“สะใภ้ใหญ่ เจ้าคิดว่าแม่สามีอย่างข้าไม่ยุติธรรมหรือ”
นับแต่นางเข้าตระกูลเหยียนมา ทุกเรื่องล้วนคำนึงถึงประโยชน์ของตระกูลเหยียนก่อนเป็นอันดับแรก ทั้งยึดถือชื่อเสียงตระกูลเหยียนเป็นเกียรติศักดิ์ศรีมาตลอด นางไม่ยอมให้ใครมาทำเรื่องเสื่อมเสียต่อตระกูลเหยียนได้เด็ดขาด
“ลูกไม่กล้า เพียงแต่เรื่องนี้ยังต้องสืบสาวให้ชัดเจน หากมีคนคิดร้ายจริง ลูกไม่อาจปล่อยผ่านได้เช่นกันเจ้าค่ะ”
หลายปีมานี้เจี่ยนซื่อทุ่มความสนใจทั้งหมดให้กับลูกๆ เรื่องชิงดีชิงเด่นกันในจวนล้วนลืมตาข้างเดียวมาตลอด กลับนึกไม่ถึงว่าการไม่เข้าไปยุ่งของตนจะทำให้พวกนางมีใจกำเริบเสิบสานกล้ายื่นมือมายุ่งกับบุตรสาวเสียได้
อันที่จริงใช่ว่านางจะไม่เชื่อถือฮูหยินผู้เฒ่า แม้บางครั้งแม่สามีผู้นี้จะทำอะไรตามใจชอบไปบ้าง แต่ไม่ใช่คนจิตใจคับแคบอะไร เรื่องของบุตรสาวคงต้องการให้มีข้อสรุปชัดเจนเช่นกัน ทว่านางยอมให้คนอื่นมาใส่ร้ายม่อเอ๋อร์ต่อหน้าต่อตาเช่นนี้ไม่ได้ และไม่อยากให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าตนไร้ที่พึ่งพิง
ฮูหยินผู้เฒ่าถูกคำพูดไม่กี่คำของนางทำเอาเลือดลมปั่นป่วนไปหมด ยิ่งมองยิ่งนึกรำคาญใจ “ช่างเถิด พาลูกสาวสุดที่รักของเจ้าออกไปเถอะ! อย่าได้อยู่ขวางหูขวางตาข้าที่นี่อีก”
เจี่ยนซื่อคารวะฮูหยินผู้เฒ่าแล้วพาเหยียนจื่อม่อออกจากโถงหรงหย่าง ทันทีที่ออกมาอีกฝ่ายดึงมือนางไว้ “ท่านแม่ ความจริงท่านไม่จำเป็นต้อง...”
“แม่รู้ดี แต่แม่ไม่อยากให้เจ้าไม่สบายใจ ม่อเอ๋อร์ของแม่ควรได้รับการปฏิบัติอย่างอ่อนโยนจากโลกนี้”
เดิมทีเจี่ยนซื่อสูงสง่าไร้กลิ่นคาวโลกีย์อยู่แล้ว ยามนี้เมื่อเผยยิ้มน้อยๆ ยิ่งชวนให้ตาพร่าเลือน เหยียนจื่อม่อสะกดกลั้นความรู้สึกขมฝาดในใจขณะกอดแขนมารดาอย่างสนิทสนม
ชาตินี้ต่อให้ต้องตกนรกอีกครั้ง นางจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายท่านแม่เด็ดขาด ยามนึกถึงเสียงร่ำร้องด้วยความเศร้าโศกและสภาพอเนจอนาถเลือดไหลนองเป็นสายของอีกฝ่ายในชาติก่อน หัวใจพลันหนาวเหน็บยิ่งนัก
หลังบอกให้ทุกคนออกไปหมดแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่ากำลังเอนกายบนเตียงที่ทำขึ้นจากไม้จันทน์ภายในโถงหรงหย่าง
“เจ้าว่าข้าแก่จนเลอะเลือนไปแล้วหรือไม่ เหตุใดจึงมองว่าเด็กสาวผู้หนึ่งไร้ซึ่งท่าทีตื่นตระหนกต่อสิ่งใดๆ ไปเสียได้” นางกล่าวอย่างทอดถอนใจ ดวงตาเฉียบแหลมมีประกายความไม่แน่ใจแวบผ่าน
“ท่านคงคิดมากไปกระมัง นางเป็นเพียงเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมคนหนึ่งเท่านั้นเจ้าค่ะ”
หมอมอผู้เฒ่านวดหน้าผากให้เจ้านายเบาๆ จากด้านหลัง ตนรับใช้อีกฝ่ายมานานหลายปี ย่อมทราบว่านางติดใจสงสัยตรงไหน หากไม่ใช่เพราะมีฮูหยินโหวเข้ามา คนที่จัดการเรื่องทุกอย่างในจวนผิงซีโหวจะเป็นคุณหนูจากตระกูลสวี่ ทว่าใต้หล้านี้จะมีเรื่องราวที่ได้ดั่งใจไปหมดทุกอย่างได้อย่างไร
“ช่างหาแต่เรื่องยุ่งมาให้จริงๆ ตอนแรกโง่เง่าขนาดปล่อยให้ลูกสาวถูกคนสลับตัวไปได้ ตอนนี้กลับทำตัวเหมือนเม่นเสียอย่างนั้น ไม่ว่าใครก็แตะต้องไม่ได้แล้ว”
ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ค่อยชอบใจเจี่ยนซื่อมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ต่างคนต่างก็อยู่โดยไม่ก้าวก่ายซึ่งกันและกัน ถึงอย่างไรบุตรชายก็รักอีกฝ่ายยิ่งนัก หากนางไม่รู้จักหนักเบาจะทำให้บุตรชายเสียใจโดยใช่เหตุเอาได้
ส่วนเรื่องสายเลือดตระกูลเหยียนที่หลุดออกไปภายนอกคราวนี้ ถึงแม้นางจะตำหนิไปบ้างนิดหน่อย กลับยังต้องฝืนกล้ำกลืนเนื่องด้วยบุตรชายที่ไร้ซึ่งอำนาจความเป็นสามี อย่าได้เห็นว่าเขาทำหน้าเคร่งขรึมต่อหน้าผู้คน แต่ยามอยู่ต่อหน้าเจี่ยนซื่อกลับใจอ่อนยิ่งกว่าอะไรเลยทีเดียว
หากไม่ใช่หลายปีมานี้เจี่ยนซื่อเย็นชาถึงขนาดไม่แม้แต่มีสีหน้าดีๆ ให้กัน เขาคงไม่ต้องปั้นหน้าบูดบึ้งอย่างที่เด็กเห็นยังหยุดร้องเช่นนั้น นางคิดๆ แล้วก็เหนื่อยใจยิ่งนัก