หานลี่นั่งขัดสมาธิยังบนเนินดิน พลางส่ายหน้ากับเหล่าบัณฑิตจอมปลอม
" คุณธรรมทั้งแปดกลับมิคิดนำพา เช่นนี้แล้วจะเรียกว่าบัณฑิตได้เช่นไร " หานลี่พึมพำ
แม้นเสียงของเขาจะเบา แต่สำหรับเหล่ายอดยุทธแล้วนั้น กลับได้ยินชัด
ยอดยุทธบัณฑิตทั้งหลายต่างเป็โทสะเมื่อได้ยินเสียงเหยียดหยาม
พวกเขากวาดสายตามองหาผู้ที่พูด แต่กลับมิมีผู้ใดน่าสงสัย
" ผู้าุโมาแล้ว " สวีอวี้ซวงพึมพำ
" พี่หญิง ชายของท่านมาแล้วรึ " สวีเสวี่ยวหนานเอ่ยออกมา
สองตาของสวีเสี่ยวหนานกวาดมองทั่วทั้งงาน แต่ก็มิพบพานคนที่ตนเองคิด
ภาพในหัวสมองของสวีเสี่ยวหนานกับชายหนุ่มที่ทำให้พี่สาวของตนเพ้อหานั้น เป็ชายหนุ่มรูปงาน สติปัญญาเป็เลิศ วรยุทธสูงส่ง ทั้งยังมาจากตระกูลเก่าแก่แลยิ่งใหญ่
" ตูมมม " พลันเสียงะเิดังกึกก้องทั่วทั้งงาน หมู่ชนมากมายต่างพากันแตกตื่น
" ครืนน " ปราณพลังมากมายมหาศาลโถมถั่งเต็มทั่วศาลาฉงซิ่ง
" ผู้ใดกันทะลวงพลังขั้นสรรสร้าง "
" มิอยากจะเชื่อว่าสามารถทะลวงพลังได้ที่งานประชันบัณฑิต "
เถียนจ้านเดินออกจากห้องของตน รัศมีพลังทั่วร่างเรืองรองแผดไพศาล
กลิ่นอายปราชญ์ลึกล้ำดั่งมหาสมุทร ทั้งกว้างใหญ่เต็มเปี่ยมไปด้วยเต๋าพิสุทธิ์
" เป็เถียนจ้าน "
" นอกจากจะเก่งกล้าสามารถแล้ว ยังมีวรยุทธสูงล้ำ เช่นนี้แล้ว งานชุมนุมบัณฑิตยุทธที่เมืองหลวงเทียนตี้ เถียนจ้านมีหวังเป็ผู้ขนะ "
" แคว้นฟู่ของเราจะได้ลืมตาอ้าปากเสียที "
" ตุบ ตุบ " คนรับใช้ของเถียนจ้านวิ่งห้อตะบึงไปยังเนินดินพร้อมกับในมือถือของบางสิ่ง
" ตุบ " สองเข่าของเถียนจ้านทิ้งลงยังพื้นเวที สองตามองยังชายหนุ่ม
" เถียนจ้านขอบพระคุณคุณชาย ที่ชี้แนะ " เถียนจ้านเอ่ยออกมา
" ตุบ ตุบ ตุบ " เถียนจ้านโขกหัวลงพื้นสามครา
" อา " หมู่ชนพลันเบิกตากว้าง มองยังเถียนจ้านอย่างมิเชื่อสายตา
" ชี้แนะอันใด "
" บัณฑิตบ้านนอกนั่น ดูท่าทางก็มิได้จะมีความรู้มากมายนัก แต่เหตุใดกลับ "
" วิ้ง " พลันร่างของสวีอวี้ซวงปรากฎอยู่ข้างกายของหานลี่
" คารวะผู้าุโ " สวีอวี้ซวงเอ่ยออกมา
" แม่นางสวี มิได้พบเจอกันนาน เ้ากลับงามล้ำยิ่ง " หานลี่เอ่ยออกมา
" นั่งสิ " หานลี่ใช้ฝ่ามือตบลงยังพื้น
" เ้าค่ะ " สวีอวี้ซวงหย่อนกายลงนั่งเคียงข้าง
" ไม่ " ซื่อจื่อร้องออกสุดเสียง
" มันเป็ผู้ใด เร่งสืบมาให้ข้า " ซื่อจื่อเอ่ยออกมา
ใบหน้าของซื่อจื่อยามนี้ทั้งเขียวคล้ำแลบิดเบี้ยว สองมือกำแน่น ร่างสูงของเขาสั่นเทิ้มด้วยแรงโทสะ
" คุณชาย นั่นคือสิ่งที่เถียนจ้านมอบตอบแทนแด่ท่าน ขอท่านได้โปรดจงรับไว้ด้วยเถิด " เถียนจ้านผายมือไปยังคนรับใช้
" คุณชายขอรับ " คนรับใช้ใช้สองมือประคองบางสิ่งแลส่งให้
" นี่มัน " หานลี่เอ่ยออกมา
เขามองยังป้ายที่สลักอักษรคำว่าเถียนบนแผ่นป้ายหยก ขนาดครึ่งฝ่ามือ
" ผู้าุโหาน นี่คือป้ายตระกูลเถียนเ้าค่ะ " สวีอวี้ซวงเอ่ยออกมา
" อืม " หานลี่พยักหน้าช้าๆ
" คุณชายเถียนท่านมอบให้ข้ารึ " หานลี่เอ่ยถาม
" ขอรับ " เถียนจ้านพยักหน้า
ในใจของหานลี่พลันร้อนรุ่มเป็อย่างยิ่ง เพราะการมีอยู่ของป้ายตระกูลนี้ชี้ชัดได้ว่า ตระกูลเถียนนั้นย่อมต้องให้ความสำคัญกับตนแลคอยปกป้องดูแลตนเป็อย่างดี ทั้งหากลำบากลำบนเื่ใด ตระกูลเถียนก็พร้อมจะจัดการให้
" ขอบคุณสำหรับน้ำใจนี้ " หานลี่เอ่ยออกมา แลยื่นมือไปหยิบป้ายหยก
" ครานี้คุณชายเถียนลองบอกข้าทีว่าสิ่งที่ข้าพูดนั้น ท่านได้สิ่งใดบ้าง " หานลี่เอ่ยถาม
" แม้นจะเป็บัณฑิตมีการศึกษา แต่การศึกษานั้นหาได้ยกระดับจิตใจไม่ " เถียนจ้านเอ่ยออกมา
ผู้คนมากมายต่างหัวคิ้วพุ่งเข้าชนกัน ต่างงุนงงสงสัยเป็อย่างยิ่ง
" ข้ามิคิดว่าจะเป็การชี้แนะ แต่เป็การประชดประชันเสียมากกว่า " ปรมาจารย์ตู้เอ่ยออกมา
" ข้าก็คิดเช่นนั้น "
" เพราะเหล่าบัณฑิตเองก็เป็เช่นนี้อยู่แล้ว "
" นี่มิใช่การชี้แนะ " ชายหนุ่มผู้หนึ่งเดินออกมาจากห้องของตน
" ฟ่านเยี่ยหลง "
ฟ่านเยี่ยหลงเดินมายังเวทีมองจ้องยังหานลี่อย่างเย่อหยิ่ง
" คำพูดเช่นนี้หาได้เป็การชี้แนะแต่อย่างใด แต่มันเป็คำประชดประชันเราเหล่าบัณฑิต " ฟ่านเยี่ยหลงเอ่ยออกมา
" พี่ฟ่าน คำพูดเหล่านี้แล้วแต่มุนมองของแต่ละคน หากท่านคิดว่าเป็การประชดก็อยู่ที่ท่านจะมอง " เถียนจ้านเอ่ยออกมา
" คราแรกข้าก็คิดว่าเป็การประชด แต่คิดไปคิดมาแล้วหากสามารถจับหลักของคำพูดนี้ได้ มันก็มิใช่การประชด " เถียนจ้านเอ่ยออกมา
" ข้าใช้คำพูดเหล่านี้ขัดเกลาจิตพิสุทธิ์ของข้า จนข้าทะลวงขั้นพลังสรรสร้างได้เมื่อครู่ นั่นย่อมเห็นได้ชัดว่า สำหรับข้าแล้วนี่เป็การชี้แนะ " เถียนจ้านเอ่ยออกมา
" พี่ฟ่าน เชิญลงจากเวทีก่อน ข้าจะแสดงบทกวีต่อหน้าคุณชายท่านนี้ " เถียนจ้านผายมือ
" เฮอะ " ฟ่านเยี่ยหลงแค่นเสียงใส่
" โง่งม " เขาสะบัดแขนเสื้อแลเดินลงจากเวทีอย่างรวดเร็ว
" เวรแล้ว หากต้องร่ายบทกวีเห็นทีจะเปิดตัวตน " หานลี่พูดในใจ
" เอาเช่นใดดี "
" รึจะหนี "
ในใจของหานลี่ยามนี้ร้อนรุ่มดังเพลิงผลาญ หากต้องต่อบทกวีแล้วความแตกเป็แน่
" หากทุกอย่างที่ข้าทำนั้นมันส่งผลต่อโลกหล้า ข้าก็คงมิอาจทำได้ต่อ " หานลี่พูดในใจ
" แต่จะปิดกั้นตัวได้เช่นใด " หานลี่พึมพำ
หานลี่หลับตาลงพลาางครุ่นคิดอย่างหนัก " ข้าจะทำเช่นใด "
" หากมือนี้สามารถสร้างเื่ราวที่มีผลต่อยอดยุทธได้ แต่มือนี้จะมีผลต่อข้ารึไม่ " หานลี่พึมพำ
" ลองดู " หานลี่พูดในใจ
หานลี่วาดอักษรลงกลางฝ่ามือของตน พร้อมทั้งเพ่งจิตลงไปยังอักษร แลสิ่งที่ครุ่นคิด
" วิ้ง " พลันปรากฎอักษรคำว่าผนึกที่กลางฝ่ามือ แลแน่นอนว่าเ้าตัวมิสามารถมองเห็น
สวีอวี้ซวงมองยังอักษรคำว่าผนึก พลันเบิกตาโพลง แลมองจ้องใบหน้าคมคาย
" ตุบ " หานลี่ยกฝ่ามือนั้นขึ้นแลตบลงกลางอกของตน
" วู๊มม " พลันมวลอากาศรอบร่างของเขาพริ้วไหว
" ต้องผนึกตนเองขนาดนี้เลยรึ " สวีอวี้ซวงพึมพำ
" รึว่าผู้าุโหานมิอยากให้ผู้ใดล่วงรู้ตัวตนที่แท้จริง " สวีอวี้ซวงพึมพำ
" นั่นคงเป็การดีหากได้อยู่อย่างสงบ " นางพยักหน้าช้าๆ
หานลี่ลองร่ายบทกวีบทเก่าออกไป เมื่อร่ายจบเขากวาดตามองทั่ว
" มิมีผู้ใดได้ยิน " หานลี่พยักหน้าช้าๆ
เถียนจ้านร่ายบทกวีของตนแล้วเสร็จ เสียงตบมือดังกึกก้องทั่วงาน
" มิเพียงทะลวงขั้นพลังได้ ซ้ำความฉลาดยังเพิ่มขึ้น " เถียนจ้านพึมพำ
เขามองยังหานลี่พลางโค้งศีรษะลงอีกครา เถียนจ้านประสานสองมือรอบทิศแลผินกายลงจากเวที
แทนที่เขาจะไปยังห้องของตน เขากลับเดินไปยังเนินดินที่หานลี่นั่งอยู่
" คุณชาย หากมิรังเกียจบัณฑิตโง่งมเช่นข้า ข้าขอนั่งกับท่านได้รึไม่ " เถียนจ้านเอ่ยออกมา
" คุณชายเถียนเชิญขอรับ " หานลี่ฟาดฝ่ามือตบลงยยังพื้นดิน
" อืม " เถียนจ้านพยักหน้าแลหย่อนกายลงนั่งเคียงข้างอีกฟากฝั่ง
กว่าที่เหล่าบัณฑิตจะร่ายบทกวีแล้วเสร็จ ก็ล่วงเลยผ่านไปจนมืดค่ำ
หานลี่เดินกลับมายังบ้านเช่าของตน แลเร่งจัดการธุระส่วนตัวแล้วเสร็จ
" ยามอู่ต้องไปยังตระกูลสวี ตามคำเชิญของสวีอวี้ซวง " หานลี่พึมพำ
" ยามโหย่วต้องไปยังตระกูลเถียน เพื่อดื่มชากับเถียนจ้าน " หานลี่พึมพำ
หานลี่ครุ่นคิด เขามิอาจจะอยู่เช่นนี้ได้ เพียงออกจากบ้านก็ต้องใช้เงินแล้ว แลยิ่งอยู่ในเมืองหลวงของแคว้นสิ่งของต่างๆล้วนมีราคา
" ฮื่อห์ " หานลี่ถอนหายใจออกมาอย่างแรง
หานลี่ครุ่นคิดถึงเื่ราวของการประชันบทกวี จริงอยู่แม้นเถียนจ้านจะชนะเลิศ แต่เขากลับมิค่อยพอใจสักเท่าใด
" คงเพราะฟ่านเยี่ยหลงผู้นั้น หักหน้าเขากลางเวที โดยหาว่าเถียนจ้านคัดลอกบทกวีของปรมาจารย์โบราณ " หานลี่พึมพำ
" ไร้ซึ่งน้ำใจ แพ้แล้วมิยอมรับ แพ้แล้วพาล " หานลี่พึมพำ
หานลี่ยกฝ่ามือขึ้นมาแลใช้อีกมือวาดอักษรลงกลางฝ่ามือ
" คลาย " หานลี่พึมพำ แลยกฝ่ามือซ้ายตบที่กลางอก
" วู๊มมม " มวลอากาศรายรอบพลันพริ้วไหวโบกสะบัด
" ลมบูรพาผ่านหอเมื่อคืนวาน กลิ่นควันเทียนยังคงคุกรุ่น "
" สืบเท้าออกไปยังเบื้องหน้า กลับไร้ซึ่งแปดคุณธรรมน้ำใจ "