บทแห่งเด็กชายในหุบเขา
ตอน "เผยร่าง"
เพดานโถงถ้ำสั่นไหวอย่างรุนแรง เกิดรอยแตกร้าววิ่งเป็ทางยาวคล้ายใยแมงมุม เสียงหินแตกลั่นดัง เปรี๊ยะปร๊ะ พร้อมกับฝุ่นผงและเศษหินที่ร่วงกราวลงมา ทันใดเพดานถ้ำที่สูงเกือบยี่สิบวาก็รับน้ำหนักของบางสิ่งไม่ไหว ร่วงถล่มลงมาทันที
เสียงหินตกแตกกระแทกพื้นดังครืนโครม พื้นถ้ำสั่นไหวจนพวกของแสนยืนตัวไว้ไม่อยู่ ล้มทรุดลงหมอบราบแนบกับพื้น โชคดีที่พวกเขาก้าวพ้นออกมาจากแนวโถงถ้ำได้อย่างฉิวเฉียด ไม่อย่างนั้นคงได้ถูกเพดานหินร่วงทับจนไม่เหลือชิ้นดี
โถงถ้ำที่เคยมืดมิด บัดนี้กลับโล่งแจ้งจนมองเห็นท้องฟ้ากว้าง ลมฝนภายนอกนั้นหายไปั้แ่เมื่อไรก็ไม่รู้ แสงดาวที่เคยถูกเมฆดำบดบัง บัดนี้ก็ส่องสว่างลงมา จนมองเห็นฝุ่นควันสีขาวลอยคละคลุ้ง
และเมื่อฝุ่นควันจางลงอย่างช้าๆ นอกจากกองหินที่ถล่มทับร่างของเ้างูั์ไว้แล้ว สิ่งที่ปรากฏต่อหน้าของทุกคนก็คือ
‘คางคก’ ร่างมหึมายิ่งกว่าเ้างูั์ ลำตัวอ้วนป้อมสีม่วงอมแดง มีปุ่มก้อนตะปุ่มตะป่ำทั่วทั้งร่างที่สูงขึ้นไปกว่ายี่สิบวา บนส่วนยอดสุดของศีรษะนั้นมีสองตากลมโตเปล่งรัศมีสีเหลืองทองอร่ามตั้งอยู่ คางคกร่างมหึมานั้นนั่งอย่างองอาจอยู่บนกองซากเศษหิน
“อะไรกันอีกวะเนี่ย~~” อินร้องเสียงหลง
คางคกมหาั์หันหน้ามาตามเสียง ก่อนจะกะพริบเปลือกตาปลิบๆ
“อ้าว!... ยังอยู่ในถ้ำกันรึ คิดว่าออกไปกันแล้วซะอีก” คางคกั์เอ่ยออกมาเป็เสียงชายหนุ่ม ฟังนุ่มละมุนขัดกับรูปร่าง
ทั้งห้าคนต่างตื่นตะลึงหนักขึ้น เมื่อได้ยินภาษาคนดังมาจากปากของคางคกั์
“คางคกพูดได้~~นี่ข้ากำลังฝันอยู่รึไงวะ?” อินพูดแล้วก็ตบหน้าตัวเองดังฉาด
“เจ็บจริงแฮะ...แสดงว่าไม่ใช่ความฝันสิเนี่ย--”
“นี่มันอะไรกัน นอกจากงูั์แล้วยังจะมีคางคกั์ด้วยอีกรึ เกิดอะไรขึ้นในป่าแห่งนี้กันแน่” สิงห์คำพูดขึ้นอย่างตื่นตระหนก
“ผีป่า! นี่ต้องเป็ผีป่าแน่ พวกเราต้องเผลอไปทำอะไรลบหลู่เ้าป่าเ้าเขาเข้าแน่ๆ ท่านถึงได้ส่งผีป่าตัวนี้มาลงโทษพวกเรา” อินพูดลิ้นระรัว
“เ้าจะได้โดนลงโทษจริงๆ แน่ หากยังขืนเรียกข้าว่า ผีป่า อีกครั้ง” คางคกั์เอ่ยอย่างทีเล่นทีจริง
“!!! ล-แล้วไม่ใช่ผีป่าหรอกเหร-” จั๋นรีบโผเข้ามาเอามือปิดปากอินไว้ทันที
“หากเอ็งยังไม่รีบหุบปาก ข้านี่แหละจะกระทืบเอ็งให้ฟันร่วงเดี๋ยวนี้เลย” จั๋นตาเขียวปั้ดยืนยันว่าเขาพร้อมจะทำจริง
สิงห์คำลุกขึ้นยืนช้าๆ “เช่นนั้นแล้ว...ท่านคือสิ่งใดกันเล่า?” เขาถามขึ้นอย่างกริ่งเกรง
มุมปากกว้างนั้นยกขึ้นคล้ายรอยยิ้ม “ข้าเป็ใครหรือสิ่งใด พวกเ้าไม่จำเป็ต้องรู้หรอก” เขาพูดแล้วก็เบือนหน้าไปทางแสน
“แล้วก็เลิก ‘แอบมอง’ ข้าสักทีเถอะเด็กน้อย หากข้าไม่้าให้ใครเห็น ต่อให้เป็เ้าซึ่งมี ‘ทิพยจักษุ’ ก็ไม่มีทางมองเห็นได้หรอก”
‘!!! เขารู้ว่าข้ากำลังเพ่งมองเขาอยู่รึ?’ แสนคิดอย่างตกตะลึง
[พบคลื่นสัญญาณรบกวน]
* * *
[ระบบตรวจสอบถูกปิดกั้น]
* * *
คางคกั์ยังคงจ้องมองมาที่แสน ปากกว้างนั้นเผยอแย้มขึ้น
“เคยได้ยินชื่อเสียงมานาน ไม่นึกเลยว่าจะได้พบกับท่านในร่างเด็กน้อยเยี่ยงนี้ น่าเสียดายนัก ข้าเคยคิดอยากจะวัดฝีมือกับท่านเสียด้วยสิ สงสัยจะไม่มีโอกาสนั้นแล้วล่ะ...น่าเสียดายจริงๆ” คางคกั์พูด
“???” แสนรู้สึกแปลกใจกับคำพูดของคางคกั์ แต่ต้องแปลกใจยิ่งกว่าเมื่อถูกเ้าลายเบียดตัวเข้าหา มันกำลังตัวสั่นอย่างหวาดกลัว ผิดวิสัยห้าวหาญที่มันเคยเป็
“เ้าไม่ต้องกลัวข้าขนาดนั้นหรอกเ้าเสือน้อย ข้าไม่ได้มาร้าย ข้ามาเพื่อสะสางงานที่ทำค้างอยู่ก็เท่านั้น” คางคกั์พูดต่อ
แต่เหมือนเ้าลายจะยังไม่คลายความกลัว มันถดตัวแอบไปอยู่ด้านหลังของแสน ตอนนี้ดูคล้ายแมวน้อยมากกว่าเสือโคร่งเ้าป่า
ขณะที่ทุกคนกำลังสับสนกันอยู่นั้น กองหินใต้ร่างของคางคกั์ก็สั่นไหวขึ้น ก่อนจะถูกกระทุ้งดันอย่างแรงจากด้านล่าง จนกองเศษหินพุ่งกระเด็นลอยขึ้นมาพร้อมกับเ้างูั์ที่โผล่ชูคอสูง
“ฟ่อ!!!” มันส่งเสียงขู่ และพยายามยืดตัวให้สูงที่สุด แม้จะได้เพียงแค่ครึ่งของคางคกั์ก็ตาม
“!!!” ทุกคนต่างตกตะลึง เมื่อมองไปเห็นว่า ดวงตาข้างซ้ายของงูั์ที่เคยบอดสนิทด้วยฝีมือของเ้าลาย บัดนี้กลับคืนหายเป็ปกติแล้ว!
“ตาของมัน!!! ทำไม???” แสนพูดขึ้นอย่างใ
คางคกั์มองจ้องสัตว์ไม่มีตีนตรงหน้าอย่างพิจารณา “ความลับของมันต้องอยู่ที่หินก้อนนั้นเป็แน่ มันคือสิ่งที่คอยปกป้องและมอบพลังฟื้นฟูให้แก่เ้าสัตว์ประหลาดตัวนี้รึ?...มันคืออะไรกันแน่นะ?”
และเพื่อหาคำตอบให้สิ้นสงสัย ร่างมหึมาสีม่วงอมแดงก็ก้าวเข้าหางูั์ทันที
แม้จะตัวเล็กกว่า แต่เ้างูั์กลับเลือกที่จะสู้มากกว่าถอย มันปลดข้อต่อขากรรไกรจนอ้าปากได้กว้างอย่างเหลือเชื่อ ก่อนจะพุ่งฉกเข้างับร่างมหึมาตรงหน้าอย่างรวดเร็ว
คางคกั์เบี่ยงส่วนหนาของร่างกายเข้ารับคมเขี้ยวที่ประกบลงมาด้วยท่าทางไม่ใยดี
ร่างอ้วนป้อมที่ดูนุ่มนิ่มนั้น ที่แท้แล้วกลับอุดมด้วยกล้ามเนื้อหนาแน่น จนแม้คมเขี้ยวขนาดเท่าแขนเด็กก็ยังไม่สามารถเจาะผ่านได้ เ้างูั์เพิ่มกำลังกดงับมากยิ่งขึ้นก็ยังไม่มีผล แต่มันไม่คิดยอมแพ้ มันตวัดร่างขึ้นม้วนพันหมายบีบรัดศัตรูให้แหลกเหลว
“น่ารำคาญเสียจริง!” คางคกั์เอ่ยขึ้น ก่อนจะขับไอน้ำพวยพุ่งออกมาจากปุ่มปมทั่วร่างกาย
ทันทีที่งูั์ััถูกไอน้ำ ร่างของมันก็คลายวงรัดออก และสะบัดดิ้นลงกับพื้นราวกับถูกน้ำร้อนลวก
“เ้าเคยแต่พ่นพิษใส่ผู้อื่น พอเจอพิษของข้าเข้าไปก็ทนไม่ได้แล้วรึ”
พูดแล้วเขาก็ใช้เท้าหน้าที่มีนิ้วยาวเป็พังผืด คว้าจับปลายหางของงูั์ และกระชากร่างยาวนั้นยกลอยขึ้น ก่อนจะเหวี่ยงฟาดลงกับพื้นอย่างแรง
ตูมมม!!
เสียงท่อนหัวของงูั์กระแทกพื้นดังสนั่นหวั่นไหว เศษหินบนพื้นแตกกระจายพุ่งกระเด็นไปทั่วทิศทาง หินก้อนใหญ่หลายสิบก้อนพุ่งลอยมาทางกลุ่มของแสนราวกับลูกศร
“ฉิบหายแล้ว!!!” อินร้องขึ้นดังกว่าใคร
ฉับพลันเบื้องหน้าของพวกเขาก็บังเกิดม่านแสงสีทองรูปรัศมีแปดแฉกขึ้น มันสะกัดกั้นก้อนหินเ่าั้ไว้ราวกับเป็กำแพงแก้ว
“!!!” กลุ่มของแสนรอดชีวิตอีกครั้งอย่างไม่รู้สาเหตุ
“ระวังหน่อยสิ ท่านเกือบทำคนพวกนี้าเ็โดยไม่จำเป็อีกแล้วนะ” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากเบื้องบนนอกถ้ำ
เหนือขึ้นไปภายนอกถ้ำ ชายในร่างโปร่งแสงกำลังยืนลอยอยู่กลางอากาศ ทั้งร่างของเขาเปล่งประกายสีทองระยิบระยับอยู่ท่ามกลางท้องฟ้ามืด เขาลอยลดระดับลงมายังพื้นถ้ำช้าๆ
‘ร่างประกายสีทองแบบนี้ช่างคุ้นตานัก คล้ายกับที่เคยเห็นในความฝันเมื่อตอนนั้นเลย’ แสนคิดพลางเพ่งมองร่างนั้น
[พบคลื่นสัญญาณรบกวน]
* * *
[ระบบตรวจสอบถูกปิดกั้น]
* * *
เป็เช่นเดียวกับคางคกั์ แสนอ่านค่าใดๆ ของร่างประกายสีทองนี้ไม่ได้เลย
คางคกั์ส่งยิ้มกว้างให้กับร่างโปร่งจางเบื้องหน้า “ขอโทษที อยู่ในร่างนี้แล้วข้ากะแรงไม่ค่อยถูก” น้ำเสียงเขายังทีเล่นทีจริง
“อย่ามัวแต่เล่นสนุกอยู่เลย รีบจัดการมันเสียทีเถอะ ท่านลงมือประเจิดประเจ้อถึงขั้นนี้แล้ว ก็อย่าให้มันหนีรอดไปได้เหมือนดังคราวก่อนอีกก็แล้วกัน”
คางคกั์เมื่อได้ฟังคำพูดแทงใจดำ แววตาของเขาก็พลันเปลี่ยนไป เขาปล่อยมือ(เท้าหน้า)จากหางของงูั์ ที่ตอนนี้เกล็ดสีดำบนตัวหลุดร่วงไปเกินกว่าครึ่ง ร่างทั้งร่างดูอ่อนปวกเปียกราวเชือกกล้วย
“ครั้งนี้รับรองเลยว่า ข้าไม่ปราณีมันอีกแน่!” ว่าแล้วคางคกั์ก็ยกเท้าขึ้นกระทืบใส่หัวของงูั์เต็มแรง
ตูมมม!!!
หัวขนาดเท่าเล่มเกวียนถูกกระทืบจมหายลงไปในพื้นดิน ร่างยาวของงูั์บิดหงายสั่นกระตุก ก่อนจะคลายตัวอย่างช้าๆ และแน่นิ่งลง
การต่อสู้ของสัตว์มหึมาจบลงอย่างง่ายดาย แต่สำหรับคนที่เฝ้าดูแล้วมันกลับสร้างความตะลึงพรึงเพริศ จนแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่มองเห็น
“ทีนี้ก็ไปดูกันซิว่า ไอ้หินก้อนนั้นมันคืออะไรกันแน่” คางคกร่างั์พูดก่อนจะยกเท้าขึ้นจากหัวที่แน่นิ่งของงูั์ แล้วเยื้องย่างตรงไปยังหลุมยุบเบื้องหน้า เขายื่นเท้าพังผืดลงไปคว้าจับก้อนหินประหลาดสีดำขึ้นมาถือไว้
“!!!”
แล้วพลันเขาก็ปล่อยหินทิ้งร่วงลงจากฝ่ามือ(ฝ่าเท้า)
“อะไรกันเนี่ย! ิัข้าที่ไม่ระคายแม้แต่พิษของนาคา กลับแสบร้อนยิ่งนักเมื่อัักับหินก้อนนี้” น้ำเสียงคางคกั์ตื่นตระหนกขึ้น
“เช่นนั้นก็ควรทำลายมันให้สิ้นซากไปเสียเลยดีกว่า!” ชายร่างประกายสีทองเอ่ยขึ้น
สิ้นคำของเขา ก็เกิดฟ้าแลบแปลบปลาบขึ้นบนท้องฟ้ามืด
ครืน!! เปรี้ยง!!
สายฟ้าเส้นหนึ่งฟาดลงมาใส่ก้อนหินนั้นอย่างแม่นยำ
แต่ก้อนหินนั้นกลับไม่บุบสลาย! มีเพียงควันสีดำลอยคลุ้งขึ้นมาแทน
“!!! เป็ไปไม่ได้! สายฟ้าของข้าทำลายมันไม่ได้รึ!” ร่างโปร่งจางเอ่ยขึ้น
ชายร่างโปร่งจางลอยเลื่อนเข้าไปใกล้ ก่อนก้มลงเอื้อมมือัักับก้อนหินประหลาดสีดำ เพียงพริบตาเดียวเขาก็กระตุกดึงมือออกทันที
“!!! ก้อนหินนี้มีพลังความมืดลึกล้ำนัก เพียงแค่ัั มันก็ดูดกินแสงทิพย์จากร่างของข้าทันที” เขาพูดขึ้น
“ท่านคิดว่าสิ่งนี้มันคืออะไร? มันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร? และมันเกี่ยวข้องอะไรกับเ้างูั์นั่น?” คางคกั์เอ่ยถาม
“... มันคืออะไรข้าก็ยังไม่รู้ แต่มันน่าจะร่วงตกลงมายังถ้ำแห่งนี้เมื่อแปดปีก่อน พร้อมกับ...” เขาหยุดพูดและชำเลืองมองมายังแสนวูบหนึ่ง
“ส่วนเ้างูนั่น ข้าคิดว่ามันน่าจะบังเอิญถูกไอมืดของก้อนหินนี้เปลี่ยนสภาพจนกลายเป็งูั์ไป... ก้อนหินลึกลับนี้มันมีอำนาจอะไรซ่อนอยู่อีกบ้างก็ยังไม่อาจรู้ได้...
...แต่ข้ามั่นใจว่า หินประหลาดแบบนี้ไม่น่าจะมีเพียงก้อนเดียว แปดปีที่ผ่านมา ข้ารู้สึกได้ถึงภัยพิบัติที่กำลังก่อตัวขึ้นหลายแห่งบนแผ่นดินนี้ บัดนี้อุตส่าห์หาจนพบได้หนึ่งแล้ว แต่ก็กลับไม่สามารถทำลายมันลงได้เสียนี่...”
“ข้าไม่เชื่อหรอกว่า บนโลกนี้จะมีอะไรที่ท่านกับข้าร่วมมือกันแล้วทำไม่ได้ ท่านจงถอยออกไปบัดเดี๋ยวนี้”
คางคกั์พูดแล้วก็ย่างก้าวเข้ามาอย่างหนักแน่นจนพื้นดินะเื กระพุ้งแก้มทั้งสองข้างโป่งพองขึ้น ก่อนจะเป่าพ่นลูกไฟขนาดใหญ่ออกมา
ตูมมม!!!
หินก้อนนั้นถูกไฟลุกท่วมไปทั้งก้อน แต่ก็เพียงแค่ครู่เดียว เปลวไฟร้อนแรงที่ลุกโชนอยู่ก็ถูกดูดหายลงไปในผิวขรุขระสีดำนั้นทันที
“!!!”
และในขณะที่ทั้งสองกำลังจดจ่อกับหินก้อนนั้นอยู่ ร่างของงูั์ที่นอนแน่นิ่งอยู่ด้านหลังของพวกเขาก็เคลื่อนไหว มันยกหัวยับเยินขึ้นจากพื้นดินอย่างเงียบเชียบ ก่อนที่จะพุ่งเลื้อยไปยังทั้งสองอย่างรวดเร็ว
แม้ไม่ทันได้ตั้งตัว แต่ทั้งสองก็ไม่อ่อนด้อยจนสามารถลอบทำร้ายได้ เพียงแค่งูั์ขยับ พวกเขาก็เหินร่างหลบฉากออกไปอย่างรวดเร็วกว่า
แต่พวกเขาคาดผิด เป้าหมายของงูั์ไม่ใช่พวกเขา มันอ้าปากงับใส่หินก้อนนั้นแทน และมันก็รีบกลืนกินหินทั้งก้อนลงท้องไปทันที
“!!!”
เพียงเสี้ยววินาทีต่อมา ท้องของเ้างูั์ก็บวมเป่งขึ้น พร้อมกับมีหมอกควันสีดำล้นทะลักพวยพุ่งออกมาจากปากของมัน...!
...............................
...............................