เยี่ยนอ๋องที่เห็นโจวจื่ออวี้จ้องมองมาด้วยสายตาคลางแคลงสงสัยจึงด่าทอไปหนึ่งประโยค “มีอะไร หรือคิดว่าข้ามีปัญหา?”
โจวจื่ออวี้รีบส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน ‘อย่างเขาหรือจะกล้า!’
แม้ในใจจะคิดว่ารสนิยมด้านอาหารของท่านอ๋องช่างแปลกประหลาด แต่บุรุษตระกูลโจวก็ไม่กล้าเอ่ยมันออกมาต่อหน้าผู้เป็นาย เพราะการทำเช่นนั้นก็เท่ากับการหาเื่เดือดร้อนใส่ตัว ตัวเขาไม่ได้โง่งมถึงเพียงนั้นหรอกนะ!
“ไม่ใช่อย่างนั้นพ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง กระหม่อมเป็คนเช่นไรท่านเองก็รู้ โจวจื่ออวี้ผู้นี้จะไปมีความคิดเลวร้ายแบบนั้นได้อย่างไร กระหม่อมเพียงแค่คิดว่ารสชาติอาหารของร้านจุ้ยเจียงหนานนี้ก็ยอดเยี่ยมอยู่ไม่น้อย แล้วเหตุใดถึงไม่ถูกปากท่านอ๋องไปเสียได้!”
แท้จริงแล้วการที่เขาต้องคอยติดตามท่านอ๋องไปทุกที่ทั้งวันทั้งคืนเช่นนี้ ก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสได้ลิ้มลองอาหารดี ๆ จากห้องเครื่องหลวงเลยเสียทีเดียว
อาหารที่ห้องเครื่องหลวงรังสรรค์ขึ้นนั้น ทุกจานล้วนเป็อาหารเลิศรสและใช้วัตถุดิบชั้นหนึ่ง ทว่าพ่อครัวหลวงที่ประจำอยู่ในนั้นกลับมีอยู่เพียงหยิบมือ รสชาติอาหารจึงค่อนข้างจำเจไม่ได้หลากหลายเหมือนอาหารนานาชนิดนอกวังที่มีที่มาจากทั่วทุกสารทิศ ถึงแม้รสชาติจะล้ำเลิศแต่หากต้องกินเข้าไปทุกเมื่อเชื่อวันก็ควรจะมีเบื่อหน่ายกันบ้าง
อีกอย่างรสชาติอาหารของภัตตาคารจุ้ยเจียงหนานก็มีจุดเด่นไม่น้อย ผู้คนต่างก็ร่ำลือไปทั่วเมืองหลวง เช่นนี้แล้วจะบอกว่าอาหารที่นี่ไม่อร่อยเลยก็ไม่น่าจะถูกต้องนัก
เยี่ยนอ๋องแค่นเสียง ‘เหอะ’ ในลำคอ สีหน้าท่าทางยังไม่ยอมแพ้กับคำครหา “นั่นเป็เพราะเ้ายังไม่เคยได้ลิ้มลองอาหารเลิศรสที่แท้จริงต่างหาก!”
โบราณกล่าวไว้ จากความมัธยัสถ์สู่ความฟุ่มเฟือยนั้นเป็เื่ง่าย แต่จากความฟุ่มเฟือยสู่ความมัธยัสถ์นั้นเป็เื่ยาก โจวจื่ออวี้ก็เช่นกัน หากได้ลิ้มลองอาหารธรรมดา ๆ แต่รสชาติล้ำเลิศกว่าอาหารในภัตตาคารจุ้ยเจียงหนานแห่งนี้สักสิบเท่าแล้วล่ะก็ ผู้ติดตามอ๋องหนุ่มก็คงไม่อาจพูดว่าอาหารที่นี่รสชาติอร่อยได้อย่างเต็มปากอีก
โจวจื่ออวี้ที่ได้ฟังท่านอ๋องกล่าวมาเช่นนั้นก็รู้สึกประหลาดใจขึ้นมาในบัดดล … ‘หรือมันจะมีอาหารโอชารสอย่างที่ท่านอ๋องว่ามาอยู่จริง ๆ?’ แต่อย่างไร เขาเองก็เป็ถึงบุตรชายภรรยาเอกแห่งจวนกงโหว ทั้งยังเป็หลานชายคนรองของอู่เซียงโหว แม้จะเป็ในเมืองหลวงที่กว้างใหญ่แต่ก็ถือว่าเป็ผู้สูงศักดิ์ที่น้อยคนนักจะเทียบเคียงได้ ที่สำคัญเขาก็เคยติดตามท่านอ๋องไปลิ้มรสอาหารมาร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ แล้วทั้งแผ่นดินต้าฉีนี้ยังจะมีอาหารโอชารสใดที่เขายังไม่เคยลิ้มลองอีก?
ด้วยความสงสัยที่ติดค้างอยู่ในใจ ผู้สูงศักดิ์แซ่โจวจึงวางตะเกียบลงแล้วเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ “ท่านอ๋อง มันมีอาหารเลิศรสแบบนั้นอยู่จริง ๆ หรือพ่ะย่ะค่ะ?”
เยี่ยนอ๋องพยักหน้าตอบกลับด้วยท่าทีจริงจัง แววตาคมดุดูลึกล้ำ อีกทั้งใบหน้าหล่อเหลายังราวกับกำลังหวนคำนึงถึงความรื่นรมย์บางอย่าง
เมื่อได้เห็นปฏิกิริยาเช่นนั้นจากอีกฝ่าย ดวงตาของโจวจื่ออวี้ก็เปล่งประกายสุกใสขึ้นมาในทันที เขาผุดลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยชี้ชวนอย่างรวดเร็ว “ท่านอ๋อง ในเมื่อเป็เช่นนั้น พวกเรายังจะรีรออะไรกันอยู่เล่า เรารีบไปชิมอาหารอันโอชะนั่นกันดีกว่า!”
อ๋องหนุ่มที่ยังคงนั่งนิ่งราวกับภูผาส่งสายตาดูแคลนใส่ผู้ติดตามของตนในทันที “หากอยากจะกินยามใดก็ไปได้ แล้วเ้าคิดว่าข้ายังจะมาที่นี่กับเ้าอยู่อีกหรือ?”
โจวจื่ออวี้สิ้นหวังอย่างฉับพลัน “…”
วาจาดับฝันของอ๋องหนุ่มทำให้ชีวิตสดใสของเขาอับเฉาราวต้นกล้าขาดน้ำ! เขารีบหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบอาหารใส่ปากด้วยท่าทางที่ไม่สบอารมณ์มากนัก จากนั้นก็บ่นกระปอดกระแปดไม่หยุด “ท่านอ๋อง นี่ท่านกำลังล้อกระหม่อมเล่นอยู่ใช่หรือไม่! โเี้อำมหิตสมคำร่ำลือที่สุด! จิตใจทำด้วยอะไรถึงได้หลอกลวงกันได้ลงคอเช่นนี้!”
บุรุษอำมหิตผู้แสนเ็านั่งฟังสหายบ่นงึมงำด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ มีเพียงชั่ววูบหนึ่งที่เขาหยุดพักเพื่อเอื้อมมือไปหยิบถ้วยชาข้างกายขึ้นมาจิบก่อนจะนั่งนิ่งไม่เอ่ยอะไร
โจวจื่ออวี้ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ยิ่งเห็นท่าทางของคนตรงหน้าก็ยิ่งพาให้รู้สึกหงุดหงิด เมื่อเห็นว่าเยี่ยนอ๋องไม่ได้คีบสิ่งใดขึ้นมากินอีกเลย นิสัยเ้าคิดเ้าแค้นก็กำเริบ! ผู้ติดตามสูงศักดิ์ ‘สวาปาม’ อาหารทั้งโต๊ะเข้าไปคนเดียวเกือบทั้งหมด!
และในที่สุดความเคืองแค้นก็สำแดงผล เมื่อโจวจื่ออวี้สำลักอาหารคำโตจนต้องซัดน้ำชาลงท้องถ้วยใหญ่ หลังจากหายใจหายคอได้คล่องและสงบจิตใจลงไปมากแล้วความคิดดี ๆ อย่างหนึ่งก็ผุดขึ้นในหัว “ในเมื่อท่านอ๋องไม่นิยมอาหารของที่นี่ เช่นนั้นอีกประเดี๋ยวลองชิมขนมของที่นี่ดู ขนมของที่นี่รสชาติล้ำเลิศอย่าบอกใคร ถือว่าเป็ที่หนึ่งเลยนะพ่ะย่ะค่ะ”
ขนมและของหวานของภัตตาคารจุ้ยเจียงหนานนั้นมีจำนวนจำกัด ทันทีที่เข้าสู่่บ่าย จวนผู้สูงศักดิ์จำนวนไม่น้อยก็จะส่งบ่าวไพร่มาต่อแถวเพื่อรอซื้อขนมของภัตตาคารแห่งนี้อยู่เป็นิจ
ยามที่ผู้คนเข้ามาต่อแถวเป็จำนวนมากนั้น ถนนทั้งสายก็จะเต็มไปด้วยผู้คนถือตะกร้าใส่ขนมยืนเรียงรายเป็แถวทอดยาวไปจนสุดสายตา ……นับได้ว่าเป็อีกหนึ่งสีสันที่สวยงามของเมืองหลวงเลยก็ว่าได้
เมื่อเอ่ยถึงขนม ในหัวของเยี่ยนอ๋องก็หวนนึกถึงขนมแสนอร่อยที่เสิ่นเชียนเกอมอบให้เขาในตอนเช้าทันที
ขนมงดงามประณีตทั้งแปดชิ้น แต่ละชิ้นล้วนมีรูปลักษณ์และรสชาติที่แตกต่างกันไป ทันทีที่ได้ลิ้มลองก็ไม่อาจหยุดยั้งความอยากอาหารได้ และทันทีที่กลืนลงท้องจนหมดก็โหยหาที่จะได้ลิ้มรสอีกสักครั้งหรือหลาย ๆ ครั้ง
“ได้ ข้าจะลองชิมดู” เยี่ยนอ๋องรับคำเสียงราบเรียบ น้ำเสียงที่ใช้นี้ชี้ชัดเลยว่าเขาไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นหรือตั้งตารอแต่อย่างใด
โจวจื่ออวี้ถอนหายใจอีกครั้ง การเชิญท่านอ๋องมารับประทานอาหารในวันนี้ช่างเป็เื่ล้มเหลวโดยแท้! ผู้ติดตามหนุ่มรู้สึกคับข้องใจยิ่งนัก
ท่านอ๋องบอกว่ารสชาติอาหารของภัตตาคารจุ้ยเจียงหนานนั้นแสนธรรมดา ไม่ได้เลิศรสอย่างที่คนเล่าลือ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ เขาก็ยังรู้สึกว่ารสชาติของมันยอดเยี่ยมจนเขาเองแทบอยากจะกลืนลิ้นลงไปพร้อมกันเสียด้วยซ้ำ ทว่าหลังจากได้ฟังสิ่งที่ท่านอ๋องบอก ยามคีบอาหารคำใหญ่ในจานตรงหน้าเข้าปาก เขากลับรู้สึกกลืนไม่ลงอย่างไรก็ไม่รู้
เมื่อความหวังที่จะได้ลองลิ้มชิมอาหารเลิศรสนั้นดับสูญ โจวจื่ออวี้ก็ไม่มีกะจิตกะใจจะกินต่อ และด้วยคำตอบรับของเยี่ยนอ๋องที่อาจเป็ความหวังสุดท้ายของเขา ชายหนุ่มจึงรีบขานเรียกเสี่ยวเอ้อร์ให้เข้ามาจัดเก็บอาหารทั้งหมดออกไป แล้วให้นำรายการขนมหวานของร้านมาให้พวกเขาแทน
ไม่นานนักชามเล็กสองใบที่มีขนมจัดวางไว้อย่างสวยงามก็ถูกวางลงตรงหน้าเยี่ยนอ๋อง “ท่านอ๋อง ท่านลองชิมดู กระหม่อมเคยลองกินมาก่อนหน้านี้แล้ว รสหวานแต่ไม่เลี่ยนจนเกินพอดี ต้องถูกปากท่านอ๋องเป็แน่”
เยี่ยนอ๋องกวาดตามองขนมซูผีรูปทรงกลมรีที่ถูกจัดวางในชามกระเบื้องเคลือบสีขาว เพียงแค่มองผ่าน ๆ รูปร่างหน้าตาของขนมชิ้นนี้ก็พ่ายแพ้ให้กับขนมของเสิ่นเอ้อร์แล้ว
ขึ้นชื่อว่าอาหารชั้นยอดก็จำเป็จะต้องพิถีพิถันทั้งรูป รส กลิ่น สี อย่างครบถ้วน อย่างไรก็ตามการที่รูปร่างไม่สวยงามก็ไม่ได้หมายความว่ารสชาติจะไม่อร่อย และเยี่ยนอ๋องเองก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับหน้าตาอาหารมากมายนัก ผ่านไปครู่หนึ่งเขาจึงหยิบตะเกียบแล้วคีบขนมขึ้นมากัดหนึ่งคำ
ว่ากันตามตรง หากไม่ใช่เพราะได้ลิ้มลองขนมที่เสิ่นเอ้อร์มอบให้ไปก่อนหน้านี้ ตัวเขาก็คงจะรู้สึกว่ารสชาติขนมของภัตตาคารจุ้ยเจียงหนานก็ไม่เลวเช่นกัน อย่างน้อยก็พอเทียบเคียงกับรสมือของพ่อครัวาุโที่ห้องเครื่องหลวงได้อย่างไม่น่าเกลียด
…แต่ผู้ใดใช้ให้เขากินขนมที่เสิ่นเอ้อร์มอบให้เขาก่อนเล่า!
เยี่ยนอ๋องค่อย ๆ กินซูผีชิ้นนั้นจนหมดอย่างไม่รีบร้อน เสร็จแล้วจึงวางตะเกียบลงที่เดิม
โจวจื่ออวี้ที่พบว่าท่านอ๋องของเขาไม่ได้วางตะเกียบลงทันทีที่ได้ลิ้มลองคำแรก มิหนำซ้ำยังกินจนหมดทั้งชิ้น ดวงตาเรียวเล็กก็เริ่มเบิกกว้างสุกสกาวขึ้นอีกครั้ง เขารีบเอ่ยถามอย่างตื่นเต้น “ท่านอ๋อง เป็อย่างไรบ้างพ่ะย่ะค่ะ?”
ในชั่วจิบชาให้หลัง เยี่ยนอ๋องก็ตอบกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉย “พอใช้ได้”
ทันทีที่ได้ฟังคำตอบ ผู้ติดตามแซ่โจวก็แทบจะกระอักเืออกมาเสียตรงนั้น ขนมรสเลิศถึงเพียงนี้ ยังกล่าวเพียงว่าพอใช้ได้อีกอย่างนั้นหรือ?
ครั้งแรกที่เขาได้ทานขนมของจุ้ยเจียงหนาน เขาถึงกับน้ำตาคลอเสียด้วยซ้ำ
ั้แ่เล็กจนโตโจวจื่ออวี้ยังไม่เคยได้ลิ้มลองขนมที่รสชาติดีเช่นนี้มาก่อน และเพื่อนำกลับไปให้ผู้เป็มารดาได้ลิ้มลองบ้าง เขาถึงกับต้องฝืนทนกลืนเ้าน้ำลายไม่รักดีที่มักจะสออยู่ที่ริมฝีปากลงท้อง และข่มใจทานไปเพียงสองชิ้นเพื่อเก็บส่วนที่เหลือห่อกลับจวนไปฝากคนในครอบครัว
มาบัดนี้ ท่านอ๋องเพียงแค่กล่าวว่า ‘พอใช้ได้!’ คำกล่าวนั้นโจมตีความรู้สึกของเขาด้วยความโหดร้ายทารุณอีกครา
เมื่อพบว่าคนตรงหน้าิญญาหลุดจากร่างไปเสียแล้ว เยี่ยนอ๋องก็ยกยิ้มมุมปาก “หากเมื่อเช้า ข้าไม่ได้ทานขนมที่เสิ่นเอ้อร์มอบให้เสียก่อน ข้าคงไม่ติชมขนมของร้านจุ้ยเจียงหนานเช่นนี้เป็แน่”
‘อะไรนะ!’ โจวจื่ออวี้ที่ิญญาหลุดลอยเด้งตัวขึ้นอย่างฉับพลัน ดูเหมือนว่าิญญาของเขาจะกลับเข้าร่างแล้ว
‘ขนมของเสิ่นเอ้อร์อย่างนั้นหรือ? เป็กล่องอาหารหอม ๆ ที่ท่านอ๋องให้เขาถือเมื่อเช้านี้ใช่หรือไม่?’
“ท่านอ๋อง แล้วขนมเ่าั้ล่ะพ่ะย่ะค่ะ? ยังมีอยู่อีกหรือไม่?”
“เ้าคิดว่าข้ายังจะเหลือขนมนั่นไว้อีกหรือ?”
โจวจื่ออวี้หมดคำพูดในทันใด “…….”
‘หึ! เนื้อแท้ของเยี่ยนอ๋อง…เ้านายของเขาผู้นี้…ที่แท้แล้วก็เป็เพียงตัวตะกละตะกลามผู้หนึ่ง!’ หากผู้ใดสามารถดูแลปากท้องของเขาได้เป็อย่างดีล่ะก็ ไม่ว่าคนผู้นั้นจะ้าสิ่งใดก็จะได้ตามคำขอโดยไม่ต้องรั้งรอ!
ครานี้ โจวจื่ออวี้เข้าใจอย่างถ่องแท้เลยว่าเหตุใดใน่บ่าย ผู้เป็นายจึงได้ทุ่มเทให้กับการแข่งขันฉุยหวานมากมายเพียงนั้น ….นั่นเป็เพราะ้าเอาอกเอาใจคุณหนูรองเสิ่นอย่างนั้นหรือ? เพื่อที่จะให้นางนำอาหารเลิศรสมาให้เขาอีกใช่หรือไม่!
… เ้าตัวตะกละ!
*********************
ด้านเสิ่นเชียนเกอนั้น ขณะนี้กำลังนั่งอยู่ในรถม้าของเสิ่นฮูหยินผู้เฒ่าที่กำลังมุ่งหน้ากลับจวน
ยามแรกของวสันตฤดูเป็่เวลาที่อากาศเปลี่ยนจากความหนาวเหน็บเป็ความอบอุ่น ทว่าในยามรุ่งสางและ่พลบค่ำอากาศก็ยังคงหนาวเย็นจับใจอยู่ไม่คลาย
ถึงแม้วันนี้ท้องฟ้าจะค่อนข้างปลอดโปร่ง แต่เมื่อล่วงสู่ยามบ่ายคล้อย อากาศก็เริ่มเย็นลงมากแล้ว
ภายในรถม้าจัดวางเตาไฟขนาดย่อมเอาไว้ใบหนึ่ง ถ่านที่กำลังเผาไหม้อยู่ภายในเตาเป็ถ่านหยินซือชั้นดี ถ่านชนิดนี้น้ำหนักหนึ่งจินก็มีราคาถึงสี่หรือห้าตำลึงเงินแล้ว มิใช่ว่าครอบครัวที่มีฐานะธรรมดาจะสามารถซื้อหามาใช้ได้
ภพก่อนที่นางอาศัยอยู่ในเรือนกุยเยี่ยน ภายในเรือนไม่เคยมีถ่านหยินซือใช้มาก่อน ถ่านที่นำมาใช้ก็ล้วนแต่เป็ถ่านแดงธรรมดา ๆ เท่านั้น ทั้งจวนเสิ่นเกรงว่าจะมีเพียงใต้เท้าเสิ่น เสิ่นฮูหยินรวมไปถึงเสิ่นเจียวเจียวเท่านั้นที่ได้ใช้ถ่านหยินซือนี้ ในภพนั้นนางไม่เคยรู้เื่นี้เลยจนกระทั่งเหลียงเฉินบังเอิญไปพบว่าเศษถ่านที่สาวใช้จากเรือนโต้วชุนนำมาเททิ้งล้วนแตกต่างไปจากเศษถ่านของเรือนของกุยเยี่ยน
เหลียงเฉินที่กำลังเปลี่ยนถ่านในเตาให้เสิ่นเชียนเกอก็สังเกตเห็นถ่านชั้นดีนี้เช่นกัน สาวใช้เอ่ยขึ้นด้วยความดีใจ “คุณหนูรองเ้าคะ ถ่านเหล่านี้ล้วนเป็ถ่านหยินซือทั้งนั้นเลยนะเ้าคะ เป็ถ่านที่ดีจริง ๆ ยามที่เผาไหม้ก็ไม่มีควันลอยออกมารบกวนแม้แต่น้อย ยามที่นำมาใส่ในเตาอุ่นมือ ก็อุ่นนานถึงครึ่งชั่วยามเชียว”
ในขณะที่ปากกำลังเอื้อนเอ่ย มือเล็กก็ทำงานอย่างคล่องแคล่ว เหลียงเฉินยื่นเตาอุ่น ๆ ไปให้ผู้เป็นายด้วยความระมัดระวัง ก่อนจะนำเอาผ้าผืนหนามาห่มคลุมขาของนางอย่างมิดชิด
เมื่อเช้าก็มาถึงวังหลวงได้ก่อนเวลา ตอนนี้ก็ได้กลับก่อนเวลาอีก มิหนำซ้ำยังสามารถคว้าเอาโชคลาภจากเยี่ยนอ๋องมาได้พอสมควร เสิ่นเชียนเกอที่กำลังอารมณ์ดีมองสำรวจภายในรถม้าของท่านย่าด้วยความใส่ใจ
แม้ภายนอกจะดูเก่าคร่ำคร่าแต่ภายในรถม้าก็สะอาดสะอ้านและเป็ระเบียบ ไม่มีฝุ่นจับแม้แต่จุดเดียว ชุดกาน้ำชาที่วางไว้แม้จะไม่ใช่ของใหม่ แต่ก็ถูกเปลี่ยนเป็ชุดใหม่สม่ำเสมอ เห็นได้ชัดว่ารถม้าคันนี้ถูกบำรุงรักษามาอย่างดียิ่ง
อย่างไรก็ตามในยามที่รถม้าเคลื่อนตัวนั้นก็มักเกิดการกระแทกกระทั้นค่อนข้างง่าย สีที่ใช้เคลือบไม้ก็มีหลุดล่อนออกไปบางส่วน เป็ธรรมดาตามวิสัยของรถม้าที่ถูกใช้งานมานานหลายปีก็ย่อมต้องมีบ้างที่สีหลุดลอกหรือจืดจางไปและชิ้นส่วนกลไกก็คงไม่แข็งแรงมั่นคงเหมือนแต่ก่อน
ดูเหมือนว่าการใช้ชีวิตที่หอหนิงโช่วของท่านย่าจะไม่ได้สุขสบายมากนัก แม้กระทั่งเงินที่จะนำไปซ่อมแซมรถม้าก็ยังไม่มี
.
.
.