ไท่เจี๋ยน 太监 ขันทีเคียงบัลลังก์ | นิยายวายจีน

    บทที่ 1-1 องค์ชายสาม




    บทที่ 1 องค์ชายสาม ตำหนักเสิ่นจีถูกกล่าวขานกันว่าเป็นที่พักขององค์ชายที่มีนิสัยขี้อาย ไม่กล้าออกมาพบปะผู้คน องค์ชายท่านนี้มักเล่นอยู่กับขันทีของตน ไม่มีสหาย และมิมีผู้ใดจะทำให้องค์ชายไว้ใจและเชื่อใจได้เท่ากับขันทีชิงฮวาผู้นี้อีกแล้วนิ้วเรียวคีบอาหารจากสำรับมากมายบนโต๊ะที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้สำหรับองค์ชายซือเฉิง ทุกเช้ายามเฉิน องค์ชายซือเฉิงต้องเสวยอาหารให้ตรงเวลา หน้าที่ตระเตรียมสำรับคงไม่พ้น ขันทีชิงฮวา ที่ต้องรับหน้าที่ตรวจสอบว่าในอาหารมียาพิษหรือไม่ ผักบนสำรับถูกเหล็กเรียวเล็กคีบเข้าปากยามนี้มักเป็นยามที่องค์ชายซือเฉิงชอบใจมากที่สุด ใบหน้างดงามดั่งรูปปั้นบนแดนสวรรค์คล้ายหนังสือในบทกวีบทหนึ่งที่เขาเคยอ่านเจอ ริมฝีปากหยักได้รูปปรากฏสีแดงระเรื่อ ใบหน้านวลที่จ้องมองยามใดก็คล้ายมนต์สะกดให้นิ่งงัน เขาสามารถนั่งจ้องขันทีผู้นี้ได้ทั้งวันมิเคยเบื่อ ยามใดที่ดวงตากลมแต่ทว่าดูลึกลับจดจ้องไปยังสิ่งใดนั้นช่างมีเสน่ห์มากนัก มือเรียววางตะเกียบไว้บนผ้ารองผืนเล็ก จับชายเสื้อในชุดประจำตำแหน่งดึงลงมาปิดแขนไว้เช่นเดิม "อาหารสำรับนี้ปลอดภัย...เชิญองค์ชายเสวยได้เลย" ชิงฮวากล่าวกับองค์ชายซือเฉิง ที่ยามนี้ยังอยู่ในชุดบรรทมอยู่เลยชิงฮวากล่าวถาม "เหตุใดองค์ชายยังไม่เปลี่ยนเสื้อผ้า...มิชอบชุดที่ข้าเตรียมไว้ให้งั้นหรือ?" องค์ชายซือเฉิงลุกขึ้นจากที่นั่งเดินตรงเข้ามาหาขันทีชิงฮวา ก่อนจะเอ่ยขึ้นตอบกลับไป "ถึงข้าจะเปลี่ยนก็ใช่ว่าจักมีธุระอันใดต้องออกจากตำหนักแสนคร่ำครึนี้...สู้อยู่ในชุดนี้เล่นกับเจ้าในห้องนี้ทั้งวันทั้งคืน...มิดีกว่าหรือ?" มือหนาขององค์ชายยื่นแตะไปบนไหล่บางของชิงฮวาก่อนจะสัมผัสแผ่วเบาไปยังลำคอขาว...บัดนี้มือขององค์ชายใหญ่กว่าฝ่ามือของชิงฮวาไปเสียแล้ว ยามนี้องค์ชายได้โตเป็นหนุ่มเต็มตัวแล้ว...ชิงฮวาถอนใจออกมาเพียงเล็กน้อยมือเรียวจับมือหนาขององค์ชายออกจากการเกาะกุม "เหตุใดองค์ชายถึงชอบเล่นอะไรพิลึกเช่นนี้...หลายวันมานี้องค์ชายแกล้งข้าบ่อยเกินไปแล้ว" องค์ชายซือเฉิงยกยิ้มมุมปากหยัก "ข้าชอบ...ที่ได้แตะตัวเจ้า ได้มองเจ้า ได้อยู่ใกล้เจ้า...กลิ่นหอมบนตัวเจ้ามันช่างทำให้ข้าอยากมัดเจ้าไว้ติดกับข้าไม่ให้ห่างกาย...หากข้าพูดเช่นนี้แล้ว เจ้าคิดว่าข้าแกล้งเจ้าอยู่งั้นรึ?" ชิงฮวาถอยห่างหนึ่งก้าว "ไม่รีบเสวยตอนนี้เกรงว่าอาหารจะเย็นชืดจนเสียรสชาติ...เชิญองค์ชาย" มือเรียวผายเป็นเชิงบอกกล่าวให้องค์ชายได้นั่งลงแล้วรีบกินเสีย อีกครั้งที่รอยยิ้มนี้ถูกทำให้หายไปด้วยท่าทีห่างเหินจากชิงฮวา องค์ชายซือเฉิงยอมนั่งลงอย่างง่ายดาย สายตามองไปยังสำรับอาหารมากมายที่ถูกจัดขึ้นไว้บนโต๊ะหยก "ข้าอยากทานข้าวพร้อมเจ้า..." ขาคู่นั้นของชิงฮวายังยืนนิ่งไม่ไหวติง ใบหน้างามมองหลุบต่ำลงไม่สบสายตา องค์ชายซือเฉิงกล่าวอีก "มิได้งั้นรึ?...แค่นั่งทานข้าวเป็นเพื่อนข้า ก็มิได้แล้วรึ?" นึกย้อนไปในวัยเด็กทุกครั้งที่องค์ชายไม่ยอมเสวยอะไรเลยเหตุเพราะไม่มีผู้ใดนั่งทานข้าวด้วย ทั้งองค์จักรพรรดิและพี่ชายก็ต่างมองข้ามองค์ชายท่านนี้  เห็นจะมีเพียงแต่ขันทีชิงฮวาที่เป็นทุกอย่างในชีวิตของเขาไปแล้ว...  ย้อนไปเมื่อเจ็ดปีก่อน...เสียงร่ำไห้ดังระงมไปทั่ววังหลวงหลังได้ทราบข่าวจากอัครเสนาบดีว่าฮองเฮาได้สวรรคตในมื้อสุดท้ายของการเสวยอาหารค่ำพร้อมกับองค์ชายซือเฉิง "ท่านแม่...เหตุใดท่านแน่นิ่งไป" เสียงขององค์ชายตัวน้อยกล่าวกับมารดาที่นอนฟุบลงบนโต๊ะหยก ในตำหนักเลือดสีแดงฉาดไหลออกจากปาก บนโต๊ะรวมถึงสำรับอาหารมีเลือดกระเซ็นเต็มไปทั่ว "ท่านแม่ขอรับ...ท่านแม่!!" เสียงเรียกพระมารดาขององค์ชายซือเฉิง ปลุกให้เหล่านางกำนัลที่เฝ้าอยู่ด้านนอกพระตำหนักรีบวิ่งเข้ามา รวมถึงขันทีชิงฮวา เวลานี้ควรเป็นเวลาที่เขาจะต้องอยู่ดูแลองค์ชาย หากแต่ถูกสั่งให้ไปทำภารกิจอยู่ตำหนักบรรพกาล ทว่าพอชิงฮวากลับมาก็สายไปเสียแล้ว ฮองเฮาซึ่งเป็นที่รักไคร่นับถือของเหล่าขุนนางและแน่นอนว่าเป็นผู้ให้กำเนิดบุตรชายแห่งองค์จักรพรรดิทั้งสามพระองค์ แต่บัดนี้กลายเป็นเพียงแค่ร่างไร้วิญญาณ          ใครมันบังอาจทำการชั่ว ลอบวางยาพิษฮองเฮาและองค์ชายสามกัน แน่นอนว่าหากองค์ชายซือเฉิงทานเข้าไปจะต้องได้รับพิษเป็นแน่ แต่ทว่าองค์ชายกลับไม่มีอาการคล้ายโดนพิษเลยแม้แต่น้อย ข่าวนี้ได้ถูกป่าวประกาศออกไปฝ่าบาทเศร้าโศกยิ่งนัก หลังกลับมาจากออกรบเดิมทีต้องมีการจัดงานเลี้ยง เหตุใดได้กลายเป็นงานไว้อาลัยฮองเฮาผู้เป็นที่รักไปได้หลังเสร็จจากงานพิธีของฮองเฮาทิวาราตรีได้ผ่านพ้นเข้าสู่วสันตฤดูแล้วยามนี้องค์ชายซือเฉิงได้มีขันทีชิงฮวาคอยอยู่เป็นเพื่อนเกือบทุกชั่วยามไม่ยอมปล่อยให้ห่างกาย แม้ยามกิน ยามนอน ยามมิมีผู้ใดคอยเล่นเป็นเพื่อนองค์ชายซือเฉิงก็จะพร่ำเรียกหาเพียงชื่อของ 'ชิงฮวา'  ขันทีชิงฮวาเดินถือจานขนมกุยฮวาเข้ามาในห้องขององค์ชาย "ชิงฮวาเห็นองค์ชายไม่ค่อยทานอะไรเลย เกรงว่าจะหิว เลยได้นำขนมที่องค์ชายชอบมาให้..."  ขันทีชิงฮวายื่นขนมกุยฮวาให้องค์ชายไปหนึ่งชิ้น มือน้อยๆ ขององค์ชายรับขนมมารอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าเล็กหลังกัดไปเพียงหนึ่งคำ "ท่านทำเองรึ?..." เสียงเล็กขององค์ชายเอ่ยถามในขณะที่ปากก็ยังคงเคี้ยวขนมอยู่ ชิงฮวาตอบ "แน่นอนว่าเป็นฝีมือของชิงฮวา หากองค์ชายชอบเชิญหยิบได้อีก" รอยยิ้มปรากฏขึ้นตลอดเวลาที่องค์ชายน้อยได้ทานขนมที่ถููกใจ หากวันใดที่ขนมกุยฮวานั้นไม่ใช่ฝีมือของชิงฮวา องค์ชายก็จะบอกให้นางกำนัลเอากลับไปในทันที ขันทีชิงฮวาสังเกตได้ว่าองค์ชายไม่ค่อยเจริญอาหารเช่นเดิม คงเป็นเพราะเหตุการณ์ครั้งนั้นบนโต๊ะอาหารมื้อสุดท้ายของฮองเฮาเขาจึงกล่าวขึ้นว่า "หากองค์ชายมิมีเพื่อนทานข้าว...ชิงฮวาผู้นี้จะคอยนั่งเป็นเพื่อนองค์ชายทุกวันเลยแบบนี้ดีหรือไม่?" องค์ชายซือเฉิงฉีกยิ้มกว้างอย่างดีใจ "จริงรึ? ท่านไม่หลอกข้าใช่หรือไม่..." แขนของชิงฮวาถูกองค์ชายน้อยเขย่าถามอย่างดีใจคล้ายเด็กยามได้รับลูกกวาดแสนอร่อยชิงฮวาพยักหน้าก่อนจะรวบมือเล็กขององค์ชายมากุมไว้ "ยามใดที่องค์ชายรู้สึกว้าเหว่...หรือเศร้าโศกชิงฮวาผู้นี้จะคอยปลอบองค์ชายเอง" ……….. องค์ชายซือเฉิงหยิบถ้วยข้าวขึ้นมาวางไว้ตรงหน้า "ทานข้าวเป็นเพื่อนข้า...เจ้าก็นึกเสียนานเหตุใดชิงฮวา...ถึงมีท่าทีเย็นชากับข้าเข้าไปทุกวัน" ชิงฮวายังคงยืนนิ่งเงียบไม่เอ่ยคำใดออกมา องค์ชายซือเฉิงลุกขึ้นก้าวเข้าไปใกล้คว้าข้อมือผอมบางของชิงฮวาให้มานั่งร่วมโต๊ะอาหารกับเขา "ยามนี้คงเลยเวลาทานข้าวของข้าไปมากแล้ว...เจ้าทานเป็นเพื่อนข้าทีเถิด"  องค์ชายหยิบถ้วยข้าวไปวางตรงหน้าของชิงฮวา ในขณะเดียวกันก็คีบอาหารสองสามอย่างวางลงบนถ้วยข้าวจนเต็ม "พอแล้วองค์ชาย...ขันทีเช่นข้ามิควรนั่งเคียงข้างกับองค์ชายเช่นนี้..." องค์ชายซือเฉิงถอนใจ "ทำไมเจ้าถึงพูดมากนัก...คราก่อนเจ้ากับข้าก็นั่งทานข้าวด้วยกันเช่นนี้ ตอนนี้เจ้ากล่าวว่ามิควรหรือ?...เจ้าเปลี่ยนไปจนข้านึกโกรธขึ้นมา ใยคำพูดของเจ้ากลับเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเช่นนี้...เมื่อก่อนเจ้าแทนตนว่าชิงฮวา บัดนี้กลับไม่พูด..." ชิงฮวาสบตากับองค์ชายก่อนจะกล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้มจางๆ "บัดนี้องค์ชายเติบโตเป็นหนุ่มแล้ว มิใช่เด็กๆ ที่จะคอยให้ข้ามาเล่นเป็นเพื่อนเหมือนคราวก่อนแล้ว" องค์ชายเอ่ย "แล้วอย่างไร...หากข้าพอใจจะให้เป็นเช่นนี้ เจ้าก็จะไม่ยอมงั้นรึ?" ชิงฮวากล่าวตอบ "ขอองค์ชายโปรดอภัย...เมื่อครู่ข้าเพียงกล่าวความจริงยามนี้องค์ชายเติบใหญ่ขึ้น กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผัน หน้าที่่ขององค์ชายก็มากขึ้นตาม ที่ข้ากล่าวมาเพราะเป็นห่วงองค์ชายจากใจจริง" องค์ชายมีสีหน้าเปลี่ยนไปสายตาที่เรียบนิ่งเมื่อครู่ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนเช่นเดิม ถึงจะฟังดูคล้ายให้ยอมรับความจริงแต่ประโยคสุดท้ายก็ทำให้องค์ชายนึกดีใจขึ้นมาบ้างและอาหารมื้อเช้าขององค์ชายและขันทีผู้นี้ก็เต็มไปด้วยความเงียบครอบงำองค์ชายขอทานข้าวไปพลางนั่งมองหน้าชิงฮวาไปพลาง ถึงชิงฮวาจะไม่ค่อยชอบใจนักแต่ก็คงมิมีคำใดต้องกล่าวขึ้นอีก    
    กราบสวัสดีท่านผู้อ่านของไรท์ทุกท่าน ><วันนี้เปิดให้ทดลองอ่านนิยายวายจีนโบราณ นับว่าเป็นเรื่องแรกของไรท์เลยก็ว่าได้ค่ะโดยส่วนตัวชอบแนวดราม่าน้ำตาแตกเป็นทุนเดิมก็เลยเริ่มเขียนนิยายเรื่องนี้ขึ้นมาค่ะเหตุผลที่ต้องให้ นายเอกเป็นขันที เพราะว่าเขาเกิดมาเพื่อพระเอกจริงๆ ค่ะ 555+(อารมณ์คล้ายๆ ลูกแหง่ติดแม่) มั้งนะคะ แต่รับรองว่าพระเอกนั้นตื้อเก่งจริง! พูดเลยนายเอกก็ใจแข็งม๊าก! ตามอ่านกันต่อตอนต่อไปได้นะคะ ไว้มินจะมาอัพเดต ตารางอัพนิยายให้น้าเพราะตอนนี้แต่ง คู่กับ อัศจรรย์วนขอพร (เรื่องนี้อัพไปแล้ว 1 ตอนนะคะ) ไปตามอ่านได้น๊า แซ่บนัวบ่แพ้เรื่องนี้เลยเด้อหากผิดพลาดเรื่องคำศัพท์หรือภาษาสามารถติ ชม ได้น้า แต่อย่าติแรงน้าไรท์กลัว 555+ >3< หอมหัวคนอ่านจ้า    ปล.น้องไม่ได้ขี้อายหรือไม่อยากมีเพื่อนนะคะเพราะตอนเด็ก น้องซนมาก เพื่อนเยอะมาก แต่พอเจอพ่อทำโทษขันทีตัวเองเท่านั้นแหละ น้องเลยนิ่งไม่ออกไปไหน ไม่ซนพูดง่าย ใครคุยด้วยก็ไม่ค่อยตอบเลยโดนว่าขี้อาย ตำหนักที่อยู่จึงห่างไกลผู้คน....