ซากปรักหักพัง
แสงสีทองอบอุ่นลอยรวมตัวกันอยู่กลางอากาศ หดตัวลงแล้วสร้างรูปร่างขึ้นมาอย่างช้าๆ จนกระทั่งปรากฏเป็ร่างของเด็กหญิง ขนาดสูงเพียงหนึ่งคืบเท่านั้น หน้าตาสดใสน่ารักดวงตากลมโตแวววาวเหมือนอัญมณีคู่หนึ่ง มีปีกนางฟ้าสีขาวคู่เล็กโผล่ออกมาจากหลัง แผ่ขยายออกพร้อมกับมีออร่าสีทองล้อมรอบตัวอยู่ตลอดเวลา
เมื่อก่อร่างสมบูรณ์ นางฟ้าตัวน้อยก็กระพือปีกบินลอยตัวขึ้นวนไปวนมารอบตัวของแม็กซ์ราวกับว่ากำลังสำรวจสิ่งแวดล้อมใหม่ ภาพนี้ทำให้แม็กซ์ยิ่งมั่นใจในความคิดเดิมของตนเองเขาถอนหายใจออกมาอย่างแ่เบา พึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงงุนงง “นี่มันหมายความว่า...ข้าตายไปแล้วจริง ๆ สินะ ถึงได้มาเจอนางฟ้าถึงที่นี่... แต่ทำไมนางฟ้าตัวเล็กจัง?”
ทันใดนั้น สร้อยคอที่แขวนอยู่ที่คอของแม็กซ์ในโลกภายนอกก็ส่งปฏิกิริยาตอบสนองทันที จี้รูปตัวอักษร S กลางดาบไขว้สว่างขึ้น เปล่งแสงสีทองเจิดจ้าออกมาก่อนที่แสงนั้นจะไหลทะลุเข้ามาถึงภายในห้วงจิตของเขาเสียเอง
ตามมาด้วยเสียงที่ก้องกังวานดังขึ้นมาทั่วทั้งพื้นที่แห่งนี้ไม่ใช่เสียงที่มาจากภายนอก แต่เป็เสียงที่ดังก้องอยู่ในห้วงแห่งจิต
[ตรวจพบสัญญาณยีนระดับสูงยีนัโบราณกำลังตื่นตัวสมบูรณ์ เริ่มกระบวนการ สแกนพันธุกรรมโฮสต์...]
[ระบุลายพันธุกรรมตรงกับข้อมูลที่บันทึกไว้ยืนยันความถูกต้อง... ผ่าน!]
[เริ่มเปิดใช้งานระบบภายใน 10... 9... 8... ...2... 1... 0!]
[ยีนยืนยันสำเร็จ ระบบเซ็ท (Seth) เปิดใช้งานเรียบร้อย ระดับพลังงานที่สามารถใช้ฟังก์ชันได้ในปัจจุบัน: 1%]
เมื่อเสียงประกาศจบลง นางฟ้าตัวน้อยที่กำลังบินวนอยู่ก็หยุดนิ่งกลางอากาศตรงหน้าของแม็กซ์ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ ดวงตาสีทองคู่นั้นจ้องมองมาที่หน้าของแม็กซ์อย่างตรงไปตรงมาก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อยราวกับกำลังเตรียมการบางอย่าง แล้วจึงะโออกมาด้วยน้ำเสียงแหลมสูงใส่หูทันที
“ท๊าดาาา!!!”
เจตนาของนางคือ ้าทำให้แม็กซ์ใ แต่ในขณะนั้นสมองของแม็กซ์กำลังอยู่ในกระบวนการโหลดและเรียบเรียงข้อมูลมหาศาลที่ไหลเข้ามาโดยตรงเขาจึงยืนนิ่งทำหน้าตายเรียบเฉยไม่รู้สึกตัว ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดออกมาเลย ผลลัพธ์ที่ได้ทำให้นางฟ้าตัวน้อยถึงกับหน้ามุ่ยแก้มป่องปูดออกมาทันที กอดอกยืนลอยอยู่กลางอากาศด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์แผนการแรกที่วางไว้ให้ใเล่นจึงล้มเหลวสนิท
แม็กซ์ยังไม่ทันได้ตั้งคำถามอะไร นางฟ้าตัวน้อยก็เริ่มพูดจาด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเย่อหยิ่งและดูถูกเล็กน้อยั้แ่ประโยคแรก
“ห๊ะ! ทำไมพลังของโฮสต์ถึงกากขนาดนี้เปิดฟังก์ชันได้แค่ 1% เนี่ยนะ? นี่เรียกว่าพลังจริงดิ?” มันกระพือปีกบินวนรอบตัวแม็กซ์พลางร่ายยาวต่อไปด้วยท่าทางเหมือนกำลังบ่นกับสิ่งที่ไม่ถูกใจ
ใช้เวลาสักพักใหญ่กว่าแม็กซ์จะดึงสติกลับมาตั้งมั่นได้เขามองตรงไปที่ร่างเล็กนั้นด้วยสายตาสงสัย แล้วถามออกมาตรง ๆ “สรุปคือข้าตายหรือยัง? เ้าตัวเล็กนี้คือสิ่งมีชีวิตอะไรกัน แล้วที่นี่คือ...” เขาชี้ลงไปทั่วพื้นที่กว้างใหญ่แห่งนี้ ก่อนจะถามต่อ “ระบบ นั่นมันคืออะไร เหมือนกับระบบที่ใช้ได้หลังการปลุกพลังกันใช่ไหม?”
นางฟ้าตัวน้อยซึ่งยังคงกอดอกอยู่ ดวงตาสีทองกวาดมองดูสภาพแวดล้อมโดยรอบด้วยท่าทางผิดหวังอย่างชัดเจนก่อนจะเปิดปากตอบด้วยน้ำเสียงที่ดูถูกเล็กน้อย
“นี่เรียกว่าทะเลจิตหรือ? แห้งแล้งจนแตกระแหงไม่มีน้ำแม้แต่หยดเดียว จะเรียกว่าทะเลได้ยังไง มีแค่แอ่งน้ำเล็ก ๆเท่าบ่อควายนิดเดียวเท่านั้นเอง แถมยังมีเ้าตัวตะกละข้างบนนั่น ที่คอยแย่งกินพลังงานโฮสต์อีกต่างหาก!”นางหยุดบิน กลับมาจ้องมองหน้าแม็กซ์ด้วยสายตาเย่อหยิ่งก่อนจะชี้นิ้วลงมาที่จมูกเขาแล้วประกาศดังลั่น
“นี่ฟังให้ดีนะเ้ามดปลวก! เรียกข้าว่า ท่านเซ็ทผู้ยิ่งใหญ่เรียกให้ถูกด้วยละ! ข้าไม่เข้าใจเลยว่าทำไมข้าถึงต้องมาติดอยู่กับโฮสต์ที่ระดับพลังกากขนาดนี้ด้วย”นางสะบัดปีกเล็กน้อย เสริมท้ายด้วยน้ำเสียงดูิ่
“แล้วเ้าก็ยังไม่ตายหรอกที่นี่คือห้วงทะเลจิตของเ้าเอง... แต่ว่านะ ั้แ่นี้ไป มันก็คือพื้นที่ส่วนตัวของข้าจำเอาไว้ให้ขึ้นใจล่ะ!”
แม็กซ์ขมวดคิ้วฟังจนจบ ก่อนจะถามคำถามที่กังวลใจที่สุดในขณะนี้ “ถ้างั้น... 1% ที่ว่านั่น มันทำอะไรได้บ้างล่ะ?”
คำถามนี้ทำให้เซ็ททำหน้าตาเหมือนถูกดูิ่กลับ นางกางปีกโบกแรงขึ้นจนเกิดลมเบา ๆ พัดผ่านหน้าแม็กซ์ “หาาา! นี่เ้ากล้าข้องใจกับความสามารถของท่านเซ็ทผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้เหรอ?”
นางพูดพลางชี้มือเล็ก ๆ ออกไป แล้วกล่าวต่อ “ถ้างั้นรับเอาไว้ซะถือเป็ของขวัญต้อนรับการพบกันครั้งแรกก็แล้วกัน!” แสงสีทองสองก้อนลอยออกมาจากตัวเซ็ทลอยเข้าสู่ร่างกายของแม็กซ์ทันทีพร้อมกับเสียงอธิบายดังขึ้น
[มอบทักษะประเภทเติบโต: เนตรเทวทัศน์]
ผลของทักษะ: มองเห็นโครงสร้างพื้นที่และสภาพแวดล้อมได้อย่างละเอียดแม่นยำมองทะลุทะลวงผ่านทักษะลวงตา ภาพมายา และกำแพงพลังงานได้ชัดเจนสามารถมองเห็นกลไกกับดักที่ซ่อนอยู่ วิเคราะห์หาจุดอ่อนที่แท้จริงของศัตรูสแกนโครงสร้างวัตถุและสิ่งมีชีวิตได้ลึกซึ้งถึงระดับโมเลกุล
[มอบทักษะประเภทเติบโต: หนึ่งจิตสลายโลกา]
ผลของทักษะ: มีอำนาจในการลบล้างหรือสลายโครงสร้างพื้นฐานของวัตถุ สิ่งมีชีวิตหรือแม้แต่พลังงานรูปแบบต่าง ๆ ออกไปได้จนสิ้นสภาพ ในระดับสูงสุดสามารถใช้พลังนี้ลบล้างสิ่งกีดขวางหรือแม้แต่ดาวเคราะห์ทั้งดวงให้หายวับไปได้เพียงแค่ความคิดเดียว
แต่ทันทีที่เสียงจบลงเซ็ทก็รีบยกนิ้วเตือนด้วยสีหน้าจริงจังขึ้นมาทันที “แต่จำเอาไว้ให้ดีนะเ้ามดปลวก!ทักษะที่มอบให้เป็ระดับสูง แต่การจะใช้งานมันได้จริงต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายพลังงานที่สูงลิบลิ่วระดับพลังจิตและความชำนาญของเ้าในตอนนี้ยังไม่สามารถกระตุ้นพลังเหล่านี้ออกมาได้เลยแม้แต่นิดเดียว”
นางหยุดพูดเพื่อชี้แนะทางออก “เ้าต้องหาวิธีฝึกฝนหาทักษะระดับต่ำกว่าที่ใช้พลังน้อยกว่านี้มาปรับใช้เพื่อฝึกควบคุมและเพิ่มระดับความชำนาญไปทีละขั้น ไม่เช่นนั้นต่อให้มีทักษะระดับสูงอยู่เต็มตัวถ้าใช้ไม่ได้มันก็ไร้ประโยชน์”
แม็กซ์ผงกหัวทำท่าทางครุ่นคิด ตามมาด้วยข้อมูลการอัปเกรดทักษะเดิมที่มีอยู่ให้สูงขึ้นตามระดับของระบบ
[ตรวจพบทักษะเดิม: จิตใจขั้นสูง +การตรวจจับพลังงานความร้อน → อัปเกรดเป็ทักษะประเภทเติบโต: จิตไร้ลักษณ์(ทักษะติดตัว)]
ผลของทักษะ:ร่างกายและจิตใจจะไม่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีทางจิตหรือพลังงานรบกวนใด ๆตรงกันข้าม พลังจิตที่ใช้โจมตีจะเพิ่มความรุนแรงขึ้นหลายเท่า สามารถตรวจจับจิตสังหารเจตนา อารมณ์และภัยคุกคามระยะไกลได้แม่นยำยิ่งขึ้น
หมายเหตุ: เนื่องจากปริมาณพลังจิตของโฮสต์ยังมีน้อยจึงยังไม่สามารถรักษาระดับสูงสุดไว้ได้ต้องเพิ่มพลังงานอย่างต่อเนื่องเพื่อคงสภาพการใช้งาน
[ตรวจพบทักษะเดิม: กลืนกินพลังงาน+การดูดซับพิษ → อัปเกรดเป็ประเภทเติบโต: ดูดกลืนอนันต์]
ผลของทักษะ: สามารถดูดซับพลังงานทุกรูปแบบ สารธาตุและแก่นยีนได้ทุกชนิด ไม่มีข้อยกเว้น สามารถควบคุมและกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงยีนของตนเองหรือผู้อื่นได้และมีโอกาสสุ่มรับทักษะหนึ่งอย่างจากสิ่งที่ดูดซับเข้ามาได้
หมายเหตุ: ทักษะนี้มีศักยภาพสูง สามารถดูดกลืนได้เฉพาะพลังของสิ่งไม่มีชีวิตแต่ความสามารถในการใช้งานยังคงขึ้นอยู่กับระดับพลังและความเข้าใจของโฮสต์หากไม่ฝึกฝนให้ชำนาญ พลังที่ได้รับก็จะไม่สามารถนำมาใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ทันทีที่อัปเดตข้อมูลเสร็จสิ้นเซ็ทก็โบกมือไล่ด้วยท่าทางไม่ใส่ใจอีกต่อไป “อย่าเอาระบบขยะที่คนในโลกเ้าใช้กันมาเปรียบเทียบกับท่านเซ็ทผู้ยิ่งใหญ่คนนี้อีกเพราะมันเทียบกันไม่ได้แม้เสี้ยวเดียว!”
นางหันหลังเตรียมจะบินหนีไปแล้ว แต่ก็หันกลับมาะโเตือนอีกครั้ง “อ้อ! อย่าลืมหาพลังิญญามาเติมให้มหาสมุทรจิตแห่งนี้ด้วยนะเ้ากากถ้าแห้งแบบนี้ต่อไป ข้าคงหงุดหงิดจนไม่อยากทำงานแน่! เอาล่ะ ออกไปได้แล้วข้าจะไปนอนต่อ!”
ก่อนที่แม็กซ์จะได้อ้าปากถามคำถามอะไรต่ออีกเซ็ทตัวน้อยก็พุ่งตัวเข้ามาเตะก้นเขาเต็มแรงด้วยเท้าน้อย ๆ แล้วพูดสั่งเสียงสูง “ออกไปได้แล้ว!”
แสงสีทองที่หุ้มร่างกายก็สว่างจ้าขึ้นมาทันทีก่อนที่ทุกอย่างจะจางหายไป แสงจากสร้อยคอและม่านตาของแม็กซ์ก็ค่อย ๆ ดับสนิทกลับคืนสู่สภาพปกติ
ระหว่างนั้นกระบวนการวิวัฒนาการก็เหมือนจะเสร็จสมบูรณ์ลงพอดี ความรู้สึกเ็ปที่เอวและก้นลอยเข้ามาแทนที่ราวกับถูกเตะจริงแม็กซ์ลืมตาขึ้นมา กะพริบตาปรับสายตากับแสงภายนอก ก่อนจะหันมองไปที่ร่างที่นอนนิ่งอยู่ห่างออกไปมันคือหมาป่าทมิฬขนแผงคอสีขาว ที่ตอนนี้นอนจมกองเื หายใจรวยรินแทบไม่มีแรงเหลือ
แม็กซ์ถอนหายใจออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลขึ้นมาทันทีเดินเข้าไปใกล้แล้วพูดด้วยความรู้สึกขอบคุณ “เ้าบื้อนี่... จริง ๆ เล้ยย...แต่ก็ขอบใจถ้าไม่มีเ้า ข้าคงไม่รอดมาถึงตอนนี้” เขาโน้มตัวลงมองดูสภาพร่างกายอันบอบช้ำแล้วถามตัวเองเบา ๆ “มันยังมีชีวิตอยู่ไหม?” นึกขึ้นได้ถึงทักษะใหม่ที่เพิ่งได้รับมา แม็กซ์จึงสั่งการในใจทันที
“ลองใช้เนตรเทวทัศน์สแกนดูสภาพก่อนแล้วกัน” ม่านตาของเขาเปล่งแสงสีทองอ่อนๆ ออกมาอย่างรวดเร็ว เริ่มมองทะลุเข้าไปในร่างกายของหมาป่าทมิฬทว่าภายในไม่กี่วินาที แม็กซ์ก็รู้สึกถึงความเหนื่อยล้าลึกลงไปพลังจิตที่มีอยู่น้อยนิดถูกใช้จนเกือบหมดเกลี้ยงในทันที แต่ก็ยังดีที่ตรวจสอบเสร็จทันเวลา
ข้อมูลปรากฏขึ้นในความคิดท เส้นเืใหญ่หลายเส้นถูกตัดขาด กระดูกหักและแหลกไปทั้งร่างเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อฉีกขาดจนยากที่จะฟื้นฟูด้วยวิธีธรรมชาติสภาพดูเหมือนไม่น่าจะรอดชีวิตได้
“ทางเดียวที่จะช่วยได้คงต้องพึ่งพลังวิวัฒนาการเท่านั้น...” แม็กซ์พึมพำพลางเอื้อมมือไปหยิบ แกนพลังของขุนพลหมาป่าทมิฬที่ตกอยู่อย่างระมัดระวัง เพราะกลัวว่าร่างกายจะฝืนบังคับให้ดูดซับอีก “คงต้องใช้สิ่งนี้สินะ ถึงจะพอมีหวัง แม้จะน่าเสียดายแต่มันก็แลกมากับชีวิตของข้าและของเ้าหมาโง่นี่”
เขาวางแกนพลังไว้ใกล้ ๆ กับร่างของมัน แล้วเริ่มถ่ายทอดพลังงานที่เพิ่งได้รับใหม่นี้ไปย่อยแกนพลังและควบคุมให้ไหลเวียนเข้าไปทั่วร่างกายของหมาป่าเพื่อฟื้นฟูส่วนที่เสียหาย และกระตุ้นให้กระบวนการวิวัฒนาการเริ่มทำงานขึ้นมาเอง
<เปิดใช้ทักษะ ดูดกลืนอนันต์: กระตุ้น>
เขาปล่อยพลังิญญาจากทักษะไหลไปกระตุ้นพลังงานในตัวของหมาป่าก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของยีนขึ้น มันค่อย ๆ ดูดซับพลังิญญาจากแกนเข้าไป
ระหว่างที่รอให้กระบวนการดำเนินไป แม็กซ์ก็พยายามเรียบเรียงข้อมูลทั้งหมดทำความเข้าใจกับทักษะและพลังใหม่ที่ได้รับมา พยายามเรียกหาเซ็ทอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่มีเสียงหรือสัญญาณตอบกลับมาเลย
ทว่า... แม้ตัวหลักจะไม่ตอบสนอง ระบบทั่วไปที่ถูกจำลองขึ้นมาก็ยังคงทำงานได้ตามปกติ แสดงแถบสถานะและข้อมูลพื้นฐานขึ้นมาให้เห็นชัดเจนเหมือนกับระบบที่ผู้วิวัฒนาการทั่วไปทุกประการ
นี่คือข้อได้เปรียบที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ระบบของแม็กซ์เป็ต้นแบบที่สมบูรณ์จึงสามารถสร้างระบบเลียนแบบขึ้นมาได้เองโดยอัตโนมัติไม่ต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบหรือปลุกพลังที่ศูนย์กลางเหมือนคนในฐานทำกันทำให้เขาสามารถซ่อนความจริงได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เื่ราวต่อไปจะเป็อย่างไร หมาป่าทมิฬจะรอดชีวิตหรือไม่และพลังใหม่ที่ได้รับมาจะนำพาแม็กซ์ไปสู่เส้นทางไหนต่อ...