เด็กสาวอุทานและพยายามดิ้นรนขัดขืนอยู่เช่นเดิม และคราวนี้เขายอมปล่อย ก่อนจะเอามือข้างที่ล้วงเข้าไปใต้กระโปรงของเธอขึ้นมาดู แล้วคราบเืที่เปื้อนนิ้วออกมาก็ทำให้คิ้วหนาเข้มขมวดเข้าหากันอย่างฉงน
“มีเมนส์หรือเปล่าเนี่ย”
“นี่คุณ มันจะดูถูกกันมากเกินไปแล้วนะ”
เด็กสาวโกรธจัดจนอยากจะตบหน้าเขาสักฉาดสองฉาด แต่ก็ต้องข่มใจไว้ เพราะเดี๋ยวจะเสียการกับเื่ที่ตั้งใจมา
“ก็ไม่รู้สินะ สมัยนี้ไว้วางใจใครไม่ได้ง่าย”
“แล้วคุณจะเอายังไง ถ้าไม่ตกลงตามที่ว่ากันไว้ ก็จ่ายมาหนึ่งแสน ค่าที่ล่วงเกินฉันเมื่อสักครู่”
เด็กสาวแสดงท่าทางแข็งกร้าวเพื่อปกป้องตัวเอง ทั้งๆที่แข้งขาสั่นจนยืนแทบไม่อยู่ก็ตาม
“หน้าเืเกินไปหรือเปล่าสาวน้อย แตะนิดแตะหน่อยแค่นี้ เรียกเป็แสนเลยเหรอ”
“คุณทำให้ฉันเสียพรมจรรย์”
เสียงเด็กสาวตวาดแหวดังอยู่ลั่นๆในขณะที่อีกฝ่ายถึงกับหลุดหัวเราะพรืดออกมา
“นี่แม่คุณ โตจนป่านนี้แล้วยังไม่รู้หรือไงว่าถ้าจะเรียกว่าเสียพรมจรรย์ได้ ก็ต้องมีการล่วงล้ำเข้าไปโดยอวัยวะเพศชายเท่านั้น นอกจากนั้นแล้ว เขาไม่เรียกว่าเสียตัว”
“แต่คุณทำเยื่อพรมจารีของฉันขาด”
“เธอก็ตั้งใจนำมันมาขายให้ฉันอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ”
เขาว่าให้เด็กสาวต้องสะอึกไปอีกรอบ ก่อนจะถามออกมาด้วยความโกรธที่ถูกดูถูกซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนแทบทนไม่ได้
“แล้วตกลงว่าจะเอายังไง”
“จ่ายครึ่งหนึ่งก่อนได้ไหม เสด็จแล้วค่อยจ่ายอีกครึ่ง”
หนุ่มใหญ่ั์ตาวาวพราวระยับ ทั้งๆที่ก็ผ่านผู้หญิงมามากต่อมาก แต่ก็กลับรู้สึกตื่นเต้นกับสาวน้อยคนนี้มากมายอย่างประหลาด
“ไม่ ต้องจ่ายมาทีเดียวเลย”
เด็กสาวยืนกรานเสียงแข็ง
“เธอมีทางเลือกมากขนาดนั้นเลยเหรอ”
เขาเลิกคิ้วถามด้วยท่าทางยียวนกวนประสาท และแม้จะโกรธแค้นเขามากขนาดไหนแต่เด็กสาวก็ไม่กล้าทำอะไรเขาเพราะเธอมีธุรกิจที่จะต้องตกลงกับเขา
“งั้นคุณจะเอายังไง ว่ามา”
“ตกลงฉันจะจ่ายหนึ่งล้านก็ได้ หวังว่าเธอจะเป็เ้าของสินค้าที่ซื่อสัตย์นะ”
หนุ่มใหญ่ว่าแล้วก็เดินไปที่โต๊ะซึ่งมีแฟ้มเอกสารวางอยู่ เขาเปิดหาสมุดเช็คที่แนบอยู่ในนั้นแล้วเอาออกมาเซ็นรายการตามจำนวนที่ตกลงกัน ก่อนจะนำมันมาส่งให้กับเด็กสาว
ปวรินทร์รับกระดาษแผ่นเล็กที่มีค่ามหาศาลเกินตัวนั้นมาตรวจสอบอย่างถ้วนถี่
“หวังว่าคุณก็คงจะเป็ลูกค้าที่ซื่อสัตย์เช่นกัน”
“ดูถูกกันมากเกินไปแล้วนะ อย่าว่าแต่หนึ่งล้านเลย สิบล้านฉันก็จ่ายได้ ถ้าฉันพอใจ”
อนันต์ยศตวาดเสียงเข้มจัด ทำเอาเด็กสาวถึงกับเบ้ปากเย้ยหยัน
“ทีตัวเองดูถูกคนอื่นได้ พอโดนเข้าบ้างกลับดิ้นเหมือนไส้เดือนถูกขี้เถ้า”
“ปากดีนัก”
จบคำพูดนั้น หนุ่มใหญ่ก็กระชากร่างบอบบางของเด็กสาวให้ปลิวเข้ามาปะทะกับอกกว้างอย่างแรงจนเด็กสาวเผลอหวีดร้องออกมาด้วยความใ ก่อนที่จะพูดอะไรไม่ได้อีกเมื่อริมฝีปากอวบอิ่มถูกบดขยี้ด้วยจุมพิตอันเร่าร้อนดุเดือดโดยริมฝีปากอันร้อนผ่าว
เด็กสาวดิ้นรนขัดขืนด้วยความตื่นตระหนก แม้จะรู้ดีว่าต้องมาเจอกับอะไร แต่ก็ไม่นึกว่าเขาจะบุ่มบ่ามหยาบคายกับเธอถึงเพียงนี้
โดนจุมพิตเล่นงานจนตัวอ่อนปวกเปียกแล้ว ร่างบางก็ถูกอุ้มเอาไปวางลงบนโซฟาตัวใหญ่ จากนั้นเสื้อผ้าของเธอก็หลุดออกจากร่างไปทีละชิ้นๆโดยมีสายคมกล้าของเขาจ้องมองอยู่ทุกตารางนิ้ว ทุกซอกทุกมุมแบบไม่คลาดสายตา เด็กสาวอยากจะกรีดร้องออกมาดังๆด้วยความคับแค้นใจกับสายตาโลมเลียที่มองมาอย่างหื่นกระหาย แต่ที่ทำได้คือนอนตัวแข็งทื่อและหลับตาปี๋
“สวย สวยมาก”
เสียงห้าวพึมพำออกมาอย่างพึงพอใจเมื่อดึงผ้าชิ้นสุดท้ายออกไปพ้นจากตัวเธอ เด็กสาวลืมตาขึ้นมาก็ได้เห็นใบหน้าคร้ามคมลอยเข้ามาใกล้ใบหน้าของเธอ ใกล้จนััได้ถึงลมหายใจของกันและกัน จากนั้นริมฝีปากร้อนผ่าวก็ประกบลงบนเรียวปากของเธออีกครั้งด้วยจูบอันดูดดื่ม พร้อมกันนั้นมือใหญ่ก็ลูบไล้สำรวจไปทั่วเรือนร่างงาม ซึ่งก็ทำเอาเด็กสาวถึงกับตัวสั่นสะท้านขึ้นมาทีเดียว
ไม่มีส่วนไหนบนร่างกายที่จะไม่ถูกเขาัั ััด้วยตา ด้วยมือ ด้วยจมูก ปากและลิ้น
“อ๊าย....”
เด็กสาวหวีดร้องออกมาพร้อมอาการขัดขืนต่อต้านอีกครั้งเมื่อใบหน้าของเขาซุกลงไปตรงกลางหว่างขาของเธอที่กลีบเนื้อหนานุ่มถูกปลายนิ้วแหวกให้แยกออกจากกันรออยู่ เขาทั้งดูดทั้งเลียอยู่ในนั้นอย่างเมามันจนเด็กสาวดิ้นพราดๆพร้อมส่งเสียงร้องโหยหวนออกมา
นานจนเด็กสาวแทบขาดใจ เขาก็ผละออกไป เด็กสาวโล่งอก คิดว่าจะมีโอกาสหายใจได้ทั่วท้อง แต่เมื่อลืมตาขึ้นมาดู ก็ต้องเบิกตากว้างขึ้นด้วยความใที่เพิ่มขึ้นมาอีกหลายเท่า