จารึกที่ 81 : คลื่นใต้น้ำ : ภัยจากความอวดดี
โรงครัวศิษย์สายนอก
บรรยากาศที่ควรจะมีความสุขกับมื้ออาหารของอาเจีย กลับตึงเครียดขึ้นทันตาเห็น เมื่อกลุ่มคนในชุดเครื่องแบบ 'หอศัสตรา' (สังกัดเดียวกับหลี่มู่กู่) เดินเข้ามาในโรงครัว ไม่ใช่แค่จางหูและกัวเฟิง (ตัวประกอบ) แต่คราวนี้มาพร้อมกับ 'ตราตรวจสอบ' สีทอง
ศิษย์พี่เฉิน มือขวาของหลี่มู่กู่ ผู้ทำหน้าที่คุมกฎระเบียบเรื่องอาวุธในสำนัก เดินตรงเข้ามาหาอาเจียด้วยสายตาคมกริบ
"เจ้าคืออาเจีย?" เฉินเอ่ยถามเสียงเรียบ แต่น่าเกรงขาม
อาเจียรีบวางตะเกียบ ประสานมือคารวะ "ขอรับศิษย์พี่เฉิน มีธุระอันใดกับศิษย์สายนอกตัวเล็กๆ หรือขอรับ?"
"ข้าได้รับรายงานจากศิษย์น้องจางหู..." เฉินปรายตาไปมองเศษซากดาบเพลิงอัคนีที่จางหูถือมาด้วย "ว่าหุ่นเชิดศิลาของเจ้า สามารถต้านทานและทำลายดาบระดับมนุษย์ขั้นกลางที่สร้างโดยหอศัสตราได้... จนแตกละเอียด"
อาเจียใจหายวาบ 'ซวยแล้ว... ไม่ใช่แค่เรื่องพนัน แต่พวกมันสงสัยประสิทธิภาพของเจ้าสัว'
"มันเป็นเพียงเรื่องบังเอิญขอรับ" อาเจียแก้ตัวน้ำขุ่นๆ "ดาบเล่มนั้นอาจจะมีรอยร้าวอยู่ก่อนแล้ว..."
"บังเอิญงั้นรึ?" เฉินแค่นเสียง "ดาบของหอศัสตรา ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานทุกเล่ม การที่มันจะแตกเพราะกระแทกกับ 'หินธรรมดา' เป็นไปไม่ได้... เว้นเสียแต่ว่าหุ่นของเจ้า จะมีการดัดแปลงด้วย 'วัตถุดิบต้องห้าม' หรือ..."
เฉินก้มลงกระซิบข้างหูอาเจีย ประโยคที่ทำให้อาเจียขนลุกซู่
"...หรือเจ้าไปได้ 'ของดี' บางอย่างมาจาก สุสานศาสตรา ที่เพิ่งถล่มไปเมื่อวาน?"
"นิ่งไว้!" มู่เฉินสั่งการในจิตใจทันที "อย่าพิรุธ! มันกำลังแหย่เสือให้ตื่น ถ้าเจ้าแสดงความกลัวเรื่องสุสานออกมา มันจะจับเจ้าทันที!"
อาเจียกัดลิ้นตัวเองเรียกสติ แล้วเงยหน้าขึ้นสบตาด้วยแววตาซื่อบื้อที่สุดเท่าที่จะทำได้
"สุสาน? ...สุสานอะไรหรือขอรับ? ข้าวันๆ ขลุกอยู่แต่ในหอตำรากับแปลงผัก ข้าจะไปที่นั่นได้ยังไง? อีกอย่าง... ข้าเป็นแค่ลมปราณขั้น 6 นะขอรับ จะเอาปัญญาที่ไหนไปรอดในแดนอันตรายแบบนั้น?"
เฉินจ้องตาอาเจียนิ่งนานเพื่อจับโกหก แต่ด้วยทักษะการเอาตัวรอด (และการตีหน้ามึน) ของอาเจีย ทำให้เขาไม่พบความผิดปกติทางอารมณ์ที่ชัดเจน
"หึ... ปากเก่งนักนะ" เฉินถอยออกมา "แต่ความจริงก็คือความจริง หุ่นของเจ้ามีความแข็งแกร่งเกินมาตรฐานศิษย์สายนอก... ตามกฎของสำนัก หากศิษย์คนใดครอบครอง 'ศัสตราอันตราย' ที่ไม่สามารถระบุที่มาได้ ทางหอศัสตรามีสิทธิ์ยึดไปตรวจสอบ"
"ยึด!" อาเจียหน้าซีด "ไม่ได้นะขอรับ! นี่คือสมบัติชิ้นเดียวของข้า!"
"งั้นก็พิสูจน์สิ" จางหูแทรกขึ้นมาด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย "จ่ายค่าปรับฐานทำลายทรัพย์สินศิษย์ร่วมสำนัก และค่าธรรมเนียมการตรวจสอบความปลอดภัย... ถ้าเจ้ายอมจ่าย เราจะถือว่าเจ้าบริสุทธิ์ใจและลงบันทึกว่าเป็นการ 'อุบัติเหตุในการประลอง' แต่ถ้าไม่..."
จางหูทำท่าปาดคอ "เจ้าสัวของเจ้าจะถูกทุบเป็นกรวดเพื่อหาแกนกลางข้างใน"
อาเจียกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ นี่มันคือการปล้นชัดๆ แต่เป็นการปล้นที่อ้าง 'ความชอบธรรม' และความเชื่อมโยงกับคดีใหญ่ที่เขาก่อไว้ หากเขาขัดขืน เรื่องอาจจะลามไปถึงหูหลี่มู่กู่หรือหลินชิงเสวี่ย แล้วความลับเรื่องหินลับมีดจะแตก
ทางเลือกมีทางเดียว... ตัดอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต
"เท่าไหร่..." อาเจียถามเสียงสั่น
"20 หินปราณที่เจ้าโกงไป... บวกกับดอกเบี้ยอีก 5 หินปราณ" จางหูยื่นมือออกมา "รวมเป็น 25 หินปราณ"
อาเจียแทบกระอักเลือด 20 หินปราณที่เพิ่งได้มา ยังไม่ทันหายอุ่น แถมยังต้องควักเนื้ออีก 5 หินปราณ (เงินเก็บก้อนสุดท้าย)
ด้วยความจำใจ อาเจียล้วงถุงเงินออกมา เทหินปราณทั้งหมดใส่มือจางหู
"หมดแล้ว... หมดเกลี้ยงแล้ว..." อาเจียพูดเสียงแผ่ว "พอใจพวกท่านหรือยัง?"
เฉินมองอาเจียด้วยสายตาเหยียดหยาม รับเงินส่วนแบ่งจากจางหู แล้วพยักหน้า
"ดี... ถือว่าเจ้ารู้ความ" เฉินกล่าวทิ้งท้าย "แต่จำไว้... หอศัสตราจะจับตาดูเจ้า หากหุ่นตัวนี้ก่อเรื่องอีก หรือข้าได้กลิ่นว่ามันเกี่ยวข้องกับของหายในสุสาน... เจ้าจะไม่เสียแค่เงิน"
กลุ่มคนจากหอศัสตราเดินจากไป ทิ้งให้อาเจียนั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่ท่ามกลางเสียงซุบซิบของคนในโรงครัว
"หมดกัน..." อาเจียฟุบหน้าลงกับโต๊ะ "เมื่อเช้ายังเป็นเศรษฐี... ตกบ่ายกลายเป็นยาจกยิ่งกว่าเดิม..."
"นี่แหละคือบทเรียนของ 'ปลาเล็กในบ่อฉลาม'" มู่เฉินกล่าวสอน "การที่เจ้าอวดฉลาดโชว์พลังของเจ้าสัวในตลาด มันไปกระตุกหนวดเสือเข้า... ดีแค่ไหนแล้วที่พวกมันโลภเงินมากกว่าโลภความจริง... ถ้ามันเอาเจ้าสัวไปตรวจสอบจริงๆ เจ้าจบเห่แน่"
อาเจียเงยหน้าขึ้น แววตาที่เคยสิ้นหวังเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและเคียดแค้น
"ข้าจดบัญชีไว้แล้ว..." อาเจียพึมพำ "ศิษย์พี่เฉิน... จางหู... และหอศัสตรา..."
"วันนี้พวกแกเอาเงินข้าไป... วันหน้าข้าจะเอาคืนร้อยเท่าพันทวี!"
เขาลูบหัวเจ้าสัวที่ยืนเงียบอยู่ข้างๆ
"จำกลิ่นพวกมันไว้เจ้าสัว... สักวันหนึ่ง เราจะไปทวงคืน"
อาเจียลุกขึ้น เดินออกจากโรงครัวด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไป ความร่าเริงหายไป เหลือเพียงความมุ่งมั่นที่จะแข็งแกร่งขึ้น... เพราะในโลกนี้ "ความถูกต้อง" ไม่มีจริง มีแต่ "พลัง" เท่านั้นที่กำหนดความถูกต้อง