คู่เวร | 4
ขุนหลวง ร.๑ (สมเด็จเ้าพระยาฯ)แห่งราชวงศ์จักรี ทรงมีพระนามตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฐว่า
“พระบาทสมเด็จพระบรมาาธิราชรามาธิบดี ศรีสินทรบรมมหาจักรพรรดิาาธิบดินทร์ ธรณินทราธิราช รัตนากาศภาสกรวงศ์ องค์ปรมาธิเบศร ตรีภูวเนตรวรนารถนายก ดิลกรัตนราชชาติอาชาวศรัย สมุทัยดโรมนต์ สกลจักรวาฬาธิเบนทร์ สุริเยนทราธิบดินทร์ หริหรินทรธาดาธิบดี ศรีสุวิบุลยคุณอขนิษฐ์ ฤทธิราเมศวรมหันต์ บรมธรรมิกาาธิราชเดโชไชย พรหมเทพาดิเทพนฤบดินทร์ ภูมินทรปรมาธิเบศร์ โลกเชฏฐวิสุทธิ์ รัตนมกุฎประเทศคตามหาพุทธางกูร บรมบพิตรพระพุทธเ้าอยู่หัว” ทรงย้ายราชธานีใหม่จากกรุงธนบุรีมายังฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเ้าพระยา ทรงโปรดเกล้าฯให้สร้างพระราชวังหลวงและโปรดเกล้าฯให้อัญเชิญพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรมาประดิษฐานยังวัดวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หลังจากนั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดงานฉลองสมโภชพระนครเป็เวลา 3 วัน ครั้งเสร็จการฉลองพระนครแล้ว พระองค์พระราชทานนามพระนครแห่งใหม่ให้ต้องกับนามพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรว่า "กรุงเทพมหานคร บวรรัตนโกสินทร์ มหินทรายุธยา มหาดิลกภพ นพรัตนราชธานีบุรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์" หรือเรียกอย่างสังเขปว่า "กรุงเทพมหานคร" ปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงเป็กรุงเทพมหานคร อมรรัตนโกสินทร์ มหินทรายุธยา มหาดิลกภพ นพรัตนราชธานีบุรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์"
7ปีผ่านไป (พ.ศ.2332)
แกมพิกุล และเอกชัยเจริญวัยขึ้น กลับกันที่คุณหญิงย่า หลวงศรีอภัยภักดิ์ และแม่ชบาเริ่มชราลง วันหนึ่งแกมพิกุลมาระดู(ประจำเดือน)ปฏิบัติตนไม่ถูก มิรู้ว่าต้องปฏิบัติเช่นไร จึงตัดสินใจกระซิบบอกคุณย่าด้วยความละอาย
“คุณย่าเ้าค่ะ หนู….อืม..หนู..มาระดูเ้าค่ะ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น คุณย่าจึงจูงมือหลานสาวมาที่บันได
“กลั้นหายใจ แล้วถัดบันได3ขั้น”
“ทำไมต้อง3ขั้นล่ะเ้าค่ะ”
“ก็เพราะจะได้มาระดู3วัน เพราะถ้ามาน้อยหรือมากกว่านั้นจะไม่ปกติ”
“แล้วทำไมต้องกลั้นหายใจด้วยล่ะเ้าค่ะ”
“อย่าพล่ามมาก รีบๆทำ จะได้ไม่เสียเวลา”
แกมพิกุลหายใจเข้าลึกๆ กลั้นหายใจ แล้วนั่งลงที่ขั้นบันไดขั้นบนสุด แล้วเถิบตัวลงให้ก้นไหล่แตะบันไดขั้นต่อไปโดยที่ไม่ยกก้นขึ้น เมื่อครบ 3 ขั้น แล้วให้หายใจออก
สาวน้อยหันหามองคุณย่าด้วยแววตาใส
“โตเป็สาวแล้ว อย่ามัววิ่งเล่นซุกซนเหมือนเมื่อก่อน
ฝึกงานบ้านงานเรือนให้ชำนาญคล่องแคล่ว มิเช่นนั้นจะไม่มีชายใดเอาเป็ภรรยา”
ในระหว่างนี้แม่ชบาผู้เป็แม่เดินมาพอดิบพอดี จึงกล่าวอวยพรลูกสาวด้วยความยินดีปิติปรีดา
“ลูกสาวแม่โตเป็สาวแล้ว แม่ขอให้เ้ามีความสุข คิดเช่นใดขอให้สมปรารถนา เป็คนที่ดีของแผ่นดินเช่นนี้ตลอดไป”
เที่ยงวันนั้น คุณหญิงย่า และแม่ชบาฝึกหัดแกมพิกุลเกี่ยวกับงานบ้านงานเรือน ร้อยมาลัย เย็บผ้า พับดอกไม้ ปรุงอาหาร แต่สำหรับผู้ใดที่คิดถึงพ่อเอกชัยอย่ารีบละเลยไปทำอย่างอื่น หลวงศรีอภัยภักดิ์ฝึกหัดเื่การรบให้เพื่อที่จะถวายเป็มหาดเล็กตามระเบียบของผู้ชายในสมัยนั้น ทั้งสองหนุ่มสาวต่างมีความสุขกับการฝึกหัด
เอกชัย ผู้ชายรูปร่างมาตรฐาน สละสลวย เป็ที่้าของหญิงสาวในพระนคร เพลาไหนที่เขาออกนอกเรือน หญิงสาวมิอาจที่จะพลาดสายตา แต่ผู้หญิงคนเดียวที่เขาต้องใจ ที่เขาแอบรักมาั้แ่เยาว์ มีเพียงผู้เดียว ซึ่งมิใช่ใครที่ไหน แต่ด้วยอุปสรรคทางฐานะที่ผู้หนึ่งมีเพียบพร้อมไปซ่ะทุกอย่าง แต่อีกผู้หนึ่งโดนเก็บจากเหวมาเลี้ยงดูจนได้ดิบได้ดี
กลับมาสู่การฝึกงานเรือนของแกมพิกุล
“คุณแม่เ้าค่ะ พิกุลอยากเที่ยววังหลวง”
“รอพ่อเ้ากลับจากราชการ เดี๋ยวแม่บอกพ่อเ้าให้พาไป”
ความงดงามของวังหลวงจะเป็เช่นไร โปรดติดตามชมตอนต่อไปขอรับ