บรรยากาศริมทะเลตอนกลางคืนแม้จะมืดไปสักหน่อยแต่ก็มีความสวยงามเฉพาะตัว ลมทะเลที่พัดโชยพาดผ่านผิวกายเย็นเยือก เสียงคลื่นสาดซัดกระทบทรายขาวเสียงดังไม่ขาดสาย ยิ่งเงียบเท่าไรก็ยิ่งได้ยินชัดขึ้น
เดินออกมาจากห้องนานหลายนาทีแต่กลับไม่เจอแม้แต่เงาของคนที่เขาออกมาตามหา เด็กหนุ่มข้างกายเกาะแขนนำพาให้เขาเดินมาอีกทิศทางหนึ่ง ห่างออกไปจากรีสอร์ทพอสมควร
พลันเสียงเพลงแว่วดังเข้ามาในหู ยิ่งเดินไปข้างหน้ามากเท่าไรเสียงเพลงก็ยิ่งดังขึ้นเรื่อย ๆ แสงสลัวจากดวงไฟในระยะที่สายตามองเห็นสะท้อนเงาของใครบางคนที่กำลังยืนมองมาทางเขา
ทุกย่างก้าวที่เดินเข้าไปใกล้ขึ้นก็พลันหัวใจเต้นระส่ำด้วยความรู้สึกหลากหลายอย่างที่ผุดขึ้นมา
ร่างสูงโปร่งของชายคนรักยืนส่งยิ้มหวานให้กัน จากเงามืดเมื่อครู่ชัดเจนขึ้นเมื่อเดินมาถึง ดวงตากลมใสกวาดมองไปทั่วบริเวณ มีการจัดแต่งด้วยดวงไฟสีเหลืองนวลพาดผ่านเสาไม้ไผ่ที่ปักไว้บนพื้นทรายสองฝั่ง ตรงกลางปูด้วยผ้าหลายผืน ทั้งยังมีหมอนอิงสองสามใบตั้งทับอยู่
น่านน้ำมองคินทร์ด้วยความสงสัย เขาไม่รู้ว่าคนพี่มาเตรียมอะไรพวกนี้ไว้ั้แ่เมื่อไร
“น่านครับ” คินทร์เอ่ยเรียกชื่อคนรักเสียงนุ่ม ดวงตาทั้งสองสอดประสานสบสายตากันอย่างไม่มีใครหลบหนี
“ครับ”
“เฮียมีอะไรจะถาม”
“ถามอะไรเหรอครับ”
“เฮียอยากถามน่าน ว่าน่านพร้อมที่จะสร้างครอบครัวกับเฮียหรือยัง”
“...”
“ถ้าเฮียอยากขอน่านแต่งงาน น่านจะตอบตกลงหรือเปล่า”
“...”
คินทร์มั่นใจมาตลอดั้แ่วันแรกที่เป็แฟนกันจนถึงวันนี้ สี่ปีที่อยู่ด้วยกันในฐานะคนรักไม่มีวันไหนที่หัวใจของเขาจะแปรเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย
ร่างสูงโปร่งย่อตัวลงคุกเข่าตรงหน้าคนรักพร้อมหยิบแหวนเพชรที่ตนเป็คนออกแบบเองกับมือยกขึ้นยื่นไปตรงหน้าน่านน้ำ เอ่ยถามสิ่งที่ตนซ้อมพูดในใจคนเดียวมานานหลายเดือน คินทร์คิดมาตลอดว่าอยากแต่งงานกับน่านน้ำ เพียงแค่รอเวลาให้คนน้องเรียนจบ
“ขอผู้ชายคนนี้ได้ดูแลน่านในฐานะสามีได้หรือเปล่า”
“...”
ในฐานะคนรักคินทร์คิดว่าตัวเองทำได้ดีมากแล้ว และสามารถทำได้ดียิ่งกว่านี้ เขาอยากสร้างครอบครัวกับน่านน้ำ อยากครองคู่กับเด็กหนุ่มคนนี้ไปนานแสนนาน
“เฮียขอสัญญาว่าจะรักน่านเท่าที่ผู้ชายคนนี้จะทำได้ ชีวิตที่เหลืออยู่ของเฮียนับจากนี้จะขอยกมันให้น่านเพียงคนเดียว”
“...”
“แต่งงานกับเฮียนะครับน่าน”
แม้คำพูดที่เปล่งออกมาจะเสียงดังฟังชัดแต่น้ำเสียงแฝงไปด้วยความประหม่าสั่นไหวเล็กน้อย คินทร์ไม่ได้เผื่อใจเอาไว้หากถูกปฏิเสธใช่ว่าจะมั่นใจเต็มร้อย แต่ทว่าลึก ๆ แล้วเขากลับภาวนาขอให้น่านน้ำตอบตกลง
“ครับ” ตอบกลับทันทีโดยไม่ต้องคิดอะรให้มากมาย
ใบหน้าจิ้มลิ้มเผยยิ้มหวานขึ้นอย่างกลั้นไม่อยู่ รอบดวงตาร้อนผ่าวคล้ายคนกำลังจะร้องไห้ ทั้งตื่นเต้นทั้งดีใจผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก มือข้างซ้ายยื่นออกไปให้คนพี่สวมแหวนอย่างไม่ลังเล
ก่อนจะถูกว่าที่สามีสวมกอดเอาไว้แน่น เสียงปรบมือโห่ร้องดีใจดังขึ้นพร้อมกับต้นตอของเสียง ทั้งป๊า ม๊า และน้องชายของคินทร์อีกสองคนเดินออกมาจากตรงไหนสักแห่ง คงจะแอบลุ้นคำตอบไปพร้อม ๆ กับคินทร์
น่านน้ำหันไปชี้หน้าคาดโทษคีนที่แอบหลอกเขาอย่างแยบยล ไม่รู้สึกเอะใจแม้แต่น้อย
“ยินดีต้อนรับสะใภ้ใหญ่คนแรกของบ้านวิรุฬฟ์โยธินนะจ๊ะหนูน่านน้ำ” คุณหญิงกนกอรยกยิ้มด้วยความชื่นชมยินดีที่เอจะได้น่านน้ำมาเป็ลูกสะใภ้
“ขอบคุณครับม๊า”
น่านน้ำไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะกลับมามีความสุขได้อีกครั้ง มันมากเกินกว่าที่หวังเอาไว้เสียอีก...
...
ภายในงานมงคลสมรสของ คินทร์ คณาธิป วิรุฬห์โยธิน และ น่านน้ำ นภัสกร สกุลวานิช มีแเื่หลายร้อยคนมาร่วมแสดงความยินดีกับทั้งคู่ คินทร์เลือกจัดงานที่โรงแรมเพราะสามารถรองรับแขกจำนวนมากได้
หลังจากใช้เวลาเตรียมตัวมานานถึงครึ่งปีวันที่พวกเขาเฝ้ารอก็มาถึง ทุกอย่างผ่านไปอย่างราบรื่น จนถึง่สุดท้ายของงานก่อนส่งทั้งคู่เข้าเรือนหอ
ทั้งสองคนกล่าวขอบคุณแขกในงานที่มาร่วมยินดีให้กับชีวิตคู่หลังแต่งงานนับจากนี้ด้วยความตื้นตันใจ มีกินเลี้ยงกันอีกเล็กน้อยก่อนแยกย้ายกันกลับ
รวมถึงคู่รักข้าวใหม่ปลามันที่พากันกลับ น่านน้ำนั่งหลับมาตลอดทางเพาะความเหนื่อยล้าอ่อนเพลีย เพราะั้แ่เช้าจนจบงานแทบไม่ได้นั่งพัก
รถยนต์เลี้ยวเข้าจอดภายในโรงรถของบ้านหลังใหม่ที่เขาสร้างไว้ใช้เป็เรือนหอ ซึ่งน่านน้ำเองยังไม่เคยเห็นที่นี่มาก่อน ตั้งใจจะใช้มันเพื่อการนี้โดยเฉพาะ
ตอนแรกคิดไว้ว่าเสร็จงานแล้วพาน่านน้ำมาจะได้ถือโอกาสเซอร์ไพรซ์ทีเดียว ทว่ากลับหลับปุ๋ยน่าเอ็นดูขนาดนี้เขาคงไม่ปลุกขึ้นมา เอาไว้พรุ่งนี้ตื่นมาเ้าตัวก็คงเห็นเอง
ร่างสูงอุ้มภรรยาตัวน้อยเข้าบ้านขึ้นห้องมานอน เลือกที่จะเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้แทนการปลุกไปอาบน้ำ คินทร์ไม่อยากให้น่าน้ำต้องเหนื่อยไปมากกว่านี้
จัดการทุกอย่างให้น่านน้ำจนเสร็จสรรพก็พาตัวเองไปอาบน้ำก่อนจะกลับมานอนลงข้าง ๆ ภรรยา เพียงไม่นานความง่วงงันก็พลันให้เขาหลับไปได้โดยง่าย
...
แสงแดดสาดส่องผ่านหน้าต่างกระทบกายของคู่สามีภรรยาที่ยังคงนอนอยู่บนเตียง
น่านน้ำค่อย ๆ ลืมตาขึ้นปรับสายตารับแสงสว่างยามเช้า ก่อนกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้อง ไม่มีสิ่งใดคุ้นตาสักอย่างแม้แต่เพดานห้องก็เปลี่ยนไป ร่างเล็กดีดตัวลุกขึ้นด้วยความใ
“เป็อะไรครับน่าน ฝันร้ายเหรอ” เสียงทุ้มแหบพร่าของคนที่นอนอยู่ข้าง ๆ เอ่ยถามขึ้น พลางลุกนั่งมองคนรักด้วยความสงสัย
“เราอยู่ที่ไหนกันครับ ไม่ใช่คอนโดฯ เหรอ?”
“เรือนหอไงครับ”
“เรือนหอ?”
ที่ผ่านมาน่านน้ำนึกว่าคินทร์ใช้คอนโดฯ เป็เรือนหอเสียอีก เขาไม่ได้ถามหรือสงสัยในเื่นี้เลยด้วยซ้ำ
“ไปอาบน้ำล้างหน้าล้างตาก่อนดีไหมครับ เสร็จแล้วเฮียจะพาไปเดินดูบ้านของเรา”
บ้านของเรา..
พอได้ยินคำนี้แล้วรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก ที่ที่เขาอยู่ตอนนี้คือบ้านของเราสองคน.. จริง ๆ สินะ
.
.
หลังจากอาบน้ำเสร็จน่านน้ำก็เปลี่ยนไปใส่ชุดที่คินทร์ซื้อไว้ให้อยู่ในตู้เสื้อผ้า เป็ชุดใหม่ทั้งหมดมีอยู่นับสิบชุดเห็นจะได้ คนพี่บอกว่าจะพากลับไปคอนโดฯ ตอนเย็น ๆ เพื่อขนของมาไว้ที่นี่ ส่วนคอนโดที่เคยอยู่จะยกให้คีนจะได้ไม่ต้องไปซื้อที่ใหม่
ร่างเล็กเดินลงบันไดลงมาชั้นล่าง ตอนแรกตั้งใจจะไปหาคินทร์ในครัว ทว่าสายตาดันเห็นไปยังนอกบ้าน สภาพแวดล้อมคุ้นตาเรียกความสนใจให้ต้องออกไปดู
ดวงตากลมใสกวาดมองไปทั่วบริเวณเขาไม่ได้คิดไปเอง ที่นี่คือบ้านเก่าของเขา แม้ว่าบ้านหลังนี้จะถูกสร้างขึ้นมาใหม่แต่สภาพแวดล้อมรอบ ๆ เขายังจำได้ดี อาจจะมีบางส่วนที่เปลี่ยนแปลงไปแต่ก็ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของที่นี่
บริเวณหน้าบ้านถูกจัดแต่งเป็สนามหญ้าทั้งสองฝั่ง โดยระหว่างกลางเป็ทางถนนยาวมาถึงโถงจอดหน้าบ้าน ถัดไปอีกหน่อยจะเป็สวนหย่อมเล็ก ๆ ที่มีดอกไม้นานาพรรณ บางต้นยังอยู่ในกระถาง บางต้นถูกปลูกลงดินเป็ที่เรียบร้อย ชิงช้าไม้ขนาดกลางคล้ายกับที่บ้านใหญ่ของคินทร์วางอยู่ไม่ไกล ใช้เป็ที่นั่งเล่นได้ใน่เย็น
จากที่สังเกตดูทุกอย่างถูกจัดแต่งคล้ายบ้านเก่าตอนเด็กที่เขาเคยอยู่เกือบทั้งหมด รู้สึกเหมือนได้กลับบ้านหลังจากห่างหายไปนานอย่างไรอย่างนั้น
“ชอบที่นี่ไหมครับ?”
วงแขนแกร่งโอบเอวภรรยาตัวเล็กลางกระซิบถามข้างหูเสียงนุ่ม ก่อนที่น่านน้ำจะพยักหน้าหงึกหงักเอ่ยตอบเสียงสั่น ๆ
“ชอบครับ ชอบมาก”
คินทร์ตั้งใจซื้อที่ดินผืนนี้ไว้ั้แ่สามปีก่อน พยายามหาแบบบ้านหลังเก่าที่น่านน้ำเคยอยู่เพื่อเป็แนวทางสร้างบ้านหลังนี้ขึ้นมา ตั้งใจจะออกแบบรอบ ๆ บ้านให้คล้ายเดิมมากที่สุด เพราะน่านน้ำเคยเล่าเื่ตอนเด็กให้เขาฟังอยู่หลายครั้ง แววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความคิดถึงฉายชัดออกมาให้เขารับรู้ได้ คินทร์อยากให้ที่นี่เป็เรือนหอของเราสองคน อยากสร้างครอบครัวด้วยกันที่นี่ น่านน้ำคงจะมีความสุขที่ได้กลับมาอยู่ที่นี่อีกครั้ง
“ที่นี่คือบ้านของน่าน บ้านของเฮีย ...บ้านของเรา”
“ขอบคุณนะครับเฮีย ขอบคุณจริง ๆ”
น่านน้ำไม่รู้ว่าต้องสรรหาคำไหนมาขอบคุณสามีของตนเองถึงจะเพียงพอ ทุกอย่างที่คินทร์ทำให้เขามันมากจนทั้งชีวิตก็ไม่รู้จะขอบคุณหมดหรือเปล่า
“เฮียยินดีทำทุกอย่างที่รู้ว่าน่านจะมีความสุข”
ร่างเล็กหันกลับมาประจันหน้ากับคนรักเบะปากเล็กน้อยคล้ายคนจะร้องไห้ เขาซึ้งใจจนพูดอะไรไม่ออกจริง ๆ แขนเรียวยกขึ้นโอบลำคอแกร่งพลางเขย่งเท้าเพื่อให้กอดคนที่ร่างสูงกว่าตนถนัดขึ้น แต่ด้วยส่วนสูงที่ห่างกันเยอะอาจทำให้น่านน้ำเมื่อยขาได้ คินทร์จึงเลือกที่จะเป็ฝ่ายโน้มตัวลงไปกอดแทน
“เราไปฮันนีมูนกันที่ต่างประเทศดีไหม”
“น่านอยากไปญี่ปุ่น” ผละตัวออกมาบอกด้วยความตื่นเต้น เขาเคยคิดอยากไปเที่ยวต่างประเทศมานานแล้วั้แ่คุณพ่อคุณแม่ยังไม่เสียด้วยซ้ำ แต่ด้วยอะไรหลาย ๆ อย่างไม่เอื้ออำนวย จึงล้มเลิกความคิดไป แต่ทว่าตอนนี้คุณสามีของเขากลับเอ่ยปากถามขึ้นมาทั้งทีมีหรือจะปฏิเสธ
“เอาสิ น่านเลือกวันมาได้เลย”
“เฮียพาน่านไปจริง ๆ นะ”
“คำไหนคำนั้นครับ”
“สามีน่านน่ารักที่สุดเลย”
น่านน้ำรู้อยู่แล้วว่ายังไงคินทร์ก็พาเขาไปญี่ปุ่นตาม้า ไม่ผิดคำพูดอย่างแน่นอนเพียงแค่อยากถามให้ตัวเองแน่ใจก็เท่านั้น
แก้มทั้งสองข้างของคินทร์ถุกหอมซ้ำไปซ้ำมาอย่างเอาใจ พร้อมเสียงหัวเราะคิดคักเรียกความเอ็นดูจากสามีได้เป็อย่างดี ก่อนที่ร่างเล็กจะลอยหวือขึ้นจากพื้นครั้นถูกอุ้มขึ้น
“ฮะ เฮียจะอุ้มน่านไปไหน!” เสียงกระตุกกระตักเอ่ยถามด้วยความใ ทั้งยังกอดคอคนพี่เอาไว้แน่น
“พาไปทดสอบเตียงใหม่ครับ เฮียยังไม่รู้เลยว่ามันนุ่มเด้งเท่าเตียงเก่าที่คอนโดหรือเปล่า”
ไม่ต้องขยายความไปมากกว่านี้น่านน้ำก็รู้ว่าคนเ้าเล่ห์หมายถึงอะไร สายตาแวววับเป็มันยามจ้องมาที่เขา มุมปากหยักยกยิ้มราวเสือได้เนื้อ ทำเอาน่านน้ำหน้าร้อนผ่าวพูดอะไรไม่ออก ปากบางเม้มติดกันเน้นครั้นตอนนี้หัวใจเต้นโครมโครามอย่างห้ามไม่อยู่
จะทำกันตอนฟ้าสว่างจ้าแบบนี้หรือยังไงกัน.. แต่ทำกันจนฟ้าสว่างจนฟ้ามืดอีกรอบก็ทำมาแล้ว อย่างนี้เขาจะหนีไปไหนได้
TBC.
#คำขอจากเฮียคินทร์