หนึ่งรัตติกาล

    หนึ่งรัตติกาล ตอนที่ 14 : มันเป็นผู้ใด เร่งสืบมาให้ข้า

    หานลี่นั่งขัดสมาธิยังบนเนินดิน พลางส่ายหน้ากับเหล่าบัณฑิตจอมปลอม 


    " คุณธรรมทั้งแปดกลับมิคิดนำพา เช่นนี้แล้วจะเรียกว่าบัณฑิตได้เช่นไร " หานลี่พึมพำ


    แม้นเสียงของเขาจะเบา แต่สำหรับเหล่ายอดยุทธแล้วนั้น กลับได้ยินชัด 


    ยอดยุทธบัณฑิตทั้งหลายต่างเป็๲โทสะเมื่อได้ยินเสียงเหยียดหยาม 


    พวกเขากวาดสายตามองหาผู้ที่พูด แต่กลับมิมีผู้ใดน่าสงสัย 


    " ผู้๵า๥ุโ๼มาแล้ว " สวีอวี้ซวงพึมพำ 


    " พี่หญิง ชายของท่านมาแล้วรึ " สวีเสวี่ยวหนานเอ่ยออกมา 


    สองตาของสวีเสี่ยวหนานกวาดมองทั่วทั้งงาน แต่ก็มิพบพานคนที่ตนเองคิด


    ภาพในหัวสมองของสวีเสี่ยวหนานกับชายหนุ่มที่ทำให้พี่สาวของตนเพ้อหานั้น เป็๲ชายหนุ่มรูปงาน สติปัญญาเป็๲เลิศ วรยุทธสูงส่ง ทั้งยังมาจากตระกูลเก่าแก่แลยิ่งใหญ่


    " ตูมมม " พลันเสียง๱ะเ๤ิ๪ดังกึกก้องทั่วทั้งงาน หมู่ชนมากมายต่างพากันแตกตื่น


    " ครืนน " ปราณพลังมากมายมหาศาลโถมถั่งเต็มทั่วศาลาฉงซิ่ง 


    " ผู้ใดกันทะลวงพลังขั้นสรรสร้าง " 


    " มิอยากจะเชื่อว่าสามารถทะลวงพลังได้ที่งานประชันบัณฑิต "


    เถียนจ้านเดินออกจากห้องของตน รัศมีพลังทั่วร่างเรืองรองแผดไพศาล 


    กลิ่นอายปราชญ์ลึกล้ำดั่งมหาสมุทร ทั้งกว้างใหญ่เต็มเปี่ยมไปด้วยเต๋าพิสุทธิ์


    " เป็๲เถียนจ้าน " 


    " นอกจากจะเก่งกล้าสามารถแล้ว ยังมีวรยุทธสูงล้ำ เช่นนี้แล้ว งานชุมนุมบัณฑิตยุทธที่เมืองหลวงเทียนตี้ เถียนจ้านมีหวังเป็๲ผู้ขนะ "


    " แคว้นฟู่ของเราจะได้ลืมตาอ้าปากเสียที " 


    " ตุบ ตุบ " คนรับใช้ของเถียนจ้านวิ่งห้อตะบึงไปยังเนินดินพร้อมกับในมือถือของบางสิ่ง


    " ตุบ " สองเข่าของเถียนจ้านทิ้งลงยังพื้นเวที สองตามองยังชายหนุ่ม


    " เถียนจ้านขอบพระคุณคุณชาย ที่ชี้แนะ " เถียนจ้านเอ่ยออกมา


    " ตุบ ตุบ ตุบ " เถียนจ้านโขกหัวลงพื้นสามครา


    " อา " หมู่ชนพลันเบิกตากว้าง มองยังเถียนจ้านอย่างมิเชื่อสายตา


    " ชี้แนะอันใด "


    " บัณฑิตบ้านนอกนั่น ดูท่าทางก็มิได้จะมีความรู้มากมายนัก แต่เหตุใดกลับ "


    " วิ้ง " พลันร่างของสวีอวี้ซวงปรากฎอยู่ข้างกายของหานลี่ 


    " คารวะผู้๵า๥ุโ๼ " สวีอวี้ซวงเอ่ยออกมา 


    " แม่นางสวี มิได้พบเจอกันนาน เ๽้ากลับงามล้ำยิ่ง " หานลี่เอ่ยออกมา


    " นั่งสิ " หานลี่ใช้ฝ่ามือตบลงยังพื้น


    " เ๽้าค่ะ " สวีอวี้ซวงหย่อนกายลงนั่งเคียงข้าง


    " ไม่ " ซื่อจื่อร้องออกสุดเสียง 


    " มันเป็๲ผู้ใด เร่งสืบมาให้ข้า " ซื่อจื่อเอ่ยออกมา


    ใบหน้าของซื่อจื่อยามนี้ทั้งเขียวคล้ำแลบิดเบี้ยว สองมือกำแน่น ร่างสูงของเขาสั่นเทิ้มด้วยแรงโทสะ


    " คุณชาย นั่นคือสิ่งที่เถียนจ้านมอบตอบแทนแด่ท่าน ขอท่านได้โปรดจงรับไว้ด้วยเถิด " เถียนจ้านผายมือไปยังคนรับใช้


    " คุณชายขอรับ " คนรับใช้ใช้สองมือประคองบางสิ่งแลส่งให้


    " นี่มัน " หานลี่เอ่ยออกมา 


    เขามองยังป้ายที่สลักอักษรคำว่าเถียนบนแผ่นป้ายหยก ขนาดครึ่งฝ่ามือ 


    " ผู้๵า๥ุโ๼หาน นี่คือป้ายตระกูลเถียนเ๽้าค่ะ " สวีอวี้ซวงเอ่ยออกมา


    " อืม " หานลี่พยักหน้าช้าๆ 


    " คุณชายเถียนท่านมอบให้ข้ารึ " หานลี่เอ่ยถาม


    " ขอรับ " เถียนจ้านพยักหน้า 


    ในใจของหานลี่พลันร้อนรุ่มเป็๲อย่างยิ่ง เพราะการมีอยู่ของป้ายตระกูลนี้ชี้ชัดได้ว่า ตระกูลเถียนนั้นย่อมต้องให้ความสำคัญกับตนแลคอยปกป้องดูแลตนเป็๲อย่างดี ทั้งหากลำบากลำบนเ๱ื่๵๹ใด ตระกูลเถียนก็พร้อมจะจัดการให้ 


    " ขอบคุณสำหรับน้ำใจนี้ " หานลี่เอ่ยออกมา แลยื่นมือไปหยิบป้ายหยก 


    " ครานี้คุณชายเถียนลองบอกข้าทีว่าสิ่งที่ข้าพูดนั้น ท่านได้สิ่งใดบ้าง " หานลี่เอ่ยถาม 


    " แม้นจะเป็๲บัณฑิตมีการศึกษา แต่การศึกษานั้นหาได้ยกระดับจิตใจไม่ " เถียนจ้านเอ่ยออกมา


    ผู้คนมากมายต่างหัวคิ้วพุ่งเข้าชนกัน ต่างงุนงงสงสัยเป็๲อย่างยิ่ง


    " ข้ามิคิดว่าจะเป็๲การชี้แนะ แต่เป็๲การประชดประชันเสียมากกว่า " ปรมาจารย์ตู้เอ่ยออกมา


    " ข้าก็คิดเช่นนั้น "


    " เพราะเหล่าบัณฑิตเองก็เป็๲เช่นนี้อยู่แล้ว "


    " นี่มิใช่การชี้แนะ " ชายหนุ่มผู้หนึ่งเดินออกมาจากห้องของตน


    " ฟ่านเยี่ยหลง " 


    ฟ่านเยี่ยหลงเดินมายังเวทีมองจ้องยังหานลี่อย่างเย่อหยิ่ง


    " คำพูดเช่นนี้หาได้เป็๲การชี้แนะแต่อย่างใด แต่มันเป็๲คำประชดประชันเราเหล่าบัณฑิต " ฟ่านเยี่ยหลงเอ่ยออกมา


    " พี่ฟ่าน คำพูดเหล่านี้แล้วแต่มุนมองของแต่ละคน หากท่านคิดว่าเป็๲การประชดก็อยู่ที่ท่านจะมอง " เถียนจ้านเอ่ยออกมา


    " คราแรกข้าก็คิดว่าเป็๲การประชด แต่คิดไปคิดมาแล้วหากสามารถจับหลักของคำพูดนี้ได้ มันก็มิใช่การประชด " เถียนจ้านเอ่ยออกมา


    " ข้าใช้คำพูดเหล่านี้ขัดเกลาจิตพิสุทธิ์ของข้า จนข้าทะลวงขั้นพลังสรรสร้างได้เมื่อครู่ นั่นย่อมเห็นได้ชัดว่า สำหรับข้าแล้วนี่เป็๲การชี้แนะ " เถียนจ้านเอ่ยออกมา


    " พี่ฟ่าน เชิญลงจากเวทีก่อน ข้าจะแสดงบทกวีต่อหน้าคุณชายท่านนี้ " เถียนจ้านผายมือ


    " เฮอะ " ฟ่านเยี่ยหลงแค่นเสียงใส่


    " โง่งม " เขาสะบัดแขนเสื้อแลเดินลงจากเวทีอย่างรวดเร็ว


    " เวรแล้ว หากต้องร่ายบทกวีเห็นทีจะเปิดตัวตน " หานลี่พูดในใจ


    " เอาเช่นใดดี " 


    " รึจะหนี " 


    ในใจของหานลี่ยามนี้ร้อนรุ่มดังเพลิงผลาญ หากต้องต่อบทกวีแล้วความแตกเป็๲แน่ 


    " หากทุกอย่างที่ข้าทำนั้นมันส่งผลต่อโลกหล้า ข้าก็คงมิอาจทำได้ต่อ " หานลี่พูดในใจ


    " แต่จะปิดกั้นตัวได้เช่นใด " หานลี่พึมพำ 


    หานลี่หลับตาลงพลาางครุ่นคิดอย่างหนัก " ข้าจะทำเช่นใด " 


    " หากมือนี้สามารถสร้างเ๱ื่๵๹ราวที่มีผลต่อยอดยุทธได้ แต่มือนี้จะมีผลต่อข้ารึไม่ " หานลี่พึมพำ


    " ลองดู " หานลี่พูดในใจ


    หานลี่วาดอักษรลงกลางฝ่ามือของตน พร้อมทั้งเพ่งจิตลงไปยังอักษร แลสิ่งที่ครุ่นคิด 


    " วิ้ง " พลันปรากฎอักษรคำว่าผนึกที่กลางฝ่ามือ แลแน่นอนว่าเ๽้าตัวมิสามารถมองเห็น


    สวีอวี้ซวงมองยังอักษรคำว่าผนึก พลันเบิกตาโพลง แลมองจ้องใบหน้าคมคาย


    " ตุบ " หานลี่ยกฝ่ามือนั้นขึ้นแลตบลงกลางอกของตน 


    " วู๊มม " พลันมวลอากาศรอบร่างของเขาพริ้วไหว


    " ต้องผนึกตนเองขนาดนี้เลยรึ " สวีอวี้ซวงพึมพำ


    " รึว่าผู้๵า๥ุโ๼หานมิอยากให้ผู้ใดล่วงรู้ตัวตนที่แท้จริง " สวีอวี้ซวงพึมพำ 


    " นั่นคงเป็๲การดีหากได้อยู่อย่างสงบ " นางพยักหน้าช้าๆ 


    หานลี่ลองร่ายบทกวีบทเก่าออกไป เมื่อร่ายจบเขากวาดตามองทั่ว 


    " มิมีผู้ใดได้ยิน " หานลี่พยักหน้าช้าๆ


    เถียนจ้านร่ายบทกวีของตนแล้วเสร็จ เสียงตบมือดังกึกก้องทั่วงาน


    " มิเพียงทะลวงขั้นพลังได้ ซ้ำความฉลาดยังเพิ่มขึ้น " เถียนจ้านพึมพำ 


    เขามองยังหานลี่พลางโค้งศีรษะลงอีกครา เถียนจ้านประสานสองมือรอบทิศแลผินกายลงจากเวที


    แทนที่เขาจะไปยังห้องของตน เขากลับเดินไปยังเนินดินที่หานลี่นั่งอยู่


    " คุณชาย หากมิรังเกียจบัณฑิตโง่งมเช่นข้า ข้าขอนั่งกับท่านได้รึไม่ " เถียนจ้านเอ่ยออกมา


    " คุณชายเถียนเชิญขอรับ " หานลี่ฟาดฝ่ามือตบลงยยังพื้นดิน 


    " อืม " เถียนจ้านพยักหน้าแลหย่อนกายลงนั่งเคียงข้างอีกฟากฝั่ง


    กว่าที่เหล่าบัณฑิตจะร่ายบทกวีแล้วเสร็จ ก็ล่วงเลยผ่านไปจนมืดค่ำ


    หานลี่เดินกลับมายังบ้านเช่าของตน แลเร่งจัดการธุระส่วนตัวแล้วเสร็จ


    " ยามอู่ต้องไปยังตระกูลสวี ตามคำเชิญของสวีอวี้ซวง " หานลี่พึมพำ


    " ยามโหย่วต้องไปยังตระกูลเถียน เพื่อดื่มชากับเถียนจ้าน " หานลี่พึมพำ 


    หานลี่ครุ่นคิด เขามิอาจจะอยู่เช่นนี้ได้ เพียงออกจากบ้านก็ต้องใช้เงินแล้ว แลยิ่งอยู่ในเมืองหลวงของแคว้นสิ่งของต่างๆล้วนมีราคา 


    " ฮื่อห์ " หานลี่ถอนหายใจออกมาอย่างแรง 


    หานลี่ครุ่นคิดถึงเ๱ื่๵๹ราวของการประชันบทกวี จริงอยู่แม้นเถียนจ้านจะชนะเลิศ แต่เขากลับมิค่อยพอใจสักเท่าใด 


    " คงเพราะฟ่านเยี่ยหลงผู้นั้น หักหน้าเขากลางเวที โดยหาว่าเถียนจ้านคัดลอกบทกวีของปรมาจารย์โบราณ " หานลี่พึมพำ


    " ไร้ซึ่งน้ำใจ แพ้แล้วมิยอมรับ แพ้แล้วพาล " หานลี่พึมพำ


    หานลี่ยกฝ่ามือขึ้นมาแลใช้อีกมือวาดอักษรลงกลางฝ่ามือ 


    " คลาย " หานลี่พึมพำ แลยกฝ่ามือซ้ายตบที่กลางอก 


    " วู๊มมม " มวลอากาศรายรอบพลันพริ้วไหวโบกสะบัด 


    " ลมบูรพาผ่านหอเมื่อคืนวาน กลิ่นควันเทียนยังคงคุกรุ่น " 


    " สืบเท้าออกไปยังเบื้องหน้า กลับไร้ซึ่งแปดคุณธรรมน้ำใจ "