บุญสม อายุ 18 ปีชกมาั้แ่ 8 ขวบ ชนะ70 เสมอ 6 แพ้มา 4 ครั้งต่อยมา 80 ครั้งไม่เคยกลัวใคร พอมาเปรียบกับอาอู่กระดูกคนละชั้นกันจริง การต่อรองเดิมพันเริ่มต่อมากขึ้น จนถึง 10 ต่อ 1 อาจารย์เมฆาบอกอาอู่ว่าให้อาศัยความรวดเร็ว
แล้วหาจังหวะเตะ เพราะมวดหมัดหนักส่วนใหญ่แพ้ทางมวยเตะ อาอู่ได้แต่พยักหน้า พวกตระกูลซ่งมากันครบ วันนีอาสะใภ้สามก็มาดูด้วย เพราะเป็ห่วงอาอู่ พี่มั่น พี่เดช และ แก้วฟ้าก็ไม่พลาด หลวงพ่อก็ยืนจากกุฏิมองมาด้วยเช่นกัน มีครูทิมยังไม่กลับ และชัยยันต์ที่ยืนมองด้วยสายตาแปลกๆ
แล้วการต่อสู้ก็เริ่มขึ้น เสียงระฆังดังจบ บุญสมเดินเข้าหาอาอู่ทันที อาอู่ก็ไม่สนใจเดินเข้าใส่เหมือนกัน ใช่ว่าจะกลัวที่ไหน บุญสมเขวี้ยงหมัดใส่อาอู่ก่อนเลย อาอู่ถีบเข้ายอดอก จนบุญสมถลาถอยไปด้านหลัง อาอู่เดินหน้าต่อปล่อยหมัดซ้ายตรงหยอกไปที โดนเข้าเต็มหน้าบุญสมถึงกับทรุด
กรรมการรีบไปห้าม ถามบุญสมยอมไหม “ไม่ยอม” บุญสมลุกขึ้น แล้วเดินเข้าหาอาอู่ต่อทั้งที่เืกำเดาไหลออกจมูกแล้ว อาอู่ไม่อยากยืดเยื้อ พอบุญสมเข้ามาใกล้ระยะเท้า อาอู๋ก็ตวัดเท้าขวาฟาดเปรี้ยง! ไปที่ก้านคอ แม้จะมีแขนซ้ายคอยป้องกันแต่ความแรงที่ส่งไปนั้นแขนไม่สามารถต้านได้ สลบคาเท้าทันที
อาจารย์เมฆารีบขึ้นมากอดอาอู่ทันที ตระกูลซ่งล้วนยินดีกันถ้วนหน้า แต่อาสะใภ้สามได้แต่เอามือมาป้องปาก ได้แต่ห่วงอาอู่จนตัวเกร็งไปหมด จนซ่งซานต้องมาปลอบว่าไม่เป็ไร ส่วนหลวงปู่ทำท่ายกเข่าขึ้นมา แปบ แต่นึกขึ้นได้เลยหยุดแล้วหัวเราะที่อาอู่ทำได้ ส่วนสามคน พี่มั่น พี่เดชและแก้วฟ้า ะโโลดเต้นดีใจเหมือนเดิม
พอลงจากเวทีมีคนมากระซิบบอกอาจารย์เมฆา บางอย่าง อาจารย์เมฆาพยักหน้าทันที
"อาอู่วันนี้เ้าจะได้เจอ ยอดมวยเมืองนครศรีธรรมราช คนนี้ไม่ธรรมดาอย่างที่เ้าเคยเจอ การตั้งท่ารับ การรุก การรับ ล้วนอันตราย ไม่มีใครกล้าท้าพวกเขาในแดนใต้ ไม่ว่าผลจะเป็อย่างไร เ้าจะได้ประสบการณ์ ที่ดีที่สุด เ้าพร้อมไหม” อาจารย์เมฆากล่าว
“ พร้อมขอรับ" เทียนรับคำแล้วขอเดินไปหาอาสะใภ้ 3 ที่ยืนหน้าซีดอยู่ข้างเวที
“ อาสะใภ้สาม ตัวสั่นขนาดนี้จะมาทำไมนี่” อาอู่เข้าไปกอดอาสะใภ้สาม
“ ใครใช้ให้เ้ามาตีต่อยกับคนอื่นเขาทำไม อาสะใภ้สามนึกว่าพวกเขาพูดเล่นไม่นึกว่าเ้าจะไปต่อยตีกับพวกนั้นจริงๆ อาสะใภ้สามห่วงเ้าแทบแย่” อาสะใภ้สามบ่นน้ำหูน้ำตาไหล
“ ไม่มีใครสู้อาอู่ได้หรอก ข้าคือ ซ่งจินอู่ นะ” อาอู่ปลอบอาสะใภ้สาม
“ พอเหอะกลับบ้าน ไม่ต้องไปสู้กับใครแล้ว พอที ไม่รู้จะต่อยตีกันไปทำไม” อาสะใภ้สามจับมืออาอู่พยายามจูงมือให้อาอู่กลับบ้าน
“ อาสะใภ้สามกลับไปก่อนนะ อาอู่เวลานี้นอนบ้านอาจารย์ หากมีเวลาว่างจะไปหาที่บ้านนะ” อาอู่พูดเสร็จก็หอมแก้มอาสะใภ้สามแล้วเดินไปหาอาจารย์เพื่อรอเวลาขึ้นชกต่อ อาสะใภ้สามได้แต่ยืนบ่นกับอาสาม
” อาอู่ คู่ต่องสู้ของเ้าชื่อ บังสน มันเป็ยอดมวยจากเมืองนครศรีธรรมราช มันเปรียบมวยมามันแพ้แค่ 3 ครั้ง นอกนั้น 90 ครั้งไม่เคยแพ้ใคร ครั้งนี้มันท้าเ้าเอง ร่างกายมันหนา และสูงกว่าเ้า ตอนนี้มัน อายุ 24 ปี กำลังเป็ยอดมวยแดนใต้ หาคนเปรียบมวยยากแล้ว เ้าต้องระวัง” อาจารย์หารายละเอียดบอกเทียนได้แค่นี้
“ ไม่ต้องห่วงขอรับ “ อาอู่เอ่ยให้อาจารย์สบายใจ
“ ถ้าไม่ไหวก็ยอม เพราะเราเพิ่งชกไม่นาน ไม่ต้องฝีน” ซ่งอี้เตือน
“ ท่านพ่อ อย่าห่วงเลย” เทียนบอกพ่อไป
“ รอบที่แล้วพ่อเ้ามั่นใจตัวเ้ามากทุ่มแทงเ้ามือแทบจะเลิกเปิดรับพนันเลยเ้ารู้หรือเปล่า” อารองเอ่ยอย่างอารมณ์ดี
“ อัตรา 10 ต่อ1 มันเยาะเย้ยลูกข้ามากเกินไปให้มันรู้สำนึกซะบ้าง” ซ่งอี้กล่าว
“ แล้วครั้งนี้มัน ให้ราคา 5 ต่อ 1 พี่ใหญ่จะลงอีกหรือไม่ “ อารองถาม
“ ท่านพ่อ ท่านทุ่มไปเลย มันสู้ข้าไม่ได้หรอก “ อาอู่รีบบอกทันที
“ ได้ เ้ายืนยันเช่นนี้ อาเอ้อเอานี่ไปทุ่มแทงให้หมดเลย มันกล้ารับหรือเปล่า” ซ่งอี้สั่งอารอง อารองเดินไปที่โต๊ะที่รับพนัน ทันที
“ เอาละไปกันได้แล้ว อาอู่จบคู่นี้ก็ขึ้นชกแล้ว” อาจารย์เมฆาส่ายหัวเห็นซ่งอี้มั่นใจในฝีมืออาอู่มากเกินไป
ในที่สุดเวลาต่อสู้ก็มาถึง อาอู่เดินไปรอหน้าเวที บังสนะโขึ้นเวที ตัวใหญ่ผิวดำ มือ เท้า แขนดูใหญ่ตามไปด้วย ทุกคนเห็นก็เกิดเป็ห่วงอาอู่ทันที
“ ตัวมันใหญ่ขนาดนี้ อาอู่จะล้มมันได้อย่างไรกัน” พี่มั่นเอ่ยด้วยความเป็ห่วง
“ มันต้องมีจุดอ่อน แต่ว่าอาอู่จะหาเจอหรือไม่” พี่เดชเอ่ยด้วยความเป็ห่วง
“ พี่อู่ต้องชนะ ไม่มีใครชนะพี่อู่ได้หรอก” แก้วฟ้าเอ่ยด้วยความมั่นใจ
การต่อสู้เริ่มขึ้น อาอู่เดินเข้าใส่บังสนก่อนทันที บังสนก็เช่นกันแต่ละคนต่างไม่กลัวเกรงกัน เปรี้ยง เสียงหมัดชนหมัด ทั้งสองต่างถอยไปสามก้าว
“ไม่เลว ข้าใส่พลังไปแค่สองส่วน ยังไม่สามารถเอาชนะมันได้คงต้องเพิ่มไปอีกหนึ่งส่วน” เทียนคิดในใจ แล้วเดินหน้าเข้าไปอีกอาอู่วาดแข้งซ้ายใส่ไปหนึ่งที เปรี้ยง ! ด้วยความเร็วที่ปล่อยไป โดนเข้ากับสีข้างถึงกับบวมขึ้นมาทันตาเห็น
บังสนเ็ปจนต้องถอยไปด้านข้างไม่กล้าเดินหน้าต่อพยายามเอามือทั้งสองมาปกป้อง อาอู่ไม่สนใจเดินต่อไปอีกแล้วเตะตัดไปที่ขาด้านซ้ายของบังสน คราวนี้บังสนเริ่มเดินช้าลง อาอู่ เดินเข้าไปในระยะหมัด อาอู่ต่อยซ้ายนำไปก่อนเพื่อเปิดหน้าแล้วหมัดขวาก็ตามไปที่ปลายคาง
เปรี้ยง ! หมัดที่เต็มไปด้วยลมปราณเหนืุ์ แม้ใช้เพียง 3ใน10 คนทั่วไปก็ไม่อาจทานทนได้ บังสนโดนเข้าปลายคาง ถึงกับสลบไปในทันที
อาอู่ชนะอีกแล้ว อาจารย์เมฆากระโจนเข้ากอดด้วยความดีใจตระกูลซ่งแน่นอนอยู่แล้วดีใจกันสุดๆ โดยเฉพาะเงินรางวัลคราวนี้ เ้าบ่อนคงต้องปิดรับพนันแน่เลย พี่มั่น พี่เดช และแก้วฟ้าล้วนะโดีใจ หลวงปู่ก็เช่นกันได้แต่ยืนยิ้มอยู่คนเดียว แล้วกลับเข้ากุฏิ
“ ฝีมือมันดีจริง ๆ ที่เ้าพ่ายแพ้แก่มัน ไม่ใช่เพราะมันโชคดี เ้าทำใจซะเถอะพวกเราคงต้องกลับละโว้กันแล้ว” เสียงจากครูทิมเปล่งออกมา
“ ข้าจะต้องเอาชนะมันให้ได้ ไม่ว่าจะต้องลำบากแค่ไหน ” เสียงชัยยันต์เปี่ยมไปด้วยความแค้น
อาจารย์เมฆาเดินไปหาคู่ที่จะมาชกกับอาอู่อีก แต่ไม่มีผู้ใดกล้าต่อสู้กับอาอู่อีกเลย
“ อาอู่เวลานี้ไม่มีผู้ใดจะกล้าสู้กับเ้าอีกแล้ว วันนี้คงพอแค่นี้ " อาจารย์เมฆาเดินส่ายหัวแล้ว แล้วพาอาอู่กลับบ้าน
วันนี้อาอู่มาที่วัดเพราะหลวงปู่เรียกหา แต่ยังไม่ทันจะไปหาหลวงปู่ก็เจอกับพี่เดชกับแก้วฟ้า ทั้งสองทำตาแดง อาอู่สงสัยเลยเดินเข้าไปหา
“ พี่เดช แก้วฟ้า เกิดอะไรขึ้น มีใครรังแกอีกหรือ” อาอู่ถามด้วยความร้อนใจ
“ ท่านแม่ไป์แล้ว พี่อู่” แก้วฟ้าร้องไห้ออกมาทันที อาอู่เดินเข้าไปจับหัวแก้วฟ้า
“ ท่านแม่ไปสบายแล้วไม่ต้องเสียใจ แล้ว ยังมีพี่อู่อยู่เป็เพื่อน ไม่ต้องร้องแล้ว” อาอู่ปลอบแก้วฟ้า
“ แล้วเกิดอะไรขึ้นกับแม่พี่เดช” อาอู่สงสัย
“ ท่านแม่ถูกวางยา “ พี่เดชพูดไปแล้วกำมือแน่น
“ รู้ไหมใครทำ “ อาอู่ถามอีก
“ มีแค่คนเดียวที่ทำได้ แม่องค์ชายสี่ พระมเหสี แห่งสุพรรณภูมิ” เดชพูดด้วยความแค้น
“ เื่นี้ต้องใจเย็นก่อน เรายังไม่มีพลังพอที่จะแก้แค้น แล้วพี่เดชทำอย่างไรต่อ”อู่ถามเดชด้วยความเป็ห่วง
“ ข้าคงไม่กลับไปที่เมืองสุพรรณภูมิอีกต่อไป ข้าห่วงแก้วฟ้าจะลำบาก” เดชหันไปมองแก้วฟ้า ที่ยังคงสะอื้นไห้อยู่
“ แล้วตอนนี้พี่เดชพักที่ไหน” อาอู่ถามอีก
“ พักที่เรือนของราชวงค์สุพรรณภูมิ แต่ข้าว่าคงอยู่ไม่ได้แล้ว เพราะพวกมันคงหาทางทำร้ายข้าและน้องที่นั่นแน่ พวกองครักษ์เป็พวกมันทั้งหมด” เดชเอ่ยขึ้นด้วยความกลัวว่าน้องสาวจะอันตราย
“ ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวไปหาหลวงปู่กันก่อน แล้วข้าพาพวกท่านไปพักที่บ้านของอาจารย์เมฆา พี่เดชจะได้ฝากตัวเป็ลูกศิษย์ท่านด้วยเลยดีไหม” อาอู่เสนอไป
“ ได้จริงๆ รึ ข้าอยากต่อยมวยเก่งอย่างเ้ามานานแล้ว” พี่เดชดีใจเริ่มมีความหวัง
“ ไม่ใช่แค่นั้น ข้าจะให้พี่เรียนเวทมนตร์คาถากลับ หลวงปู่อีกด้วย” อาอู่บอกอีก
“ เฮ้อ ข้าไม่ได้หวังจะให้ท่านสอนให้หรอก” เดชเริ่มกังวลใจ
“ อย่างห่วงเลย ข้าพูดเอง ส่วนน้องแก้วฟ้า พี่จากฝากให้เรียนดนตรี การบ้านการเรือน กับลูกสาวท่านอาจารย์ด้วยเลย ดีไหม” อาอู่หันไปถามแก้วฟ้า ที่ยังไม่หายสะอื้น แก้วฟ้า ได้แต่พยักหน้า แล้วเทียนก็ไปหาหลวงปู่ทันที
หลวงปู่ฟังเื่ที่เทียนเล่า แล้วหันไปมองที่ เดช แล้วเรียกเข้ามาใกล้ๆ หลวงปู่เห็นหน้าแล้วพยักหน้า หงึก ๆ แล้วถามถึงวัน เดือน ปี เกิด ท่านเขียนไปเขียนมา
แล้วผงะออกนิดนึง นี่มันดวงราชันอีกดวงหรือนี่ หลวงพ่อมองไปที่อาอู่ และหันไปมองที่เดช เด็กสองคนนี้ เป็ดวงราชันทั้งคู่ ถึงแม้ว่าวันเดิน ของอาอู่ไม่ปรากฏ แต่ลายมือ รูปหน้ามันบ่งบอก ว่าใช่แน่นอน แต่ว่าของเดชนั้นเส้นราชันยังไม่เปิด
มีเส้นราชันอีกเส้นทับอยู่ แต่ว่าวันหนึ่งต้องกลายเป็ราชันอย่างแน่นอน นึ่ข้าจะมีศิษย์เป็ราชันพร้อมกันทั้ง 2 คนเลยหรือนี่ หลวงปู่คิดในใจ
“ เ้าเดชต่อไปนี้ เ้าก็เป็ศิษย์ก้นกุฏิข้าเหมือนอาอู่ ข้าจะสอนวิชาให้เ้าทั้งหมดเหมือนอาอู่ และจงจำไว้พวกเ้าต้องรักและสามัคคีกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกันไม่ทำร้ายกัน ด้วยเพราะเ้าคือศิษย์อาจารย์เดียวกันแล้ว” หลวงปู่กล่าวสั่งสอนทั้งสองคน
“ แล้วบอกท่านแม่ทัพเมฆาด้วย ว่าข้ารับเ้าเดชมันเป็ศิษย์แล้ว ให้ท่านช่วยสอนมวย ให้เหมือนเ้าด้วยเช่นกัน” หลวงปู่ฝากอาอู่ไปบอกด้วย