“ไอ้นุ! มึงอยู่ไหนเนี่ย! กูถึงหน้ามอตั้งนานแล้ว ยังไม่เห็นหัวมึงเลย!” เสือยิ่งพูดเสียงก็ยิ่งดังขึ้นเรื่อย ๆ แต่พอเห็นสายตาของคนเริ่มหันมามอง เสือก็รีบเอามือป้องปากกับโทรศัพท์ แล้วเร่งปลายสายอีกครั้ง
“มึงรีบมารับกูเดี๋ยวนี้เลยนะ! กูแม่งเดินวนหาตึกคณะเศรษฐศาสตร์ อินเตอร์ไม่เจอซะทีเนี่ย! แล้วคนที่นี่แม่งก็... มองกูแปลก ๆ” เสือไม่ค่อยชอบสายตาของคนที่เดินผ่านไปผ่านมามองเขา เพราะมันยิ่งทำให้เขารู้สึกไม่มั่นใจ
เมื่อปีก่อนเขายอมซิ่ว ทิ้งปีหนึ่งที่สอบติดมหาลัยรัฐที่อยู่ใกล้บ้าน เอาแต่เก็บตัวอยู่แต่ในห้อง และตะลุยอ่านหนังสือสอบเข้าคณะเศรษฐศาสตร์ อินเตอร์ ในมหาลัยรัฐที่กรุงเทพ เพียงเพื่อจะตามหาคนคนนั้น คนที่ทำให้หัวใจของ 'พยัคฆ์ ภัทรอาชากุล’ ปั่นป่วนใจ
แต่่ที่เก็บตัวอ่านหนังสือน้ำหนักดันขึ้น เลยต้องเข้าฟิตเนส เพื่อรีดน้ำหนักออก แต่กลายเป็ว่าตัวเขากลับสูงขึ้น แถมยังมีกล้ามเพิ่มขึ้นด้วย จากตอนแรกที่สูงแค่ 178 ตอนนี้แม่งดีดขึ้นไปถึง 180 ถ้วน ไขมันที่เคยสะสมเมื่อตอนที่นั่งท่องหนังสือ บัดนี้กลายเป็มวลกล้ามเนื้อ ขนาดชุดนักศึกษาที่เคยซื้อมาเมื่อตอนซิ่วมาจากที่เก่า เขายังเอากลับมาใส่ไม่ได้ด้วยซ้ำ เพราะมันติด่อกและคับตรงหัวไหล่ แค่คิดว่าหลังจากนี้จะต้องเจอกับปานเทพในสภาพแบบนี้ เสือก็น้ำตาตกแล้ว
ใน่ 1 ปีที่ผ่านมานี้ เขาและปานเทพยังคงติดต่อกันอยู่เสมอ และปานเทพเองก็รู้ว่าเขารอซิ่วเพื่อที่จะสอบเข้าใหม่ โดยที่เสืออ้างไปว่าไม่ชอบคณะเก่าที่สอบติด ปานเทพจึงแนะนำให้มาสอบเข้าที่เดียวกันในกรุงเทพฯ ดังนั้นเสือจึงทั้งข่มขู่ไอ้นุ ทั้งหว่านล้อม ให้มันมาสอบเข้าที่เดียวกันในกรุงเทพฯ อย่างน้อยหากพลาดหวังจากปานเทพ เสือก็จะยังมีไอ้นุเรียนเป็เพื่อนจนจบ
ส่วนป๊าตอนแรกก็ไม่พอใจเขาอยู่บ้าง ที่ทิ้งที่เรียนเก่า แต่พอรู้ว่าเขาสอบติดในมหาลัยที่ติดท็อป 10 อันดับมหาลัยที่ดีที่สุดในเมืองไทย ก็ไม่ได้ว่าอะไรอีก ต่อให้ต้องเสียเวลาไปฟรี ๆ 1 ปีก็ตาม เื่เรียนภาคอินเตอร์นั้นเสือเองก็เฉย ๆ เพราะภาษาอังกฤษของเขาดีอยู่แล้ว เนื่องจากเขาเรียนโรงเรียนนานาชาติมาั้แ่เด็ก
หลังจากวางสายจากไอ้นุ เสือก็รู้สึกเคว้งคว้างแปลก ๆ เนื่องจากตอนนี้เขาเริ่มถูกคนมองด้วยสายตาแปลก ๆ อีกแล้ว
เสือก้มลงมองดูเสื้อตัวเอง วันนี้เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวลายทางสีฟ้าอ่อนตัวโคร่ง เหน็บชายเสื้อกับกางเกงยีนขาด ๆ เพื่อโชว์หัวเข็มขัด Valentino สีทอง กับบู๊ทสีดำ เครื่องประดับก็ใส่แค่สร้อยทองสองเส้น กับแหวนที่นิ้วกลาง ผมเผ้าก็เซตมาอย่างดี น้ำหอมก็ฉีด เพราะคิดว่ายังไง ๆ ต้องเจอปานเทพ เขาก็อยากจะแต่งตัวให้ดูดีหน่อย แต่ไม่รู้ทำไมคนถึงได้ชอบมองกันนัก จนเขาชักจะไม่มั่นใจขึ้นมาเล็กน้อย และเพราะวันนี้ใช้เวลานานในการแต่งตัวนาน ทำให้เมื่อเช้าเขายังไม่ทันได้กินข้าว ก็รีบให้คนขับรถบึ่งมาจากชลบุรีเลย เพราะกลัวจะไม่ทัน แต่ปรากฏว่าไอ้นุเสือกช้ากว่าเขาซะอีก!
เสือ : ไอ้นุ! มึงอยู่ไหนแล้วเนี่ย! เสือพิมพ์ไลน์ไปถามไอ้นุอีกครั้ง
นุ : เฮีย ผมเพิ่งจะวางสายจากเฮียไปเมื่อ 2 นาทีก่อนเองนะ ก็บอกแล้วว่าใกล้ถึงแล้วเนี่ย รอวนรถเข้ามอ. มาแล้วแต่รถติดสัส ๆ เฮียไปหาที่นั่งรอก่อนเลย
เสืออ่านข้อความแล้วหน้ามุ่ย เดินลากกระเป๋าเดินทางใบย่อมกับเป้หลังไปหาที่นั่งแถว ๆ หน้าตึกทางเข้ามหาลัย
เนื่องจากวันนี้เป็วันมอบตัวของนิสิตใหม่คณะเศรษฐศาสตร์ โดยกำหนดการนักศึกษาใหม่ทุกคนจะต้องเข้าร่วมกิจกรรมนี้แบบค้างคืนเป็เวลา 3 วัน 2 คืน เนื่องจากวันแรกจะมีการปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ และเรียนปรับพื้นฐานทางวิชาการก่อนเปิดภาคเรียนจริงในอีก 1 เดือนข้างหน้า
ส่วนอีก 2 วันที่เหลือจะเป็กิจกรรมรับน้องใหม่ของทางคณะเศรษฐศาสตร์ ภาคปกติและภาคอินเตอร์รวมกัน เพื่อทุกคนจะได้ทำความรู้จักกับเพื่อนร่วมคณะ ตอนเปิดภาคเรียนจะได้สนิทกันมากขึ้น
ในตอนที่เสือกำลังเล่นมือถือ นั่งรอนุอยู่ที่ม้านั่งยาวในซุ้มด้านหน้า อยู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงดังมาจากทางด้านหลัง
“ให้พวกพี่ไปส่งนะจ๊ะ กระเป๋าน้องท่าทางจะหนัก”
“ไม่เป็ไรค่ะ หนูถือเองได้”
“ให้พวกพี่ไปส่งเถอะ น้องอยู่คณะอะไรล่ะ เดี๋ยวพวกพี่เดินไปส่งถึงที่เลย”
“ไม่เป็ไรดีกว่าค่ะ พอดีหนูนัดเพื่อนไว้ด้วย.... นั่นไงเพื่อนหนู”
“รอนานป่ะแก” หญิงสาวผมสีน้ำตาลทองมัดผมเป็หางม้าสูง ร่างผอมเพรียวคนหนึ่งทักเขา พร้อมกับวางกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ไว้บนโต๊ะตรงหน้า ก่อนจะหันไปด้านหลัง ที่มีผู้ชายท่าทางเหมือนรุ่นพี่เดินตามมาด้วย
“ขอบคุณนะคะที่มาส่ง แต่หนูเจอเพื่อนพอดี” หญิงสาวคนนั้นยิ้มแห้ง ๆ พวกผู้ชายสองคนนั้นเห็นเสือหันกลับมามอง ท่าทางก็เปลี่ยนไปทันที
“เอ่อ... เจอเพื่อนก็ดีแล้ว งั้นพี่ไปก่อนนะ” หญิงสาวคนนั้นหันกลับไปผงกหัวขอบคุณ เมื่อคล้อยหลังคนทั้งสอง เธอก็พรูลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“เฮ้อ~ รอดตัวไปที ขอบคุณนะที่ช่วยรับสมอ้างเมื่อกี๊อ่ะ ไม่งั้นฉันคงสลัดพวกมันไม่หลุดแน่” เสือมองผู้หญิงคนนั้นก็พยักหน้าให้ทีหนึ่ง จากนั้นก็หันมาเล่นมือถือตัวเองต่อ เพราะเขายังไม่ทันได้ทำอะไรเลยด้วยซ้ำ แค่จะมองเองว่าอีกฝ่ายเป็ใคร ทางนั้นก็วิ่งหนีไปเสียก่อนแล้ว
“หรือว่า.... นายเองก็มามอบตัววันนี้? ฉันก็มามอบตัวเหมือนกัน นายเรียนคณะอะไรอ่ะ?” เสือกวาดตามองหญิงสาวตรงหน้า เธอสวมชุดไหมพรมสีขาวเอวลอยโชว์สะดือที่เจาะมา ท่อนล่างสวมกางเกงยีนทรงหลวม แล้วคาดเข็มขัด CUCCI ซึ่งตอนนี้เสือรู้สึกเหมือนว่า อีกฝ่ายกำลังจะเข้ามาจีบเขาอยู่
“คณะเศรษฐศาสตร์” เสือตอบด้วยเสียงเรียบ ๆ ตอนนี้เขาไม่มีความสนใจกับใครอีกแล้ว นอกจากปานเทพคนเดียว
“เหรอ? ฉันเองก็อยู่คณะเศรษฐศาสตร์เหมือนกัน ฉันชื่อทิชากรนะ ชื่อเล่นชื่อนก นายชื่ออะไรอ่ะ?” เสือเงยหน้าขึ้นจากมือถือด้วยความรำคาญ
“นี่จะจีบกูเหรอ?” ทันทีที่เสือเปลี่ยนสรรพนามในการถาม หญิงสาวก็ดูเหมือนจะอึ้งไปเล็กน้อย
“มันต้องแบบนี้สิ ถึงจะคุยด้วยกันง่ายหน่อย” นกสีหน้าเปลี่ยนเป็ยิ้มเ้าเล่ห์
“ที่กูถามเพราะกูแค่อยากจะทำความรู้จัก ไม่ได้คิดจะจีบมึง พอดีว่า.... กูไม่ได้ชอบแบบมึงอ่ะ” นกกวาดสายตามองเขาั้แ่หัวจรดปลายเท้าแล้วยิ้มออกมา
“กูเป็เลสเบี้ยนน่ะ ชอบผู้หญิงอกโต ๆ แต่นมมึงเล็กไปอ่ะ”
“เชี่ย! ” เสือลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ทันที เพราะอยู่ ๆ ก็ถูกนกยื่นมือมาลูบแผงอกของตัวเอง แถมยังพูดคำหยาบกับคนแปลกหน้าโดยไม่อายอีก
“เออ ๆ มึงไม่ต้องทำเป็สะดีดสะดิ้งหรอก ตกลงมึงชื่ออะไร?” นกเห็นท่าทางของเขาถอยหนีก็รีบดึงมือกลับมานั่งที่เดิม
“กูชื่อเสือ” เขาตอบ
“อืม... ชื่อสมตัวมึงดีนะ” นกเหยียดมุมปากแล้วพยักหน้าน้อย ๆ
“เฮียเสือ นุมาแล้ว!!” น้ำเสียงร่าเริงของไอ้นุทำเอาบรรยากาศแปลก ๆ ระหว่างนกกับเสือลดลงไปทันที
“เชี่ยนุ! มึงแม่งช้าฉิบหาย! เดี๋ยวก็ไปไม่ทันรายงานตัวหรอก” เสือเห็นนุกอดกระเป๋าเสื้อผ้า วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาก็เขกหัวมันไปทีหนึ่ง
“เฮียอ่ะผมเจ็บนะ! วันนี้แต่งตัวซะหล่อเลยนะ แล้วนี่...เฮียตัวสูงขึ้นอีกแล้วป่ะ?” เห็นไอ้นุทำท่าวัดระดับความสูงของมันแล้วเทียบกับเขา เสือก็รู้สึกอ่อนใจขึ้นมาทันที
“มึงจะพูดขึ้นมาทำเชี่ยไรอีก กูยิ่งคิดมากอยู่” เสือเขกหัวไอ้นุซ้ำอีกรอบ
“เอาน่า~ คุณชายมันไม่คิดมากเื่ความสูงต่างกันหรอก ว่าแต่... นั่นใครอ่ะเฮีย” ไอ้นุขยับตัวมายืนด้านหลังเขาแล้วมองไปทางนก
“อ้อ! กูเพิ่งจะรู้จักเหมือนกัน มันชื่อนก เรียนคณะเดียวกับเรานี่แหละ ไอ้นก... นี่ไอ้นุ ลูกน้องกูเอง” เสือหันไปแนะนำไอ้นุให้กับนก แล้วอธิบายความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างเขากับไอ้นุให้ฟังคร่าว ๆ
“ชื่อนุนี่ย่อมาจากหนุมานป่ะ?” นกยิ้มพลางแซว
“ห๊า?” ไอ้นุร้องเสียงหลง
“ก็มึงหูกางเหมือนลิงเลยอ่ะ... เนี่ย” นกพูดพร้อมกับยื่นมือไปหยิกหูกาง ๆ ของไอ้นุทันที
“เฮีย!” ไอ้นุใรีบปัดมือแล้วหนีมาหลบอยู่หลังเขาทันที
เสือรู้ว่าไอ้นุกลัวผู้หญิง เพราะสมัยมันเด็ก ๆ หน้าตามันน่ารัก มันเลยถูกพวกผู้หญิงแกล้ง จนตอนหลังต้องหนีเรียนโรงเรียนชายล้วนมาตลอด เลยช่วยปรามนกให้
“มึงก็อย่าไปแกล้งมันเลย มันเคยถูกพวกผู้หญิงที่โรงเรียนเก่ารังแกน่ะ มันเลยกลัวผู้หญิงจนฝังใจ” เสืออธิบาย
“ก็เพื่อนมึงน่าแกล้งดีอ่ะ” นกหัวเราะแล้วเอี้ยวตัวหันไปพูดกับไอ้นุ
“ไอ้ลิงน้อย กูไม่แกล้งมึงแล้ว!” นกยื่นมือไปลูบหัวไอ้นุ แต่สีหน้าที่ไอ้นุมองกลับมาดูเหมือนไม่ได้คิดอย่างนั้น
“กูว่าเรารีบไปยื่นเอกสารกันดีกว่า” เสือหันไปชวนทุกคน จากนั้นพวกเขาก็เดินหาตึกคณะเศรษฐศาสตร์ จนกระทั่งเจอว่าบริเวณใต้ตึกคณะเศรษฐศาสตร์นั้น เริ่มมีพวกนักศึกษาใหม่ ถูกจับให้นั่งรอเป็แถวเต็มพื้นที่ใต้อาคารไปหมดแล้ว
“เชี่ย! คนมากันเกือบครบแล้วมั้งนั่น” นกอุทานพลางเร่งให้คนอื่น ๆ รีบเดิน
“เชี่ย! ปานเทพ! ” เสือโพล่งออกมาแทบจะในทันที ที่เห็นผู้ชายสูงโปร่งคนหนึ่งนั่งอยู่ที่พื้น ขนาดว่านั่งหันหลังให้ แต่เสือก็รู้สึกได้ถึงออร่าระยิบระยับที่แผ่ออกมาจากแผ่นหลังนั้น
“ไหนปานเทพอ่ะเฮีย?” นุย่นคิ้วพลางเขม่นมองจากที่ไกล ๆ
“โน่นไงคนที่นั่งตรงกลางแถวที่ 3 จากซ้ายอ่ะ” เสือชี้
“ไหนวะ” นุขมวดคิ้วแน่น
“ตามึงไม่ดีแล้วไอ้นุ คนที่ขาว ๆ สูง ๆ หน้าฝรั่ง ๆ นั่นไง” เสือชี้ไปที่ปานเทพอย่างตื่นเต้น ขณะที่ไอ้นุมองหาปานเทพยังไงก็ไม่เจอ นกกลับมองเห็นแล้ว
“นี่มึงชอบแนวนั้นเหรอ? กูนึกว่ามึงชอบพวกผิวแทน ๆ หุ่นหมี ๆ ซะอีก แต่ไอ้นั่นแม่งก็หล่อจริง ๆ นั่นแหละ หน้าลูกครึ่ง ผิวก็ขาว จมูกงี้แหลมเปี๊ยบเชียว คนเชี่ยไรจะดูดีได้ขนาดนั้นวะ?” นกที่ยืนอยู่อีกด้านเอียงตัวเข้ามาเม้าท์ด้วย
ขณะที่ทั้งสามกำลังวิพากษ์วิจารณ์ปานเทพจากที่ไกล ๆ อยู่ ๆ พวกเขาก็รู้สึกเหมือนถูกอะไรบางอย่างพุ่งเข้ามาชนจากทางด้านข้าง ทำเอาทั้งสามเซกันไปคนละทิศละทาง พอกำลังจะหันไปด่า เห็นผู้ชายท่าทางโง่ ๆ ทึ่ม ๆ ตัวใหญ่ ๆ แบกเป้เดินป่าใบใหญ่บนหลังหันมองไปทางไหนก็ไม่รู้อยู่
“เดินยังไงของมึงเนี่ย! มองไม่เห็นคนเหรอ?” นกเป็คนแรกที่โพล่งออกไป
“โทษที... พอดีกูกำลังเดินหาตึกคณะเศรษฐศาสตร์อยู่อ่ะ ก็เลยไม่ทันเห็นพวกมึง” ชายคนนั้นตอบโดยที่ไม่ได้มองหน้าพวกเขาด้วยซ้ำ เสือสังเกตว่าในมือของอีกฝ่ายถือกระดาษที่ดูจะเหมือนแผ่นที่ อีกมือมีเข็มทิศสีดำอยู่ด้วย
“แหม พวกกูตัวเล็กมากมั้ง” นกพูดประชด
เอาจริง ๆ พอพวกเขารวมกลุ่มกันก็ถือว่าค่อนข้างสูงพอดู เสือสูง 180 ไอ้นุสูง 173 นกสูง 168 แต่ก็ยังไม่เท่าไอ้ั์ที่มาชนพวกเขา ท่าทางจะสูงประมาณ 183 - 185 ได้
“เออพอดีเลย พวกมึงรู้จักตึกคณะเศรษฐศาสตร์ป่ะ” อีกฝ่ายก้มลงมาถาม
เสือ นก และนุชี้มือไปที่หน้าตึกที่มีฝูงชนอยู่แน่นขนัด
“อ้อ! ตรงนั้นน่ะเอง ขอบใจนะ” อีกฝ่ายโบกมือลาแล้วเดินไปที่หน้าตึก
“พวกเราก็ไปกันเหอะ” เสือหันมาชวนพวกที่เหลือ ให้รีบเดินตามไปที่คณะ
-------------------------------------
“น้อง ๆ ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนและยื่นเอกสารมาทางนี้เร็ว ๆ ค่ะ เสร็จแล้วมาตรงนี้รอเขียนชื่อทำป้ายห้อยคอนะ” ทันทีที่พวกเขาเดินเข้ามาในอาคาร ก็ได้ยินเสียงรุ่นพี่ผู้หญิงประกาศใส่โทรโข่งอยู่
“อ้าว! พวกมึงก็เรียนที่คณะนี้เหมือนกันเหรอ?” ผู้ชายที่ชนพวกเขาเมื่อครู่ กำลังยืนลงทะเบียนเป็คนแรก หันมาเห็นก็เอ่ยทักอีกครั้ง
“เออ! กูชื่อนกนะ ส่วนไอ้ลิงนี่ชื่อนุ แล้วนั่นก็เสือ” นกชี้ไปที่คนอื่น ๆ ที่ต่อแถวเรียงลำดับตามความสูง
ความจริงแล้วเสือไม่ได้สนใจเื่การลงทะเบียนอะไรเท่าไหร่ เพราะเขาเอาแต่มองปานเทพที่นั่งอยู่ในแถวร่วมกับคนอื่น ๆ จนไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำว่าเดินมาต่อแถวตอนไหน ที่สำคัญคือตอนนี้ดูเหมือนว่าปานเทพจะได้เพื่อนแล้วด้วย เพราะอีกฝ่ายเอาแต่คุยกับผู้ชายสองคนข้างหน้า กับผู้หญิงข้าง ๆ ทำเอาหัวใจที่เบ่งบานของเขาห่อเหี่ยวลงทันที
“กูชื่อคเชนทร์ ชื่อเล่นชื่อช้างนะ” อีกฝ่ายตอบ
“น้องคะอย่ามัวแต่คุยกันค่ะ รีบเซ็นชื่อก่อน นี่เหลือพวกน้องเป็กลุ่มสุดท้ายแล้วนะ เดี๋ยวเรายังต้องย้ายไปทำกิจกรรมอื่นอีก” พี่ผู้หญิงคนหนึ่งรีบเดินมาเร่ง
“คนไหนได้ป้ายชื่อแล้วเอาห้อยคอไว้เลยนะคะ แล้วไปนั่งรวมกับเพื่อน ๆ นะ”
ไอ้ช้างได้ป้ายชื่อเสร็จก็เอาแขวนคอ จากนั้นก็เอากระเป๋าไปวางกองรวมกับกระเป๋าของคนอื่น ๆ ที่ด้านหนึ่ง ก่อนจะเดินไปนั่งต่อท้ายแถวสุดท้าย ส่วนนกที่ลงทะเบียนเสร็จแล้วกำลังเอาป้ายชื่อห้อยคอ
“น้องชื่ออะไรคะ?”
“นุครับ” ไอ้นุตอบ
“เอ... รู้สึกจะมีคนชื่อนุแล้วนะ”
“งั้นพี่ก็เติมห.หีบลงไปข้างหน้าก็ได้แล้วค่ะ” นกที่ยังยืนอยู่ข้าง ๆ แอบหัวเราะ
“เฮีย! นกมันแกล้งนุอีกแล้วอ่ะ” ไอ้นุหันมาฟ้องเสือ
แต่ตอนนั้นเสือไม่ทันได้ฟัง เพราะตาเอาแต่จ้องเขม็งไปที่ผู้ชายผมสั้นผิวเข้มที่นั่งข้าง ๆ ปานเทพ
คุยกันน่ะพอเข้าใจ แต่ทำไมต้องเอามือลูบหัวกันด้วยวะ!
“เฮียไม่ฟังนุเลย”
“ห๊า?” เสือถูกไอ้นุเขย่าก็เซไปด้านหลัง แต่เหมือนเขาจะถอยไปชนกำแพงจึงหันไปดู ก็พบว่าตัวเองพิงอกผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างหลัง ส่วนสูงของคนคนนี้ยังนับว่าสูงกว่าไอ้ช้างซะอีก น่าจะ 195 -196 ได้
“เป็ไรป่ะ?” อีกฝ่ายเสียงทุ้มต่ำพอ ๆ กับระดับบาริโทน แถมยังช่วยพยุงไหล่เขาไว้ด้วย
เชี่ย.... กูรู้สึกตัวเล็กไปเลยจ้า
“น้องคะรีบเซ็นชื่อค่ะ” พี่สาวคนเดิมเร่งเสือให้รีบยื่นเอกสารและเซ็นชื่อลงทะเบียน จากนั้นเสือก็ขยับหลีกทางให้คนข้างหลังลงทะเบียนต่อ ส่วนตัวเองเดินออกไปยืนด้านข้างเพื่อรอป้ายชื่อ
“เอ่อ... พี่ครับผมชื่อพยัคฆ์ที่แปลว่าเสือ ไม่ใช่พายัพ ที่เป็ชื่อทิศ นี่พี่เขียนผิด” เสือก้มลงอ่านป้ายชื่อของตัวเองแล้วบอกกับพี่ที่เขียนชื่อให้
“เอ่อ... พอดีป้ายชื่อมันเปลี่ยนใหม่ไม่ได้แล้วอ่ะค่ะน้อง อีกอันสำหรับน้องพนาคนสุดท้าย เดี๋ยวพี่ขีดฆ่าชื่อให้แทนแล้วกันนะ”
เสือทำหน้าเหยเก เพราะป้ายชื่อ 1 ใบต้องใช้ตลอด 3 วัน และป้ายชื่อเขาก็เป็ป้ายชื่อที่ทั้งรกทั้งเละเทะที่สุด ของคนอื่นมีชื่อเล่นตัวใหญ่ ๆ บรรทัดแรก และบรรทัดที่สองเป็ชื่อจริง ส่วนของเสือนั้นแม่งมี 3 บรรทัด เกินหน้าคนอื่นมาอีกด้วยแถบขีดฆ่าที่พยายามจะถมดำด้วย
“แค่ป้ายชื่อเจ๊งก็ทำหน้าหงอยซะแล้วเหรอ?” เสียงทุ้มต่ำติดหัวเราะขึ้นจมูก
“เปล่าซะหน่อย” เสือตอบก่อนจะเดินไปรวมกลุ่มกับพวกเพื่อนด้านหลัง
“ขอนั่งด้วยคนนะ กูชื่อป่า” ชายร่างสูงแนะนำตัวเองง่าย ๆ
“กูชื่อนก ไอ้นั่นช้าง ไอ้นุ แล้วก็ไอ้เสือ” นกรีบชี้เพื่อนและแนะนำตัวจนครบ
เพราะพวกเขาคุยกันอยู่ จึงไม่มีใครทันสังเกตถึงสายตาแรงกล้าที่จ้องมองมาด้วยความขัดเคืองใจของปานเทพ เมื่อครู่ตอนที่เสือยืนอยู่แล้วเซไปด้านหลัง ปานเทพก็มองอยู่ตลอด ยิ่งพอเห็นว่าแมวน้อยของตัวเองถูกคนอื่นจับก็ยิ่งไม่พอใจ
ขณะที่เสือจับความรู้สึกของปานเทพไม่ได้ ทว่าคนที่รับรู้สึกสายตาของปานเทพกลับเป็ชายร่างสูงอย่างป่า ที่ขนาดนั่งลงแล้วยังมองเห็นคนที่หันกลับมาจ้องเขาตาเป็มัน
......................................
การรวมตัวของแก๊งสัตว์ป่า
ทั้งนก ลิง เสือ ช้าง ล้วนอยู่ในป่าทั้งนั้น
-------------------------------
To Be Con
เอาล่ะ แก๊งนี้รวมตัวกันแล้ว ไม่รู้จะวายป่วนแค่ไหน
รอติดตามต่อตอนหน้าค่ะ
นามิ