วรารัตน์พาเด็กชายน้องโฟร๊ค ลงมาเดินเล่นรับลมที่ชายหาด ซึ่งอีกสามวันกิตติภพก็จะพาพวกเธอกลับแล้ว เพราะตอนนี้งานที่นี่เริ่มคลี่คลาย และเป็นไปตามขั้นตอน ไม่มีปัญหาเหมือนก่อนแล้ว กิตติภพจึงวางใจให้ผู้บริหารของที่นี่รับช่วงในการบริหารต่อ
วรารัตน์ยอมรับกับตัวเองเลยว่าเธอชอบที่นี่มาก ที่นี่ทะเลสวยใสสีฟ้าครามตัดกับชายหาด และท้องฟ้าที่มีก้อนเมฆสีขาว ที่มองดูทีไรก็สบายตาทุกที และไหนจะคลื่นน้ำทะเล ที่พัดเข้าหาฝั่ง เป็นละอองคลื่นสีขาวนั้นอีกละ มันยิ่งทำให้มองดูทีไร รู้สึกผ่อนคลายสบายใจทุกครั้ง
“อีกสามวันเราก็จะได้กลับกันแล้ว นะน้องโฟร๊ค แม่คงคิดถึงที่นี่แย่เลย เฮื่อออ!!!!......”
วรารัตน์ก้มลงไปพูดคุยกับเด็กชายตัวน้อย ที่อุ้มอยู่ในอ้อมแขน ซึ่งเด็กชายตัวน้อยก็ทำเพียงแต่เมียงมองตาใส่แป๋ว และบางที่ก็พูดอ้อแอ้ตามประสาเด็กที่ยังไม่รู้เดียงสา
วรารัตน์มองดูเด็กชายน้องโฟร๊ค ที่เคล้าโครงหน้าถอดพิมพ์เดียวมาจากกิตติภพโดยแท้ พอเห็นแล้วก็ให้หวนคิดถึงชายหนุ่มตัวโต ที่เป็นพ่อบังเกิดเกล้าของเด็กชายน้องโฟร๊ค ที่ทุกวันนี้เขาเปลี่ยนไปมาก หากเวลาที่อยู่ด้วยกัน เขาจะขี้อ้อนและเรียกร้องเอากับเธอมาก ไม่เหมือนแต่ก่อน ที่เคยแต่หน้าตึง เย็นชา เรียบเฉยตลอดเวลา
วรารัตน์คิดไปถึงผู้ชายตัวโตคนนั้น ก็ทำให้เธอคลี่ยิ้มบางๆ ออกมาที่มุมปาก ด้วยความรู้สึกหลากหลาย ไม่ว่าจะทั้งตื่นเต้น วาบหวาม อิ่มเอมใจ และมีความสุขจนล้นปรี่ จนยากจะบรรยายออกมาเป็นคำพูด
“คุณนุ่น!!!!......”
เสียงผู้ชายดังเรียกชื่อวรารัตน์มาแต่ไกล วรารัตน์จึงหันไปมองยังต้นเสียง เธอจึงเห็นว่าคนที่เรียกคือณโรดม คนที่เคยเอาอาหารขึ้นมาส่งที่เพ้นท์เฮาส์นั้นเอง ซึ่งวันนี้เขาไม่ได้แต่ชุดเครื่องแบบพนักงาน แต่แต่งชุดธรรมดาๆ นั้นแสดงว่าวันนี้เขาไม่ได้ทำงาน
“สวัสดีครับคุณนุ่น ผมดีใจจังเลยที่เห็นคุณนุ่น ลงมาเดินเล่นเหรอครับ??”
ณโรดมเดินไวๆ เข้ามาใกล้วรารัตน์ ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แสดงถึงความดีใจที่ได้เห็นหญิงสาว คือจริงๆ วันนี้เป็นวันหยุดของณโรดม แต่เขาก็ลองมาเดินแถวนี้ เผื่อว่าเขาจะมีโอกาสได้เจอกับวรารัตน์ เพราะตั้งแต่วันนั้นที่ขึ้นไปส่งอาหารที่เพ้นท์เฮาส์แทนเพื่อน ณโรดมก็ได้เห็นวรารัตน์แบบห่างๆ และไม่มีโอกาสเข้าไปทักทายเลย
“สวัสดีค่ะ นุ่นพาน้องโฟร๊คมาเดินเล่นรับลมน่ะค่ะ”
วรารัตน์ยิ้มบางๆ แล้วตอบคำถามณโรดมไปตามความจริง และก็ค่อยๆ ก้าวเดินต่อไป ณโรดมก็ก้าวเดิมตามไปด้วย และภายในใจของณโรดมก็คิดว่านี้เป็นโอกาสของเขา เพราะเขานั้นชอบวรารัตน์ตั้งแต่ที่ได้เจอกันครั้งแรกโน้นแล้ว จึงอยากจะสานสัมพันธ์ต่อกัน เผื่อว่าต่อไปอาจจะได้เลื่อนขั้นจากคนรู้จัก ไปเป็นอย่างอื่นที่มากกว่า
แต่ไม่ใช่ว่าณโรดมจะไม่ได้ยินข่าวซุบซิบนินทา ของพนักงานในโรงแรมหรอกนะ เขาน่ะได้ยินที่พนักงานลือกันให้แซดว่า วรารัตน์ไม่ใช่เป็นเพียงแค่พี่เลี้ยงลูกของกิตติภพธรรมดาๆ วรารัตน์ยังเป็นผู้หญิงของกิตติภพด้วยอีกต่างหาก แต่ณโรดมหาได้สนใจเสียงลือเสียงเล่าอ้างนั้นแต่อย่างใดไม่ เพราะคิดว่าหากอยากได้แล้วก็ต้องได้
“คุณนุ่นมีเวลาว่างบ้างไหมครับ?? ผมอยากจะชวนคุณไปเที่ยวเปิดหูเปิดตา ผมเห็นแต่คุณนุ่นอยู่แต่ที่โรงแรม คงเบื่อแย่เลยว่าไหม”
วรารัตน์มองสบตากับณโรดม อย่างต้องการให้รู้ว่าที่เขาพูดมาอย่างนี้มันหมายความว่าอะไร และเขาต้องการอะไรกันแน่ ทำไมเขาถึงมาชวนเธอไปเที่ยวอย่างนี้ วรารัตน์คิดว่าสายตาที่มองเธอดูไม่น่าไว้วางใจเอาเสียเลย ไหนจะทำพูดนั้นอีก
“ขอบคุณนะคะที่ชวน แต่นุ่นไม่เบื่อหรอกค่ะ เพราะนุ่นมีน้องโฟร๊ค และหากว่านุ่นเบื่อคุณภพก็พาออกไปอยู่แล้วล่ะค่ะ”
วรารัตน์กล่าวปฏิเสธอย่างสุภาพ คือเธอรู้สึกอึดอัดนะ ที่อยู่ๆ ณโรดมก็เข้ามาตีสนิทกับเธอ ซึ่งผิดกับพนักงานคืนอื่นๆ ที่ทั้งนอบน้อมและดูจะเกรงใจเธอมาก
“ผมพาไปได้นะครับ เพียงแค่คุณนุ่นบอกมา ผมเต็มใจพาคุณนุ่นเที่ยวเสมอ”
ณโรดมยังคงตื๊อไม่เลิก จึงทำให้วรารัตน์รู้สึกอึดอัดมากยิ่งขึ้น เธอจึงทำเพียงแต่ยิ้มเจือๆ และทำทียกมือเรียวเล็กขึ้น ดูนาฬิกาที่ใส่อยู่ที่ข้อมือ
“เอ่อ!! นี่ก็เย็นแล้ว นุ่นขอตัวก่อนนะคะ”
วรารัตน์เงยหน้าขึ้นจากนาฬิกาข้อมือ บอกกล่าวณโรดมจบ เธอก็เดินย้อนกลับไปยังโรงแรมทันที โดยไม่รอฟังคำพูดใดๆ จากณโรดมเลยแม้แต่คำพูดเดียว ณโรดมจึงทำได้แต่มองตามแผ่นหลังบอบบางไป ด้วยความรู้สึกที่ไม่ใคร่จะพอใจสักเท่าไร
๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕