บทที่ 89 ได้รับสมองเซียน กลับรัตนโกสินทร์
ระหว่างที่นินกำลังจะกลับออกไปอยู่ๆ เขาก็สลบไป ครืนนน สมองของนินเกิดการพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดผลจากโสมเซียนไอคิวของเขานั้นไม่สามารถวัดได้ด้วยสามัญสำนึกอีกต่อไปสมองของเขาจึงเรียกว่าสมองเซียนความสามารถของมันคือการที่สามารถเรียนรู้ได้รวดเร็วกว่าคนอื่นเช่นอ่านหนังสือได้รวดเร็วและเข้าใจในทันทีและยังสามารถต่อยอดและพัฒนาความคิดจากหนังสือที่อ่านได้ด้วยเช่นเขากำลังอ่านวิธีสร้างเรือแต่เมื่อเขาอ่านจบเขาจะสามารถคิดและพัฒนาเรือให้มีความก้าวหน้าได้อีกระดับหนึ่งได้ทันทีโดยการดึงเอาความรู้ทั้งหมดจากคลังข้อมูลในสมองที่เขามีมาใช้ร่วมกันบวกกับความสามารถที่เขาได้มาก่อนหน้าคือการสามารถแยกแยะและเข้าใจถึงของชิ้นนั้นๆอย่าแท้จริง ย้อนไปถึงต้นต่อแนวความคิดของมันได้ นินจึงมีความรู้เกือบทุกด้านเช่นเขาใช้รถความรู้เกี่ยวกับรถของเขาทุกด้านอยู่ในหัวเขาทั้งหมดแล้วตอนนี้มีสองเซียนทำให้เขาสามารถพัฒนารถขึ้นมาเองได้แล้วจากที่จำคนอื่นมาเท่านั้นตอนนี้เขาสามารถเข้าใจมันอย่างเป็นระบบแล้ว นินตื่นขึ้นมาตอน 6 โมงเช้ายังดีที่เขาหลินซาน 6 โมงเช้ายังมืดอยู่
นิน” เวรเอ๊ยกี่โมงแล้วเนี่ย “เขาดูเวลาแล้วรีบกลับไปที่บ้านทันทีเขาไม่รู้เลยว่าตอนนี้รูปร่างของเขาเปลี่ยนไปอีกแล้วรวมไปถึงหน้าตาของเขาที่ยังคล้ายเดิมแต่รู้สึกได้ว่าเปลี่ยนไปมากมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองไม่เหมือนอาจารย์จางแล้วทว่าเขามีความหล่อที่ร้ายกาจมากกว่าหล่อแบบอบอุ่น ก่อนที่นินจะกลับออกไปเขาพบว่าเขาสัมผัสได้ถึงพลังธรรมชาติเขาจึงก้มลงเอามาสัมผัสผืนดิน บูมมม พลังวิญญาณในพื้นดินกระจายตัวอยู่ทั่วหุบเขาทั้งสิบลูกเลยเป็นไปได้ว่าตอนเขาดูพลังของโสมพลังก็ได้คืนไปสู่พื้นดินด้วย
นิน” ไอ้โสมเวรนั่นเป็นตัวการจริงด้วย” แบบนี้แสดงว่าเขาแก้ปัญหาได้น่ะสินินยิ้มออกมาแล้วรีบกลับไปบ้านเมื่อมาถึงนินกระโดดเข้าห้องนอนทันทีแล้วทำทีว่าออกมาจากห้องแล้วไปอาบน้ำ
ลี่อิน” ตื่นเข้าจังไม่นอนอีกหน่อยล่ะ “นินส่ายหน้า
นิน” เดี๋ยวเพื่อนผมมาครับเลยตื่นเช้า” ลี่อินมองหน้าลูกชายเต็มๆ ก็ขมวดคิ้วเธอเอามือมาประคองหน้าเข้า
ลี่อิน “นี่ลูกหล่อขึ้นหรือเปล่าเนี่ย” นินเอามือแม่ออกไป
นิน “ผมไม่ใช่เด็กแล้วนะแม่คิดไปเองหรือเปล่าเนี่ย” ลี่อินกลอกตา
ลี่อิน “ในสายตาแม่ลูกก็ยังเป็นเด็กอยู่ดีนั่นแหละ” นินหมดคำจะพูดจากนั้นหลินหยางก็เดินออกมาแถมหาวอีกต่างหากมือข้างหนึ่งเกาก้นตัวเอง
หลินหยาง” เสียงดังอะไรกันแต่เช้าเลยเนี่ย “นินกลอกตา
นิน” ถามจริงแม่ชอบพ่อได้ไงเนี่ยดูสภาพสิ “หลินหยางหน้ากระตุก
หลินหยาง “เพราะความหล่อของพ่อไงจะบอกให้นะพ่อน่ะเป็นถึง “ก่อนที่เขาจะได้พูดต่อลี่อินก็เรียกเขามาช่วยยกของไปที่ฟาร์มหมูแล้ว
ลี่อิน “อย่าพูดมากมาช่วยฉันเร็วเดี๋ยวเช้าแล้วชาวบ้านก็เห็นหน้าเราพอดี” หลินหยางโดนขัดจังหวะก็หงุดหงิดแต่ก็ไม่กล้าสู้เมีย
หลินหยาง “ไว้มาคุยกันต่อนะ “นินโบกมือให้จากนั้นเขาก็เดินออกไปยังร้านค้าประจำหมู่บ้าน ซื่อเป็นร้านของป้าเจียวร้านนี้ให้ความรู้สึกเหมือนย้อนไปสี่สิบปีก่อนเลยทีเดียว
นิน “ร้านนี้ชื่อร้านป้าเจียวสินะ” เขาเดินไปทางหน้าหมู่บ้านแล้วไปนั่งหน้าร้านพบว่าเช้าเกินไปร้านยังไม่เปิดเขาเลยไปร้านข้างๆ เป็นร้านปาท่องโก๋แทน
นิน “ปู่ผมเอาสิบหยวน” ชายชราเงยหน้าขึ้นแล้วยิ้มให้
“ใครน่ะทำไมไม่คุณเลย” นินยิ้มออกมานินกำกลังจากตอบก็มีคนเดินออกมา
” ปู่นั่นมันหลินหนานไงจำไม่ได้หรือไงอ้อใช่ไปอยู่ในเมืองเขาหล่อขึ้นเยอะเลย “คนที่เดินมาคือเพื่อนของหลินหนานชื่อว่าฟ่านจินเขาได้รับข้อมูลมาแล้วว่านินมีเพื่อนที่สนิทกันมาในรุ่นเดียวกันหลายคนหนึ่งในนั้นคือฟ่านจินเขาเห็นรูปแล้วก็จำได้เมื่อวานก็เจอกันไปแล้ว
“หลินหนานเองหรือกลับมาแล้วหรือ” นินยิ้มออกมา
นิน “ใช่ครับปู่สบายดีไหม” ชายชรายิ้ม
“แปดสิบกว่าแล้วเอาอะไรมาไหว” นินหัวเราะ
นิน “ผมมียาบำรุงอยู่เดี๋ยวกลับไปบ้านจะแบ่งมาให้ปู่ลองกินดูครับ” ชายชราหยิบปาท่องโก๋ให้นินแต่พอนินส่งเงินให้เขาไม่พ่อใจ
“อะไรเห็นข้าเป็นคนอื่นหรือไงถึงเอาเงินมาให้ปู่ถือว่าดูถูกนะ” นินยิ้มออกมา
นิน “ปู่ทำขายคนใมนหมู่บ้านถ้าไม่เอาตั้งผมแล้วใครจะเอาเงินใครเล่า” นินวางเงินแล้ววิ่งหนีไป
นิน “ฟ่านจินนายตามมาบ้านฉันเดี๋ยวเอายาให้” ฟานจินหัวเราะ
ฟานจิน “ปู่เขาหนีไปแล้วก็เก็บเงินไปเถอะ” ชายชรายิ้มอย่างจนใจ
นินกลับมาถึงบ้านก็เอาปาท่องโก๋ให้ทุกคนกินกับโจ๊กร้อนๆ สวีหนานก็ตื่นแล้วเช่นกันอากาศที่ชนบทย่อมสดชื่นกว่าในเมืองมากทำให้เธอเหมือนได้เติมพลังเธอสวมที่คาดผมหูแมวหน้าสด
นิน “เธอกินพวกนี้ไม่ได้ใช่ไหมเดี๋ยวทำอะไรง่ายๆ ให้กินนะ” เธอมองนินอย่างตกใจ
สวีหนาน “นายหล่อขึ้นหรือเปล่า” นินยักไหล่แล้วเข้าไปทำสลัดมาให้
นิน” ฉันก็หล่อเป็นปกตินะ “น้องสาวได้ยินก็กลอกตา
นิน “นี่สลัดแบบไร้ไขมัน” สวีหนานยิ้มให้เขา
สวีหนาน “ขอบคุณนะ “นินหันมามาทางน้องสาว
นิน” เธอจะกลับเมื่อไร “ลู่เสียนมองโทรศัพท์ไม่มองหน้าเขา
ลู่เซียน” พรุ่งนี้น่ะทำไมหรือ “นินส่ายหน้า
นิน” ถามไปงั้นแหละ” ลู่เสียนกลอกตา
ลู่เสียน” ถามจริงพี่ไปรวยอะไรมาเนี่ยถึงซื้อ ทีวี ตู้เย็น และอื่นๆ มาเพียบไหนจะมือถืออีก “นินยักไหล่
นิน” ถามมากเขาคืนมาเลย “เธอรีบชักมือหนี
ลู่เสียน “พี่ให้ฉันแล้วนะ” นินยิ้มร้าย
สวีหนาน” เขาทำกำไรมาน่ะจากการหาของเก่าไปประมูล “ลู่เสียนตาโต
ลูเสียน “ที่แท้พี่ก็คือปรมาจารย์ของเก่านี่เองข้าน้อยเลื่อมใส “เธอประสานมือให้เขานินกำลังจะสั่งสอนน้องสาวโทรศัพท์เขาก็ดังขึ้นพอดี
นิน “พวกนายมาแล้วหรือ” ฉินหลงหัวเราะ
ฉินหลง “ใช่เราอยู่หน้าหมู่บ้านนายแล้ว” นินจึงลงไปรับพวกของฉินหลงนินเดินออกมาถึงหน้าหมู่บ้านก็พบว่ามีคนมาถึงหกคน
ฉินฟู่ “ทำไมฉันรู้สึกว่านายหล่อขึ้นอีกแล้วเนี่ย...ช่างเถอะนี่ชื่อลุงเว่ยเป็นวิศวะกรน่ะเขาจะช่วยมาดูที่ของนายแล้วช่วยคิดว่างผังหมู่บ้านให้น่าสนใจมากขึ้น” นินพยักหน้าจากนั้นก็แนะนำตัวให้ทุกคนรู้จัก
นิน “เอาล่ะขึ้นไปกันเถอะ” นินพาพวกเขาขึ้นดูรอบๆ ก็พบว่าที่นี่แย่มากดินก็เป็นดินภูเขามีความแข็งไม่น้อยสำรวจนรอบหมู่บ้านว่าหลายชั่วโมงก็เสนอให้นินแต่นินที่มีสมองเซียนแล้วคิดแบบตามจินตนาการของตัวเองไว้
นิน” แบบนี้นะฉันอยากได้แบบอนุรักษ์ความดังเดิมของชนบทแต่ตัวบ้านภายในต้องทันสมัยใช้งานง่ายใช้เนื้อที่ให้คุ้มค่าที่สุดแต่ไม่รู้ว่าพวกนายตั้งงบเท่าไรแต่ฉันอยากจะพัฒนาหมู่บ้านให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเที่ยวเชิงธรรมชาติน่ะ “ทุกคนฟังก็พยักหน้า
ฉินฟู่ “แม้ว่าทางตระกูลเราจะเจอปัญหามาหลายปีทว่าเงินใช้พัฒนาหมู่บ้านของนายเราเต็มที่แน่นอนเพียงแต่ว่าทางเข้าหมู่บ้านนายต้องรื้อใหม่เพื่อที่จะให้รถพวกเราเข้าไปได้” นินพยักหน้า
นิน “งั้นต้องสร้างที่อยู่อาศัยชั่วคราวให้พวกเขาก่อนใช่ไหมระยะเวลาที่ใช้กี่เดือนถึงจะเรียบร้อย” ฉินหลงยิ้มออกมา
ฉินหลง “นายกังวลไปแล้วสมัยนี้เทคโนโลยีล้ำสมัยแล้วใช้ระยะเวลาไม่นานหรอกอีกอย่างเราจะใช้คนมากหน่อยฉันว่าสี่ถึงห้าเดือนน่าจะแล้วเสร็จหลังจากสร้างตัวบ้านทั้งหมดแล้วค่อยมาเก็บรายละเอียดรอบหมู่บ้านของนายอย่างเช่นระบบระบายน้ำและอื่นๆ” นินพยักหน้าทั้งหมู่บ้านมีไม่ถึง 100 หลังคาเรือนการสร้างสมัยใหม่นั้นง่ายมากเรื่องความทนทานบริษัทอันดับสองของจีนยังต้องถามถึงคุณภาพอีกหรือพวกเขาสร้างตึกมาไม่ถึงร้อยแต่ก็ต้องเกินยี่สิบดังนั้นไม่ต้องห่วงเลย
นิน “ได้” จากนั้นเขาก็นำแบบบ้านให้นินดู นินอยากให้มีความดั้งเดิมอยู่คือเป็นบ้านแบบจีนที่ทำด้วยอิฐหรือไม้แม้ภายนอกจะดูดังเดิมแต่ภายในเน้นความทันสมัย
นิน “อืมเอาแบบนี้แหละส่วนบ้านพ่อแม่ฉันสร้างบ้านแบบมีลานกลางบ้านมีบ้านสามหลังอยู่ข้างในด้วยคือเรือนปู่เรือนพ่อแม่และเรือนของฉัน” ฉินฟู่พยักหน้า
ฉินฟู่ “ได้ตามนั้น” จากนั้นพ่อและแม่เขาก็กลับมา
นิน “แม่ครับนี่เพื่อนผมเอง “นินแนะนำให้ทุกคนรู้จักและเล่างรายละเอียดให้ฟังทั้งสองตกใจ
หลินหยาง “แบบนี้สิบล้านเอาไม่อยู่นะ” ฉินฟู่ยิ้มออกมา
ฉินฟู่” ลุงไม่ต้องกังวลเรื่องเงินครับขอให้ลุงพอใจก็พอ “หลินหยางหันไปถามพ่อ
หลินหยาง “พ่อว่าไงครับ” หลินชางกลอกตา
หลินชาง “มีคนสร้างบ้านให้ฟรีแกยังจะมาถามฉันอีกหรือแกโง่หรือไง” หลินหยางกับหน้าแดง
หลินหยาง “ไว้หน้ากันหน่อยสิพ่อ” หลินชางแค่นเสียง จากพ่อของเขาก็ไปคุยกับชาวบ้านหลินหยางเป็นหัวหน้าหมู่บ้านด้วยเนื่องจากที่ดินทั้งหมดของหลินซานตะวันออกเป็นของตระกูลหลินทั้งหมดนอกจากที่ดินที่แบ่งให้ครอบครัวอื่นๆ ไปแล้วที่เหลือเป็นของของหลินชางทั้งหมด ชาวบ้านบางคนสับสนบางคนงุนงงแต่หลังจากที่หลินหยางหยายามอธิบายแล้วทุกคนก็เข้าใจต่างก็พากันดีใจบ้านพวกเขาอยู่มาหลายรุ่นจะพักกันอยู่แล้วทุกคนของคุณหลินหนานเป็นการใหญ่สร้างบ้านใหม่ชาตินี้พวกเขาจะทำได้ไหมก็ไม่รู้ นินเดินลงมามาที่ลานกลางหมู่บ้านที่ทุกคนกำลังประชุมกับพ่อเขาอยู่แล้วทักทายทุกคนก่อนจะกล่าว
นิน “ลุง ป้า น้า อา ครับเมื่อวานผมขึ้นไปดูบนภูเขาแล้วและพบปัญหาที่ทำให้เราไม่สามารถปลูกพืชได้แล้วและแก้ปัญหาได้แล้วอีกไม่นานต้นไม้จะเกิดขึ้นแน่นอนแล้วก็การเกษตรสามารถทำได้แล้วคร้บ” ทุกคนส่งเสียงออกมา
“จริงหรือเสี่ยวหนาน” นินพยักหหน้า
นิน “จริงครับป้าผมมีเมล็ดพันธุ์พืชที่ผมตัดแต่งพันธุกรรมเองให้ลองไปปลูกดูใครสนใจเอาไปทดลองปลูกดูเดียวผมจะทำตลาดให้มันเป็นที่รู้จักเองเมื่อมันโตขึ้น” ทุกคนส่งเสียงยินดีออกมา
นิน” ฟ่านจิน อาหมิง ชุนเจา พวกนายมาช่วยฉัน “ทั้งสามลุกขึ้นมา
” พี่แล้วผมล่ะ “คนพูดคือหลินเฟิง นินคิดสักพักก็นึกออกนี่คือลูกพี่ลูกน้องเขาลูกชายของหลินเฟย
นิน” หลินเฟิงนายมาช่วยอีกคนก็ได้ “เขาดีใจมากแล้วรีบวิ่งออกไป จัดการเรื่องพวกนี้เสร็จเขาก็ชวนพวกฉินหลงทานข้าว ส่วนพ่อเขาคุยกับคนในหมู่บ้านแล้วลงชื่อส่วนนินก็มให้ทั้งสี่คนช่วยนินแนะนำวิธีปลูกคร่าวๆทุกคนก็เข้าใจคนชนบทมีเรื่องจะไม่เข้าใจเรื่องการเกษตร
พวกฉินหลงที่กำลังตรวจสองพื้นที่ในหมู่บ้านเมื่อมีคนเรียกทานข้าวก็ไม่ปฏิเสธเพราะพวกเขาหิวแล้วจริงๆ โชคดีที่นินซื้อของสดมาจากในเมืองจำนวนมากจึงมีอาหารดีๆ เลี้ยง ฉินหลงเห็นสวีหนานก็อึ้งไป
ฉินหลง “นี่มันดา ดาราดังไม่ใช่หรือไม่สิน่าจะตัวปลอมตัวจริงจะมาอยู่นี่ได้ไง” นินกลอกตา
นิน “ตัวจริงส่วนเหตุผลฉันบอกนายตอนนี้ยังไม่ได้เลิกมองได้แล้ว “ฉินหลงมองไปที่นินและสวีหนานก็เข้าใจบางอย่าง
ฉินหลง “นายนี่ไม่ธรรมดาเลยนะ “สวีหนานอมยิ้มนินถลึงตาใส่ฉินหลง
นิน” วันนี้ฉันจะไปเทียนกวนพวกนายจะติดต่อฉันไม่ได้สองสามวัน “ทั้งสองพยักหน้า
นิน” หากว่ามีอะไรที่ต้องตัดสินใจถามปู่ฉันไม่ก็พ่อฉันได้เลย “ทั้งสองพยักหน้า
นิน” นี่ยาบำรุ่งพวกนายเอาไปให้พ่อแม่นายกินดู “เขาส่งอีกสามห่อให้เพื่อนทั้งสามของเขา
นิน “เอาไปให้ผู้เฒ่าที่บ้านกินด้วยนะ” พวกฟ่านจินพยักหน้าแล้วหันไปหาพวกฉินหลง
นิน” ในหมู่บ้านนี้นายสงสัยอะไรสามารถถามเพื่อนฉันสามคนนี้ได้เลยแม้ว่าพวกเขาไร้น้ำยาด้านการหาเมียแต่ด้านการทำงานขยันมาก “ทั้งสามอยากจะทุบหลินหนานคนละทีโทษฐานทำร้ายจิตใจพวกเขา
อาหมิง” เพราะหมู่บ้านเรามันจนน่ะสิใครจะอยากแต่งเข้ามา “นินยิ้ม
นิน” ต่อไปถ้าเชื่อฉันพวกนายรวยแน่นอน “ทั้งสามพยักหน้า
” ได้ “หลังทานข้าวเรียบร้อยพ่อกับแม่ก็ลากเขาไปคุย
หลินหยาง” ลูกพูดจริงหรือเปล่าเรื่องที่ว่าจัดการปัญหาเรื่องความแห้งแร้งของเราน่ะ “นินพยักหน้า
นิน” จริงครับไม่เชื่อพ่อลองเอาเมล็ดพืชที่ผมเอามาไปปลูกดูก็ได้ครับ “ทั้งสองมองหน้ากัน
ลี่อิน” แน่ใจนะไม่งั้นพวกชาวบ้านถอนหงอกแม่แน่ “นินยิ้มออกมา
นิน” แม่มีผมหงอกที่ไหนกันจะว่าไปแม่เหมือนคนวัยยี่สิบต้นๆ เลยนะเนี่ย “หลินหยางรีบถาม
หลินหยาง” แล้วพ่อล่ะ “นินหลอกตา
นิน” แก่ “ว่าจบเขาก็เดินออกไปลี่อินหัวเราะออกมาส่วนหลินหยางอยากจะพุ่งไปถีบลูกชายสักที
หลินหยาง” แกไอ้เวร “หลินชางปรายตามองเขาทำเอาหลินหยางไม่กล้ากล่าวต่อ อันที่จริงหลินชางอยากจะเดินไปรอบหมู่บ้านนานแล้วติดตรงต้องเก็บตัวก่อนหนึ่งเดือนเขารู้สึกว่าเขาเหมือนกลับมาเป็นหนึ่งอีกครั้งจึงหงุดหงิดแล้วลงที่ลูกชายส่วนใหญ่ ส่วนย่าของเขาตอนนี้สนใจแต่ละครสั้นลู่เสียนสมัครสมาชิกให้แบบรายปีโดยวงเงินหลินหนานทำให้เธอมีความสุขมาก
นิน” ปู่ย่าผมต้องกลับก่อนนะครับครั้งหน้าผมจะมาอยู่นานๆ ครับ” ทั้งสองพยักหน้า
ฮวาจื่อ “ทำอะไรก็ต้องระวังนะหลานเอ๊ย” นินเหมือนนินพยักหน้าเขาเกือบน้ำตาตาจะไหลนี่คือย่าแท้ๆ ของเขาถึงแม่ว่าจะเป็นพี่สาวของปู่เขาแต่ก็มีสายเลือดเดียวกันถือเป็นญาติผู้ใหญ่ของเขาจริงๆ
นิน “ขอบคุณครับย่า” นินและสวีหนานล่าแล้วออกจากหมู่บ้านไปโดยให้คนมารับไปสนามบินทั้งสองนั่งเครื่องแยกกันไปเมื่อถึงเทียนกวนนินจะไปที่ค่ายขอมทันที กลับมาที่อีกมิติหนึ่งหมื่นแผนมาที่บ้านท่านเจ้าคุณแต่เช้าบ่าวของพิมมาดักเขาไว้หน้าเรือน
ข้าว “ท่านหมื่นแม่นายบอกไม่พบท่านเจ้าค่ะ” หมื่นแผยยิ้มออกมา
หมื่นแผน “ฟากบอกน้องพิมด้วยว่าดูแลสุขภาพด้วยน่ะหากเป็นอะไรไปเมื่อท่านขุนกลับมาได้เขาจะเสียใจเอาได้” คำพูดนี้คมจนหาข้อติไม่ได้เลยแสดงความเป็นห่วงในฐานะพี่ชายทั้งยังเอ่ยถึงคู่หมั้นด้วยความห่วงใยฟังเผินๆ เหมือนบริสุทธิ์ใจทว่าใครบ้างไม่รู้ว่าเขาหลงรักแม่พิมนั่นทำให้ดูแปลกไปบ้าง หมื่นแผนไม่ได้รั้งอยู่ต่อเมื่อกล่าวล่าเขาก็ออกมา
“ท่านหมื่นเหตุใดไม่ขอเข้าไปขอรับ” หมื่นแผนหัวเราะ
หมื่นแผน “ไอ้ม่วงยามนี้ดื้อด้านไปก็ยิ่งจะทำให้แม่พิมลำบากใจชื่อเสียงแม่หญิงสำคัญยิ่งรอให้แม่พิมหมดหวังจากไอ้นินก่อนจากนั้นใจของนางก็จะอ่อนเอง “บ่าวทั้งสองพยักหน้าเข้าใจ เมื่อรถม้าหมื่นแผนออกไปพวกของเป็ดก็เดินออกมาจากบ้านของโทโมเอะพอดี
วาส “นั่นมันพวกหมื่นแผนไม่ใช่หรือ “เป็ดแค่นเสียง
เป็ด” มาอีกแล้วไอ้พวกนี้หากรู้ว่าท่านขุนยังไม่ตายคงเสียใจน่าดู “ที่รู้เพราะสัญลักษณ์ที่แขนโทโมเอะยังอยู่
วาส” เพียงแต่ว่าไม่รู้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง “เป็ดยิ้มออกมา
เป็ด” ข้ามั่นใจว่าท่านขุนเอาตัวรอดได้แน่นอน “อย่างไรก็ตามท่านเจ้าคุณก็ขับรถม้าผ่านร่างทั้งสองไปแล้วรีบเข้าไปในบ้าน แล้วเรียกพิมและไหมแก้วไปคุยในห้องทำงาน
พิม” เกิดเรื่องอะไรเจ้าคะ “ท่านเจ้าคุณเผยยิ้มออกมา
” ได้ข่าวแล้ว “ทั้งสองขมวดคิ้ว
ไหมแก้ว” ข่าวอะไรเจ้าคะ “เขายิ้ม
” หน่วยหมาป่าส่งข่าวออกมาว่าไอ้นินหนีออกมาได้แล้ว” ทั้งสองทีน้ำตาคลอ
พิม “จริงหรือเจ้าคะงั้นเขาอยู่ไหนเจ้าคะ” ท่านเจ้าคุณส่ายหน้า
“ตอนนี้ยังไม่รู้คงกำลังหาทางออกมาไม่ต้องห่วงไอ้นินรู้ภาษาขอมแถมยังเป็นพรานการหนีออกจากป่าไม่ใช่เรื่องยากแล้วหาทางกลับแผ่นดินไทยคงไม่อยาก” ทั้งสองโล่งใจ
“แต่ว่าห้ามบอกเรื่องนี้กับใครเด็ดขาดไม่อย่างนั้นพวกมันอาจให้คนมาสกัดหรือสังหารไอ้นินเป็นแน่” ทั้งสองพยักหน้า
พิม “เท่านี้ลูกก็คลายใจแล้วขอแค่เขาปลอดภัยก็พอแล้ว” ท่านเจ้าคุณหัวเราะออกมา อีกด้านหนึ่งทองและแสนกำลังจะออกจากเมืองนารังแล้ว (นารังคือประจวบคีรีขันธ์) กลุ่มคนที่พุ่งตามมาคิดจะลงมือกับพวกเขาแล้ว
แสน “กระจายอันออกไป” ทั้งสิบสามคนกระจายกันไปคนละทางกลุ่มคนที่ตามมาตกใจมาก
“บัดซบแยกกันตามไป” ประมาณสามทุ่มนินก็มาถึงสนามบินนานาชาติฉือเจียจวงเจิ้งติ้งแล้วและนั่งรถต่อไปอีกสองชั่วโมงถึงจะถึงเทียนกวนที่นี่เป็นเมืองที่กำลังรอการพัฒนาอย่างเต็มรูปแบบนินรู้สึกได้ถึงความตื่นเต้นของเขาที่จะสร้างบางอย่างขึ้นมาเขาเข้าพักที่โรงแรมโดยนินจองไว้ถึงยี่สิบวันแล้วสั่งคนไว้ว่าห้ามรบกวนเขาจากนั้นเขาก็เอาประตูมิติออกมา
นิน” เอาล่ะมาดูกันว่าฉันจะไปได้ไหม “นินตั้งจิตร่างเขาเหมือนโดนกระชาก วูบบบ ร่างเขามาปรากฏที่หน้าผาจุดเดิมกับที่เขาจากมา
นิน” เชี่ยกลับมาได้จริงด้วย” …