Ekklesia Online : ผู้กล้าในทุ่งดอกลาเวนเดอร์สีดำ Light Novel

    เล่ม 1 บทที่ 1 สู้บอส

    (7)จนแล้วในที่สุดกลุ่มผู้เล่นที่ได้พบกับบอสเป็นพวกแรกตกเป็นฝ่ายทัพสหพันธ์แก่นวาร์ปซึ่งมีมูลค่ามหาศาลถูกแกะออกจากสลักที่ล็อกเอาไว้อย่างแน่นหน้าเพื่อใช้งาน แสงสีฟ้าแกมเขียวสว่างจ้าไปทั่วระยะ 10 เมตร จากนั้นสมาชิกทั้งหมดของทัพสหพันธ์ก็ประจันหน้ากับมอนสเตอร์ที่ดูคล้ายยักษ์พวกคนยักษ์ที่ว่านั่นมีผิวสีคล้ำจนถึงดำสนิท ตั้งแต่ลำคอลงมาดูเหมือนมนุษย์ แต่ว่าส่วนหัวของมันเป็นสัตว์ต่าง ๆ เช่น นก เสือ หมา โดยมากแล้วเป็นสัตว์บกเสียมากกว่าทหารฝ่ายสหพันธ์เริ่มจัดกระบวนทัพทันที พวกจักรวรรดิยังไม่รู้ถึงเทคโนโลยี่ใหม่ที่สามารถเทเลพอร์ตสมาชิกในปาร์ตี้เข้ามาได้ แน่นอนพวกที่รออยู่หน้าประตูคือทีมแก้ปริศนาเท่านั้น ไม่ใช่พวกที่จะเข้าไปลุย เพราะว่าหน่วยรบเฉพาะกิจไม่ได้เข้าพีระมิดมาแต่เริ่ม ผิดกับจักรวรรดิที่เข้ามากันหมดสภาพกองทัพแบ่งออกเป็น 1,000 กอง กองละ 10,000 คน เป็นอาชีพระยะไกลทั้งหมดโดยแผนก็คือ หากปาร์ตี้ผู้กล้าเข้าวงในเมื่อไหร่ คนพวกนี้ก็จะระดมยิงเข้ามาทันที แบบนี้ดาเมจโดยรวมก็คงหวังผลได้มากกว่าผู้กล้าคนเดียวจริงอยู่ที่ว่า เควส ผ่านทุกคนแน่นอน แต่ว่า MVP จะได้ไอเทมพิเศษแยกต่างหาก นี้คือสิ่งที่สหพันธ์เล็งเอาไว้...มีของที่เหนือกว่าก็มีอำนาจมากกว่า ถึงแม้ว่าในมหาสงครามจะไม่สามารถต้านทานจักรวรรดิที่เป็นสาย PvP และ GvG โดยเฉพาะก็ตาม แต่ว่า...ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว นักเวทสูงสุด ซาราห์ เองก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่ามังกรของเธอน่ากลัวแค่ไหน ไม่แปลกที่จะยื่นมือมาช่วยผู้กล้าแต่แรกการเอา เวิร์ดไอเทมมาคราฟสกิล ให้สกิลทำหน้าที่ของมันโดยที่เพลย์เยอร์ไม่ต้องเปลืองแรง นี้คือแผ่นของสหพันธ์ตะวันออกที่ปิดไว้มานาน***ทหารทุกนายเริ่มแปรขบวนทัพตามคำสั่งด้วยท่วงท่าอันงามสง่า ก้าวเท้าออกตามท่วงทำนองของกลองศึกที่กำลังบรรเลงขึ้นนอกห้องไม่ใช่แค่ปลุกใจ แต่มีผลเกี่ยวกับบัฟเสริมสมรรถภาพทางกายให้กับอวาตาร์อีกด้วย“หัวหน้าครับ...ถ้ารุมเปิดบอสซะก่อนที่พวกจักรวรรดิจะมาก็มีสิทธิ์ได้ MVP สูงขึ้นไปอีกนะ”พอคิดได้แบบนั้นทว่า...พอจะเริ่มเดินเข้าไปจริง ๆ ก็เกิดใจฝ่อกันซะก่อนหัวหน้าที่ส่งสัญญาณโจมตีแล้ว ก็รีบขยับมือ เป็นภาษามือที่มีความหมายว่ายกเลิกคำสั่งโจมตี ให้ซุ่มรอกันไปก่อนตอนนี้ได้แต่รอผู้กล้าเท่านั้น ทหารทั้งหมดที่เตรียมตัวอยู่นั้นใช้สกิล [พรางตัว] อย่างแนบเนียน เกาะกลุ่มกันบริเวณเสารอบนอกของแท่นพิธีกรรมเสาจำนวนมากวางเรียงลายกันอย่างสวยงาม เป็นห้องโถงกว้าง ๆ จากระยะนั้นก็ถือว่าปลอดภัยจากบอส แต่ไม่คิดว่าศัตรูจะมองไม่เห็น คงมีสกิลที่ยกเลิกพรางตัวเพียงแต่อยากจะซ้อนให้พ้นสายตามนุษย์กันเองเท่านั้นแค่มองไปตรงบอสก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมา นอกจากตัวที่สูงยาวน่าเกลียดแล้วยังแพร่ออร่าประหลาดออกไปทั่ว มองจากระยะไกลสุดลูกหูลูกตา ไม่มีอะไรเลย มีแต่เสานับพันต้น และแท่นพิธีกรรมที่เด่น และนักพรตปีศาจที่สวดกันอยู่ กับฝูงอมนุษย์หัวสัตว์เดินกันไปมาเพ่นพ่าน ได้แต่จับตาดูบอสอยู่ต่อไปอย่างนั้นทุกคนต่างจับจ้องไปที่แท่นสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ตรงหน้าอย่างไม่อาจละสายตาจู่ ๆ บอสก็วิ่งพรวดลงมาจากฐานพระบัลลังก์!!ความเร็วบ้าอะไรกันเนี้ย...จากนั้นพวกอมนุษย์ที่มีหัวเป็นสัตว์ก็วิ่งกรูกันไป จนเกินระยะสังเกตการณ์ไปแล้วทัพสหพันธ์ไม่เห็นตัวบอสเพราะว่าแท่นพิธีกรรมใหญ่สีขาวนั้นบังอยู่ แต่ว่า...เห็นแค่นี้ก็โชคดีแค่ไหนแล้ว คิดถูกแล้วที่ยังไม่เปิดบอส ใครจะรู้ว่ามันวิงเร็วขนาดนี้...เร็วกว่าเพลย์เยอร์สายขับเคลื่นจู่โจมเกือบ 4 เท่าเห็นจะได้“เอาไงดีครับ หัวหน้า”“เคลือนทัพ ไปตรงเสาที่เห็นด้านหลังพระแท่น รักษาระยะห่างเอาไว้ หยุดรักษาระยะทันทีที่มองเห็นบอส!! ”สกิล พรางตัว ยังใช้งานอยู่ หน่วยพิเศษที่ว่ามีทางผ่านจากอาชีพแอสซาซินทุกคน จากมุมนี้เริ่มเห็นสิ่งมีชีวิตรูปร่างสูงใหญ่ส่วนหัวเป็นสัตว์หลากหลายชนิดกำลังเคลื่อนไล่ตามบางสิ่งอยู่ แต่ว่าแยกออกจากฟาโรห์ไปแล้วอะ อ....อือ...!พอทีมสังเกตการณ์ใช้สกิลฟังเสียงระยะไกลเริ่มได้ยินเสียงร้องประหลาด ๆ ที่ดังออกมาจากบริเวณที่บอสอยู่ตรงนั้นเขาจึงรีบรายงานทันที“หัวหน้าครับ!! นะ...นั่นมันเสียงของบอสไม่ผิดแน่ มีคนต่อสู้กับพวกมันแล้ว!! ”กลุ่มสหพันธ์ที่รออยู่ตรงนั้นต่างก็มองหน้ากันเองนึก ๆ ดูแล้วก็สยองไม่หาย ดูความเร็วกับลักษณะการโจมตีของบอสแล้วแค่จะแจมตอนนี้ยังไม่กล้าเลยการโจมตีของบอสสมบูรณ์แบบเกินไป มีทั้งระยะใกล้ กลาง ไกล และมีเวทหลายรูปแบบปล่อยออกมาตลอดเวลาบอสโจมตีได้ทุกระยะ แถมยังมีบาเรียหลายชนิดกางออกมาด้วย ตอนนี้มันยิงสกิลหมู่ใส่คนพวกนั้น ทั้งที่อยู่ไกลกันขนาดนั้น สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนเลยทีเดียวแม้ว่าบอสจะหยุดร่างเวทใหญ่อยู่ตรงนั้น ระหว่างที่อยู่นิ่ง ๆ ก็ยังมีเวทโจมตีต่อเนื่องตลอดเวลา ไม่มีช่องว่างจริง ๆแต่ถ้าไม่เคลื่อนไหวตอนนี้ก็อาจจะ...“ผู้กล้ากำลังต่อสู้อยู่อย่างนั้นเหรอ?”“ไม่น่าใช้...เพราะยังไม่เห็นคนของพวกศาสนจักรเลยสักคน ลำพังผู้กล้าไม่น่าจะลงมือทำอะไรโดยพลการแบบนั้น ก็รู้กันอยู่ว่าบทลงโทษเมื่อขัดคำสังของสภาแห่งศาสนจักรอันศักดิ์สิทธิ์นั่นมันโหดแค่ไหน”อา า อือออไอ้เสียงน่าขนลุกที่ว่าก็ยังดังจากทางนั้น ทุกครั้งที่เสียงประหลาดนี้ดังขึ้นทีไรบทสวดก็หยุดตามไปด้วย เช่นกันนั้นหมายความว่ามีกลุ่มคนที่กำลังบวกกับบอสอยู่ไม่ผิดแน่ แถมยังรู้วิธีหยุดบทสวดนั่นอีก