ตลอดหนึ่งชั่วยามก่อนหน้านี้ หลิงเทียนได้จำลองกระบวนการหลอมโอสถหทัยเพลิงกัลป์ชั้นสูงอยู่ในใจ หลังจากทำซ้ำนับพันนับหมื่นครั้ง เขาก็ได้อุดรอยรั่วและเข้าใจกระบวนการหลอมโอสถชนิดนี้อย่างทะลุปรุโปร่งทุกประการแล้ว!
พร้อม ๆ กับการถ่ายเพลิงเหมันต์ครามลงสู่เตาหลอม หลิงเทียนก็เทวัตถุดิบทั้งหมด รวมถึงเพลิงวิเศษธรรมชาติดวงนั้นลงไปในเตาหลอมพร้อมกันทีเดียวอย่างไม่ลังเล!
“นี่มัน...”
ทว่าเมื่อทุกคนได้เห็นฉากนี้ ต่างพากันโง่งมไปตาม ๆ กัน หลิงเทียนเลิกเหม่อลอยแล้วก็จริง แต่การกระทำอันพิสดารเช่นนี้มันคืออะไรกัน!?
วัตถุดิบในการหลอมโอสถหทัยเพลิงกัลป์ชั้นสูงมีมากถึงหลายสิบชนิด อุณหภูมิที่ต้องใช้ในการเคี่ยวหลอมล้วนแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง นับประสาอะไรกับการที่มีเพลิงวิเศษธรรมชาติรวมอยู่ด้วยดวงหนึ่ง
ขั้นตอนแรกอย่างการเคี่ยวหลอมก็ถือเป็นงานหินแล้ว ก่อนหน้านี้ซ่งกวนอินก็ผิดพลาดในขั้นตอนแรกนี้จนล้มเหลวไม่เป็นท่า แต่หลิงเทียนในยามนี้กลับทำเรื่องหลุดโลกยิ่งกว่า!
บรรดาผู้อาวุโสแห่งสมาคมโอสถต่างพากันส่ายหัว พวกเขาจมผุดอยู่ในวิถีโอสถมาหลายสิบปี ไม่เคยพบเคยเห็นการหลอมโอสถเช่นนี้มาก่อนเลย
กระทั่งผู้อาวุโสฉานซินแห่งหุบเขาเฟินเซียงก็อดถอนหายใจไม่ได้ การกระทำของหลิงเทียนเห็นได้ชัดว่าเป็นเรื่องเลอะเทอะสิ้นดี เพื่อความปรารถนาส่วนตัว กลับสิ้นเปลืองวัตถุดิบที่ซ่งกวนอินเพียรพยายามเตรียมมาอย่างสูญเปล่า
ส่วนทางด้านสำนักเฉียนหยวน เหล่าผู้ฝึกตนยิ่งไม่ตระหนี่เสียงหัวเราะเยาะเย้ย
แค่นี้เนี่ยนะ? ยังมีหน้ามาคุยโตว่าจะหลอมโอสถขั้นสวรรค์อีกหรือ? ช่างเพ้อเจ้อฝันกลางวันโดยแท้!
“เอ๋! การกระทำเช่นนี้ มั่นใจแล้ว เป็นเขาจริง ๆ ด้วย!”
ทว่าบนแท่นยกสูงตำแหน่งที่นั่งประธาน ตงฟางจิ้งกลับเอ่ยขึ้นด้วยความมั่นใจเต็มร้อย เพราะเมื่อครั้งทดสอบช่างอาวุธก่อนหน้านี้ พวกนางเคยเห็นการกระทำที่เหมือนกันเปี๊ยบเช่นนี้มาแล้ว!
ยามนั้นพวกนางเคยคลางแคลงใจ แต่สุดท้ายกลับถูกหลิงเทียนตบหน้าฉาดใหญ่ด้วยการขึ้นรูปกระบี่เพียงเล่มเดียว ครั้งนี้พวกนางก็ยังคงเชื่อมั่นว่า นี่คือวิชาเคี่ยวหลอมอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของหลิงเทียน
และแล้วเวลาค่อย ๆ ไหลผ่านไป ระยะเวลาจนกว่าจะสิ้นสุดการประลองหลอมโอสถก็เหลืออยู่ไม่ถึงชั่วจิบชาเท่านั้น
ก่อนหน้านี้ศิษย์อัจฉริยะส่วนใหญ่แห่งตำหนักโอสถต่างหลอมเสร็จสิ้นกันหมดแล้ว โดยมีส่วนน้อยที่ล้มเหลว และผู้ที่ยังคงหลอมอยู่ในลานประลอง เหลือเพียงอัจฉริยะไม่กี่คนอย่างเฟิงรั่วเฉินและมั่วเชียนเลี่ยนเท่านั้น
และแน่นอนว่า หลิงเทียนก็รวมอยู่ในนั้นด้วย
ตูม!
ยามนี้เตาหลอมของหลิวจื่อเหยาผู้อยู่อันดับสามแห่งตำหนักโอสถเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นก่อนเป็นคนแรก นางตบฝ่ามือลงบนเตาหลอม ทันทีที่ฝาเตาเปิดออก เม็ดโอสถพลันลอยตัวขึ้นพร้อมกับเมฆาโอสถ ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวล ปรากฏว่าหลอมเม็ดโอสถสำเร็จแล้ว!
บนใบหน้าของหลิวจื่อเหยาพลันฉายรอยยิ้มปิติ จากนั้นยกมือขึ้นรับเม็ดโอสถไว้ในมือ แล้วนำไปมอบให้แก่เหล่าอาจารย์ยอดฝีมือแห่งวิถีโอสถบนแท่นสูง เพื่อเลี่ยงข้อครหา เจ้าตำหนักโอสถจึงทำหน้าที่เพียงดำเนินรายการประลองเท่านั้น ส่วนการตัดสินและประเมินจะเป็นหน้าที่ของเหล่าผู้อาวุโสจากสมาคมโอสถ
“อืม ไม่เลวเลยจริง ๆ โอสถหล่อเลี้ยงเส้นลมปราณขั้นปฐพีระดับกลาง เจ้ากลับสามารถหลอมได้ชำนาญถึงเพียงนี้”
“นั่นสิ คุณภาพก็ไม่เลว นับว่าโดดเด่นที่สุดในการประลองยามนี้ จัดให้อยู่อันดับหนึ่งชั่วคราวได้!”
ผู้อาวุโสแห่งสมาคมโอสถหลายคนพิจารณาแล้วต่างเอ่ยชมเชยไม่ขาดปาก
หลิวจื่อเหยาดีใจเป็นอย่างยิ่ง ผลงานครั้งนี้ของนางก้าวข้ามศิษย์พี่รองแห่งตำหนักโอสถไปแล้ว แม้หลังจากนี้จะต้องถูกมั่วเชียนเลี่ยนและเฟิงรั่วเฉินแซงหน้าอย่างแน่นอน แต่ก็ถือว่าเหนือความคาดหมายเดิมของนางไปมาก
นับเป็นผลงานที่ดีเยี่ยมทีเดียว
บิดาของหลิวจื่อเหยาซึ่งนั่งอยู่ท่ามกลางเหล่าผู้อาวุโสก็ยิ้มจนปากหุบไม่ลง เขาเป็นเพียงเจ้าหุบเขาศิษย์รับใช้ มีสถานะในสำนักไม่สูงนัก หากหลิวจื่อเหยาทำผลงานได้โดดเด่นยิ่งขึ้น เขาก็อาจจะมีโอกาสได้เลื่อนตำแหน่ง
ตึงตัง!
ทว่าในตอนนั้นเอง ภายในเตาหลอมของมั่วเชียนเลี่ยนกลางลานประลองพลันส่งเสียงกึกก้องกังวานขึ้นมา
เรื่องนี้ทำให้สีหน้าของเจ้าตำหนักโอสถแปรเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน มั่วเชียนเลี่ยนคือศิษย์ที่เขาภาคภูมิใจที่สุด และได้รับการสืบทอดวิชาโอสถของเขาไปจนหมดสิ้น หากครั้งนี้ไม่มีเฟิงรั่วเฉินเข้ามาแทรกกลางคัน ตำแหน่งอันดับหนึ่งของการประลองหลอมโอสถ ย่อมต้องเป็นของมั่วเชียนเลี่ยนอย่างแน่นอน
ทว่ายามนี้เตาหลอมกลับสั่นสะเทือน ส่อลางไม่มั่นคงขึ้นมา หรือว่าจะหลอมล้มเหลวเสียแล้ว?
เคร้ง!
ทว่าในตอนนั้นเอง มั่วเชียนเลี่ยนพลันยกมือขึ้นตบลงบนเตาหลอมอย่างแรง ในชั่วครู่เมฆาโอสถพลันพวยพุ่ง พร้อมกับมีเสียงพยัคฆ์คำรณสะเทือนป่าดงออกมา
“เมฆาโอสถปรากฏ เสียงพยัคฆ์คำรณก้อง นี่ไม่ใช่เตาหลอมระเบิด แต่เป็นนิมิตของการก่อร่างเม็ดโอสถ!” เจ้าตำหนักโอสถถึงเพิ่งรู้สึกตัว กระทั่งไม่อาจเก็บข่มความตื่นเต้นในใจจนต้องส่งเสียงอุทานออกมา
ยามนี้มั่วเชียนเลี่ยนยกมือขึ้นหยิบโอสถสีอำพันเม็ดนั้นลงมา แล้วนำไปมอบให้แก่แท่นสูงด้วยความนอบน้อม
ในชั่วพริบตา ยอดฝีมือแห่งสมาคมโอสถจำนวนมากต่างพากันล้อมวงเข้ามา แต่เมื่อได้เห็นเม็ดโอสถนี้แล้ว ต่างก็อดไม่ได้ที่จะส่งเสียงชมเชย
“โอสถดั่งอำพัน สรรพคุณโอสถพลุ่งพล่าน กลิ่นอายร้อนแรง นี่คือโอสถพยัคฆ์คำรณคุณภาพเยี่ยมโดยแท้!”
“ยินดีกับท่านเจ้าตำหนักโอสถด้วย โอสถพยัคฆ์คำรณนี้หลอมได้ไม่ง่ายเลย พลังบำเพ็ญของมั่วเชียนเลี่ยนยังไม่ถึงขั้นสร้างรากฐานขั้นปลาย แต่กลับสามารถหลอมโอสถขั้นปฐพีระดับสูงเช่นนี้ออกมาได้ ช่างหาได้ยากยิ่ง!”
“เช่นนั้นจัดให้อยู่อันดับหนึ่งชั่วคราว!”
ไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ โอสถพยัคฆ์คำรณเม็ดนี้ของมั่วเชียนเลี่ยน ไม่เพียงแต่มีระดับสูงกว่าโอสถหล่อเลี้ยงเส้นลมปราณของหลิวจื่อเหยาเท่านั้น แต่ทั้งผลลัพธ์และความยากก็อยู่เหนือระดับเดียวกันอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นขอเพียงมั่วเชียนเลี่ยนไม่ล้มเหลว อันดับหนึ่งนี้ย่อมเป็นของเขาอย่างแน่นอน
เจ้าตำหนักโอสถยิ้มแย้มแจ่มใส ในใจยินดีปรีดาเป็นอย่างยิ่ง โอสถพยัคฆ์คำรณเม็ดนี้ สองศิษย์อาจารย์เตรียมการมาเป็นเวลานาน
มั่วเชียนเลี่ยนยามนี้ยิ่งหอบหายใจไม่หยุด การหลอมโอสถพยัคฆ์คำรณครั้งนี้ ผลาญพลังจิตวิญญาณของเขาไปมหาศาล โชคดีที่หลอมสำเร็จจนได้
ดังนั้นขอเพียงหลังจากนี้ เฟิงรั่วเฉินหลอมโอสถมังกรคำรณล้มเหลว ตำแหน่งอันดับหนึ่งของการประลองหลอมโอสถก็ยังคงเป็นของเขาอยู่ดี!
อันที่จริงโอสถมังกรคำรณมีผลลัพธ์เช่นเดียวกับโอสถพยัคฆ์คำรณ คือช่วยให้ผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐานเพิ่มพูนพลังยุทธ์และปราณบริสุทธิ์ได้ในระยะเวลาอันสั้น ทั้งยังทำให้พลังสู้รบพุ่งทะยานขึ้นอย่างก้าวกระโดด
ทว่าโอสถพยัคฆ์คำรณเพิ่มพลังสู้รบได้เพียงสามส่วน แต่โอสถมังกรคำรณกลับเพิ่มได้ถึงห้าส่วน มิหนำซ้ำยังไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ ทั้งสิ้น
นี่คือเหตุผลว่าเหตุใดโอสถมังกรคำรณจึงจัดอยู่อันดับสูงสุดของโอสถขั้นปฐพี และถูกขนานนามว่าเป็นโอสถที่หลอมยากที่สุดรองจากโอสถขั้นสวรรค์
ดังนั้น ต่อให้เฟิงรั่วเฉินจะครอบครองเพลิงวายุพัดระดับสองขั้นสูง แต่การจะหลอมโอสถมังกรคำรณให้สำเร็จจริง ๆ ก็ยังมีความยากระดับมหาโหด!
ด้วยเหตุนี้ หลังจากโอสถพยัคฆ์คำรณของมั่วเชียนเลี่ยนเสร็จสิ้นลง สายตาเกือบทั้งหมดในลานประลองจึงตกไปอยู่ที่ร่างของเฟิงรั่วเฉิน
ยามนี้เพลิงในเตาหลอมของเฟิงรั่วเฉินยังคงลุกโชนโหมกระหน่ำ ภายในค่ายกลใบหน้าของเฟิงรั่วเฉินเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ จ้องมองนิ่งไม่กลอกตา นึกภาพออกเลยว่า ในช่วงเวลาที่การประลองหลอมโอสถใกล้นี้ ความกดดันของเขานั้นยิ่งใหญ่เพียงใด
บนแท่นสูง เฟิงอู๋จี้ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นตลอดเวลา ไม่ยอมนั่งลง ในการฝึกหลอมก่อนหน้านี้ อัตราความสำเร็จในการหลอมโอสถมังกรคำรณของเฟิงรั่วเฉินมีเพียงหกส่วนเท่านั้น การประลองหลอมโอสถครั้งนี้ เกี่ยวพันถึงว่าเฟิงรั่วเฉินจะสามารถขึ้นเป็นศิษย์สายตรงได้หรือไม่ ดังนั้นภายในใจของเฟิงอู๋จี้จึงยังคงมีความตึงเครียดอยู่ไม่น้อย
ตูม!
ทว่าในตอนนั้นเอง เบื้องหน้าเฟิงรั่วเฉิน เตาหลอมพลันส่งเสียงก้องกังวาน เมฆาโอสถสีทองเข้มข้นสายหนึ่งพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า อีกทั้งยังมีเสียงมังกรคำรณด้วยความโกรธา ดังก้องกังวานไปทั่วสำนักเฉียนหยวนฝั่งนอก
“เสียงโอสถดั่งมังกร เมฆาเหลืองพุ่งทะยานฟ้า นี่คือนิมิตของการเกิดเม็ดโอสถมังกรคำรณชัด ๆ !”
“สวรรค์! เฟิงรั่วเฉินแสดงวิชาหลอมโอสถในดินแดนใต้เป็นครั้งแรกก็หลอมโอสถมังกรคำรณสำเร็จเลยหรือ?”
“แข็งแกร่งยิ่งนัก!”
ทั่วทั้งลานประลอง เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังระงมขึ้นมาทันใด
อันที่จริง ไม่ว่าคุณภาพของโอสถที่เฟิงรั่วเฉินหลอมครั้งนี้จะเป็นอย่างไร ขอเพียงเกิดเป็นเม็ดโอสถสำเร็จ ตำแหน่งอันดับหนึ่งของการประลองหลอมโอสถครั้งนี้ก็ตกเป็นของเขาเรียบร้อยแล้ว
เฟิงรั่วเฉินภายในค่ายกลสูดลมหายใจเข้าลึก ประคองโอสถมังกรคำรณไว้ด้วยสองมือที่สั่นเทา แล้วนำไปมอบให้แก่ผู้อาวุโสมู่แห่งสมาคมโอสถบนแท่นสูง
“ศิษย์ทำภารกิจสำเร็จ ไม่ทำให้ท่านอาจารย์ต้องขายหน้า หลอมโอสถมังกรคำรณสำเร็จแล้ว ขอเชิญท่านอาจารย์ประเมิน!”
ภายในใจของเฟิงรั่วเฉินตื่นเต้นยินดีเป็นอย่างยิ่ง เมื่อครู่นี้เกือบจะล้มเหลวไปแล้ว การจะหลอมสำเร็จได้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริง ๆ
ขณะเดียวกัน ในใจของเขาก็ภาคภูมิใจเป็นล้นพ้น ภารกิจในวันนี้ของเขาถือว่าทำสำเร็จแล้ว และเขากำลังจะได้เป็นศิษย์สืบทอดสายตรงคนที่สองแห่งสำนักเฉียนหยวน!
“ฮ่า ๆ ข้าเป็นอาจารย์ของเจ้า เรื่องประเมินปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้อาวุโสท่านอื่นเถิด ทุกท่านลองมาพิจารณาดูหน่อยเป็นอย่างไร?” ผู้อาวุโสมู่วางท่าภาคภูมิ นำโอสถมังกรคำรณส่งต่อให้แก่เหล่าผู้อาวุโสท่านอื่นแห่งสมาคมโอสถ
ทุกคนมองดูเม็ดโอสถสีทองเปล่งประกาย ประกายแสงไหลเวียน ปรากฏลวดลายมังกรลาง ๆ ต่างพากันเอ่ยชมเชยไม่ขาดสาย
“แม้คุณภาพจะอยู่ในระดับธรรมดา แต่นี่คือโอสถมังกรคำรณที่เสร็จสมบูรณ์จริง ๆ หาได้ยากยิ่ง สำนักเฉียนหยวนถึงกับปรากฏอัจฉริยะแห่งวิถีโอสถขึ้นมาแล้ว!”
“ถูกต้อง เฟิงรั่วเฉินเพียบพร้อมทั้งกระบี่และโอสถ ความสำเร็จในวันหน้าย่อมไร้ขีดจำกัดแน่นอน!”
“ไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ อีกแล้ว เฟิงรั่วเฉิน ก็คืออันดับหนึ่งแห่งการประลองหลอมโอสถครั้งนี้!”
บรรดาผู้อาวุโสแห่งสมาคมโอสถต่างพากันประสานมือ ครั้งนี้พวกเขามิได้ประจบประแจงแต่อย่างใด เพราะโอสถมังกรคำรณนี้ สมศักดิ์ศรีโดยแท้
“ฮ่า ๆ ๆ !”
เฟิงอู๋จี้หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง จากนั้นหันไปมองเจ้าตำหนักโอสถ “ศิษย์น้อง?”
เจ้าตำหนักโอสถเม้มปาก แม้ในใจจะไม่ยินยอม แต่สุดท้ายก็ถอนหายใจยาว เตรียมจะเอ่ยปากประกาศผลการประลอง
“ช้าก่อน! ทุกท่านลืมใครไปคนหนึ่งหรือเปล่า ยามนี้การประลองหลอมโอสถยังไม่สิ้นสุดลงมิใช่หรือ?”
ทว่าในตอนนั้นเอง ตงฟางจิ้งก็เอ่ยปากขัดขึ้นมาอีกครั้ง