จารึกที่ 76 : ราคาที่ต้องจ่าย : เลือดแลกหิน
"แฮ่ก... แฮ่ก..."
เสียงหอบหายใจของอาเจียดังสะท้อนก้องในอุโมงค์มืดทึบที่เจ้าสัวขุดเจาะนำทางไป ร่างกายของเด็กหนุ่มโงนเงนราวกับคนเมา พิงผนังถ้ำที่เย็นเฉียบด้วยความอ่อนแรง
ทันทีที่พ้นจากรัศมีของค่ายกลวิหาร และความตึงเครียดจางหายไป "กฎแห่งการแลกเปลี่ยน" ก็เริ่มทวงถามหนี้สินที่เขาติดค้างจากการฝืนใช้วิชาเกินตัวเมื่อครู่
"อึก!"
อาเจียทรุดฮวบลงกับพื้น มือข้างหนึ่งกุมหน้าอกแน่น ความรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวแล่นพล่านไปตามเส้นชีพจรทั่วร่าง ราวกับมีมดคันไฟนับหมื่นตัวกำลังกัดแทะอยู่ภายในเส้นเลือด
ติ๋ง... ติ๋ง...
หยดเลือดสีแดงสดหยดลงบนพื้นหิน... มันไหลออกมาจากจมูกของเขา ความเจ็บปวดทางกายระดับนี้แม้จะทรมาน แต่สำหรับผู้ฝึกตนที่ผ่านความลำบากมาอย่างเขามันยังพอทนได้
"เตือนแล้วไม่ฟัง..." เสียงมู่เฉินดังขึ้นในหัว แผ่วเบาแต่แฝงความกังวล "วิชา 'สลับตรรกะ' เป็นวิชาของระดับ 'ควบคุมสูญ' (ขั้น 4)... แต่เจ้าซึ่งอยู่เพียงระดับ 'จารึกสูญ' (ขั้น 2) กลับฝืนใช้มัน... ร่างกายเจ้าเปรียบเสมือนท่อดินเผาเก่าๆ ที่ริอาจรองรับกระแสน้ำป่า ถ้าไม่ใช่เพราะพู่กันนิรันดร์ช่วยประคองไว้ ป่านนี้เส้นชีพจรเจ้าคงระเบิดกลายเป็นเศษเนื้อไปแล้ว"
"ข้า... ไม่คิดว่ามันจะหนักขนาดนี้..." อาเจียกัดฟันกรอด พยายามเช็ดเลือดที่จมูก "ข้าต้องกินยา... ยาสมานแผล..."
เขาพยายามรวบรวมสติที่กำลังพร่ามัว เปิดถุงมิติเพื่อจะหยิบขวดหยกรักษาร่างกาย และหินปราณมาดูดซับฟื้นฟูพลัง
แต่ทว่า...
ทันทีที่เขาสอดมือเข้าไปในถุงมิติ สัมผัสแรกที่เขาได้รับกลับไม่ใช่ความเย็นของหยก หรือความแข็งของหิน... แต่เป็นสัมผัสของ "ผงฝุ่น" ที่ร่วนซุย
อาเจียเบิกตากว้าง เขารีบเทของในถุงออกมาดู
ซ่า...
กองผงสีเทาหม่นกองพะเนินอยู่ตรงหน้าเขา ไม่มีขวดหยก... ไม่มีหินปราณเรืองแสง... มีเพียงเศษฝุ่นและเศษผ้าที่ขาดวิ่น
"นี่มัน... เกิดอะไรขึ้น?" อาเจียเสียงสั่นเครือ ดวงตาเริ่มแดงก่ำยิ่งกว่าตอนเจ็บแผล "หินปราณ 50 ก้อนของข้า... ยาสมานแผลเกรดดี 3 ขวด... ทำไมมันกลายเป็นขี้เถ้าไปหมด!?"
"ผลกระทบลูกโซ่" มู่เฉินอธิบายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับกำลังสอนบทเรียนราคาแพง "พู่กันนิรันดร์มีสัญชาตญาณในการปกป้องผู้ถือครอง เมื่อร่างกายเจ้าแบกรับภาระจาก 'ความว่างเปล่า' ไม่ไหว มันจึงถ่ายโอน 'ความเสียหาย' ออกไปสู่แหล่งพลังงานที่บริสุทธิ์ที่สุดรอบตัวเจ้าเพื่อชดเชย... ซึ่งก็คือสมบัติในถุงของเจ้านั่นแหละ"
อาเจียนิ่งค้างไปเหมือนถูกสาป ความเจ็บปวดที่หน้าอกดูจืดจางไปทันทีเมื่อเทียบกับความเจ็บปวดที่ขั้วหัวใจ
"หินปราณ 50 ก้อน... ก้อนละ 10 ตำลึงเงิน... รวมเป็น 500 ตำลึง..." อาเจียพึมพำ ตัวเลขวิ่งวนในหัวเหมือนเครื่องคิดเลขพังๆ "ยาสมานแผลอีกขวดละ 20 ตำลึง..."
"ม่ายยยยยยยยย! ไอ้พู่กันบ้า! ทำไมเจ้าไม่หักแขนข้าไปสักข้างแทนเล่า! เงินข้า! เงินของข้า!"
เสียงกรีดร้องโหยหวนของอาเจียดังลั่นอุโมงค์ (โชคดีที่เจ้าสัวขุดมาไกลพอแล้ว) เขาทุบพื้นดินอย่างบ้าคลั่ง น้ำตาไหลพราก นี่คือ 'ราคาที่ต้องจ่าย' ในมิติของความโลภ ซึ่งเจ็บปวดยิ่งกว่าการกระอักเลือดร้อยเท่า
เจ้าสัวที่ยืนเฝ้าอยู่ข้างๆ เอียงคอมองเจ้านายด้วยความงุนงง มันยื่นกรงเล็บหินมาสะกิดเบาๆ แล้วชี้ไปที่วัตถุสิ่งหนึ่งที่ยังคงสภาพสมบูรณ์อยู่ท่ามกลางกองขี้เถ้า
ก้อนหินสีดำทึมๆ... 'หินลับมีดบรรพกาล'
มันวางสงบนิ่ง ไม่ได้รับผลกระทบใดๆ ซ้ำยังดูเหมือนจะเปล่งประกายแวววาวขึ้นเล็กน้อยหลังจากได้ดูดซับไอเลือดของอาเจียเข้าไป
อาเจียหยุดร้องไห้ทันที เขาปาดน้ำตาแล้วคว้าหินก้อนนั้นขึ้นมา
"หยุดคร่ำครวญได้แล้ว" มู่เฉินกล่าวเตือนสติ "เจ้ารู้ไหมว่าหินในมือเจ้านั่นคืออะไร? มันคือ 'ศิลาแก่นทมิฬ' ระดับปฐพี... หากนำไปประมูลในตลาดมืด มูลค่าของมันไม่ต่ำกว่า 50,000 ตำลึงทอง... เจ้าเสียเงิน 500 ตำลึงเงิน เพื่อแลกกับของราคา 50,000 ตำลึงทอง... เจ้าจะร้องไห้หาอะไร?"
"50,000... ตำลึง... ทอง?"
ราวกับมีเวทมนตร์รักษา อาการปวดร้าวตามร่างกายของอาเจียหายเป็นปลิดทิ้ง พลังใจฟื้นคืนเต็มเปี่ยม ดวงตาที่เคยเศร้าหมองกลับมาลุกวาวโรจน์ด้วยไฟแห่งความโลภ
"คุ้ม! คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม!" อาเจียกอดหินก้อนนั้นแน่น จูบมันซ้ำๆ "ข้าผิดไปแล้วท่านพู่กัน! ท่านทำถูกแล้ว! เอาหินปราณข้าไปให้หมดเลยก็ได้ถ้าจะแลกกับของแบบนี้!"
เขารีบเก็บหินลับมีดลงถุงมิติ (ในช่องที่แยกต่างหาก) อย่างทะนุถนอม ราวกับมันคือลูกในไส้
"จำไว้เป็นบทเรียน" มู่เฉินกล่าวทิ้งท้าย "ครั้งนี้เจ้ามีหินปราณให้เผาผลาญแทนชีวิต... แต่ถ้าครั้งหน้าเจ้าฝืนใช้วิชาโดยที่ถังแตก... สิ่งที่จะสลายกลายเป็นผงอาจจะเป็นจุดตันเถียนของเจ้าเอง"
อาเจียกลืนน้ำลายเอือก พยักหน้ารับอย่างจริงจัง
"ข้าเข้าใจแล้ว... ต้องรวยก่อนถึงจะเก่งได้... กฎข้อนี้ข้าจำขึ้นใจ!"
เขาหันไปสั่งการเจ้าสัวด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น "ไปกันเถอะเจ้าสัว! ขุดต่อไป! ข้าสัมผัสได้ว่าใน 'บ่อทิ้งศาสตรา' นี่ต้องมีเศษซากวัสดุที่คนอื่นมองข้ามอยู่อีกแน่... เราต้องรีบกอบโกยก่อนที่อุโมงค์จะถล่ม!"
ร่างของเด็กหนุ่มผู้มั่งคั่งด้วยสมบัติ (แต่ถังแตกเรื่องเงินสด) เดินโซซัดโซเซนำหน้าหุ่นศิลาหายลับไปในความมืด มุ่งหน้าสู่ทางออกพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์... โดยหารู้ไม่ว่า การกระทำของเขาในวันนี้ ได้สร้างรอยร้าวขนาดใหญ่ไว้ในใจของศิษย์พี่หญิงผู้มี 'โสตสวรรค์' เสียแล้ว