ตำนานแม่ทัพจักรพรรดิสยบใต้หล้า

    ตอนที่ 5 บรรลุขั้นหลอมรวมภายในครึ่งวัน

    คำกล่าวนี้ดูเหมือนจะไม่ได้เข้าใจอะไรมากนักสำหรับโคเขาไม่รอช้ายกนิ้วแม่มือขึ้นมากัดจนเป็นรอยแผลแม้ไม่เล็กเท่าไรนักแต่ก็เพียงพอที่จะเรียกหยาดโลหิตให้ออกมาได้และทันทีที่หยดโลหิตไหลลงพระทบกับผลึกทักษะโลหิตก็บังเกิดขึ้นเป็นแรงกดดันอันมหาศาลปะทุออกมา
    “เข้าใจได้ไวนี่ นั่นละคือวิธีใช้มัน”เคแกนยกยิ้ม
    แต่ไม่ใช่สำหรับโคบัดนี้ใบหน้าของเขาพลันบิดเบี้ยวหากไม่ใช่ว่าเขาคือมหาจักรพรรดิในอดีตคงมิวายที่จะลงไปคุกเข่ากับพื้นนานแล้วแต่เพราะเหตุอันใดก็ไม่ทราบที่ว่าแรงกดดันระดับนี้มันเพียงพอหรืออาจจะสูงกว่าเขาในอดีตเลยด้วยซ้ำแต่โคกลับจะต้านทานมันไม่ได้แม้ไม่ง่ายนักแต่ก็เรียกว่าไม่ได้ลำบาก
    “ท่านพ่อสิ่งนี้คือ”โคเอ่ยถามออกมา
    “นั่นคือแรงกดดันตกค้างที่พ่อได้ใส่เอาไว้อย่างน้อยมันจะช่วยเป็นด่านป้องกันอีกชั้นหนึ่งสำหรับวิชาที่ล้ำค่านี้ของตระกูล”
    “เป็นเช่นนั้นทำไมท่านไม่บอกข้าก่อนนี่ท่านคงไม่ได้หวังที่จะรังแกข้าหรอกนะ”เป็นอย่างที่โคกล่าวทุกประกายเพราะกดดันระดับนี้มันเพียงพอที่จะบดขยี้จิตใจเด็กวัย 5 ขวบให้ตกตายได้อย่างแท้จริง
    สิ้นเสียงของโคเคแกนก็หัวเราะออกมาดังลั่นนี่ดูเหมือนว่าโคกำลังเอ่ยสิ่งใดที่ดูตลกที่สุดในโลกออกมาอย่างไรอย่างนั้น
    “พ่อจะบอกอะไรให้นะว่าคนของตระกูลชาฮานทุกคนนั้นเกิดมาพร้อมกับดวงจิตที่แข็งแกร่งกว่าธรรมดาทั่วไปหลายสิบเท่าหนำซ้ำยังถูกขัดเกลาให้สูงขึ้นอย่างไม่รู้ตัวอีกเท่ากลางแรงกดดันที่ปลดปล่อยออกมาของพวกทหารในการฝึก”
    “เป็นเช่นนั้น”นี่ถือว่าเป็นข้อไขสิ่งที่โคสงสัยได้เป็นอย่างดีว่าเหตุใดเขาจึงสามารถรองรับหรือต้านทานแรงกดดันได้มากขึ้นเพราะตั้งแต่ต้นจนจบที่โครับแรงกดดันเมื่อครู่เขาไม่รู้สึกถึงจิตคุกคามจริงๆและที่ใบหน้าแสดงอาการปั้นยากขึ้นมาก็เพราะเหตุใดแรงกดดันที่ปะทุออกมาจึงมีมากมายเท่าหรือมากกว่าเขาและทำไมบิดาของเขาจึงส่งของอันตรายเช่นนี้มาให้
    “เช่นนั้นในเมื่อลูกปลดปล่อยมันออกมาจากพันธนาการแล้วก็จงรักษามันเอาไว้ให้ดีและที่สำคัญหนึ่งคืนนั่นคือเวลาที่ลูกจะต้องแสดงพรสวรรค์ออกมาหลังจากที่ฝึกมัน”เคแกนหัวเราะหล้าแต่น้ำเสียงที่ดังออกมานั้นเต็มไปด้วยความวิตกอยู่หลายส่วนนั่นแปลว่าหากเขาจากกับบุตรชายตัวเองแล้วโทษทัณฑ์ที่ทำไว้นับว่าต้องได้รับการสะสาง
    โคไม่เอ่ยอะไรออกมาก่อนที่เขาจะรีบวิ่งไปที่ๆหนึ่งที่เขาเคยสำรวจตระกูลเอาไว้ครั้งที่ยังอยู่ภายใต้การดูแลของดาเวนที่ไม่สามารถขัดใจหรือเอ่ยห้ามเขาได้โดยมันเป็นสถานที่รกร้างของตระกูลที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากตำหนักไข่มุกสวรรค์มากนักแต่ก็เรียกได้ว่าเป็นเขตนอกสุดของตระกูลก็มิปาน
    “ถ้าข้าไม่ทำอะไรสักอย่างกับต้นหญ้าพวกนี้ข้าคงต้องบ้าตายเป็นแน่”โคเอ่ยขึ้นมาแต่เขาก็ไม่คิดจะทำอะไรกับมันจริงๆเพราะสิ่งสำคัญที่ถืออยู่นับว่าดึงความสนใจทั้งหมดของเขาได้เป็นอย่างดีโดยที่โคเรียกมาฝึกตรงนี้ก็เพราะว่าเป็นสถานที่ที่ไม่ค่อยมีใครสนใจเพราะดินที่เสียจนเกินบรรยายกอปรกับภูมิทัศที่ไม่ดูดีเท่าใดนักและถ้าไม่ใช่เพราะที่ตรงหน้าอัดแน่นด้วยพลังเวทย์อยู่ในชั้นบรรยากาศกว่าปกติทั้ง 2 เท่าเขาก็คงไม่มาหรอก
    ไม่รอช้าทันทีที่เขาจัดสถานที่เรียบร้อยถึงจะไม่ได้ทำอะไรมากโคก็บีบผลึกให้แตกออกมาทันทีและความรู้มากมายก็วิ่งเข้าหัวของเขาอย่างไม่คาดเสียแม้จะเจ็บปวดอยู่บ้านแต่รอยยิ้มบนใบหน้าของเขากลับเผยออกมาอย่างไม่ขาดสาย
    “ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม ดูเหมือนว่าหลายหมื่นปีที่ข้าจะโลกใบนี้ใบวิชามากมายต่างถูกพัฒนาขึ้นอย่างนั้นสินะ”โคกรู่ร้องในใจอย่างปลื้มปริเรียกได้ในชาติก่อนความรู้ในหัวเกี่ยวกับทักษะวิชานั้นมีมากเกินคณานับขนาดวิชาที่สหายของเขาฝึกฝนยังถูกเขาล่วงรู้จนแจ่มแจ้ง
    โดยวิชาตระกูลชาฮานมันเป็นที่ใช้วิชาเสริมกำลังเป็นตัวตั้งฐานที่สามารถเพิ่มพลังกายให้ผู้ใช้ขึ้นเป็นเท่าตัวแต่กลับอาศัยหลักการพลังของธาตุโลหิตเข้าเสริมจนบีบบังขับให้ร่างกายสามารถรองรับพลังของวิชาได้มากขึ้นนั่นก็จะหมายความว่าหากวิชาที่เสริมกำลังเป็นวิชาเดียวกันที่เพิ่มพลัง 5 เท่าแต่วิชาที่เสริมธาตุโลหิตขึ้นไปจะทวีพลังขึ้นเป็น 10 เท่า
    “มันเป็นวิชาที่ทรมานร่างกายตัวเองยิ่งนักแต่ก็นะผลข้างเคียงของธาตุโลหิตแม้จะทำลายร่างกายอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้หนักหนาเท่าวิชาอื่นเพราะมันมุ่งเน้นด้านการทำลายแรงกายและแรงใช้ของผู้ใช้ไม่แปลกเลยที่วิชานี้จะทรงอำนาจเมื่อมาอยู่ในเมื่อของคนตระกูลชาฮาน”
    “เคล็ดราชันจักรพรรดิหมื่นสรภูมิ”และนี่คือชื่อของมันโดยวิชานี้แบ่งออกมาทั้งหมดเป็น 3 หลักและแต่ละขั้นหลักจะเต็มไปด้วย 3 ขั้นย่อยซึ่งแต่ละขั้นย่อมนี้ความแตกต่างของพลังย่อมชัดเจนเป็นอย่างยิ่งที่ไม่ต้องพูดถึงขั้นใหญ่ระยะห่างของมันมากมายนัก
    ถึงอย่างนั้นไปโคจะมากไปก็เห็นทีจะไม่ได้อะไรเพราะอย่างน้อยๆเขาจำเป็นที่จะต้องฝึกวิชาขั้นพื้นฐานให้สำเร็จเสียก่อนซึ่งความน่าแตกตื่นก็ฉายชัดขึ้นมาบนใบหน้าของโคเพราะเคล็ดวิชานี้ล้วนเหนือชั้นกว่าวิชาทั้งหมดที่โคมี
    ไม่รอช้าโครีบนั่งลงทำสมาธิอย่างถึงที่สุดเมื่อซึมซับพลังที่ออกมาจากผลึกที่แตกออกดูเหมือนว่านี่จะไม่ใช่แค่เพียงความรู้ที่ไหลเข้ามาแล้วแม้แต่กลิ่นอายที่แท้จริงของวิชายังถูกปลดปล่อยเพื่อให้ล่วงรู้ถึงความจริงของแก่นวิชา“ของพวกนี้มันช่างอำนวยความสะดวกยิ่งนัก”
    การฝึกของโคทั้งรวดเร็วและบ้าคลั่งเขาฝึกฝนจนเลยเวลาอาหารเย็นกระทั้งฟ้านั้นมืดลงร้อนถึงบิดามารดาที่ต้องออกตามหาและมีหรือตัวตนระดับจักรพรรดิมนตรา 2 คนจะตามหาเด็กเพียงคนเดียวไม่เจอแค่เพียงแพร่สัมผัสของเคแกนออกไปคราเดียวย่อมครอบคลุมทั้งตระกูลและล่วงรู้
    และเกิน 10 สิบอึดใจร่างของคู่สามีภรรยาก็มาปรากฏอยู่เบื้องหน้าเด็กน้อยแล้วแต่ถึงกระนั้นโคที่หลุดเข้าไปในกระบวนความคำถึงวิชามีหรือที่จะรู้ตัวและนี่อาจจะเป็นความผิดพลาดที่สุดครั้งหนึ่งของเขาต้องแต่เกิดใหม่ก็ได้ที่ประเมินความสนใจของตัวต่ำเกินไปจนไร้ซึ่งการป้องกันเช่นนี้
    “บ้าไปแล้ว เหตุใดเขาจึงเข้าถึงวิชาได้ถึงระดับนี้ได้ตั้งแต่วันแรก”เคแกนหลุดอุทานออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดังตะลึงอย่างแท้จริงตัวของเขาประสบพบเจอผู้คนมาแล้วก็ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคนผู้เยาว์ที่มีพรสวรรค์ก็ผ่านตามาเยอะแต่ไม่มีเด็กคนใดที่สามารถเทียบโคได้แม้แต่ตัวเขาเองในอดีต
    “ท่านพี่ข้าว่าเราควรจะรอเขาอยู่ที่นี่ก่อนดีหรือไม่”ทาเนียเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้ม
    “ดี ข้าอยากจะรู้เหลือเกินว่าเขาจะบรรลุได้ไปถึงระดับใดกัน”เคแกนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ถูกแทรกแซงไปด้วยความปลื้มปริติอย่างเห็นได้ชัด
    สิ่งระดับการรู้แจ้งในวิชานั้นแบ่งออกมาเป็น 4 ขั้นได้แก่ แรกเริ่ม เชี่ยวชาญ รู้แจ้งและหลอมรวมถึงในตอนนี้โคได้บรรลุถึงสภาวะรู้แจ้งเป็นที่เรียบร้อยแล้วแม้จะเป็นเพียงขั้นพื้นฐานของวิชาก็ตามทีแต่ก็นับได้ว่าสร้างความแตกตื่นได้เป็นวงกว้างที่เรื่องนี้ถูกเผยแพร่ออกไป
    ในห้วงจิตสำนึกของโคความเข้าใจในวิชานับร้อยนับพันที่มันมีอยู่ล้วนเป็นพื้นฐานความเข้าใจให้เขาได้เป็นอย่างดีถึงวิชานี้จะมีระดับที่สูงส่งแต่นั่นก็เพียงขั้นสุดท้ายส่วนขั้นแรกนะหรือ....ชั่งง่ายดายยิ่งนัก
    จากนั้นกาลเวลาก็ผ่านไปได้ประมาณ 2 ชั่วโมงแรงกดดันมหาศาลก็โพยพุ่งขึ้นมาราวกับเขื่อนแตกพลันส่งพลันให้ 2 จักรพรรดิมนตราผู้ยิ่งใหญ่ต้องเข้าสู่สภาวะพร้อมรบอย่างฉับพลัน
    “เกิดอะไรขึ้นกันแน่”ทาเนียเอ่ยขึ้นมา
    แต่ไม่ใช่กันเคแกนที่เข้าใจในวิชานี้เป็นอย่างดี“บัดซบสภาวะหลอมรวมเป็นไปได้ยังไง”
    ซึ่งวิชาโดยทั่วไปก่อนเข้าสู่ขั้นต่อไปจาก 1 เป็น 2 แล้วไม่จำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจถึงระดับ 4 แค่ 2 ก็เพียงพอต่อการฝึกในระดับต่อไปเพียงแต่เมื่อใดที่ผู้ฝึกวิชาขั้นที่ 2 สามารถยกรับระดับความใจในขั้นวิชาที่ 1 ได้พลังและความรุนแรงของขั้นที่ 2 ก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

    จึงไม่แปลกอันใดที่พวกนักเวทย์จำนวนมากจากฝึกวิชาจนไปถึงขั้นสูงสุดก่อนและค่อยๆมาเก็บระดับความเข้าให้ถึงระดับ 4 แต่ไม่ใช่กับโคเขาสามารถทำความเข้าใจวิชาได้ถึงขั้นหลอมรวมภายในไม่ถึงครึ่งวันหากนี่ไม่ได้เรียกว่าเขาคืออัจฉริยะแล้วพวกเด็กอื่นๆละจะเรียกว่าอะไร?