"อิ่งเออร์ทำไมเ้าถึงเสียงดังนัก รู้หรือไม่ว่ามันเป็กิริยาที่ไม่งาม แม่คงต้องอบรมมารยาทกับเ้าใหม่เสียแล้ว "จิ้งหรงพูดกับบุตรสาวที่วิ่งถึอถังใส่หอยตัวเท่าฝ่ามือสองตัว และตัวใหญ่เท่าชามในครัวหนึ่งตัว
"อิ่งเออร์หอยที่เ้านำมามันกินไม่ได้หรอกนะ แม่ไม่เคยเห็นชาวบ้านนำมากินกันหรอก เอาไปทิ้งเถิด" จิ้งหรงบอกบุตรสาว ที่เตรียมของอยู่ตรงหน้า
"จะทิ้งได้อย่างไรเ้าค่ะ ท่านแม่ดูนี้ก่อนสิเ้าค่ะ"หว่านอิ่งบอกมารดาวิ่งเข้าครัวไปเตรียมชามใส่น้ำสะอาด และอีกชามนำผ้ามาลงรองไว้ข้างบน และใช้มีดดันเข้าไปในเปลือกหอยเพื่อแกะเปลือกหอยออกแล้วกรีดเนื้อหอยออกอย่างเบามือ หว่านอิ่งใช้มือกดๆ หาของที่นาง้าในตัวหอย และท่องบทสวดบูชาเทพพระเ้าให้นางเจอให้คิดที่นางอยากเจอและเหมือน์จะเป็ใจ นางกดไปเจอและนำมันขึ้นมาหว่านอิ่งเบิกตากว้างอย่างใ อา~กลิ่นเงินนางได้กลิ่นเงินลอยมาตามลมอีกแล้ว
"ท่านแม่!!!!" หว่านอิ่งร้องบอกมารดาอย่างตื่นเต้น ใช่แล้วนี่คือมุกน้ำจืดของจีนที่นางเคยดูมา
จิ้งหรงหันมามองบุตรสาวอย่างตำหนิแต่ก็ต้องใกับของในมือนาง จิ้งหรงรีบลุกขึ้นเดินไปหาบุตรของนางกำลังถือมุกเม็ดโตและวางไว้ในชามที่ใส่น้ำ
"นี้มันมุกไม่ใช่หรือ" จิ้งหรงถามบุตรสาวอย่างตื่นเต้น นางจับมุกมาล้างทำความสะอาดนำผ้ามาเช็ดอย่างทะนุถนอม ส่วนหว่านอิ่งใช้มีดกรีดเนื้อหอยออกและเห็นมุกนับสิบเม็ดนอนเรียงอยู่ด้านใน
หว่านอิ่งหัวเราะออกมาเสียงดัง เงินๆ รวยๆ ต่อไปนี้นางจะเป็คนรวยแล้ว หอยมุกอันเท่าฝ่ามือชิ้นแรกได้มุกออกมาสิบแปดเม็ดและยังเหลือที่ติดกับเปลือกอีกนางจะต้องไปคิดหาวิธีนำออกมา ชิ้นที่สองยี่สิบห้าเม็ด และชิ้นที่สามที่ใหญ่เท่าชามในครัวได้มาอีก ห้าสิบห้าเม็ด ฮ่าๆๆ ต่อไปนี้ใครจะรวยไปกว่านางไม่มีแล้ว หว่านอิ่งและจิ้งหรงนั่งยิ้มหัวเราะอย่างคนบ้าช่วยกันแกะเปลือกหอยมุกนำมุกมาเช็ดถูทำความสะอาดอย่างมีความสุข
"นี่คือสิ่งใดหรือขอรับมันกินได้หรือไม่" อานตี๋เดินตามมารดามาเอียงคอถามอย่างสงสัย
"นี้คือหอยมุกมันกินไม่ได้หรอกลูกคนเขานิยมนำไปทำเครื่องประดับ มันมีราคาแพงมาก" จิ้งหรงอธิบายให้บุตรชายอย่างอารมณ์ดี
"ต่อไปนี้เ้าอยากได้อะไร อยากไปเที่ยวที่ใดบอกพี่รองได้พี่รองจะพาเ้าไปเอง" หว่านอิ่งบอกชายด้วยใบหน้าเบิกบาน
"จริงหรือขอรับพี่รอง" อานตี๋ตื่นเต้นกับคำพูดของพี่สาว
"จริงสิพี่จะโกหกเ้าไปทำไม" หว่านอิ่งบอกน้องชายและให้มารดานำห่อผ้าไปไว้ในห้องนอน
สามแม่ลูกนั่งพูดกันจนจื่อหานและชางอวี่กลับลงมาจากเขา ชางอวี่มองมารดาและน้องๆ ด้วยสายตาสงสัย มารดาเขานั่งสอนหว่านอิ่งเย็บผ้าด้วยรอยยิ้มถึงน้องสาวเข้าจะเย็บปักเบี้ยวอย่างกับตัวหนอนแต่มารดายังไม่ตำหนิ
อานตี๋นั่งฝึกเขียนอักษรอย่างตั้งใจมีเสียงหัวเราะคิกคักออกมาเป็รอบๆ ฝึกเขียนอักษรมันมีความสุขแบบนี้ั้แ่เมื่อใดกันทำไมเขาไม่เห็นเป็แบบน้องชายของเขามาก่อน ชางอวี่ได้ส่ายหน้าอย่างสงสัย
หว่านอิ่งและมารดาเดินเข้าครัวมาทำอาหารอย่างมีความสุข จิ้งหรงมาเป็ลูกมือและเรียนรู้การปรุงอาหารของบุตรสาว วันนี้หว่านอิ่งทำต้มปลา ผัดผักรวม ปลากะพงนึ่งซอสถั่ว ไก่ผัดเม็ดมะม่วง น้ำซุปไก่ นางต้องฉลองเสียหน่อยแล้ว
ครอบครัวกินอาหารอย่างอิ่มท้อง
" ท่านแม่เ้าคะ วันรุ่งเช้าเรานำมุกไปขายที่ร้านเครื่องประดับดีหรือไม่เ้าคะ" หว่านอิ่งนั่งปรึกษากับมารดา
"หืม ก็ดีเหมือนกันนะอิ่งเออร์เดี๋ยวรุ่งเช้าแม่จะเข้าไปขายกับเ้าด้วย" จิ้งหรงบอกบุตรสาว
"เรานำไปขายซักห้าหกเม็ดเป็อย่างไรเ้าคะ เอาเม็ดที่ลูกแกะออกมาจากเปลือกลองไปขายก่อนก็ได้เ้าคะ จะได้รู้ว่าถ้าขายเม็ดที่สมบูรณ์กว่าน่าจะได้ราคาเท่าไร" หว่านอิ่งบอกมารดาเนื่องจากมุกแกะออกมาจากเปลือกจะไม่กลมสวยเท่าที่อยู่ในเนื้อหอย
"หืม ได้สิอิ่งเออร์" จิ้งหรงเข้าใจบุตรสาวถึงนางจะเคยเป็บุตรของพ่อค้าเล็กๆ มาก่อนแต่นางก็ไม่ได้รู้เื่การขายมุกเลย สองแม่ลูกปรึกษากันเสร็จก็แยกย้ายกันเข้าห้องนอน
เช้าวันต่อมา
หว่านอิ่งเดินไปหาบิดาและพี่ชายในสวนผัก ผักที่ครอบครัวนางปลูกเริ่มงอกออกมาแล้วต่อไปนี้บ้านนางจะมีผักสดจากสวนไว้กิน
ใน่สายหลังจากทานมื้อข้าวเสร็จหว่านอิ่งและมารดาเปลี่ยนชุดเตรียมเข้าเมืองโดยมีบิดานางไปด้วย พี่ใหญ่และน้องเล็กอยู่เฝ้าบ้านหัดเขียนอ่าน
ทั้งสามเดินเท้าเข้าเมืองบิดานำสมุนไพรไปขายส่วนนางกับมารดาเดินไปร้านเครื่องประดับ หว่านอิ่งเดินไปร้านที่นางเคยมากับบิดาในครั้งก่อนเมื่อเดินเข้าไปในร้านก็มีหลงจู๊มาต้อนรับ
"พี่สาวเ้าค่ะ ข้ากับมารดามาขายมุกประดับเ้าคะ"
"เชิญท่านทั้งสองตามข้ามาทางนี้เ้าคะ" หลงจู๊ทางนำทั้งสองขึ้นไปนังชั้นบนของร้าน
"เถ้าแก่เ้าค่ะ สองท่านนี้มาขายมุกประดับเ้าคะ" หลงจู๊บอกเถ้าแก่หยางที่นั่งหน้าโต๊ะทำงาน
"เชิญนั่งก่อนเถิด เ้าไปนำน้ำชาและของว่างมา" หว่านอิ่งและจิ้งหรงนั่งตามคำเชิญของเถ้าแก่และนำของที่จะขายส่งให้เถ้าแก่หยางดูโดยมีหลงจู๊รินชาและนำของว่างมาให้ มุกที่นางนำมาวันนี้หกเม็ด สีขาวสองเม็ด เหลืองอ่อนหนึ่งเม็ด ชมพูสองเม็ดและฟ้าอ่อนหนึ่งเม็ด
"โอ้ สีสวยนักเม็ดโตกำลังพอดีถึงจะไม่เรียบกลมก็ตาม" เถ้าเเก่หยางใช้มือลูบมุกไปมา
หว่านอิ่งกับมารดานั่งยิ้มหน้าบานถือว่าเป็สัญญาณที่ดีให้การขายมุกครั้งนี้ หว่านอิ่งนั่งทานของว่างจานหมดจานรอเถ้าแก่ตรวจสอบคุณภาพของมุก
"มุกประดับนี้ข้าจะรับซื้อในราคาหนึ่งตำลึงทอง มุกมีตำหนิมากหน่อยทำให้ราคาถูกลงเ้าว่าอย่างไรจะขายหรือไม่" หว่านอิ่งและมารดาตาโตนางไม่คิดว่าจะขายได้เงินมากขนาดนี้มุกประดับที่นางนำมามีขนาดเท่านิ้วก้อยไม่กลมเรียบเหมือนมุกทั่วไป
"ขายเ้าค่ะเถ้าแก่ข้าจะขายทั้งหมดนี้เ้าคะ" จิ้งหรงบอกเถ้าแก่หยางเพราะตอนนี้บุตรสาวนางอ้าปากค้างไปแล้ว เถ้าเเก่หยางหัวเราะกับท่าทางของสองแม่ลูกเขานำเงินหนึ่งตำลึงทองมาให้นาง
"เช่นนั้นข้ากลับบุตรสาวต้องของตัวก่อนนะเ้าค่ะแล้วนำมาขายใหม่" จิ้งหรงบอกลาเถ้าแก่หยาง
"หืม นี้พวกเ้ายังมีอีกหรือ" เถ้าแก่หยางถามอย่างสงสัย
"มีไม่มากหรอกเ้าค่ะ เป็ของเก่าเก็บของมารดาข้าเ้าคะ" หว่านอิ่งบอกเถ้าแก่หยาง
"หืม ได้ๆถ้าจะขายอย่าลืมมาขายข้าล่ะ นี่ข้าให้หลงจู๊เตรียมไว้ให้เ้า" เถ้าแก่หยางเดินมาส่งสองแม่ลูกหน้าร้านและเอาขนมให้หว่านอิ่งเพราะนางนั่งกินจนหมดจาน
"ขอบคุณเ้าค่ะ" หว่านอิ่งและมารดาเดินไปหาท่านพ่อที่รออยู่ใต้ร่มไม้
"ท่านพ่อข้ากับท่านแม่ขายมุกประดับได้เงินเยอะเลยเ้าคะต้องหนึ่งตำลึงทอง" หว่านอิ่งบอกบิดานางดีใจมากที่ได้เงินหนึ่งตำลึงทอง
"ได้มากขนาดนั้นเลยหรือ" จื่อหานใจากคำบอกเล่าของบุตรสาวจึงหันไปมองภรรยานางก็พยักหน้ายิ้มๆบอกตอบ
"ใช่เ้าค่ะ" หว่านอิ่งยิ้มกว้างจนเห็นฟัน
"ท่านพ่อ ท่านแม่เ้าคะลูกอยากไปซื้อตำราเ้าคะ" หว่านอิ่งเดินเข้าร้านขายตำราและเลือกซื้อตำราการค้า กวี ไปฝากพี่ชาย กระดาษ พู่กันไปให้น้องชายฝึกเขียนอักษร
"ท่านพ่อเราไปซื้อเกวียนลาเอาไว้ใช้กันเถิดเ้าคะเพราะต้องขนปลามาขายอยู่ดี" หว่านอิ่งบอกบิดา
"ได้พ่อจะไปดูให้" จื่อเห็นด้วยรับบุตรสาวทุกวันนี้เขาต้องนำของเข้าเมืองหาขายเป็จำนวนมากตลอดจึงสมควรต้องซื้อเกวียนลาเป็ของตัวเอง
หว่านอิ่งเดินซื้อของกับมารดานางซื้อมันหมู หนังหมูเพื่อไปทำน้ำมัน ซื้อซาลาเปาไปฝากน้องชายและพี่ใหญ่ เมล็ดผักเช่นคะน้า กวางตุ้ง ซื้อผ้าไปตัดชุด ซื้อแป้งและเครื่องปรุงไปทำอาหาร ซื้อไหไปใส่ไว้น้ำมันและใช้เก็บของกินต่างๆ ซื้อเชือกและด้ายไปทำตาข่ายจับปลา
เมื่อได้ของครบทั้งสามนั่งเกวียนลากลับบ้าน หว่านอิ่งหมดเงินไปหกสิบตำลำเงินสำหรับวันนี้
"พี่ใหญ่ น้องเล็กข้ากลับมาแล้ว" หว่านอิ่งลงจากเกวียนลาตระโกนบอกพี่ชายน้องชาย
ชางอวี่และอานตี๋เดินมาช่วยยกของลงจากเกวียนลาชางอวี่สงสัยทำไมบิดาและมารดาเขาซื้อขายมาเยอะนักแล้วบิดายังจูงลาไปผูกไว้ใต้ต้นไม้นำน้ำและหญ้าให้มัน
"ท่านพ่อไปเอาเกวียนลาผู้ใครมาใช้ขอรับ" ชางอวี่ถามบิดาด้วยความสงสัย
"เกวียนลาของบ้านเราพ่อพึ่งซื้อมา" จื่อหานยิ้มให้กับความขี้สงสัยของบุตรชาย ชางอวี่ตอนนี้อายุสิบสองปีปี บุตรคนนี้ของตนเป็คนช่างสังเกตและขี้สงสัยมาั้แ่เล็ก
"ห๊ะ ท่านพ่อไปเอาเงินจากที่ได้มาซื้อขอรับ" ชางอวี่ใมากการที่ซื้อเกวียนลาต้องเงินอย่างน้อยสองถึงสิบถึงยี่สิบตำลึงเงิน ถึงบ้านเขาจะมีเงินเก็บสองตำลึงทองแต่ไม่น่าจะเอามาเพื่อเกวียนลาหมด
"เงินจากการขายมุกประดับของมารดากับน้องสาวเ้า เข้าบ้านก่อนเถิดหว่านอิ่งซื้อของมาให้เ้าด้วย" จื่อหานเดินนำบุตรชายเข้าบ้านได้ยินเสียงพูดคุยของอานตี๋ดังออกมา
"พี่ใหญ่ๆ ท่านแม่และพี่รองซื้อซาลาเปา กระดาษและพู่กันมาให้ข้าด้วยขอรับ" อานตี๋ร้องบอกพี่ชายอย่างตื่นเต้น
"เสี่ยวอวี่มานั่งก่อนเถิดอิ่งเออร์ซื้อตำรามาให้เ้าด้วย" จิ้งหรงบอกบุตรชาย
"ท่านพ่อและท่านแม่ไม่เห็นต้องสิ้นเปลืองเลยขอรับ" ชางอวี่ดีใจน้ำตาคลอกับของฝากของเขา
"สิ้นเปลืองอันใดกันเ้าค่ะ ตอนนี้บ้านเราร่ำรวยมากขึ้นแล้ว"หว่านอิ่งพูดและหัวเราะออกมานี้แค่ก้าวแรกเท่านั้นครอบครัวต้องมีทั้งเงินทั้งความสุขให้อดอยากอีกแล้ว