ระหว่างนี้เอง…
“จักรวาลคือทุกสิ่งทุกอย่างที่มีอยู่ไม่ว่าเราจะกล่าวถึงสิ่งใด สิ่งนั้นจะต้องอยู่ภายในจักรวาลถ้าเราบอกว่ามีสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่นอกจักรวาล เราก็ย่อมต้องขยายความหมายของขอบเขตของจักรวาลให้ออกไปครอบคลุมถึงสิ่งนั้นด้วยทําให้สิ่งนั้นกลับเข้ามาอยู่ในจักรวาล เราจึงกล่าวว่าไม่มีสิ่งใดอยู่นอกจักรวาลหรืออาจกล่าวว่าทั้งภายนอกและภายในจักรวาล...ก็คือจักรวาล!’’
เสียงของวิดีโอตรงหน้าและศาสตราจารย์คนหนึ่งได้อธิบายโดยละเอียด พร้อมกับฉายให้เห็นถึงภาพรวมของจักรวาลและมีจางเจิ้นเป็นผู้ฟัง ที่กําลังเรียนรู้และเข้าใจไปทีละนิด
จักรวาลย่อมมีเพียงหนึ่งเดียวเพราะถ้าจักรวาลมีมากกว่าหนึ่งจักรวาลทั้งหลายเหล่านั้นก็ต้องรวมกันเป็นจักรวาลเดียวอยู่ดี!
ในเมื่อจักรวาลมีความเป็นหนึ่งแล้วทุกสิ่งในจักรวาลย่อมมีความเป็นหนึ่งร่วมกันอยู่ นั่นคืออยู่ในจักรวาลเดียวกันและมีจักรวาลร่วมกัน สิ่งทั้งหลายนับตั้งแต่จิตอันมิใช่สสารและพลังงานความว่างเปล่าอันเวิ้งว้างของจักรวาล กาลเวลาอันไม่มีที่สิ้นสุดตลอดไปจนถึงอนุภาคของพลังงาน คลื่นของพลังงาน เช่น พลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าพลังงานของความโน้มโถ่งหรือความดึงดูดระหว่างมวลสารและพลังงานต่างๆและพลังงานนิวเคลียร์ เป็นต้น
รวมทั้งอนุภาคเม็ดเล็กจิ๋วที่สุดของสสารเช่น ควอร์ก และอีเล็กตรอน มากระทั่งอะตอม โมเลกุล วัตถุธาตุต่างๆสารที่ไม่มีชีวิต ก๊าซ ฝุ่นผงละออง ดวงดาว ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ โลกโมเลกุลที่มีชีวิต โมเลกุลที่สืบพันธุ์ได้ พืชและสัตว์เซลล์เดียวและหลายเซลล์พืชชั้นตํ่า พืชชั้นสูง พืชมีดอกและไม่มีดอก สัตว์ชั้นตํ่าและสัตว์ชั้นสูงและลงท้ายสิ้นสุดมาที่มนุษย์ ทั้งหมดเหล่านี้ล้วนมีจักรวาลร่วมกัน
“จะเห็นว่าจักรวาลเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเพราะไม่มีอะไรในจักรวาลยิ่งใหญ่ไปกว่าจักรวาลอีกแล้วสิ่งที่ใหญ่ที่สุดย่อมต้องทรงพลังมากที่สุดพลังอํานาจนี้แสดงออกมาทางเอเยนต์หรือนายหน้า นายหน้าที่เรียกว่า จิต!”
“จิตได้ใช้พลังอํานาจดังกล่าวในการดําเนินกิจกรรมทุกชนิดของจักรวาลความเป็นไปในจักรวาลต้องตกอยู่ภายใต้การบงการของจิตทั้งสิ้นเพื่อที่จะทํางานหนักเช่นนี้ด้วยความรับผิดชอบมหาศาลจิตจะต้องอยู่ในสถานะที่ต้องมี ต้องควบคุม และต้องใช้ข้อมูลข่าวสารอันนับไม่ถ้วนข้อมูลข่าวสารนี้เราเรียกชื่ออีกชื่อหนึ่งว่า สารสนเทศ!’’
“ถ้ามองในแง่ของสสารและพลังงานจักรวาลก็คือแหล่งของสสารและพลังงานปริมาณมหาศาล ถ้ามองในแง่ของที่ว่างและเวลาจักรวาลก็เป็นที่ว่างและเวลาอันไม่สิ้นสุด ถ้ามองในแง่ของสารสนเทศจักรวาลก็คือแหล่งข้อมูลข่าวสาร ในทุกรูปลักษณะ และถ้ามองในแง่ของจิต จักรวาลก็คือจิตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดจักรวาลมีจิตเพียงหนึ่งเดียว จิตของจักรวาลคือผู้ใช้ข้อมูลข่าวสารของจักรวาลเพื่อควบคุมการดําเนินการของสสารและพลังงานให้เป็นไปต่างๆนานา!’’
“...’’
ศาสตราจารย์ในวิดีโอยังคงบรรยายต่อไปความรู้ความเข้าใจของเขาเป็นสิ่งที่ไม่อาจติเตียนได้เลย ทําให้ผู้ฟังสามารถจินตนาการภาพตามสิ่งๆนั้นได้
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่…
32.50%...53.23%...85.30%...99.99%
100%!
[พื้นฐานวิทยาศาสตร์ระดับหนึ่ง:100%]
ทันทีที่วิดีโอจบลงค่าสถานะก็ได้ถูกเรียกออกมา
จางเจิ้นมองมันด้วยความรู้สึกอัศจรรย์ใจเป็นไปอย่างที่เขาคิดจริงๆ ยิ่งเขาเรียนรู้เกี่ยวกับมันมากเท่าไหร่โลกที่เขารู้จักก็จะยิ่งเปลี่ยนไปมากขึ้นเท่านั้น
“จักรวาลคือทุกอย่างจักรวาลคือจิต จักรวาลคือข้อมูลข่าวสาร จักรวาลคือที่ว่างและเวลาจักรวาลคือสสารและพลังงาน ไม่สําคัญว่าจิตจะทําอะไร ข้อมูลข่าวสารจะทําอะไรที่ว่างและเวลาจะทําอะไร หรือสสารและพลังงานจะทําอะไรเพราะทุกอย่างทํา และทุกอย่างทําจักรวาลเป็นผู้กระทําและจักรวาลเป็นผู้ถูกกระทํา!’’
วิทยาศาสตร์จึงได้ถือกําเนิดขึ้นเพื่อค้นหาความลึกลับเหล่านี้ และกลายเป็นการผจญภัยไปในที่สุด
องค์ความรู้ของระดับศูนย์และระดับหนึ่งจึงสามารถแยกแยะได้อย่างชัดเจน
ศูนย์เป็นจุดเริ่มต้นของทุกสิ่งและจักรวาล...อารยธรรมระดับหนึ่งจึงเป็นขั้นต่อไปแห่งการวิวัฒ!
การเติบโตของทุกสิ่งและจักรวาลเพื่อนําพาสสารทุกชนิด และสิ่งอื่นๆที่มีอยู่ ให้ก้าวข้ามผ่านพ้นไปและทรงพลังยิ่งขึ้น!
นี่จึงเป็นที่มาของระดับแห่งอารยธรรมและกฎเกณฑ์แห่งจักรวาลที่ถูกบัญญัติขึ้นโดยวิทยาศาสตร์!
ช่างน่าลึกลับและน่าค้นหาอะไรอย่างนี้!
จางเจิ้นประมวลข้อมูลในหัวของเขาด้วยความตื่นเต้นราวกับได้เกิดใหม่เขาไม่คิดเลยว่าตัวเองจะได้สนุกและรู้สึกมีความสุขไปกับการเรียนรู้ข้อมูลจํานวนมากพวกนี้
อย่างไรก็ตามก่อนที่เขาจะได้ทันทําอะไรความเจ็บปวดมากมายพลันแล่นผ่านสมองของเขา
โอ๊ยยยย!
จางเจิ้นกรีดร้องออกมาเขารู้สึกปวดหัวเป็นอย่างมาก ราวกับว่าเขาได้ถูกบีบอัดทั้งเป็นโดยพลังแม่เหล็กแรงสูง
อะไรกัน!
ทําไมความเจ็บปวดถึงได้ปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรงแบบนี้?
ก่อนหน้านี้จางเจิ้นรู้สึกตึงๆที่หัวและปวดหัวเป็นบางครั้งบางคราวแต่ตอนนี้หลังจากที่ได้เรียนรู้พื้นฐานวิทยาศาสตร์ระดับหนึ่งไปความเจ็บปวดก็ได้เริ่มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนปะทุออกมาอย่างรุนแรงและทําให้เขาทนไม่ไหวในที่สุด
อั๊ก!
ทันใดนั้นชายหนุ่มแซ่จางได้กระอักเลือดคําโตออกมาก่อนทรุดตัวเป็นลมล้มลงกับพื้นไปในที่สุด
หมดสติ!
เขาได้หมดสติไปแล้ว!
ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง
ในที่สุดจางเจิ้นก็ฟื้นคืนสติแววตาเผยความหวาดกลัวออกมา ผลข้างเคียงนี้ช่างน่ากลัวจริงๆ
“แต่มันก็ทําให้ฉันรู้สึกปลอดโปร่งมากขึ้นกว่าเดิมบางทีนี่อาจเป็นข้อดีข้อหนึ่ง ที่คล้ายกับการเปลี่ยนแปลงของกล้ามเนื้อจากการออกกําลังกายอย่างหนักก็ได้…’’
หลังจากที่หมดสติไปและฟื้นขึ้นมาความปลอดโปร่งมากมายก็ได้โถมเข้าใส่เขาทําให้ตัวเขาราวกับมีความจําที่ไร้ที่สิ้นสุดอย่างไรอย่างนั้น
แต่ตัวเขาก็รู้ดีว่ามันไม่ใช่แบบนั้นอย่างแน่นอน
ดังนั้นเขาจึงหัวเราะออกมาในที่สุด
“การเรียนรู้พื้นฐานวิทยาศาสตร์ระดับสองคงต้องเลื่อนออกไปก่อน’’
ด้วยความที่ข้อมูลและความซับซ้อนของระดับศูนย์และระดับหนึ่งมีความแตกต่างกันมากระดับสองย่อมต้องยิ่งกว่า บางทีหากไม่เตรียมตัวให้พร้อม สมองของเขาคงอาจได้รับผลกระทบกระเทือนครั้งใหญ่
แล้วแบบนี้มันจะไปมีประโยชน์อะไร?
ดังนั้นตอนนี้เขาคงต้อนเลื่อนความอยากรู้ของเขาออกไปก่อนและศึกษาความรู้อย่างอื่นแทน!
โดยไม่รอช้าจางเจิ้นค้นหาวิดีโอที่ต้องการ
พริบตา หน้าต่างมากมายก็เด้งขึ้นมา
[วิทยาศาสตร์ชีววิทยาเบื้องตน]
[วิทยาศาสตร์ชีววิทยาระดับศูนย์!]
[วิทยาศาสตร์ชีววิทยาระดับหนึ่ง!]
…
18:00 นาฬิกา!
[วิทยาศาสตร์ชีววิทยาระดับหนึ่ง:100%]
“คิดเอาไว้ไม่มีผิดวิทยาศาสตร์ชีววิทยามีข้อมูลและความซับซ้อนน้อยกว่าตัวที่เป็นพื้นฐานความรู้วิทยาศาสตร์เบื้องต้นจริงๆด้วย’’จางเจิ้นดูค่าสถานะตรงหน้าด้วยความพึงพอใจทีแรกเขานึกว่าจะเรียนรู้ได้แค่ข้อมูลเบื้องต้นของมันแต่หลังจากเรียนรู้เสร็จไปทีละอันเขาก็พบว่าสมองของเขาสามารถรับข้อมูลเหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย และวิดีโอก็มีความยาวน้อยกว่าพื้นฐานวิทยาศาสตร์เป็นอย่างมาก
เหตุนี้เองวิทยาศาสตร์ชีววิทยาจึงถูกเรียนรู้ไต่ระดับมาอย่างรวดเร็วจนถึงระดับหนึ่งนั่นเอง
ครู่ต่อมาจางเจิ้นมองดูเวลาและตะหนักได้ว่าถึงเวลาที่เขานัดหมายเอาไว้กับเพื่อนของเขาแล้วเขาจึงลุกขึ้นยืนและเตรียมตัว ก่อนออกเดินทางในที่สุด