เขาเสวียนฮวง ยอดเขาหลัก บริเวณหน้าผา
ปากถ้ำซึ่งถูกหมอกหนาปกคลุมยังคงไร้ความเคลื่อนไหว สถานที่แห่งนี้คือถ้ำพำนักของเ้าเขาเสวียนฮวง... หงกู นางยังคงไม่ออกจากด่านบำเพ็ญเพียรเสียที
เฉินฉี่กับปู้อี้ตระเตรียมแผนการไว้ล่วงหน้า ทุกคนจึงทำเพียงเฝ้ารอต่อไป ฝ่ายหนึ่งอ้างว่าอยู่เพื่อคุ้มกันป้องกันเหตุไม่คาดฝัน ทว่าอีกฝ่ายแม้จะอ้างว่ามาเยือน กลับทำตัวกร่างจนผิดสังเกต ไม่รู้เจตนาที่แท้จริง
ใครจะนึกว่าผ่านไปเพียงห้าวัน เฉินฉี่ก็ออกอาการกระสับกระส่าย มันหันไปบอกปู้อี้ว่าขอตัวล่วงหน้า พร้อมเอ่ยปากฝากฝังให้ไป๋จื่อทนลำบากเฝ้าต่อไป ก่อนจะปลีกตัวเดินแยกออกไปเพียงลำพัง
พวกปู้อี้สี่คนไม่ได้ถือสาที่เฉินฉี่เสียมารยาท กลับส่งยิ้มมีเลศนัยมองตามหลังไป ส่วนไป๋จื่อขมวดคิ้วเล็กน้อย สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล
ครึ่งชั่วยามต่อมา ไป๋จื่อก็นั่งไม่ติดอีกต่อไป นางอ้างว่ามีธุระต้องไปหาศิษย์พี่ กำชับศิษย์เขาเสวียนฮวงแปดคนสองสามคำ แล้วรีบร้อนเดินลงจากหน้าผาไป
พวกปู้อี้สี่คนดูผ่อนคลายขึ้นมาก พวกมันพูดคุยหัวเราะเสียงดัง ถกเื่สนุกในแดนเซียน ชี้ชวนกันชมทิวทัศน์ของเขาเสวียนฮวง
ศิษย์เขาเสวียนฮวงทั้งแปดคนรับฟังบทสนทนาของยอดฝีมือ รู้สึกหูตาสว่าง ได้ประโยชน์ไม่น้อย จึงค่อยๆ คลายความระแวดระวังลง
ทว่าใครจะคาดคิด ผ่านไปเพียงครึ่งก้านธูป ยอดฝีมือทั้งสี่กลับเผยสันดานเหี้ยมออกมาอย่างกะทันหัน!
ปู้อี้ยกมือชี้ ประกายกระบี่สว่างวาบ!
ศิษย์เขาเสวียนฮวงที่อยู่ใกล้ที่สุดยังไม่ทันรู้ตัวก็ถูกทะลวงไส้ทะลัก ประกายกระบี่หมุนคว้างกลางอากาศ ฟาดฟันศิษย์อีกสามคนล้มจมกองเื
อีกสามคนที่เหลือชักกระบี่ฟันสับพร้อมกัน ทว่ากระบี่ของปู้อี้รวดเร็วกว่า ศิษย์เขาเสวียนฮวงทยอยขาดใจตายคาที่
พริบตาเดียว บนพื้นก็มีศพเพิ่มขึ้นถึงแปดศพ
ปู้อี้เพิ่งจะลุกขึ้นยืน มันยกมือชี้อีกครั้ง ประกายกระบี่ที่ยังคงหมุนวนพลันพุ่งย้อนกลับ มุ่งตรงไปยังปากถ้ำที่ถูกหมอกปกคลุม
ตูม!
เสียงะเิทึบหนักดังขึ้น หมอกหนาพลันสลายตัว
ปู้อี้สะบัดแขนเสื้อ ประกายกระบี่ร่วงหล่นสู่ง่ามมือ ที่แท้เป็กระบี่สั้นยาวราวหนึ่งฉื่อ มันขยิบตาให้พรรคพวกทั้งสาม แล้วก้าวเท้าเดินเข้าไปในถ้ำ
สามคนที่เหลือร่ายคาถา ก่อกองไฟขนาดใหญ่ขึ้นบนพื้น ศพและคราบเืเกลื่อนกลาดถูกเปลวเพลิงแผดเผาจนมอดไหม้เกลี้ยงในพริบตา
ภายในถ้ำ ปู้อี้เอามือไพล่หลัง เดินทอดน่องอย่างสบายอารมณ์
บนลานกว้าง หญิงชรานางหนึ่งนั่งอยู่ ผมสีเงินยวง ที่มุมปากมีคราบเืติดอยู่ ยามนี้นางดูแก่ชราและอ่อนแอลงมาก
นางเงยหน้ามองปู้อี้ หอบหายใจถาม "ข้า... ข้ารู้ว่าท่านคือยอดฝีมือแห่งฉีโจว ทำไมถึงทำลายค่ายกล บุกรุกถ้ำพำนัก และขัดขวางการปิดด่านของข้า?"
"หึหึ!" ปู้อี้หัวเราะ "หงกู? สมกับเป็เ้าเขาเสวียนฮวง น่าเสียดายที่ตบะท่านอ่อนแอเกินไป อายุขัยก็หมดสิ้น ต่อให้ปิดด่านไปก็เปล่าประโยชน์!"
หงกูสีหน้าโกรธแค้น ตวาดลั่น "อีกสามวันห้าวันข้าก็จะออกจากด่านได้แล้ว แต่กลับถูกแกก่อกวนจนเืลมตีกลับ เส้นชีพจรขาดสะบั้น พลังตบะสูญสิ้น แค่ก..."
เืสดๆ ไหลซึมออกจากมุมปากนางอีกครั้ง นางกัดฟันฝืนทน พูดต่อ "เขาเสวียนฮวงของข้ากับแกไม่มีความแค้นต่อกัน ทำไมต้องฆ่าศิษย์ข้า ทำร้ายชีวิตข้า!"
ปู้อี้กวาดตามองถ้ำอันมืดมิด สายตาตวัดผ่านเตาหลอมยาตรงมุมห้อง มันยื่นมือลูบหนวดสั้นๆ กล่าวเสียงขรึม "เราพบกันครั้งแรก ไม่ต้องพูดพล่ามทำเพลง ข้าถามท่าน สมบัติของยอดฝีมือแห่งฉีโจวอยู่ที่ไหน?"
"อา..." ความโกรธบนใบหน้าหงกูยังไม่จางหาย กลับถูกแทนที่ด้วยความงุนงง
"ท่านไม่รู้เื่?" ปู้อี้ส่ายหน้า พูดต่อว่า "ข้าจะบอกความจริงให้รู้ ยอดฝีมือแห่งฉีโจวที่ว่า ไม่ได้มาจากฉีโจว แต่มาจากสำนักเซียนแห่งเยียนโจว เคยถูกไล่ล่าจากหลายฝ่าย หายสาบสูญไปหลายสิบปี เมื่อไม่นานนี้ได้ข่าวว่า เขาเสวียนฮวงของท่านพบสถานที่ร่วงหล่นของเขา ไม่เพียงได้มุกัมาหนึ่งเม็ด แต่ยังได้เคล็ดวิชาและความลับที่เกี่ยวข้องมาด้วย"
"นอกจากนี้ ข้ายังได้ข่าวมาอีกว่า ท่าน้าใช้มุกัเพื่อทะลวงระดับสร้างรากฐาน วันนี้หลักฐานแน่ชัด ท่านปฏิเสธไม่ได้แล้ว"
มันเปลี่ยนน้ำเสียง แฝงรังสีอำมหิต "แค่ท่านส่งสมบัติมา ข้าจะไปทันที ถ้าไม่เช่นนั้น จะมาเสียใจทีหลังไม่ได้นะ ท่านมันคนใกล้ตาย ต่อให้ไม่ห่วงชีวิตตัวเอง ก็ควรห่วงความเป็ตายของศิษย์บ้าง อย่าหาว่าข้าไม่เตือน!"
"มุกั... เคล็ดวิชา..." หงกูเหมือนจะตาสว่าง แต่ก็ตกอยู่ในภวังค์ความคิด พึมพำกับตัวเอง "เฉินฉี่ไม่ได้พูดถึงเคล็ดวิชานี่ มันบอกข้ากับปากว่า ในหุบเขาหลิงเจียว มันเจอมุกัแค่เม็ดเดียว แต่โดนพรานป่าแย่งไป..."
นางเงยหน้าขึ้นขวับ ตวาดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "เฉินฉี่ล่ะ... มันกล้าทรยศอาจารย์เนรคุณสำนัก พรวด..."
พูดยังไม่ทันจบ ราวกับสูญสิ้นพลังชีวิต นางพ่นเือุ่นๆ ออกมาคำโต ก่อนที่ร่างจะทรุดฮวบลงกองกับพื้น
ปู้อี้คาดไม่ถึง มันถอยหลังไปหนึ่งก้าว นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันหลังเดินออกไป พรรคพวกทั้งสามยังรออยู่นอกถ้ำ มันเร่งเสียงสั่ง "ไปหาเฉินฉี่!"
มีคน ย่อมมีความขัดแย้ง
ไม่ใช่แกหาเื่ข้า ก็เป็ข้าไปคิดบัญชีกับแก!
เป้าหมายของเฉินฉี่อยู่ที่ถ้ำมัวหยา
ห่างออกไปเพียงสามจั้ง... ไอ้เด็กถือไม้ไผ่คนนั้น!
เฉินฉี่ถีบเท้าพุ่งทะยานเข้าใส่อวี๋เย่ ตวัดฟาดปราณกระบี่ออกไปอย่างเหี้ยมโหด
ทิศทางที่ปราณกระบี่ฟาดฟัน แหวกอากาศจนเกิดเสียงลม รังสีอำมหิตดุดัน ยากจะต้านทาน
อวี๋เย่ยังคงยืนอยู่ที่เดิม ไม่หลบไม่เลี่ยง กลับยกไม้ไผ่ขึ้นด้วยสองมือ พุ่งเข้าปะทะกับปราณกระบี่อย่างไม่เกรงกลัว
ตูม!
กู่ยวี่ที่แอบดูอยู่ไกลๆ ใจนหลับตาปี๋ แต่พอเสียงสั่นะเืผ่านพ้นไป เขาก็อดไม่ได้ที่จะแอบมอง
เห็นเพียงอวี๋เย่สองมือว่างเปล่า ถอยกรูดไปหลายก้าว แผ่นหลังกระแทกผนังหินดัง ปัง! ก่อนจะทรุดลงนั่งกับพื้นดัง ตุบ!
ไม้ไผ่ในมือของเขาถูกตีจนแหลกละเอียด เศษไม้ปลิวว่อนไปทั่ว ส่วนศิษย์พี่เฉินฉี่ยังคงเงื้อกระบี่ยาวบุกประชิดเข้ามาทุกฝีก้าว
แย่แล้ว! ไม้ไผ่ยังรับมือกะบี่ไม่ได้ สู้มือเปล่าก็รนหาที่ตายชัดๆ!
กู่ยวี่คว้ากระบี่ยาวของตัวเองเตรียมจะพุ่งเข้าไป แต่ก็ต้องข่มใจรั้งไว้ ได้แต่ถอนหายใจอย่างสิ้นหวัง
"ไอ้หนู ในร่างแกดันมีลมปราณซะได้ คงมาจากมุกัสินะ?" เฉินฉี่เดินมาหยุดตรงหน้าอวี๋เย่
กระบี่เมื่อครู่ มันทุ่มเทสุดกำลัง หวังปลิดชีพในดาบเดียว นึกไม่ถึงว่าจะถูกไม้ไผ่ท่อนเดียวสลายการโจมตีลงได้ ไม้ไผ่แม้จะแหลกเป็ผุยผง แต่พลังที่แฝงอยู่กลับทำให้มันรู้สึกคุ้นเคยยิ่งนัก
ลมปราณ! ไอ้เด็กชาวป่าจะมีลมปราณได้อย่างไร ย่อมต้องมาจากพลังของมุกัเป็แน่!
อวี๋เย่นั่งถ่างขา หน้าซีดเผือด แววตาเ็า จ้องมองเฉินฉี่เงียบๆ สภาพสิ้นหวังของเขา เห็นชัดว่ายอมแพ้ที่จะขัดขืนแล้ว
เฉินฉี่เงื้อกระบี่ขึ้นมา เอ่ยอย่างร้อนรน "เก็บมุกัไว้ก็เสียของเปล่าๆ ส่งมันมาให้ข้าเถอะ ข้าจะเหลือศพสวยๆ ไว้ให้เป็การตอบแทน!"
มันฟันกระบี่ใส่ท้องน้อยของอวี๋เย่ หวังเพียงจะชิงสมบัติที่ใฝ่ฝันกลับคืนมา
อวี๋เย่ยังคงเงียบกริบ จ้องมองเฉินฉี่กับกระบี่ที่ฟาดลงมาอย่างนิ่งสงบ
ในเสี้ยววินาทีก่อนที่คมกระบี่จะกรีดถึงท้องน้อย เขากลับยกมือขวาขึ้นแล้วดีดนิ้วออกไปอย่างฉับพลัน!
เฉินฉี่กำลังวาดฝันถึงฉากเืสาดกระจายและมุกัที่ได้คืนมา ทว่าปราณนิ้วสายหนึ่งกลับพุ่งทะลวงมาอย่างกะทันหัน แฝงรังสีอำมหิตไร้รูปที่ชวนให้หนาวสั่น สีหน้ามันเปลี่ยนไปเล็กน้อย รีบถอยหลบ
ทว่ากลับมีเสียง ปัง!
ม่านพลังคุ้มกายพังทลาย หัวไหล่ะเิเป็รูเืกว้าง มันกรีดร้องลอยละลิ่วไปกระแทกพื้นดัง ตุบ! ก่อนจะอุทานด้วยความตระหนกสุดขีด "ปราณกระบี่... หรือว่านี่คือปราณกระบี่ในตำนาน..."
อวี๋เย่ดีดตัวลุกขึ้นยืน ลอบร้องในใจว่าโชคดี
ทนฝึกรากเืมาสองเดือน ไม่ก้าวหน้าสักนิด สุดท้ายต้องบำเพ็ญเพียรอย่างบ้าคลั่งอีกห้าวันเต็ม ในที่สุดเขาก็ตระหนักรู้เคล็ดวิชา รีดเค้นปราณกระบี่ออกมาได้สำเร็จ และใช้มันพลิกนรกโต้กลับในวินาทีเป็ตาย
และในวินาทีนี้ จะปล่อยศัตรูไปได้อย่างไร!
"เฉินฉี่ แกฆ่าคนในเผ่าข้า ชดใช้ด้วยชีวิตซะ!" อวี๋เย่คำรามต่ำ พุ่งทะยานไปข้างหน้า
เฉินฉี่นอนกองกับพื้น ตะเกียกตะกายลุกไม่ขึ้น ร้องด้วยความตื่นตระหนก "ไอ้หนู แกกล้าฆ่าข้า ยอดฝีมือระดับสร้างรากฐานแห่งฉีโจวไม่ปล่อยแกไว้แน่..."
อวี๋เย่ร่ายเคล็ดกระบี่ ดีดนิ้วกลางอากาศ
เขาไม่สนหรอกว่ายอดฝีมือระดับสร้างรากฐานคือใคร ในสายตาเขามีแค่ศัตรู กว่าสามเดือนก่อน เขาไม่กล้าเอ่ยปากล้างแค้น เพราะเขาไร้พลังจริงๆ ทำได้แค่กลืนความอัปยศแล้วหนีออกจากหมู่บ้านสกุลอวี๋
แต่วันนี้เขามีปราณกระบี่แล้ว ต้องฆ่าเฉินฉี่ให้ได้ ไม่อย่างนั้นคงรู้สึกผิดต่ออวี๋เอ้อร์โก่ว และชาวบ้านทุกคน
ใครจะนึกว่า... ตอนที่เขาดีดนิ้วด้วยความแค้นเต็มอก กลับไม่มีปราณกระบี่อันเฉียบคมพุ่งทะลวงออกจากปลายนิ้วเลย!
อวี๋เย่ร่ายเคล็ดกระบี่ดีดนิ้วรัวๆ อีกครั้ง แต่ก็ยังเปล่าประโยชน์
"หึหึ!" เฉินฉี่ที่ยังร้องโวยวายอยู่ จู่ๆ ก็เปลี่ยนเป็ดีใจ "ไอ้หนู ปราณกระบี่แกยังไม่ชำนาญนี่หว่า อยากฆ่าข้าก็เข้ามาสิ!"
แม้มันจะนอนจมกองเือยู่บนพื้น แต่ก็ยังแกว่งกระบี่ยาวท้าทาย สิ่งที่มันกลัวคือปราณกระบี่ ไม่ใช่ศัตรูมือเปล่า
อวี๋เย่จำต้องชะงักฝีเท้า ยังคงสับสนงุนงง บรรลุปราณกระบี่แล้วแท้ๆ ทำไมถึงใช้ไม่ได้? ถ้าไม่มีปราณกระบี่ จะฆ่าเฉินฉี่ได้ยังไง? โอกาสล้างแค้นพันปีมีหน จะปล่อยให้หลุดมือไปง่ายๆ แบบนี้เลยหรือ?
จู่ๆ ก็มีเสียงะโ "รับกระบี่!"
อวี๋เย่หันขวับไปมอง เป็กู่ยวี่ที่โยนกระบี่ยาวในมือมาให้
ตามด้วยเสียงด่าทอของเฉินฉี่ "ไอ้ทรยศ รนหาที่ตาย!"
อวี๋เย่ยื่นมือคว้ากระบี่ไว้มั่น
แต่กลับเห็นเฉินฉี่ยกมือขว้างแผ่นกระดาษบางอย่างออกไป เสียง พรึ่บ! กลายเป็ลูกไฟพุ่งม้วนเข้าหากู่ยวี่ นั่นคือยันต์อาคม!
หูตาของอวี๋เย่ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว เขามองแวบเดียวก็รู้ว่าเป็ยันต์อัคคีที่เฉินฉี่ซัดออกมา และอานุภาพของมัน ก็ทำให้เขายังคงหวาดผวามาจนถึงตอนนี้ ด้วยฝีมือของกู่ยวี่ เกรงว่าคงหนีไม่พ้นแน่
เป็ไปตามคาด กู่ยวี่ใถอยกรูด แต่เปลวไฟรุนแรงเกินไป พริบตาเดียวเขาก็หมดทางหนี
อวี๋เย่รีบแตะเท้ากับพื้น พุ่งทะยานเข้าไปขวาง เขาคว้าตัวกู่ยวี่ไว้ เปลวไฟอีกลูกก็โถมเข้ามาอย่างเกรี้ยวกราด
ปัง!
จังหวะนั้นเอง เสียงประตูหินก็ดังขึ้น มีคนเปิดประตูถ้ำมัวหยา หรือว่ายอดฝีมือระดับสร้างรากฐานที่เฉินฉี่พูดถึงจะมาแล้ว?
อวี๋เย่ไม่สนเื่ล้างแค้นอีกต่อไป มือขวาถือกระบี่ มือซ้ายหิ้วคอกู่ยวี่ พลางหลบเปลวไฟ พลางวิ่งหน้าตั้งไปทางสระน้ำ
ตอนที่ข้ามสระน้ำไป เขาหันกลับมามองด้วยแววตาอาฆาต ก่อนจะพากู่ยวี่พุ่งพรวดออกไปนอกปากถ้ำ...
"ศิษย์พี่?" ไป๋จื่อเดินเข้ามาในถ้ำมัวหยา อดไม่ได้ที่จะอุทานด้วยความใ
เปลวไฟในถ้ำยังไม่ทันมอดดับ แต่กลับไม่เห็นเงาของอวี๋เย่กับกู่ยวี่แล้ว มีเพียงเฉินฉี่นอนอยู่บนพื้น ครึ่งซีกตัวโชกไปด้วยเื
ไป๋จื่อสีหน้าเ็า ซักไซ้ "ศิษย์พี่ ทำไมท่านถึงคิดจะฆ่าอวี๋เย่กับกู่ยวี่?"
"หึ!" เฉินฉี่แค่นเสียง ค่อยๆ ตะเกียกตะกายลุกขึ้นนั่ง มันยกมือสกัดจุดห้ามเืที่หัวไหล่ เหลือกตามองพลางตอบ "เ้าเห็นข้าฆ่าอวี๋เย่ตอนไหน? ข้าต่างหากที่เกือบตายด้วยน้ำมือไอ้เด็กนั่น ไอ้บ้ากู่ยวี่ก็ดันช่วยมันหนีไป โอ๊ย..."
ไป๋จื่อตกตะลึง "อวี๋เย่จะเป็คู่มือท่านได้ยังไง แล้วเขาจะฆ่าท่านได้ยังไง?"
เฉินฉี่เจ็บหนัก ทั้งอับอายทั้งแค้นใจ อดประชดประชันไม่ได้ "ต้องยกความดีความชอบให้ศิษย์น้องไงล่ะ! ถ้าเ้าไม่เลี้ยงมันไว้ที่นี่ ประเคนโอสถให้ทุกวัน ถ่ายทอดเคล็ดวิชาเพลงกระบี่ให้ มันจะสร้างรากิญญาก่อกำเนิด บรรลุปราณกระบี่ไร้รูปได้ยังไง!"
"ข้าขังเขาไว้ที่นี่ เป็ความประสงค์ของท่านอาจารย์ ไม่ได้ถ่ายทอดวิชาให้สักหน่อย..." ไป๋จื่อแก้ตัว ก่อนจะถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ "ท่านบอกว่าเขาสร้างรากิญญาก่อกำเนิดกับปราณกระบี่ไร้รูปได้? แต่ในนิกายเต๋าแห่งต้าเจ๋อ ไม่มีใครรู้วิธีฝึกปราณกระบี่เลยนะ หรือว่าศิษย์พี่ฆ่าอวี๋เย่ไปแล้ว เลยจงใจแต่งเื่โกหกท่านอาจารย์?"
"พูดผิดพูดใหม่ได้นะ ข้าเคยโกหกท่านอาจารย์ตอนไหน?"
"ยอดฝีมือแห่งฉีโจวที่ท่านพามา อ้างว่ามาเยือน แต่ที่จริงมาหาเื่ จนป่านนี้ก็ยังเกาะแกะไม่เลิก ท่านไม่ได้หลอกท่านอาจารย์ จงใจขัดขวางการปิดด่านของนางหรอกหรือ? ตอนนี้ยังมาฆ่าอวี๋เย่ ทำลายแผนการใหญ่ของท่านอาจารย์อีก..."
เฉินฉี่ส่ายหน้า พูดขัดขึ้นมา "ศิษย์น้อง เ้าไม่เชื่อข้าก็ช่างเถอะ แต่เ้ากล้าทิ้งถ้ำพำนักของท่านอาจารย์มาตามอำเภอใจได้ยังไง? ถ้าท่านอาจารย์เป็อะไรไป เ้าหนีความผิดไม่พ้นแน่!"
สีหน้าของไป๋จื่อเปลี่ยนไปเล็กน้อย...