ทะลุมิติไปรวยในยุค 70 ด้วยห้างสรรพสินค้าส่วนตัว

    ตอนที่ 39 : เงินจากปักกิ่ง

    ตอนที่ 39 : เงินจากปักกิ่ง

    เช้าวันรุ่งขึ้น ลู่ชิงเหอยังไม่ได้ส่งเอกสารให้หลินซูเหยาดู

    ข้อมูลที่เขาบอกเธอเมื่อวานเป็นเพียงข้อความส่วนที่อ่านได้ชัด ส่วนที่มาของเงิน ผู้รับเงิน และช่วงเวลาการจ่ายยังต้องตรวจสอบให้แน่ชัดเสียก่อน

    ยอดเงินแต่ละงวดไม่ได้มากพอจะใช้เลี้ยงดูคนทั้งครอบครัว แต่สม่ำเสมอพอจะจูงใจให้คนในหมู่บ้านรับงานง่าย ๆ อย่างคอยสังเกตและส่งข่าว

    ยิ่งเห็นรูปแบบการจ่าย ลู่ชิงเหอยิ่งระวังการใช้คำว่า “ผู้สั่งตัวจริง”

    คนจ่ายเงินอาจอยู่ไกล คนรับเงินอาจรู้เพียงงานของตัวเอง ส่วนความผิดของแต่ละคนต้องแยกตามสิ่งที่ลงมือทำจริง

    ในแฟ้มเดียวกันยังมีใบรับค่าเดินทางและค่าใช้จ่ายเล็กน้อยซึ่งไม่เกี่ยวกับการเฝ้าดูหลินจิ้นกั๋ว ลู่ชิงเหอจึงสั่งให้แยกเอกสารเหล่านั้นออกจากชุดสรุป

    ถ้าต้องอธิบายเรื่องนี้ให้หลินซูเหยาฟัง เขาไม่ต้องการยื่นกระดาษทุกแผ่นให้เธอ แล้วปล่อยให้เธอสับสนว่าเอกสารฉบับใดยืนยันเรื่องใดกันแน่

    เจ้าหน้าที่ฝ่ายเอกสารนำรายการจ่ายเงินที่เรียงตามวันที่แล้วมาวางตรงหน้าเขา

    “ไม่ได้จ่ายเท่ากันทุกเดือนครับ บางครั้งเว้นไปสองเดือน แต่บางช่วงกลับจ่ายถี่ขึ้น”

    ลู่ชิงเหอไล่ดูวันที่ทีละบรรทัด

    “ช่วงที่จ่ายถี่ขึ้นเกิดอะไรขึ้น?”

    “มีคนจากนอกพื้นที่ผ่านเข้ามาในหนานซานครับ วันที่ไม่ตรงกันทุกครั้ง แต่หลายงวดอยู่ใกล้กันมาก”

    ข้อมูลนี้ยังไม่พอจะระบุว่าคนต่างถิ่นเหล่านั้นเป็นใคร แต่ทำให้เห็นชัดขึ้นว่า เงินไม่ได้ถูกส่งมาเพื่อช่วยเหลือญาติหรือเลี้ยงดูใคร

    เงินถูกจ่ายตามการรายงานเหตุการณ์

    กระดาษสามแผ่นระบุที่มาของเงินอยู่สองแบบ บางแผ่นเขียนว่า “ปักกิ่ง” ส่วนบางแผ่นใช้คำว่า “เมืองหลวง” ผู้จ่ายไม่ลงชื่อเต็ม และผู้รับบางงวดมีเพียงอักษรย่อ

    เมื่อนำวันที่จ่ายเงินไปเทียบกับข้อความที่พบก่อนหน้านี้ งวดที่จ่ายถี่ขึ้นมักอยู่ใกล้กับคำสั่งให้รีบส่งข่าว หากมีคนจากเครือข่ายเก่าของหลินจิ้นกั๋วมาติดต่อ

    ผู้จ่ายไม่ได้ต้องการรู้ว่าหลินจิ้นกั๋วทำมาหากินอย่างไร หรือใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวแบบไหน เขาต้องการรู้เฉพาะความเคลื่อนไหวที่อาจเชื่อมหลินจิ้นกั๋วกลับไปยังปักกิ่ง

    เอกสารอีกแผ่นหนึ่งมีข้อความเพิ่มขึ้นมา

    “หากเตรียมเดินทางกลับ ให้ถ่วงไว้ก่อนจนกว่าจะมีคำสั่งใหม่”

    ลู่ชิงเหอมองคำว่า “ถ่วง” อยู่ครู่หนึ่ง

    เอกสารยังไม่ตอบว่าใครเป็นคนออกคำสั่ง และไม่ได้บอกว่าต้องใช้วิธีใดขัดขวางการเดินทาง แต่ยืนยันได้แล้วว่า การเฝ้าดูหลินจิ้นกั๋วไม่ได้เกิดจากความอยากรู้อยากเห็นของญาติในหมู่บ้าน

    มีคนจากปักกิ่งจ่ายเงินให้ทำเรื่องนี้

    “ตรวจพบหรือยังว่าเงินถูกส่งถึงใครบ้าง?” ลู่ชิงเหอถาม

    เจ้าหน้าที่เลื่อนกระดาษอีกชุดเข้ามาใกล้

    “มีใบหนึ่งระบุคำว่า ‘ต้าจวง’ ไว้ในช่องผู้รับครับ วันที่ตรงกับงวดจ่ายพอดี แล้วคนขนของก็ยืนยันว่า กล่องไม้ถูกยกมาจากเพิงข้างรั้วบ้านหลินต้าจวง”

    “หลักฐานเท่านี้เพียงพอจะระบุว่า หลินต้าจวงเป็นผู้สั่งหรือยัง?”

    “ยังไม่พอครับ”

    “ถ้าอย่างนั้นให้บันทึกตามที่พิสูจน์ได้” ลู่ชิงเหอสั่ง “หลินต้าจวงเกี่ยวข้องในฐานะผู้รับหรือผู้ถือเงินอย่างน้อยบางงวด ยังไม่ใช่ผู้สั่ง”

    “เข้าใจแล้วครับผู้พัน”

    ก่อนออกไปหาหลินซูเหยา ลู่ชิงเหอปิดแฟ้มแล้วนั่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง

    ข้อมูลส่วนนี้ไม่ใช่ความลับทางเทคนิคของภารกิจโดยตรง แต่ยังเชื่อมอยู่กับของกลางที่กำลังตรวจสอบ เขาสามารถรอจนสรุปเอกสารทั้งชุดเสร็จแล้วค่อยบอกเธอก็ได้

    แต่ข้อความที่สั่งให้ขัดขวางหลินจิ้นกั๋ว หากเขาคิดเดินทางกลับปักกิ่ง อาจเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของหลินซูเหยาในปัจจุบัน

    ลู่ชิงเหอจึงตัดสินใจบอกเฉพาะข้อมูลที่ตรวจสอบได้แล้ว

    ตอนบ่าย ลู่ชิงเหอไปที่ลานหน่วยผลิต

    หลินซูเหยาเพิ่งส่งตัวอย่างสมุนไพรของสามครอบครัวเสร็จ รายได้ในวันนี้ไม่ได้มากนัก แต่คนรับของยืนยันวันมารับสินค้ารอบถัดไปแล้ว ทำให้เธอสามารถกำหนดเวลาและจุดรวบรวมของได้ โดยไม่ต้องนั่งเฝ้าอยู่ที่ลานทั้งวัน

    เธอยังทดลองให้เจ้าของตะกร้าลงชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือต่อหน้าคนจดทุกครั้งหลังชั่งน้ำหนัก

    หญิงคนหนึ่งมองหมึกที่ติดอยู่บนปลายนิ้ว ก่อนถามอย่างไม่แน่ใจ

    “ต้องพิมพ์นิ้วทุกตะกร้าเลยหรือ?”

    “ทุกตะกร้าค่ะ” หลินซูเหยาตอบ “กระดาษอาจพูดไม่ได้ แต่ช่วยไม่ให้คนสองคนจำเรื่องเดียวกันคนละแบบในภายหลัง”

    เธอเคยเสียสิทธิ์ในบ้านและเสบียง เพราะเอกสารปล่อยให้คนอื่นรับแทนมานานหลายปี ต่อจากนี้ไม่ว่าเงินหรือของจะมีมูลค่ามากน้อยเพียงใด คนที่นำมาส่งต้องมีหลักฐานยืนยันของตัวเอง

    เช้าวันนั้นหลินซูเหยายังทดลองให้หญิงสองคนรับและตรวจตะกร้าแทนเธอหนึ่งช่วง เธอนั่งอยู่ห่างออกไปและตั้งใจว่าจะไม่เข้าไปช่วยจนกว่าจะถูกเรียกจริง ๆ

    ไม่นานนัก หญิงคนหนึ่งก็ยกรากสมุนไพรขึ้นมาแล้วหันมาถาม

    “ซูเหยา ตะกร้านี้รากโตพอแล้ว แต่ยังชื้นกว่าตัวอย่างนิดหน่อย รับได้ไหม?”

    หลินซูเหยามองเพียงครู่เดียว แต่ยังไม่ลุกจากเก้าอี้

    “วันนี้ฉันตั้งใจจะลองขี้เกียจดูสักครึ่งวันค่ะ ลองเทียบกับตัวอย่างอีกครั้งก่อน ถ้ายังตัดสินไม่ได้จริง ๆ ค่อยเรียกฉันนะคะ”

    คนที่อยู่ใกล้ ๆ หัวเราะออกมา บรรยากาศที่เคยตึงเพราะกลัวตัดสินใจผิดจึงผ่อนคลายลง

    หญิงทั้งสองช่วยกันตรวจความชื้นและเทียบกับตะกร้าที่ผ่านเกณฑ์แล้ว ไม่นานก็ตัดสินใจแยกตะกร้านั้นไว้ให้ผึ่งลมก่อน โดยไม่ต้องเรียกหลินซูเหยาอีก

    มีการตัดสินใจผิดหนึ่งครั้งระหว่างช่วงทดลอง แต่ทั้งคู่แก้ไขได้เองหลังจากย้อนกลับไปเทียบกับตัวอย่าง

    ผลที่ได้ทำให้หลินซูเหยามั่นใจว่า ต่อให้รอบหน้ามีของเพิ่มขึ้น เธอก็ไม่ต้องกลับไปยืนคัดสมุนไพรทุกกำด้วยตัวเอง

    คนรับของยังบอกว่า หากสินค้ารอบหน้ารักษาคุณภาพได้เท่าเดิม เขาจะจัดพื้นที่บนรถเพิ่มให้อีกหนึ่งส่วน

    แม้ยังไม่ใช่สัญญาซื้อระยะยาว แต่ก็มากพอให้หลินซูเหยาเริ่มกำหนดจำนวนขั้นต่ำและวันที่รวบรวมของ เธอจดเตือนไว้ว่าไม่ควรปล่อยของจากหลายครอบครัวค้างเกินหนึ่งคืน เพราะความชื้นของแต่ละตะกร้าจะแตกต่างกันมากขึ้น

    งานเล็ก ๆ ที่เคยกระจัดกระจาย เริ่มเชื่อมต่อกันเป็นรูปร่างของธุรกิจอย่างช้า ๆ

    เมื่อเงยหน้าขึ้นเห็นลู่ชิงเหอเดินเข้ามา หลินซูเหยาก็ปิดสมุดในมือ

    “ถ้าผู้พันลู่มารับสมุนไพร วันนี้ของหมดแล้วนะคะ” เธอเอ่ยแซว

    แต่สีหน้าจริงจังของลู่ชิงเหอทำให้รอยยิ้มของเธอจางลง

    “ผมมาคุยเรื่องเอกสารของพ่อคุณ”

    หลินซูเหยาลุกขึ้นทันที

    “มีอะไรเพิ่มหรือคะ?”

    “มีข้อมูลใหม่เกี่ยวกับเงินที่จ่ายให้คนเฝ้าดูพ่อของคุณ” ลู่ชิงเหอตอบ “เงินถูกส่งมาเป็นงวดจากปักกิ่ง”

    หลินซูเหยานิ่งไป ก่อนถามด้วยความไม่อยากเชื่อ

    “หมายความว่า มีคนจากปักกิ่งจ่ายเงินให้คนในหนานซานคอยจับตาพ่อของฉันหรือคะ?”

    “เอกสารที่ตรวจได้ตอนนี้ระบุอย่างนั้น”

    “เงินถูกส่งให้ใคร?”

    “หลักฐานชี้ว่า หลินต้าจวงเป็นผู้รับหรือผู้ถือเงินอย่างน้อยบางงวด”

    ความโกรธปรากฏขึ้นบนใบหน้าหลินซูเหยาทันที

    “เขารับเงินจากการคอยดูว่าพ่อพบใคร ติดต่อกับใคร แล้วหลังพ่อแม่ของฉันเสีย เขายังกล้ายึดบ้านกับเสบียงไว้แทนฉันอีกหรือคะ?”

    น้ำเสียงของเธอสูงขึ้นด้วยความไม่พอใจ

    “หลินต้าจวงนี่เก่งจริง ๆ นะคะ เลือกทำแต่เรื่องที่ตัวเองได้ประโยชน์”

    “ตอนนี้เรายังยืนยันไม่ได้ว่าหลินต้าจวงรู้ตัวผู้สั่งหรือรู้จุดประสงค์ทั้งหมด” ลู่ชิงเหอเตือน

    “ฉันรู้ค่ะ” หลินซูเหยาสูดหายใจลึก น้ำเสียงยังขุ่นอยู่ “ฉันยังไม่ได้แต่งตั้งให้เขาเป็นผู้บงการใหญ่หรอกนะคะ แค่สิ่งที่เขาทำเองก็เกินพอให้ฉันโกรธแล้ว”

    ลู่ชิงเหอมองเธออยู่ครู่หนึ่ง เขาเห็นความโกรธชัดเจนในดวงตาคู่นั้น แต่ก็เห็นเช่นกันว่าเธอยังควบคุมตัวเองได้

    “เรายังพบคำสั่งเพิ่มอีกหนึ่งข้อความ” เขาพูดต่อ

    “เขียนว่าอะไรคะ?”

    “หากพ่อของคุณเตรียมเดินทางกลับปักกิ่ง ให้ถ่วงไว้ก่อนจนกว่าจะมีคำสั่งใหม่”

    หลินซูเหยาขมวดคิ้วแน่น

    “ถ่วงอย่างไรคะ? ทำให้พ่อเดินทางไม่ได้ หรือสร้างเรื่องให้เขาต้องอยู่ต่อ?”

    “เอกสารไม่ได้ระบุวิธี”

    ความไม่พอใจในแววตาของเธอเข้มขึ้น

    “พ่อจะไปหรืออยู่ควรเป็นสิทธิ์ของพ่อ ไม่ใช่เรื่องที่ใครจะจ่ายเงินให้คนอื่นคอยขัดขวาง”

    หลินซูเหยาเงียบไปครู่หนึ่ง ภายในอกเต็มไปด้วยความอึดอัด

    “เมื่อก่อนฉันคิดว่าพ่อไม่กลับปักกิ่งเพราะพ่อไม่อยากกลับ แต่ตอนนี้ฉันไม่แน่ใจแล้วว่า พ่อเคยคิดจะกลับแล้วถูกขวางไว้หรือเปล่า”

    “เอกสารยังยืนยันไม่ได้ว่า พ่อของคุณเคยเตรียมเดินทางจริง” ลู่ชิงเหอบอกตามตรง

    “ฉันทราบค่ะ” เธอตอบเบาลง “ฉันแค่ไม่ชอบที่มีใครเตรียมขวางพ่อไว้ แม้ตอนนั้นพ่ออาจยังไม่ได้ก้าวออกจากบ้านด้วยซ้ำ”

    ลู่ชิงเหอไม่ได้พูดปลอบด้วยคำที่ไม่มีหลักฐานรองรับ เขาเพียงยืนอยู่ตรงนั้นและปล่อยให้เธอมีเวลารับความจริงที่เพิ่งรู้

    ผ่านไปครู่หนึ่ง หลินซูเหยาจึงถาม

    “ยังไม่ทราบว่าใครเป็นคนสั่งใช่ไหมคะ?”

    “ยังไม่ทราบ”

    “แล้วหลินต้าจวงรู้หรือไม่ว่าเงินมาจากใคร?”

    “เอกสารยังไม่บอกว่าเขารู้มากแค่ไหน”

    หลินซูเหยาหันไปมองทางบ้านของหลินต้าจวง แม้จากลานจะมองไม่เห็นตัวบ้าน แต่เพียงคิดถึงชื่อของเขา ความโกรธก็กลับมาร้อนอยู่ในอกอีกครั้ง

    เธออยากเดินไปถามให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้ แต่ก็รู้จักหลินต้าจวงดีพอจะรู้ว่า หากไม่มีสิ่งใดวางอยู่ตรงหน้า เขาย่อมไม่ยอมรับความจริงง่าย ๆ

    “ฉันขอดูเอกสารได้ไหมคะ?”

    “เมื่อเอกสารส่วนที่เกี่ยวข้องสามารถแยกออกจากของกลางได้ ผมจะนำมาให้คุณดู”

    “ฉันรอได้ค่ะ” หลินซูเหยาตอบ ก่อนเติมด้วยน้ำเสียงจริงจังปนประชดเล็กน้อย “แต่ฉันไม่รับรองนะคะว่าจะรออย่างอารมณ์ดี”

    “ผมไม่ได้ขอให้คุณอารมณ์ดี”

    คำตอบตรงไปตรงมาของลู่ชิงเหอทำให้เธอนิ่งไป ก่อนจะหลุดยิ้มบาง ๆ ออกมา

    “ดีค่ะ อย่างน้อยเรื่องนี้ก็มีข้อหนึ่งที่ฉันทำได้แน่นอน”

    บรรยากาศที่หนักอึ้งคลายลงเพียงเล็กน้อย

    หลินซูเหยามองแฟ้มในมือเขา ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงอ่อนลง

    “ถ้าต่อจากนี้เรื่องครอบครัวของฉันทำให้คุณต้องทำสิ่งที่เกินหน้าที่ คุณไม่ต้องฝืนตรวจต่อเพราะฉันนะคะ”

    “ผมไม่ได้ตรวจต่อเพราะเป็นเรื่องครอบครัวของคุณ” ลู่ชิงเหอตอบทันที “เอกสารอยู่ในของกลางของผม ผมมีหน้าที่ต้องตรวจอยู่แล้ว”

    เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนพูดต่อ

    “ส่วนไหนเกี่ยวข้องกับคุณหรือความปลอดภัยของคุณ และผมสามารถบอกได้ ผมจะบอก”

    คำพูดของเขาไม่ได้อ่อนหวาน แต่ทำให้หลินซูเหยารู้สึกอบอุ่นขึ้นอย่างประหลาด

    “ขอบคุณค่ะ”

    ก่อนจะแยกกัน หลินซูเหยานึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้

    “คืนนี้ฉันยังต้องเลี่ยงทางหลังโรงสีอยู่ไหมคะ?”

    “ยังต้องเลี่ยง”

    “เข้าใจแล้วค่ะ ต่อให้มีสมุนไพรขึ้นเต็มสองข้างทาง ฉันก็จะไม่เฉียดไปใกล้แน่นอน”

    ลู่ชิงเหอมองสีหน้าจริงจังเกินเหตุของเธอ ก่อนตอบสั้น ๆ

    “ดี”

    หลินซูเหยาไม่ถามว่าเขาจับใครได้บ้าง หรือภารกิจดำเนินไปถึงขั้นไหนแล้ว

    ลู่ชิงเหอเองก็ไม่ได้มองว่าความเงียบของเธอเป็นความไม่สนใจ เขารู้ว่าเธอเพียงเชื่อว่า หากมีเรื่องใดที่เธอต้องรู้เพื่อความปลอดภัย เขาจะเป็นคนบอกเอง

    ลู่ชิงเหอกำลังจะเดินออกจากลาน แต่เจ้าหน้าที่คนหนึ่งรีบเข้ามาจากทางสำนักงานเสียก่อน

    “ผู้พันครับ มีเอกสารอีกแผ่นที่เพิ่งเรียงวันที่ได้”

    ลู่ชิงเหอรับกระดาษซึ่งยังคลี่อยู่มาอ่าน สายตาของเขาไล่ไปตามข้อความเพียงไม่กี่บรรทัด ก่อนหยุดนิ่งกะทันหัน

    สีหน้าที่เคร่งขรึมอยู่แล้วกลับเย็นชาขึ้นกว่าเดิม

    หลินซูเหยาไม่ได้ขยับเข้าไปใกล้ แม้ความสงสัยจะทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้นก็ตาม

    ลู่ชิงเหอพับกระดาษลงเล็กน้อย

    “ผมต้องตรวจสอบเอกสารนี้ก่อน”

    “ค่ะ”

    หลินซูเหยาไม่ซักถาม แต่ก่อนที่กระดาษจะถูกพับจนมิด มีข้อความสั้น ๆ ผ่านสายตาเธอเพียงชั่วขณะ

    หญิงตั้งครรภ์

    สองคำนั้นทำให้ความอบอุ่นในมือของเธอหายไปทันที

     

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปรวยในยุค 70 ด้วยห้างสรรพสินค้าส่วนตัว ที่คุณอ่าน

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382