึงได้มองด้วยสายตารังเกียจแบบนั้น!




    “ทำไม...”




    “พวกเธอคิดว่าจะเอาชนะพวกเราด้วยวิธีสกปรกแบบนี้หรอ? เหอะ! พวกเราแจ้งทางอาจารย์ไปแล้ว เมื่อไรที่อาจารย์มาถึง พวกเธอจะต้องถูกลงโทษตามกฎของสถาบันแน่ อาจารย์ไม่มีทางปล่อยให้พวกเธอพาคนนอกมารังแกเพื่อนนักเรียนคนอื่นแบบนี้ได้หรอก”




    “อะไร พวกเธอกำลังพูดเรื่องอะไรกัน”




    “ไม่ต้องมาทำเป็นไม่รู้เรื่องเลย แผนการเลวๆของพวกเธอ พวกเรารู้หมดแล้ว! อยากจะได้อันดับ 2 ขนาดนั้นเลยหรอ? เห็นว่าไม่ได้อันดับหนึ่งแล้วก็เลยต้องพยายามขนาดนี้เลยสินะ มันน่ารังเกียจมากรู้ไหม!” 




    ทุกคนไม่ปล่อยให้จูหลิวหลี่และเพื่อนอธิบายแม้แต่น้อย ตั้งแต่แรกก็ทำร้ายจูหลิวหลี่จนหน้าแดงโดยไม่ถามอะไรเลย ตอนนี้ก็ยังใส่ความเธอ พูดจาให้เสียๆหายๆ จนคนนอกสถาบันยังมองมาทางนี้แล้วกระซิบกระซาบกันใหญ่ ไม่น่าแปลกใจเลยที่นักเรียนทั้ง 5 ที่จู่ๆก็ถูกใส่ร้ายจะโกรธขึ้นมาบ้าง




    “พวกเราไม่จำเป็นต้องทำเรื่องชั่วๆแบบนั้นก็เอาชนะพวกเธอได้อยู่แล้ว คิดมากเกินไปหรือเปล่า สำคัญตัวมากเกินไปแล้ว”




    “ใช่ พวกเราก็มั่นใจในฝีมือเหมือนกันนะ เอาเลย! เรียกอาจารย์มา พวกเราจะดูว่าคนคิดใส่ร้ายคนอื่นจะต้องเจอกับอะไรบ้าง” เมื่อพูดจากันดีๆไม่ได้ ทั้งหมดก็เริ่มใช้อารมณ์เพื่อต่อสู้กัน


                


    ซูหยวนมองภาพนั้นแล้วก็ส่ายหน้าไปมา จูหลิวหลี่ที่ถูกตบไม่ได้ร่วมเถียงไปด้วย มือของเธอกำแน่น...ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าการที่ไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ถูกต่อว่าเสียๆหายๆนั้นเจ็บปวดขนาดไหน


                


    วันข้างหน้า...เมื่อมีใครพูดถึงซูหยวนในทางไม่ดีอีก เธอจะไม่ปล่อยให้พวกเขาได้พูดอีกต่อไป




    “กฎหมายก็มีอยู่ ถ้าเกิดมั่นใจว่าพวกเราทำจริงๆ อย่างนั้นก็แจ้งความกันเถอะ” จูหลิวหลี่กัดฟันพูด เมื่อจู่ๆเธอก็พูดเรื่องกฎหมายขึ้นมา นักเรียนทุกคนจึงชะงักไป


                


    ถ้าพูดเรื่องกฎหมาย คนที่ใส่ร้ายคนอื่นจะมีบทลงโทษที่รุนแรงอย่างการตัดลิ้น ซึ่งถ้าพิสูจน์ได้ว่าสิ่งที่ตัวเองพูดเป็นความจริง คนที่พูดจะไม่โดนอะไร แต่คนที่ทำเรื่องเลวๆอย่างที่พวกเธอคิดก็จะได้รับโทษหนักเช่นกัน เพียงแต่...ทำไมจูหลิวหลี่จึงกล้าที่จะท้าทายแบบนั้น




    “เธอใส่ความพวกฉัน แล้วก็ทำร้ายฉันด้วย ต่อให้พูดเถียงกันไปก็ไม่จบ ถ้าอย่างนั้น...เรียกคนของทางการมาเพื่อตรวจสอบเรื่องนี้ แล้วสรุปผลกันไปเลยว่าใครกันแน่ที่จะต้องถูกลงโทษ”


                


    เมื่อจูหลิวหลี่ย้ำอีกครั้ง สมาชิกในกลุ่มอีก 4 คนก็พยักหน้าเอาด้วย พวกเธอเพิ่งผ่านเหตุการณ์เฉียดตายมา แล้วก็ถูกเพื่อนร่วมชั้นทำแบบนี้ ไม่เป็นห่วงเป็นใยกันไม่ว่า พวกเขายังจับกลุ่มด่าทอตนเองเสียๆหายๆอีก


                


    ดูเอาเถอะ! ในขณะที่นักเรียนทุนอันที่พวกเขารุมด่าทอก่อนหน้านี้ยังออกมาช่วยเหลือในสถานการณ์เป็นตาย เพื่อนที่ร่วมหัวเราะเฮฮากัน กลับเป็นคนลงมือตบหน้าพวกเดียวกันเองได้!




    “พอได้แล้ว” ก่อนที่เรื่องจะวุ่นวายไปกันใหญ่ อาจารย์ของสถาบันก็ปรากฏตัวขึ้น ซูหยวนอยากจะหัวเราะที่ทุกครั้งมีเรื่องแบบนี้ อาจารย์จึงจะปรากฏตัวเสมอ หากไม่พูดถึงเรื่องแจ้งความ เชื่อได้เลยว่าพวกเขาก็คงจะยังมาไม่ถึงอีกนั่นแหละ




    “อาจารย์คะ...”




    “ขอโทษเพื่อนนักเรียนเดี๋ยวนี้ พวกเธอกล้าตัดสินคนอื่นโดยไม่มีหลักฐาน แล้วยังมีการทำร้ายกันเองต่อหน้าผู้คนนอกสถาบันอีก...อาจารย์จะเก็บเรื่องนี้ไปพิจารณาลงโทษแน่นอน!” อาจารย์พูดอย่างจริงจัง นักเรียนคนอื่นๆได้แต่เก็บปากเงียบกันไปทั้งอย่างนั้น




    “นักเรียน...เรื่องนี้อาจารย์จะจัดการคืนความยุติธรรมให้แน่นอน พวกเราต้องไปคุยกันที่สถาบัน...” ว่าแล้วก็หันมาพูดกับนักเรียนที่เป็นเหยื่อ ซูหยวนเข้าใจทันทีว่าหลังจากนี้ก็คงเหลือแค่การไกล่เกลี่ยกันเท่านั้น


                


    ก็นะ...ก่อนหน้านี้เธอก็เคยผ่านประสบการณ์นี้มาก่อนแล้ว ได้แต่หวังว่าครั้งนี้อาจารย์จะไม่ด่วนตัดสินคนผิดอีก ไม่อย่างนั้นเธอคงจะเอือมระอากับสถาบันที่ได้ชื่อว่าอันดับหนึ่งนี้จริงๆแล้ว...




    …………………………….

    คล้ายกับเรื่องอันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก ที่คุณอ่าน