ข้ามาจากดาวเคราะห์สีน้ำเงิน

    ตอนที่ 27 สัญจรวัตร

    ตอนที่27 สัญจรวัตร


    หลิวเย่คิดไม่ถึงว่าเจ้ามูฟตัวน้อยจะมีพลังอันน่าเหลือเชื่อถ้าหากว่าไม่ได้รับฟังคำอธิบายจากอะนูบิสมาก่อนเขาคงคิดว่า

    เจ้าสัตว์ตัวน้อยนี้อาจเป็นแค่สัตว์อสูรธรรมดาทั่วไป


    เวลานี้หลิวเย่ตื่นเต้นและต้องการที่จะทดสอบดูว่าคำพูดของอะนูบิสว่าเป็นจริงหรือไม่แต่เขากำลังชั่งใจอยู่ว่าจะเดินทาง

    โดยสัญจรวัตรด้วยการใช้พลังจากมูฟ เพื่อเดินทางไปยังดาวทะเลทรายหากเป็นจริงดังว่าแสดงว่าเขาจะใช้เวลาเดินทาง

    แค่หนึ่งเดือนหรืออาจน้อยกว่านั้นด้วยซ้ำไป


    หลิวเย่จึงถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งานของมูฟกับอะนูบิสว่า“ฉันจะทำให้มันผายลมได้ยังไงกัน?ในเมื่อเวลานี้ไม่

    สามารถสื่อสารกับมันได้ ตัวฉันเองก็ไม่เข้าใจภาษาของมันที่พูดแต่คำว่าวาวาวา”


    อะนูบิสตอบคำถามของหลิวเย่อย่างรำคาญใจว่า“ให้มันกินถั่วมากหน่อยก็ผายลมแล้ว แต่ต้องรอจังหวะให้ดีเพราะมันจะ

    ผายลมก็ต่อเมื่อมันกินอิ่มแล้วอีกอย่างเรื่องถั่ว ต้องเป็นถั่วชั้นดีเท่านั้นนะ”


    หลิวเย่ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ฟังคำตอบของอะนูบิสเนื่องจากเขาไม่แน่ใจว่าควรเป็นถั่วชนิดใดดีและปริมาณเท่าใดที่มูฟ

    จะกินอิ่มแต่เขาคิดว่าจะนำมันไปทดสอบดูก่อนว่ามันชื่นชอบถั่วใดเป็นพิเศษเพราะหากมันชอบถั่วใดย่อมหมายถึงปริมาณ

    การกินที่มากและอิ่มได้เร็วขึ้นดังนั้นเขาจึงตัดสินใจนำมูฟเข้าเก็บไว้ในมิติพื้นที่ของตัวเองก่อน จากนั้นออกจากอาคารร้าง

    แล้วเหินตัวบินตรงไปยังที่พักของแอทลาส


    ครู่หนึ่งหลิวเย่บินมาถึงคฤหาสน์หลังใหญ่ทางด้านทิศตะวันออกซึ่งเป็นที่พักเดิมของผู้นำอาณาจักรนภา แต่ตอนนี้กลาย

    เป็นที่พักของแอทลาสแทน


    เมื่อแอทลาสมองเห็นหลิวเย่ที่กลับมาทันเวลาทานอาหารร่วมกันพอดีเขาส่งเสียงเรียกหลิวเย่อย่างยินดีว่า “หลิวเย่ มานั่ง

    ใกล้ๆ ฉันทางด้านนี้สิ”


    หลิวเย่เดินไปนั่งข้างแอทลาสโดยตรงเขาเหลือบมองเห็นอาหารบนโต๊ะที่มีหลากหลายและอุดมสมบูรณ์มากกว่าเมื่อครั้ง

    เห็นอยู่ในพื้นที่โคลนเขาตอบคำถามของแอทลาสระหว่างทานอาหารร่วมกัน ซึ่งแอทลาสแปลกใจที่เห็นว่าหลิวเย่ไปพื้นที่

    อาคารร้างแห่งนั้น“ฉันแค่สนใจว่าพื้นที่ร้างทำไมถึงถูกทิ้งไปแบบนั้น ก็เลยไปตรวจสอบดูแต่ไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจเป็น

    พิเศษ”


    แอทลาสกระซิบบอกหลิวเย่อย่างจริงจังว่า“พื้นที่อาคารร้างแถบนั้น เคยถูกใช้เพื่อทดลองงานวิจัยบางอย่างมีนัก

    วิทยาศาสตร์และช่างมีฝีมือมากมายที่ถูกนำไปกักขังไว้ป่านนี้คงไม่มีใครเหลือรอดแล้วล่ะ”


    “เข้าใจแล้วท่านจะทำยังไงต่อไปกับอาณาจักรนภานี้?”หลิวเย่พยักหน้าเข้าใจความหมายของแอทลาส เขาถามถึง

    แผนการต่อไปของชายชราอย่างสนใจ


    “ปรับปรุงบางส่วนเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกันคนใดสวามิภักดิ์ต่อเราอย่างแท้จริงก็จะได้เว้นโทษตาย แต่คนใดที่ยังดื้อ

    ดึงก็คงจัดการขั้นเด็ดขาดพวกเราไม่ยอมให้มีเสี้ยนหนามที่จะบั่นทอนสิทธิเสรีภาพของเราอีกต่อไปแล้ว”


    แอทลาสบอกกับหลิวเย่อย่างสบายใจนี่คือเป้าหมายในการทำให้โลกใบนี้อยู่อย่างสันติสุขโดยปราศศัตรูอย่างสมาพันธ์

    แห่งดวงดาวองค์การที่เต็มไปด้วยความโลภและกระหายการเข่นฆ่าคนที่อ่อนแอกว่า


    หลิวเย่พยักหน้าเข้าใจพลางชื่นชมกับแผนการของแอทลาสที่จะล้มล้างการแผ่ขยายอิทธิพลของสมาพันธ์แห่งดวงดาวซึ่ง

    ช่วยลดโอกาสที่สมาพันธ์จะรุกรานไปยังโลกดาวเคราะห์สีน้ำเงินที่ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขา


    หลังจากทุกคนทานอาหารร่วมกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว


    หลิวเย่ต้องการไปสำรวจที่จัดเก็บพืชพันธุ์อาหารของอาณาจักรนภาเขาจึงบอกกับชายชราแอทลาสโดยตรง ซึ่งแอทลา

    สอนุญาตให้หลิวเย่ดำเนินการได้อย่างอิสระ


    หลิวเย่จำเป็นต้องอ่อนน้อมกับแอทลาสไว้ก่อนเนื่องจากมีความแข็งแกร่งแค่ขอบเขตแกนเทพระดับปลายเท่านั้นซึ่งด้อย

    กว่าแอทลาสหนึ่งระดับดังนั้นเขาจึงอยู่อย่างระมัดระวังตัวเพื่อรอเวลาบัฟเฟอร์หรือเวลาเหมาะสมในการเดินทางออกจาก

    ดาวซัมเวิร์สแห่งนี้


    จากนั้นหลิวเย่ตรงไปยังคลังเก็บอาหารของอาณาจักรนภาเป็นอาคารรูปทรงโดมขนาดใหญ่หลายหลังแต่ละหลังเก็บ

    อาหารต่างชนิดกันอย่างเป็นระเบียบเขาแจ้งกับพนักงานที่ดูแลคลังเก็บอาหารโดยตรงว่า “ฉันต้องการเห็นถั่วที่นี่ทั้งหมด”

    เขาไม่แน่ใจว่ามูฟชอบถั่วใดเป็นพิเศษ แต่คิดว่ามันน่าจะชอบถั่วใดก็ได้ดังนั้นจึงมาที่นี่เพื่อให้มูฟลองค้นหาด้วยตัวของมัน

    เองว่าชอบถั่วใดดีกว่าคาดเดาเอง


    พนักงานตอบรับคำขอของหลิวเย่อย่างนอบน้อมและเดินนำเขาไปยังที่เก็บถั่วโดยตรงว่า“เชิญทางนี้ขอรับท่านหลิวเย่ ถั่ว

    พวกนี้นำมาจากการเพาะในโรงเรือนที่ผ่านการตัดแต่งพันธุกรรมจนสามารถเติบโตในน้ำแร่ได้เป็นอย่างดี”คำตอบตรงไป

    ตรงมาของพนักงาน ทำให้หลิวเย่รู้สึกทึ่งกับเทคโนโลยีทางการเกษตรที่ทันสมัยของอาณาจักรนี้


    ครู่หนึ่งพนักงานพาหลิวเย่เดินมาถึงห้องเก็บพืชผลทางการเกษตรห้องหนึ่งที่มีช่องระบายอากาศขนาดเล็กจำนวนมาก

    คล้ายกับรังผึ้งเขาเหลือบมองเห็นถั่วชนิดต่างๆวางเรียงกันบนชั้นเก็บของอย่างเป็นระเบียบมีทั้งถั่วแดง ถั่วดำ ถั่วเขียว ถั่ว

    เหลือง ถั่วอัลมอนด์ ถั่วลิสง ถั่ววอลนัตถั่วลันเตา และเมล็ดมะม่วงหิมพานต์


    พนักงานถามหลิวเย่ถึงถั่วที่เขาต้องการด้วยความแปลกใจระคนสนใจว่า“ท่านหลิวเย่ต้องการถั่วชนิดใดหรือขอรับ ผมจะ

    ได้ไปนำมาให้ท่าน”


    หลิวเย่ขมวดคิ้วก่อนตอบพนักงานอย่างไม่แน่ใจว่า“ฉันจะเดินสำรวจดูก่อน หากต้องการถั่วใด แล้วจะบอกอีกที” เมื่อหลิว

    เย่เห็นว่าพนักงานทำท่าตอบรับเข้าใจแล้วเขาปล่อยให้มูฟออกมาจากมิติพื้นที่โดยตรงเพื่อให้มันค้นหาถั่วที่ชอบเอง


    ทันทีที่หลิวเย่ปล่อยให้มูฟออกมานั้นมันโผบินตรงไปที่เก็บถั่วอัลมอนด์ในทันทีพร้อมกับส่งเสียงร้องเหมือนกับตื่นเต้น

    ยินดี“วา วาวา วา วา”เขาเกาหัวแกรกๆด้วยความงุนงงกับภาษาของมูฟที่ตัวเขาไม่สามารถเข้าใจได้อย่างชัดเจน แต่เขา

    เหลือบมองเห็นมันตรงเข้าไปกินถั่วอัลมอนด์ในทันทีทำให้เขาตาโตด้วยความตื่นเต้นดีใจที่เห็นถั่วตรงตามความต้องการ

    ของมัน


    “อ๊ะ!ท่านหลิวเย่จะให้กระรอกมากินถั่วพวกนี้ไม่ได้นะขอรับ”พนักงานชายรีบส่งเสียงบอกหลิวเย่ด้วยความตกใจ เขากลัว

    ที่จะถูกลงโทษจากหัวหน้าคลังสินค้าหากหัวหน้ารู้ว่ามีสัตว์เล็ดลอดเข้ามาขโมยกินอาหารของเจ้านายในอาณาจักรนี้


    “ไม่เป็นไรฉันจะบอกกับผู้นำแอทลาสเอง เจ้าไปนำถั่วอัลมอนด์นี้มาให้ฉันสักหนึ่งกระสอบด้วยนะ”หลิวเย่โบกมือปฏิเสธ

    อย่างสบายใจพร้อมกับให้พนักงานไปนำถั่วอัลมอนด์มาให้ตนเอง


    “ขะ ขอรับ” พนักงานชายตอบรับหลิวเย่อย่างไม่แน่ใจแต่เขาไม่กล้าขัดคำสั่งกลุ่มของผู้นำคนใหม่ เนื่องจากไม่แน่ใจว่า

    ผู้นำคนใหม่จะมีการปกครองอย่างไรต่อไปดังนั้นเขาจึงทำตามคำสั่งของหลิวเย่ไปก่อน โดยเขาพิมพ์คำสั่งระบุการจำ

    หน่ายถั่วอัลมอนด์ออกจากคลังพร้อมกับยื่นแท็บเล็ตให้หลิวเย่ลงนามรับรอง


    หลิวเย่เลิกคิ้วด้วยความแปลกใจเล็กน้อยแต่เขาลงนามให้โดยไม่กังวลใจแต่อย่างใด


    ทางด้านมูฟที่มองเห็นถั่วแสนโปรดของมันมันบินตรงไปเข้ากินอย่างเอร็ดอร่อย แต่ทว่ามันกินได้แค่ไม่กี่เม็ดก็ถูกหลิวเย่

    โบกมือนำเข้าเก็บไว้ในมิติพื้นที่เหมือนเดิมมันพยายามดิ้นรนขัดขืนแต่ไม่สามารถต่อสู้กับพละกำลังของหลิวเย่ได้มันจึง

    ถูกดูดกลับคืนเข้าไปอยู่ในมิติพื้นที่อย่างไม่เต็มใจพลางส่งเสียงประท้วงอย่างดัง“วา วา วาวาวา”


    หลิวเย่ยืนกอดอกดูพนักงานนำถั่วมาให้ตนเองโดยไม่สนใจกับท่าทีของเจ้ามูฟตัวน้อยนั้น เขากำลังคิดวางแผนที่จะเดิม

    พันในการทดสอบประสิทธิภาพของมันโดยตรงเพื่อเดินทางไปยังดาวทะเลทรายในวันพรุ่งนี้ สัญชาตญาณในส่วนลึกของ

    จิตใจเตือนเขาว่าหากอยู่ที่นี่นานเกินไปจะต้องมีปัญหาตามมาอย่างแน่นอนดังนั้นเขาจึงต้องการออกเดินทางให้เร็วที่สุด


    เมื่อพนักงานนำถั่วมามอบให้กับหลิวเย่จำนวน 1 กระสอบ ตามที่เขาต้องการแล้ว หลิวเย่โบกมือเก็บถั่วเข้าไว้ในมิติพื้นที่

    โดยตรงจากนั้นเขาบินกลับที่พักในเขตคฤหาสน์ของผู้นำแอทลาส


    หลิวเย่ได้รับการรับรองเป็นอย่างดีจากกลุ่มผู้รอดชีวิตซึ่งเขาพักในห้องใหญ่ของคฤหาสน์หลังติดกับแอทลาส เมื่อเขาอยู่

    ในห้องพักตามลำพังแล้วหลิวเย่ใช้สัมผัสสวรรค์ตรวจสอบอุปกรณ์สอดแนมภายในคฤหาสน์พบว่ามีอุปกรณ์สอดแนมที่

    เล็กและทันสมัยเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นแมลงตัวเล็กจิ๋วคล้ายกับตัวสอดแนมที่เขามีดอกไม้ประดิษฐ์ที่มีเกสรดอกไม้

    เป็นกล้องบันทึกภาพและเสียงความละเอียดสูงเรียกได้ว่าทุกห้องทุกที่ล้วนมีตัวสอดแนมทั้งหมด โชคดีที่ในห้องน้ำและ

    ห้องทำธุระส่วนตัวไม่มีไม่งั้นหลิวเย่คงอึดอัดมากกว่านี้


    “ยังกะอยู่ในที่คุมขังแน่ะมีตัวสอดแนมและกล้องเก็บภาพอยู่เต็มไปหมด ถ้าไม่มีสัมผัสสวรรค์ช่วยตรวจสอบฉันคงถูก

    บันทึกภาพน่าอับอายจำนวนนับไม่ถ้วนทีเดียว” หลิวเย่คิดในใจด้วยความแปลกใจสุดท้ายเขาเลือกที่จะไปอาบน้ำเปลี่ยน

    เสื้อผ้าให้ร่างกายสดชื่นก่อนเริ่มต้นทดสอบเจ้ามูฟตัวน้อย


    หลังจากที่หลิวเย่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาหยิบถั่วอัลมอนด์ออกมาหนึ่งกำมือพร้อมกับเจ้ามูฟ


    ทันทีที่มันเห็นถั่วอยู่ในอุ้งมือของหลิวเย่อีกข้างหนึ่งมันดิ้นดุกดิกพยายามโผเข้าไปหาเหมือนเห็นของล้ำค่าสำหรับมัน

    หลิวเย่ส่งเสียงบอกมันอย่างคาดหวังว่า“เจ้าได้กินแน่ๆ เจ้ามูฟน้อย หากเจ้ากินอิ่มแล้วและกำลังจะผายลมจะต้องกระโดด

    ขึ้นมาที่แขนซ้ายของข้า เข้าใจไหม?” หลิวเย่วางแผนให้มันกระโดดมาผายลมใส่สัญจรวัตรซึ่งเป็นหนึ่งในอัสนีแปด

    พิเคราะห์ที่เวลานี้ถูกผนวกเข้ากับเทเลพอร์ตบนท้องแขนซ้ายของเขาแล้วดังนั้นเขาจึงตกลงกับมันก่อนโดยที่ไม่แน่ใจว่า

    มันจะฟังเข้าใจและรู้เรื่องคำสั่งของเขาหรือไม่


    แต่หลิวเย่กลับต้องประหลาดใจเมื่อเห็นเจ้ามูฟผงกหัวหงึกๆเหมือนกับเข้าใจคำพูดของหลิวเย่อย่างไรอย่างนั้น ทำให้เขา

    ใจอ่อนและนำถั่วเข้ามาใกล้เพื่อให้มันได้กินอย่างสะดวกพร้อมกับกำชับเสียงเข้มว่า“อย่าลืมล่ะ ถ้าอิ่มและใกล้จะผายลม

    แล้วเจ้าต้องกระโดดเกาะแขนซ้ายของข้าข้างที่จับตัวเจ้าไว้นี่แหละ เข้าใจไหม?”


    “วา วา วา”มูฟส่งเสียงพร้อมกับผงกหัวจ้องมองหลิวเย่ตาใสซื่อบริสุทธิ์


    เวลานี้หลิวเย่นำถั่ววางบนพื้นห้องน้ำด้านที่แห้งและสะอาดเพื่อให้มูฟได้แทะกินอย่างสะดวกสบายโดยที่ตัวเขานั่งยอง

    และเท้าคางจ้องมองมันด้วยความสนใจ


    “หวังว่าเจ้าจะกินแค่นิดหน่อยนะอย่ากินจุล่ะ ข้าขอถั่วมาแค่กระสอบเดียวเอง เพราะเห็นว่าในคลังเก็บถั่วทั้งหมดมีแค่สอง

    กระสอบเท่านั้นดูเหมือนถั่วชนิดนี้น่าจะหายากทีเดียว ดังนั้นอย่ากินเปลืองนัก รีบกินรีบอิ่มจะได้ผายลมพาข้าออกไปท่อง

    จักรวาลข้างนอกเร็วๆ”เขาพูดบอกมันพร้อมกับใช้นิ้วมือข้างซ้ายลูบหัวมันด้วยความเอ็นดูพลางคิดไปถึงเจ้าเต่านิรันดร์ที่มี

    ของเล่นของมันเหมือนกัน


    “เฮ้อ!เจ้าเต่านิรันดร์ที่หลับสนิท ไม่รู้จะตื่นอีกตอนไหน?อยากรู้จริงๆว่ามันจะช่วยอะไรฉันได้บ้าง?” หลิวเย่พึมพำกับตัว

    เองด้วยความสงสัยกับที่มาที่ไปของเต่านิรันดร์เขาอยากรู้ว่ามันสามารถทำอะไรและมีความสำคัญเช่นไร


    เวลานี้มูฟกินถั่วอัลมอนด์เกือบหมดเหลือแค่สองสามเม็ดเท่านั้น มันพลันเดินเอียงซ้ายเอียงขวาคล้ายกับคนเมาสุราทำ

    ให้หลิวเย่จ้องมองมันด้วยความสนใจ


    ทันใดนั้นมันกระโดดขึ้นเกาะแขนซ้ายของหลิวเย่ตามคำสั่งในทันที


    หลิวเย่ตาโตเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้นยินดีเขาร่ายเวทมนตร์เพื่อเปิดใช้งานสัญจรวัตรและเกราะนิรมิตในทันทีพลางคิดใน

    ใจอย่างคาดหวังว่า“ขอให้เดินทางไปถึงดาวทะเลทรายโดยเร็วด้วยเถิด” เขาใช้พลังจิตกำหนดพิกัดที่อยู่ของดาวทะเล

    ทรายกับสัญจรวัตรโดยตรง


    “ปู๊ดๆๆๆๆ พรึ่บ”ทันใดนั้น มูฟผายลมใส่สัญจรวัตรทันทีและหลิวเย่รู้สึกเหมือนร่างกายถูกดูดเข้าสู่หลุมลึกแต่เป็นความรู้สึก

    แค่ชั่วพริบตาเมื่อเขาลืมตาขึ้นมา ปรากฏว่าเวลานี้หลิวเย่ออกมาอยู่นอกอาณาจักรนภาและกำลังเหินตัวบินขึ้นออกจาก

    ดาวซัมเวิร์สทันที


    “โอ๊ะ!เดินทางแบบนี้เองหรือ?” หลิวเย่อุทานอย่างตื่นเต้นยินดีเพราะเขาไม่คิดว่าการเดินทางข้ามระหว่างดวงดาวโดย

    สัญจรวัตรจะเป็นเหมือนการนั่งชมวิวทิวทัศน์ของท้องฟ้าและนอกดาวเคราะห์เช่นนี้


    นั่นคือ หลิวเย่นั่งอยู่บนยานบินรูปทรงแปดเหลี่ยมขนาดใหญ่มีโดมโปร่งแสงครอบไว้เป็นเกราะนิรมิตที่ปกป้องพลังโจมตี

    หรือแรงกดดันระหว่างการเดินทางดังนั้นรอบตัวเขา 360 องศาจึงสามารถเดินหรือมองรอบตัวเองเพื่อชมทิวทัศน์ของ

    ดวงดาวและห้วงจักรวาลได้อย่างชัดเจน


    “โอ้!สวยจริงๆ ไม่นึกว่านอกดาวเคราะห์ในห้วงจักรวาลอันมืดมิดจะมีแสงกระพริบของดาวฤกษ์ทั้งหลายส่องประกาย

    สวยงามเช่นนี้อยากบันทึกภาพเอาไว้ดูเสียจริง”หลิวเย่อุทานด้วยความตื่นเต้นเพราะเขาไม่เคยเห็นภาพนอกดาวเคราะห์

    ที่ชัดเจนและใกล้ชิดเช่นนี้มาก่อน


    ..........


    ทางด้านชายชราแอทลาสและกลุ่มผู้รอดชีวิต


    รุ่งเช้า เขาเรียกทุกคนเข้าประชุมเพื่อวางแผนปกครองอาณาจักรใหม่ซึ่งทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าควรใช้ชื่อว่า “อาณาจักร

    แห่งความหวัง”


    แอทลาสบอกให้คนไปตามหลิวเย่มาเข้าร่วมประชุมด้วยเนื่องจากเขาต้องการสอบถามหลิวเย่ถึงกำหนดการเดินทางอีก

    ครั้ง ก่อนที่จะเชื้อเชิญหลิวเย่ให้อยู่ช่วยงานเพื่อขยายอิทธิพลและโจมตีสมาพันธ์แห่งดวงดาวด้วยกัน


    ปรากฏว่าคนของแอทลาสกลับมาแจ้งเขาด้วยความงุนงงว่า“ท่านผู้นำขอรับ ไม่เห็นท่านหลิวเย่เลย พวกเราค้นทั่วห้อง

    และบริเวณโดยรอบแล้วขอรับ”