เจาะเวลาหาขงเบ้ง 寻孔明

    ตอนที่ 128 ขุนศึกลึกลับ

    อุโมงค์จุดที่ 2 ใกล้สำเร็จแล้ว ..ผู้อพยพทุกคนเริ่มคลายกังวล และเริ่มการ์ดตกโดยไม่เจตนา !!!และหากมิใช่เพราะดินแดนปักเป๋งไม่มียอดฝีมือปกป้องรักษาอยู่  ..เหล่าผู้อพยพก็คงจะจากไปได้อย่างปลอดภัยไร้กังวลใดๆ.. แต่โชคร้ายที่นี่ยังมี จูล่ง (子龍) /  เตียวหยุน ( 趙雲; Zhào Yún)แม้ยอดฝีมือเช่นเขาไม่ได้รับการดูแลที่ดีอันใด ..แต่ใจยังจงรักภักดีเจ้านายผู้นี้ 'กองซุนจ้าน' อย่างไม่เคยเปลี่ยนแปลง !! “เป็นใครเหนอลักลอบมาในดินแดนฮั่น ? ..ผู้ซึ่งข้า ‘กองซุนจ้าน’ ปกปักรักษาด้วยชีวิต”เจ้าเมืองปักเป๋ง มาตรวจสอบที่นี่ด้วยตัวเอง พร้อมทหารเอกคู่บารมี ‘เตียวจูล่ง’
    error loadedกองซุนจ้าน วาดขึ้นในยุคราชวงศ์ชิง
    ทหารม้า 12 กอง รายล้อมป่าแห่งนี้เอาไว้ ขอแค่แม่ทัพส่งสัญญาณ ย่อมพร้อมจะจู่โจมสังหารสิ้น !!แย่กว่านี้ไม่มีมีอีกแล้ว ..พวกเขายังไม่พร้อมเลยซักอย่าง ดำรงค์ต้องทำใจดีสู้เสือ เพื่อถ่วงเวลาเอาไว้ให้นานที่สุด.. “ข้าเจ้าเมืองดำรงค์ หวังว่าท่านกองซุนจ้านจะพอจดจำข้าได้บ้าง ..จากทัพ 18 หัวเมืองต่อต้านตั๋งโต๊ะเมื่อครานั้น..”อันที่จริงภาพลักษณ์อันเย่อหยิ่งจากเมืองเล็กๆในครั้งนั้น ..ย่อมไม่เป็นที่ประทับใจใดๆต่อเจ้าเมืองใหญ่อย่างเขา แต่จะอย่างไร “ศัตรูของศัตรูก็คือมิตร” และอ้วนเสี้ยวคือศัตรูคู่แค้นผู้ฆ่าสังหารน้องชาย และสร้างความอัปยศอดสูอย่างเหลือแสนแกผู้ยิ่งใหญ่ในภาคเหนืออย่างเขา ..กองซุนจ้าน “วีรกรรมของท่าน เป็นที่ประทับใจ ..ไม่ทราบว่ามาที่นี่มีจุดประสงค์อันใด ?”ปรายตาดูผ่านๆ เข้าไปในดงไม้ ..ก็พอจะรู้ศักดิ์ฐานะของชาวซงหนูเหล่านี้ ..ว่าแต่เขาพาคนเหล่านี้มาที่นี่กันได้อย่างไร ?" “ผมมาเพื่อปลดปล่อยผู้ยากไร้เหล่านี้ ..จะอย่างไรเขาก็เป็นเพื่อนร่วมโลกของเราทุกคน”พร้อมผายมือไปยังผู้อพยพที่สิ้นไร้ไม้ตอกเหล่านั้น ศัพท์แปลกๆเต็มไปหมด ..คนรุ่นใหม่อย่างจูล่ง ยังยืนงงในดงซงหนู !!! -เจ้าเมืองผู้นี้ …ช่างติงต๊องเป็นนักหนา- แต่ด้วยหน้าที่ และหน้าตา ..พวกเขาจะไม่มีทางยินยอมให้คนเหล่านี้หลุดรอดออกไปเพื่อนสร้างปัญหา และตราบาปแก่รั้วของชาติเช่นเขา “เจ้าเมืองดำ สามารถจากไปได้ ..เว้นเพียงชาวเผ่าเหล่านั้น..ทุกๆ คน !!!” ….ฮือๆๆ ..ข้ายังไม่อยากตาย….ไม่นะ พวกเราต้องมาตายในดินแดนผู้อื่น ..โปรดเมตตาพวกเราด้วย พวกเขารู้ชะตากรรมของตนเองดี ..และที่นี่คือที่กลบฝังของทุกคนอย่างไม่ต้องสงสัย หากใช้กำลังเข้าหักหาญ แม้  ‘เขา’ จะรอดตายไปได้ แต่ผู้อพยพเหล่านี้คงไม่มีหวังได้เห็นแสงอาทิตย์ของเช้าวันใหม่อย่างแน่นอน ‘เขา’ ต้องใช้ปัญญา ต้องใช้วิธีการที่นิ่มนวลอย่างที่สุด “ข้าขอประลอง ..แม้นข้าได้ชัยชนะ โปรดละเว้นพวกเขาทุกคน” ฮึ!!ลูกไก่ในกำมือชัดๆ จะอย่างไรก็ไม่ทางรอดพ้น ..แต่นี่ ! แม้ไร้เหตุผลอย่างที่สุด ..ขุนศึกทั้งหลายเหล่านี้กลับรักศักดิ์ศรีมากกว่าชีวิตของตนเสียอีก “ครั้งเมื่อรบกับลิโป้ ยังไม่ฟื้นกำลัง …จึงจำต้องส่งจูล่งไปรบแล้ว”ผ่านมาตั้งหลายปี ..นี่ถือเป็นเหตุผลผีสางอันใดของกองซุนจ้าง ? …แต่เอาเถอะ จะอย่างไรก็เป็นทางรอดเพียงทางเดียว “ข้ายินดีประลองกับจอมยุทธเตียว …เชิญ” กองซุนจ้านทำหน้าฉงน ?และคนระดับเขา ย่อมไม่เดินหมากทื่อๆอย่างนั้นเป็นแน่นอน.. “ทหารเอก ก็ต้องรบกับทหารเอก ..หรือท่านเจ้าเมืองดำ ไม่รู้ธรรมเนียมปฏิบัติ ?”…ชิ..หาย… ใครมันจะไปรู้กะเองวะ ‘ดำ’ เศร้าสลดอย่างที่สุด ..เพราะขุนศึกที่ดีที่สุดที่มีในนี้คือ #กองทัพกระดูก ผู้เป็นยอดฝีมือชาวชงหนู แต่ไม่ต้องดูก็รู้ว่าไม่สามารถเทียบชั้นใดๆกับขุนศึกระดับตำนานที่นั่งบนม้าขาว ..ด้วยท่าทางผ่อนคลายนั่น !!! แต่ใครจะนึกว่า ‘ขุนศึกของเขา’ ผู้นั้น อยู่ๆ ก็โผล่ออกมาเฉยเลยร่างเล็กๆ ที่มีหนวดกระจุ๋มกระจิ๋มสวมหมวก และชุดนักรบในทุ่งหญ้า ..ครูฝึกคนนั้น ?คนที่ ‘ดำ’ ยังไม่รู้จักแม้แต่ชื่อ !!! “ข้าคือขุนศึกของเจ้าเมืองดำรงค์ นาม ‘หูฮันเซีย’ ”สำเนียง และน้ำเสียงประหลาดเหล่านี้ ย่อมเป็นชาวนอกด่านอย่างไม่ต้องสงสัย ..แต่เอาเถิด เมื่อกล้าท้า ก็ย่อมต้องกล้าตายด้วย !! จูล่งถือทวนยาว น่าหวาดหวั่น ..ร่ายรำเข้าใส่อย่างไม่เจรจาใดๆ !! เชี้ยวว …ขวับๆ‘หูฮันเซีย’  แม้ร่างจะเล็กแต่ใจใหญ่โตเกินตัว เขาเพียงหลบไปอย่างหวาดเสียวที่สุด …แต่แล้วพลิกร่าง จากนั้นง้างคันศรออกไป !! เชี้ยววว … ลูกเกาทัณฑ์ 3 ดอก หมุนควงพิสดารนักหนาแต่ยอดฝีมือเช่นจูล่ง ใช้ทวนกวาดออกไปง่ายๆ เคว้งงง …ตุ๊บๆๆ‘หูฮันเซีย’ คว้าหอกซัดที่ด้านหลัง แล้วซัดตามติดเข้าไปอีก  !! ..กระบวนท่าช่างต่อเนื่อง ลื่นไหลดุจสายน้ำ ทั้งดำรงค์และจูล่ง ต่างอดที่จะชื่นชมเป็นไม่ได้ เชี้ยวๆๆๆ ..ปั๊กๆเขาควงทวนยาว เพื่อปัดป้องหอกซัดทั้ง 2 ชิ้น ..แต่นี่กลับสร้างความมึนงงกับจอมยุทธเช่นเขาอย่างที่สุด !! ชายร่างเล็กกับม้าตัวนั้นหายไปไหนเสียแล้ว ? เชี้ยงงง ฉับ!!ดาบสังหารอาชา ได้ทำหน้าที่เช่นเดียวกับชื่อของมัน .. และม้าขาวเกรดกลางๆที่จูล่งใช้ขับขี่ ..ก็ถูกผ่าออกเป็นสองซีกไปกับตา !! ผลแพ้ชนะปรากฏแล้ว ..แม้จูล่งจะพ่ายแพ้เพราะใช้ม้าที่มีสมรรถนะที่ต่ำต้อยจนเกินไป แต่เมื่อแพ้ ..ก็ต้องยอมพ่ายแพ้อยู่ดี …ทั้งลอร์ดดำรงค์ ทั้งกองซุนจ้าน ดูการประลองจนตาค้าง …โดยเฉพาะ ‘ดำ’ ทั้งดีใจ ทั้งประหลาดใจสุดๆ “เก่ง ..ท่านเก่งถึงเพียงนี้ ?”ตอนที่ถ่ายทอดวิชาก็ว่าเก่งแล้ว เมื่อยามใช้ออกไป กลับดุร้ายกว่าตอนนั้นหลายเท่าตัว “เจ้าคนไม่เอาไหน !! ..ฮึยย..”ทั้งเสียหน้า ทั้งเจ็บใจ ..กองซุนจ้านพร้อมจะส่งสัญญาณให้ทหารม้าเข้าทำการล้างอายในทันที !!! …แต่แล้ว “พวกเรากลับกันเถอะ …”เสียงละห้อย สิ้นหวัง ..แต่ลูกผู้ชายอย่างเขาย่อมรักษาคำพูดยิ่งกว่าชีวิตของตนเสียอีก ดำรงค์แอบปลื้ม ‘สุภาพบุรุษเสียงสาน’ ผู้นี้ขึ้นไปอีก 3 ขั้น !!!เขาจึงพยายาม ..รักษาน้ำใจของทุกฝ่าย “เรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ …มันไม่เคยเกิดขึ้น ..ด้วยศักดิ์ศรีลูกชายอย่างข้า ..จะไม่มีมีวันเผยแพร่เรื่องราวนี้ออกไป …จริงไหมทุกคน ?”…จ้า ..จริงจ้า ข้าไม่มีวันพูด…ถ้าข้าพูด ถือว่าข้าเป็นลูกเต่า ความลับเหล่านี้ จะถูกปกปิดไว้ตลอดไป ..กองซุนจ้านจึงทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น จากนั้นพากองทหารกลับเข้าค่ายทหารในทันที……..……….………….และเมื่ออุโมงค์พร้อมใช้งานแล้ว ดำรงค์เร่งให้ทุกคนเตรียมพร้อมเคลื่อนย้ายในทันทีแต่ใจยังเกรงจะถูกติดตาม …ระยะห่าง 1.5 km .. 5 นาที น่าจะทันแบบเหลือๆ.. ดำรงค์ใช้เชือกยึดโยงเพื่อนำทาง จากนั้นเปิดอัลติเมท #ดับตะวัน เพื่อปิดบังทุกสิ่งด้วยความมืดมิดที่สุดในจักรวาล เขานำทุกชีวิตที่ทุกข์ทนผ่านพ้นเข้าไปในแผ่นดินฮั่นได้สำเร็จ จากนั้นเดินทางพร้อมปกปิดร่องรอย และภาวนาให้ถึงเกียดเซกโดยสวัสดิภาพ..สาธุ